LOGINอวี้ซินเหยียนนึกไปถึงวิชาลับที่สืบทอดมาจากต้นตระกูลอวี้ที่ฮ่องกง คือวิชาฝังเข็มร้อยจุดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทับเส้นต่าง ๆ ต้นตระกูลนางไม่ได้เป็นหมอแต่เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มมาตั้งแต่บรรพบุรุษ บุตรหลานในตระกูลอวี้ทุกคนจะต้องได้ร่ำเรียนวิชาลับนี้จากผู้นำตระกูล โดยเฉพาะนางผู้ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่หนึ่ง ยิ่งต้องร่ำเรียนจนกระทั่งฝังเข็มได้อย่างชำนาญกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน
ซินเหยียนเคยฝังเข็มญาติผู้ใหญ่ที่ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ท่อนล่างให้หายขาดมาแล้ว นางจึงอยากลองฝังเข็มเพื่อรักษาขาของบุตรชายให้หายขาดเช่นกัน แต่คงหลังจากที่ได้มีโอกาสออกไปหาซื้อเข็มเล่มเล็ก ๆ มาไว้เพื่อเตรียมทำการรักษา
“ท่านแม่พูดเรื่องจริงหรือขอรับ ท่านจะมาอยู่กับข้าทุกวันเช่นนั้นหรือ”เด็กชายทั้งพูดทั้งแย้มยิ้มจนแทบมองไม่เห็นดวงตาเรียวเล็กที่มีส่วนคล้ายบิดา
“แม่พูดจริง มิได้โป้ปดเจ้าสักนิด”
เสียงหวาน ๆ เอ่ยออกมาเพื่อปลอบประโลมบุตรชาย คางเรียวของนางเกยอยู่บนศีรษะทุยที่เริ่มมีกลิ่นตุ ๆ คงเพราะใช้เพียงน้ำเปล่าสระผมที่เริ่มยาว เมื่อมองดูก็เห็นสะเก็ดสีขาวเล็ก ๆ ฟุ้งกระจายเต็มหนังศีรษะ เพียงแค่เห็นนางก็รู้สึกคันแทนบุตรชายแล้ว
“แต่สิ่งแรกที่แม่ต้องกระทำคือสระผมให้เจ้ากระมังเจ้าหัวผักกาด” นางกล่าวเย้าแหย่บุตรชาย เขาจะได้หยุดร้องไห้
“ฮือ ข้าดีใจยิ่งนัก” เสวียนเป่าคังร่ำไห้ออกมาเสียงดังกว่าเดิม เมื่อได้ยินว่ามารดาจะมาอยู่ด้วยตลอดและจะช่วยสระผมให้เขา
“ต่อจากนี้เจ้าจะได้เห็นหน้าแม่จนเบื่อ” นิ้วเรียวยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้บุตรชาย เสี่ยวเป่าของนางหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเพียงนี้ เหตุใดคนตระกูลเสวียนจึงใจร้ายยิ่งนัก
“ฮึก ! ฮึก ! ไม่เบื่อขอรับ ข้าไม่เบื่อ”
“เช่นนั้นเสี่ยวเป่านั่งรอแม่อยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว แม่ขอกลับเรือนไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์สักครู่ สัญญาว่าจะรีบกลับมาอาบน้ำสระผมให้เจ้า”
“สัญญานะขอรับ ข้าจะนั่งรอตรงนี้จนกว่าท่านแม่จะกลับมา” เสวียนเป่าคังที่เกรงว่ามารดาจะดุจึงตอบรับอย่างว่าง่าย ทั้ง ๆ ที่นึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อยว่ามารดาจะไม่กลับมาตามที่สัญญา
“เสี่ยวเป่าจงฟังแม่ อวี้ซินเหยียนที่อยู่ตรงหน้าเจ้าผู้นี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว จากนี้ไปเสี่ยวเป่าจะพบแต่ความสุขและมีแม่อยู่เคียงข้างจนกว่าเจ้าจะเติบใหญ่และมีปีกโบยบินด้วยตนเอง”
ซินเหยียนกล่าวขณะที่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของบุตรชายเพื่อแจ้งความนัยบางอย่าง เพราะนางรู้ว่าเสี่ยวเป่าสัมผัสได้ว่านางไม่ใช่มารดาที่แท้จริงของเขา
“ข้ารักท่านแม่ จะท่านแม่คนก่อนหรือคนนี้ข้าก็รักท่านแม่ขอรับ”
เด็กชายจ้องมองกลับตาแป๋วด้วยความไร้เดียงสา เขารู้ว่ามารดาผู้นี้ไม่ใช่คนเดิม กลิ่นกายก็ไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็รู้สึกรักและผูกพันไม่ต่างจากมารดาคนเก่า
“เด็กดี คงเป็นโชคชะตาหนุนนำกระมัง ที่ทำให้แม่ต้องมาเป็นแม่ของเจ้า”
“ขอรับ” เจ้าหัวผักกาดถูไถศีรษะของตนเข้ากับคางเรียวของมารดาด้วยความดีใจและคิดถึงมารดาสุดหัวใจ
ซินเหยียนที่ได้กลิ่นอับแรงมากขึ้น ถึงกับต้องกลั้นหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง นางไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนเพราะบรรดาน้อง ๆ ก็มีพี่เลี้ยงทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องหยิบจับสิ่งใด เคยแต่เลี้ยงสุนัขตัวโตเพื่อนรักพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี ใบหน้างามแย้มยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงสภาพที่ตนต้องสระผมให้เด็กชายเป็นครั้งแรก
‘คงจะสระผมคล้าย ๆ กันกับเจ้าเสี่ยวซางกระมัง อย่าคิดมากเลย’
อวี้ซินเหยียนเดินกลับมาถึงเรือนนอนส่วนตัวของนางที่แยกออกมาเป็นสัดส่วนจากจวนใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนางผู้มาใหม่ที่ไม่ต้องการให้สามีกับแม่สามีมาข้องเกี่ยววุ่นวาย จนกระทั่งเผลอบันดาลโทสะที่พยายามกักเก็บเอาไว้ไม่ให้ปะทุออกมา
คุณหนูอวี้ซินเหยียนทายาทลำดับที่หนึ่งของตระกูลผู้ค้าอาวุธสงครามมิใช่คนที่ใจเย็นสักเท่าไร แต่ที่นางยังนิ่งและสงบได้ถึงเพียงนี้ เพราะระลึกอยู่ในใจเสมอว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่นางคุ้นเคย ไม่มีพวกพ้องน้องพี่ ทั้งยังไม่มีอาวุธสงครามที่จะต่อกรกับผู้ใดทั้งนั้น จึงจำเป็นต้องอยู่อย่างเงียบสงบและพยายามไม่สร้างปัญหาให้มากที่สุด นางกับบุตรชายจะได้ไม่เดือดร้อน
หลังจากแต่งงานเสวียนเจิ้งโจวก็ให้อวี้ซินเหยียนมาอยู่ที่เรือนหลังนี้ตามลำพัง พร้อมกับสาวใช้ที่แม่สามีจัดมาให้เพียง 3 คน ถึงแม้เรือนหลังนี้จะใหญ่โตสวยงามเพียงไรก็ไร้เงาของสามีทุกค่ำคืน
อวี้ซินเหยียนคนเดิมมักจะนอนร้องไห้รอคอยเสวียนเจิ้งโจวอยู่ทุกค่ำคืน ครั้นพอไปตามเขาถึงเรือนใหญ่ก็มีเหตุให้ต้องทำตัวร้ายกาจอยู่บ่อยครั้ง นางมักด่าทอสาวใช้ของสามีที่หน้าตางดงาม เพราะหวาดระแวงว่าสาวใช้เหล่านั้นจะได้เลื่อนขั้นกลายเป็นอนุภรรยาของสามี
“พวกเจ้าว่าสตรีผู้นั้นดูแปลกไปหรือไม่” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นนางมารร้ายประจำจวนเดินก้มหน้าก้มตาไม่พูดจากับผู้ใด
“ช่างนางปะไร อีกไม่นานหรอกคงถูกท่านแม่ทัพน้อยหย่าขาดเข้าสักวัน” สาวใช้อีกนางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นางเกลียดสตรีหน้างิ้วผู้นั้น เพราะวัน ๆ เอาแต่ด่าทอบ่าวไพร่ที่เป็นสตรี
อวี้ซินเหยียนได้ยินทุกอย่างที่สาวใช้ซุบซิบนินทาแต่นางไม่ใส่ใจ เพราะต้องรีบอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่มองดูแล้วเรียบง่ายที่สุด โดยไม่ได้ร้องขอให้สาวใช้คนใดมาช่วยเหลือเพราะทุกอย่างนางสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง จะได้รีบกลับไปหาบุตรชายที่ยามนี้คงนั่งรออยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนไปที่ใด ดวงหน้างามแย้มยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงบุตรชายที่ส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนให้นางรีบกลับไป
มือเรียวเร่งรีบหยิบจับอาภรณ์ที่จำเป็นลงห่อผ้า และโกยเอาทรัพย์สินในหีบที่มีอยู่ไม่มากลงในห่อผ้าอีกใบ เพราะนางจะไม่กลับมาที่เรือนหลังนี้อีก ซินเหยียนไม่ลืมหยิบผ้าปกคลุมใบหน้าที่วางอยู่ก้นหีบมาสวมใส่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ เนื่องจากยามนี้นางไม่ได้แต่งแต้มใบหน้าเฉกเช่นอวี้ซินเหยียนคนเดิม เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจเครื่องประทินโฉมที่น้องสาวต่างมารดาผู้นั้นจัดหามาให้
“ตอนนั้นข้าไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ารักเจ้ามากแค่ไหน”“แค่ไหนกันเชียว”“อ่า...ตราบเท่าชีวิตเลยกระมัง”“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ท่านต้องรักและมอบใจให้ข้าเพียงผู้เดียว” เสียงอ่อนหวานสั่งการ ขณะถูกจ้วงทะลวงกายอย่างหนัก“ข้าสัญญา”เสียงบอกรักดังคลอเคลียไปกับเสียงกระทบกันของร่างกาย จวบจนวันใหม่มาเยือนเสียงแห่งความสุขค่อยสงบลงในวันอภิเษกสมรสพระราชทาน เจียงซินอี๋ให้เกียรติบิดามารดาบุญธรรมจากตระกูลเจียง ทำพิธีส่งมอบนางให้กับพระสวามีส่วนเจียงม่านหรูผู้เย่อหยิ่ง ถูกใครบางคนจัดแจงให้แต่งออกไปอยู่ต่างเมืองเมื่อห้าปีก่อน ไม่ได้กลับมาร่วมงานฉลองสมรสพระราชทานเจียงซินอี๋ไม่ได้รู้ข่าวคราวใด ๆ ของพี่สาวบุญธรรมอีก รู้เพียงแค่ว่าเจียงม่านหรูได้แต่งกับบุรุษที่เหมาะสมแล้วทางด้านมังกรสองพี่น้องวันนี้มีรอยยิ้มกว้างเปี่ยมสุข เมื่อมีโอกาสร่วมงานฉลองมงคลสมรสของหลานชายสุราเลิศรสถูกจัดวางเตรียมพร้อมต่อการสังสรรค์ สองหนุ่มใหญ่นั่งตั้งวงกันตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน“ดื่ม”“ดื่ม”“ฮ่า ฮ่า เฟยหลงข้าอยากแต่งงานอีกครั้ง เจ้าคิดเห็นเช่นไร”พี่ชายเอ่ยประโยคที่ทำให้น้องชายหูผึ่งด้วยความอยากรู้ แต่งงานทั้ง ๆ ท
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองชายแดน ชินอ๋องหวังต้าหลงก็พาท่านปู่ทั้งสองและคู่หมั้นสาว เดินทางกลับเมืองหลวงทันที เขาอยากกลับไปจัดพิธีแต่งงานใจแทบขาดทุกคนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงโดยการขี่ม้า ตลอดการเดินทางไม่มีผู้ร้ายกล้าโผล่หน้ามาสักคนคงเพราะแรงกดดันจากสัตว์เทพหรืออย่างไร แม้กระทั่งสัตว์ป่ายังหนีหายไม่เจอตัวสองเดือนผ่านไปจึงสิ้นสุดการเดินทาง ฮ่องเต้หวังต้าหลางต้อนรับบิดากับท่านอามังกรด้วยสีหน้าปีติยินดี ส่วนบุตรชายกับคู่หมั้นแยกไปตำหนักย่านชานเมืองก่อนหน้านี้แล้ว“ท่านพ่อท่านอาเหตุใดจึงไม่แก่เลยขอรับ พวกท่านยังดูหนุ่มแน่นกว่าข้าเสียอีก”ฮ่องเต้วัยกลางคนตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เขาเป็นลูกเหตุใดจึงแก่กว่าบิดาไม่เจอกันนานหลายสิบปี แต่สองมังกรตรงหน้ายังรูปงามหล่อเหลาไม่มีเปลี่ยน ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย“ฮ่า ฮ่า เจ้ายังไม่แก่เช่นกัน เพียงแค่มีริ้วรอยนิดหน่อย ลองโอสถของเผ่ามังกรสักหน่อยเป็นไร รับรองได้ว่าสนมในวังหลังของเจ้าอิ่มสุขอย่างแน่นอน”หวังเฟยหลงเป็นผู้กล่าวหยอกเย้าหลานชาย หากจำไม่ผิดโอสถของเขามีถึงสามกระสอบ แต่ยามนี้หายไปหนึ่งกระสอบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใดขโมยไป สังเกตได้จากใบหน
“มีแค่ท่านที่ได้เห็น ทั้ง ๆ ที่อยากลอง อื้อ อื้อ” คนเอาแต่ใจไม่ยอมให้คู่หมั้นกล่าวถึงบุรุษอื่นอีกริมฝีปากของเขารีบประกบรัดแน่น พร้อมกับกวาดลิ้นสำรวจไปทั่วโพรงอ่อนนุ่ม รุกเร้าจนกายสาวสั่นระริก ยอมอ้าปากให้เขาครอบครองแต่โดยดี“ตรงนี้น่าดูดชะมัด”“อ๊ะ อือ”ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปฉกเอาเต้าอวบเข้าเต็มอุ้งปาก โคนลิ้นออกแรงกระตุ้นหนุบหนับ เป็นจังหวะรีดเคล้นหนักหน่วงก้อนอวบหายเข้าไปในโพรงปากเกือบครึ่ง ทั้ง ๆ ที่มีขนาดใหญ่เกินตัวอยู่มาก ยิ่งเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นตามอายุ“อ่า..พอก่อนเจ้าค่ะ อือ อาบน้ำก่อน”“ยังไม่พอขออีกนิด เจ้าปล่อยข้าเดียวดายมานานถึงเจ็ดปี ต้องรับผิดชอบ”ของอร่อยอยู่ในปากทั้งที ใครจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ต้องกินของหวานรองท้องเสียก่อน ค่อยกลับมาตามหาอาหารมื้อหลักกว่าแม่ทัพใหญ่จะยอมไปอาบน้ำชำระร่างกาย คู่หมั้นสาวก็นอนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียงนางเหนื่อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ออกศึกชายหญิงเลยสักรอบ ที่เหนื่อยเพราะถูกรีดน้ำเมือกจนหมดเต้าเมื่อชินอ๋องอาบน้ำเสร็จ เจียงซินอี๋จึงรีบลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องมีสาวใช้มาช่วยอาบ หงส์เพลิงแสนสวยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทว่าใครบางคนไม่ค
เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปตามธรรมชาติ บุรุษกับสตรีที่โอบกอดกันบนหลังม้าตลอดการเดินทาง ก็กลับมาถึงค่ายทหารซึ่งอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่ไกลทันทีที่กลับมาถึงกระโจมของท่านแม่ทัพ กายอวบอัดทรงเสน่ห์เรียกสายตาบุรุษ ถูกดันแผ่นหลังไปชิดผนังกระโจมที่พัก ซึ่งทำมาจากหนังของสัตว์ป่าคุณภาพดีเพียงแค่พบหน้าและมองตากัน ทั้งสองต่างเข้าใจในความต้องการของกันและกัน ประกอบกับหึงหวงคู่หมั้น ไม่อยากให้บุรุษใดจ้องมองทั้งนั้น ชินอ๋องจึงอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่าคลั่งรักพันธะเลือดมีคุณสมบัติดึงดูดคู่พันธะเข้าหากัน ยิ่งมีใจให้กันยิ่งไม่อยากถอยห่าง เจียงซินอี๋ผ่านพ้นวัยสิบแปดปีมานานหลายปี เลยสัมผัสได้ถึงแรงแห่งพันธะเลือด“ท่านอ๋อง ปล่อยก่อน อื้อ ที่นี่ไม่ได้”“ย่อมได้ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บริเวณนี้ ข้าสั่งห้ามไว้แล้ว”“จะมีใครแอบดูหรือไม่เล่า”เข้าใกล้การดำรงเผ่าพันธุ์เป็นครั้งแรก ย่อมรู้สึกหวาดระแวงเป็นเรื่องปกติ แต่หากอายุเพิ่มมากขึ้นคงเริ่มชิน ไม่ต่างจากหงส์เพลิงคนอื่น ๆ ในเผ่า ที่ชื่นชอบการเช็ดขนในที่แจ้งมากกว่าที่ลับ“ไม่มีหรอก”สิ้นเสียงพูดคุยกัน ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าหากันอย่างแนบแน่นอุ้งมือใหญ่รีบด
สายตาคมเข้มจ้องมองเหล่าทหารของฝ่ายตรงข้าม ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กังวล แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยขวัญกำลังใจ“พวกมันมาเยอะกว่าสายข่าวแจ้งมา ฉีฟงทหารของเราพร้อมแล้วหรือยัง”“ทหารทุกคนพร้อมทั้งกายทั้งใจ พ่ะย่ะค่ะ”ข้างกายผู้นำทัพมีองครักษ์คนสนิท และเหล่านายกองคนสำคัญ คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ห่างระหว่างการเดินทางมาเยือนเมืองชายแดน ชินอ๋องหวังต้าถูกลอบโจมตีหลายต่อหลายครั้ง แม่ทัพใหญ่กับผู้ใต้บังคับบัญชานับสิบคน รอดชีวิตมาได้ทุกครั้ง เพราะได้รับความช่วยเหลือในที่มืดพวกเขาสืบรู้ความจริงในภายหลัง เหล่าผู้มีพระคุณคือกองกำลังลับขององค์รัชทายาท ที่ช่วยซุ่มยิงธนูเข้าสกัดกั้นกลุ่มคนร้ายได้ทันกาลคนถูกปองร้ายนึกขอบคุณพี่ชายนับครั้งไม่ถ้วน เนื่องจากห่วงใยชาวบ้านแถบชายแดน เลยส่งกองกำลังของตนล่วงหน้าไปก่อน แล้วแอบเดินทางกันอย่างลับ ๆทว่าความลับไม่มีอยู่จริง เมื่อคนร้ายคอยดักซุ่มอยู่ทุกเส้นทาง หมายสังหารผู้นำทัพสูงสุด ขวัญกำลังใจของทหารแคว้นเฉิง เกือบสิ้นชีพตามความต้องการของฝ่ายศัตรูหากไม่มียอดฝีมือจากกองกำลังขององค์รัชทายาท คอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ ตลอดการเดินทาง พวกเขานับสิบชีวิตคงรับมือคนร้ายจำนวนมากได้
ในทุก ๆ ปีชินอ๋องหวังต้าหลงกับองครักษ์ จะกลับไปเยือนเมืองบนตามที่ให้สัญญาไว้กับคู่หมั้น ทว่าพวกเขาต้องผิดหวังทุกครั้งเนื่องจากหงส์เพลิงในดวงแก้วอัสนี ยังคงได้รับการถ่ายทอดพลังเซียนเช่นเคย ดวงแก้วอัสนีวางอยู่ที่เดิมเหมือนวันแรกไม่มีเปลี่ยนไปขอพบทุกครั้ง ชินอ๋องทำได้เพียงเฝ้ามองแสงสีทอง ซึ่งโอบล้อมดวงแก้วสีแดงจนมองแทบไม่เห็น อยู่มองได้ไม่นานก็ถูกเชิญกลับ เป็นเช่นนี้มานานหลายปีดวงจิตของบิดาซึ่งเก็บไว้ในดวงแก้วอัสนี คอยโอบอุ้มส่งมอบพลังให้หงส์เพลิงวันแล้ววันเล่าในปีที่หกนับจากเจียงซินอี๋ปิดด่านกักตน ชาวแคว้นเฉิงกำลังจะเผชิญกับวิกฤตแห่งสงครามราคาอาหารสดอาหารแห้งสูงลิ่วผิดปกติ เพราะถูกปิดกั้นการนำเข้าแลกเปลี่ยนจากแคว้นข้างเคียงบุรุษผู้มีอายุเกินสิบแปดปีเต็ม ถูกเรียกตัวไปคัดเลือกทหารเข้ากองทัพหลวง ซึ่งยามนี้มีชินอ๋องหวังต้าหลง ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเมื่อปีที่แล้วเขาสังหารอดีตแม่ทัพใหญ่เพียงดาบเดียว โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับไส้ศึก และเกือบสังหารสตรีในวังหลังขององค์รัชทายาทแคว้นเฉิงไม่มีชินอ๋องหวังต้าหลงสักคน แน่นอนว่าเละเทะไม่มีชิ้นดี บิดากับพี่ชายเป็นคนดีปกครองแคว้นด้วยคุณธรรม







