เข้าสู่ระบบ“อืม” เสวียนเจิ้งโจวเอ่ยตอบรับเพียงสั้น ๆ
น่าแปลกใจที่แม่ทัพหนุ่มไม่รู้สึกยินดีอย่างที่ควรจะเป็น ในทางกลับกันหากอวี้ซินเหยียนแสดงอาการหึงหวงออกมาเฉกเช่นเคยและกรีดร้องโวยวายสักหน่อย เมื่อได้ยินว่าเขาจะแต่งน้องสาวของนางเข้ามาเป็นฮูหยินรอง เขาจะรู้สึกดีกว่านี้หรือไม่เสวียนเจิ้งโจวได้แต่ครุ่นคิดอยู่ในใจ ยามนี้ใบหน้าหล่อเหลาจึงขมวดบึ้งตึงเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทางด้านอวี้ซินเหยียนหลังจากกล่าวลาบุรุษใจดีที่เดินมาส่งถึงรถม้าคันใหญ่ นางก็ขึ้นรถม้าที่มีตราสัญลักษณ์คล้ายกับพู่ที่ห้อยอยู่ข้างเอวชินอ๋อง และมีองครักษ์ของเขาเป็นผู้บังคับรถม้าพานางไปส่งถึงจวนตระกูลเสวียน ถึงจะยังรู้สึกตกใจและแปลกใจกับเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง แต่อย่างน้อยคงจะดีกว่าที่นางต้องตายจากไปโดยไม่ทันตั้งตัวกระมัง
‘คุณพ่อคุณแม่ ซินขอโทษที่จากมาโดยไม่ได้กล่าวลาเลยสักคำ ซินขอให้พวกท่านทั้งสองจงปล่อยวาง อย่าเสียใจจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากชาติหน้ามีจริงซินขอเกิดเป็นลูกของพวกท่านอีกครั้งนะคะ อาจื้อฉันขอโทษที่ไม่ได้กลับไปหานาย จงมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ห้ามหมดหวังในชีวิตเป็นอันขาด’
ความคิดถึงในห้วงคำนึงของนางกำลังส่งผ่านไปยังอีกมิติหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าทั้งสามคนคงไม่ได้ยินคำกล่าวของตนอย่างแน่นอน
เมื่อใคร่ครวญทุกอย่างจนกระทั่งปลงตกและพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่กำลังจะได้พบเจอ มือเรียวจึงกระชับเสื้อคลุมตัวใหญ่ให้แน่นหนา เพื่อปกปิดร่างกายอวบอิ่มที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมที่ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วมอบให้
บุรุษผู้มีพระคุณย้ำชัดว่าไม่ต้องนำเสื้อคลุมไปคืน นางก็ไม่ได้รบเร้าขอพบหน้าเขาในภายหลัง เพราะเข้าใจดีว่าอาภรณ์ที่ถูกสตรีสวมใส่แล้ว บุรุษสูงศักดิ์ย่อมไม่รับคืนเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งสตรีที่แต่งงานแล้วเขายิ่งไม่อยากสวมใส่อาภรณ์ร่วมกับนางอย่างแน่นอน
จากความทรงจำที่ได้รับมา อวี้ซินเหยียนผู้นั้นมีรูปร่างผอมบางเฉกเช่นสตรีคนอื่น ๆ ในยุคนี้ที่มีค่านิยมว่า ยิ่งผอมบางยิ่งงดงาม มิได้มีรูปร่างโค้งเว้าสมบูรณ์แบบเช่นนางผู้มาใหม่ อวี้ซินเหยียนจึงต้องปกปิดร่างกายที่เปียกชื้นของตนให้ดีจะได้ไม่ผิดสังเกต อย่างน้อย ๆ สามีสารเลวผู้นั้นอาจจะจดจำได้ว่าไม่ใช่ฮูหยินคนเดิม
อวี้ซินเหยียนทายาทลำดับที่หนึ่งของตระกูลอวี้จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง นางมีรูปร่างและสัดส่วนโค้งมนเป็นทรงนาฬิกาทราย ซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ ไฟคู่หน้าทั้งสองข้างก็ล้นทะลักตามธรรมชาติ และนางก็ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งทั้งยังดูแลเป็นอย่างดีไม่ให้บุรุษใดเชยชมมาก่อน
ในส่วนของหน้าตา อวี้ซินเหยียนคนนั้นหน้าตาเหมือนนางทุกประการ เพียงแต่สตรีผู้นั้นมักจะแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าเสียเข้มและเกินคำว่างามไปมากโข สตรีร้ายกาจ เอาแต่ใจ และนิสัยโง่งมเชื่อคนง่าย นั่นคือนิยามที่นางมอบให้อวี้ซินเหยียนผู้จากไป
ถึงจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวจึงไม่รักใคร่ฮูหยินเอกของตน แต่บุรุษผู้นั้นก็มีความผิดเช่นกันที่ไม่ทำหน้าที่สามีให้ดี เขาเพิกเฉยต่ออวี้ซินเหยียนมาตลอด 6 ปี ที่อยู่ร่วมจวน แต่กลับยิ้มแย้มแจ่มใสให้น้องสาวต่างมารดาของนาง จึงเป็นเหตุให้อวี้ซินเหยียนที่ค่อนข้างไร้วุฒิภาวะทางอารมณ์ ต้องแสดงความร้ายกาจออกมาเพราะหึงหวงสามีนั่นเอง
จวนตระกูลเสวียน
“ท่านแม่”
ทันทีที่เดินเข้ามาในเรือนหลังเล็ก ที่ปลูกแยกออกมาจากจวนหลักของตระกูลเสวียน อวี้ซินเหยียนก็ได้ยินเสียงเรียกของบุตรชาย นางจดจำหน้าตาและน้ำเสียงของเด็กชายได้จากความทรงจำที่ได้รับมาก่อนหน้า
เมื่อหันกลับมามองตามเสียงเล็ก ๆ ที่เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ อวี้ซินเหยียนถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ ยามนี้จิตใจของมาเฟียสาวอ่อนยวบลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเห็นเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชัง กำลังใช้มือทั้งสองข้างพยุงไถขาของตนเองให้เลื่อนไปตามพื้น จนกระทั่งอาภรณ์ชิ้นล่างสกปรกมอมแมมและขาดวิ่นในบางจุด เพื่อมาพบหน้ามารดาที่ไม่ได้มาหาเขานานมากแล้ว
“เสี่ยวเป่า” ซินเหยียนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเวทนาต่อภาพที่พบเห็น
เหตุใดเด็กชายพิการที่เกิดในตระกูลแม่ทัพใหญ่ จึงถูกครอบครัวปล่อยปละละเลยถึงเพียงนี้ สภาพของเสวียนเป่าคังที่นางพบเห็นโดยรวมแล้ว ดีกว่าเด็กไร้บ้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บิดามารดาของเด็กชายผู้นี้สมควรที่จะได้รับผลของการกระทำอย่างสาสม ไม่ใช่สิ ! มารดาของเสี่ยวเป่าได้รับผลของการกระทำชั่วแล้ว คงเหลือเพียงบิดาผู้นั้นที่ยังคงลอยนวลเสวยสุขร่วมกับน้าสาวสารเลวของเด็กคนนี้
“ฮึก ! ฮึก ! ท่านแม่ข้าดีใจยิ่งนักขอรับ ที่ท่านแม่มาหาข้า”
เด็กชายร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความดีใจที่ได้พบหน้ามารดา เสวียนเป่าคังรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีตรงเข้าสวมกอดมารดาที่นั่งลงตรงหน้า ความรู้สึกที่ได้รับช่างอบอุ่นเหลือเกิน อ้อมกอดของมารดาเป็นเช่นนี้เองหรอกหรือ เด็กชายได้แต่หลับตาซึมซับเอาความอบอุ่นในยามนี้มาปลอบประโลมหัวใจที่แห้งแล้งมานาน
“เด็กดี เจ้าออกมานั่งรอแม่ทุกวันเลยหรือ”น้ำเสียงเอื้ออาทรเอ่ยขึ้นเหนือศีรษะทุยของเด็กชาย เพราะยามนี้สองแม่ลูกกำลังโอบกอดมอบความรักให้กันและกัน
ในความทรงจำจากอวี้ซินเหยียน สตรีผู้นั้นไม่มาหาบุตรชายนานมากแล้ว ล่าสุดก็คงเป็นฤดูหนาวเมื่อปีที่แล้วกระมัง เสวียนเป่าคังต้องอยู่เรือนหลังเล็กกับสาวใช้นามว่าเจียวหลิงเพียงสองคนเท่านั้น ถึงจะเหงาและรู้สึกน้อยใจบิดามารดาเพียงไรแต่เด็กชายก็อดทนไม่ร้องไห้งอแงมาโดยตลอด เพราะเกรงจะถูกมารดาทุบตี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รอคอยให้มารดามาพบหน้าอยู่ทุกวัน ขาทั้งสองข้างที่เดินไม่ได้ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการออกมาต้อนรับมารดาแต่อย่างใด
“ข้ามารอท่านแม่ขอรับ มารอทุกวันเลย ข้าอาบน้ำเองเก่งแล้ว ท่านแม่รู้หรือยัง” เสียงเล็ก ๆ พยายามเอ่ยถึงข้อดีของตนให้มารดาฟัง
เสวียนเป่าคังพยายามช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด อย่างเช่น อาบน้ำ และสระผมด้วยตนเอง จะได้ไม่เป็นภาระของสาวใช้ที่น่าสงสารไม่ต่างกันสักเท่าไร จะกินอาหารแต่ละมื้อเจียวหลิงก็ต้องแบกหน้าไปขออาหารที่โรงครัวจวนใหญ่ บางครั้งก็ได้เพียงข้าวเปล่ากับผักต้ม สองคนนายบ่าวจำต้องอดทนกินพอได้ประทังชีวิตไปวัน ๆ
“แม่มาแล้วเสี่ยวเป่า ต่อจากนี้แม่จะอยู่กับเสี่ยวเป่าทุกวันเลยดีหรือไม่”
อวี้ซินเหยียนกล่าวพลางสวมกอดร่างเล็ก ๆ ที่นั่งเหยียดขาทั้งสองข้างอยู่กับพื้นไว้เต็มอ้อมแขน นางตั้งคำมั่นสัญญาอยู่ในใจว่าจะทำให้เด็กคนนี้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติให้จงได้ ถึงแม้ขาทั้งสองข้างของเขาจะเดินไม่ได้ก็ตาม แต่จากที่สังเกตดูคงพอมีหวังอยู่บ้างหากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
5 ปีต่อมารถม้าคันใหญ่แล่นออกจากตำหนักชินอ๋อง ซึ่งวันนี้เป็นวันครบรอบในแต่ละปีที่อวี้ซินเหยียนทะลุมิติมาอยู่ในแคว้นฉิน ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วจึงพาพระชายารักออกมานั่งจิบชาที่ร้านน้ำชาเย่วเซียงตามลำพังกันสองคน ซึ่งยามนี้ร้านน้ำชาเย่วเซียงได้กลายเป็นร้านน้ำชาที่ใหญ่และดีที่สุดของเมืองหลวง ภายใต้การควบคุมดูแลของพระชายาชินอ๋องที่ต้องมาร้านน้ำชาเย่วเซียงกันสองคนโดยที่ไม่พาบุตรชายทั้งสี่คนมาด้วย เพราะสวามีตัวดีของนางอยากทำรักนอกสถานที่นั่นเอง ซึ่งนางก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ยามนี้ทั้งสองจึงเข้าไปในห้องพักผ่อนส่วนตัวที่บุวัสดุเก็บเสียงไว้เป็นอย่างดี ตับ ! ตับ ! ตับ !“ข้าทำเช่นนี้ดีหรือไม่ ชื่นชอบท่วงท่าเช่นนี้ไหม” ชินอ๋องทั้งควงเอวทั้งไต่ถามความพึงพอใจของเมียรัก“ดีเพคะ อื้ม เร็ว ๆ นะเพคะ หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ว่าเจ้าตัวดีทั้งสี่คนกำลังจะตามมาในไม่ช้านี้แล้ว” ร่างอวบอิ่มแอ่นบั้นท้ายให้สวามีตอกตรึงลงมาหนัก ๆ เพราะนางชื่นชอบบทรักที่หนักหน่วง ทางด้านชินอ๋องก็ชื่นชอบการทำแรง ๆ ทั้ง ๆ ที่ในยามปกติมักจะทะนุถนอมพระชายาเป็นอย่างดี หลังจากปลดปล่อยไปหนึ่งครั้ง ชินอ๋องก็
“กระหม่อมทูลลา อวี้ซินเหยียนหากข้าอยากพบเสี่ยวเป่าบ้างต้องทำเช่นไร” น้ำเสียงอ่อนล้าอ่อนแรงเอ่ยออกไป แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว จำต้องยอมรามือเพราะอวี้ซินเหยียนไม่ใช่สตรีที่เขาจะสามารถข้องเกี่ยวได้อีกต่อไป ถึงจะเสียใจมากแค่ไหนเขาก็ต้องอดทน ทุกสิ่งทุกอย่างผิดพลาดไปเพราะความโลเลและจิตใจที่ไม่มั่นคงของเขา คงได้แต่อดทนทำใจอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับอวี้ซูเซียว หากนางไม่สร้างปัญหาให้ตระกูลเสวียนอีกเขาก็ไม่อยากหย่าขาดให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน ถึงแม้จะไม่เคยเข้าหอกันเลยสักครั้งก็ตาม “ส่งจดหมายมานัดหมายวันเวลาและสถานที่ให้เหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าข้าจะต้องติดตามไปด้วยทุกครั้ง” ชินอ๋องเป็นผู้ตอบคำถามเรื่องการพบเจอเสวียนเป่าคัง1 เดือนต่อมาพระราชวังแคว้นเหวิน “ต้าหลงหาทางสร้างเรื่องราวเพื่อไล่ทุกคนในตำหนักองค์หญิงห่าวชิงถิงให้ออกมาทั้งหมด ข้าจะถล่มตำหนักแห่งนั้นให้ย่อยยับ สตรีผู้นั้นจะได้หาที่อยู่ใหม่และข้าจะเป็นผู้หาที่อยู่ให้นางเอง” ชินอ๋องเอ่ยสั่งการขณะลักลอบเข้าไปในเขตพระราชวังของแคว้นเหวินพร้อมกับต้าหลงองครักษ์เงาข้างกายคนสนิท ส่วนคนอื่น ๆ ให้หาที่หลบซ่อนตัวให้ดี ใ
ภาพสตรีงดงามในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มตัดดำ ยืนถืออาวุธที่เรียกขานว่าปืน ยิงเข้าใส่เป้ายิงที่นางจัดเตรียมเอาไว้ ช่างเป็นภาพที่สง่างามและแปลกตาในสายตาบรรดาแม่ทัพน้อยใหญ่ที่เข้าร่วมชมการฝึกซ้อมยิงปืนในวันนี้“สิ่งนี้เช่นนั้นหรือที่เรียกว่าปืน” “ข้าชื่นชอบอาวุธชนิดนี้มาก มันทั้งทรงพลังและขนาดกะทัดรัด”“อวี้ซินเหยียน นางงดงามถึงเพียงนี้เลยหรือ หากเป็นข้าคงไม่ยอมหย่าขาดจากสตรีงดงามล่มเมืองล่มแคว้นแล้วไปแต่งกับสตรีผอมแห้งอย่างแน่นอน สตรีแซ่อวี้คนน้องข้าเคยเห็นใบหน้าของนางในวันแต่งงาน เทียบคนพี่ไม่ติดเลยแม้แต่น้อย”เสียงแม่ทัพทิศอุดรเอ่ยเสียงเบากับสหายที่เป็นรองแม่ทัพ เพราะไม่อยากมีปัญหากับแม่ทัพทิศประจิม“นางสง่างามมาก หากภรรยาที่บ้านสง่างามถึงเพียงนี้ ข้าคงไม่มีอนุภรรยาให้เหนื่อยใจ” สหายรองแม่ทัพก็เห็นด้วยแล้วกระซิบกลับ“พวกเจ้าอย่าพูดเสียงดังไป อดีตสามีของนางก็อยู่ตรงนี้ พวกเจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่านางเป็นอดีตฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว แม่ทัพทิศประจิมรูปงาม ผู้ที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เรื่องหย่าสตรีแซ่อวี้คนพี่แล้วแต่งคนน้อง ฮูหยินของข้านางคอยติดตามข่าวคราวแล้วนำมาเล่าให้ข้าฟังท
“เอ่อ อวี้ซินเหยียนมาพร้อมกับพระองค์เพื่อการใดพ่ะย่ะค่ะ เพราะวันนี้ฝ่าบาทเรียกประชุมเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการศึก ไม่สมควรมีสตรีเข้าร่วมแม้แต่น้อย”เสวียนอู่คังแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย อีกทั้งอยากถามแทนบุตรชายที่เขารู้ดีว่าเสวียนเจิ้งโจวกำลังเสียใจมากเพียงไร ที่เห็นอดีตภรรยาที่เขาตามหามานานเดินเคียงคู่มากับบุรุษอื่น ทั้งยังเป็นบุรุษที่พวกเขาทั้งตระกูลมิอาจต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย เห็นทีว่าเสวียนเจิ้งโจวคงต้องตัดใจจากสองแม่ลูกจริง ๆ เสียที “เดี๋ยวพวกท่านก็รู้” กล่าวจบร่างสูงใหญ่ก็กอบกุมมือเล็กแสนนุ่มนิ่ม แล้วเดินผ่านหน้าแม่ทัพสองพ่อลูกไปทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาตอบคำถามเลยแม้แต่น้อยท้องพระโรง“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี” แม่ทัพน้อยใหญ่รวมไปถึงรองแม่ทัพทั้งหลายร่วมกล่าวถวายพระพรองค์ราชันย์ของแคว้นด้วยความเคารพเต็มหัวใจ“ตามสบายเถิดวันนี้เจิ้นต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่เรียกพวกท่านทุกคนเข้าร่วมประชุมโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า เพราะเจิ้นมีเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับอาวุธชนิดใหม่ ที่มีพลังอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าที่เคยมีมาในแคว้นฉินของเ
เสนาบดีอวี้จิ่งเทา บิดาของอวี้ซินเหยียน ถูกลดขั้นตำแหน่งเหลือเพียงขุนนางขั้น 1 ทั่วไป โทษฐานที่ไม่มีความสามารถควบคุมภรรยารองและบุตรสาวคนรองให้อยู่ในครรลองคลองธรรม จนนำพาเรื่องเสื่อมเสียมาถึงตำแหน่งแม่ทัพทิศประจิม กล่าวคืออวี้ซูเซียวเป็นสตรีที่ทำให้สามีผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพทิศประจิมเสื่อมเสียเกียรตินั่นเอง และความผิดมาจากการที่บิดาที่ไม่รู้จักอบรมบุตรสาวให้ดี และความผิดอีกข้อคือเสนาบดีเฒ่าไม่รู้จักห้ามปรามภรรยารองในเรื่องที่นางฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่านางฉ้อโกงสินเดิมของอดีตภรรยาเอกมาเนิ่นนานหลายปีสตรีใจร้ายเจียงเม่ยเม่ยฮูหยินรองของเสนาบดีอวี้จิ่งเทา ถูกลงโทษริบทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง ข้อหากระทำการฉ้อโกงสมบัติของผู้อื่นมานานหลายสิบปี อีกทั้งมีจิตใจชั่วร้ายหมายทำลายรูปโฉมและต้องการสังหารลูกเลี้ยงที่เกิดจากภรรยาของสามี หากรักษาตัวจนหายดีแล้วต้องไปใช้แรงงานที่เหมืองนอกเมืองเป็นระยะเวลา 20 ปี ทางด้านอวี้ซูเซียวถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีที่มีมารดาต้องคดีความ จึงถูกกฎของแคว้นฉินลดขั้นให้เป็นเพียงอนุภรรยาของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว ไม่มีสิทธิ์ขึ้นตำแหน่งฮูหยินรองไปตลอดช
“เพคะ เรื่องการทดสอบระเบิดคงต้องเป็นเช่นนั้น สถานที่ในเมืองหลวงไม่เอื้ออำนวยจริง ๆ และพระองค์ก็ไม่ต้องหึงหวงหม่อมฉันแล้วเพคะ หม่อมฉันรักและมีใจให้พระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ตอนเกิดเป็นคังหย่งจื้อก็เคยแอบรักเช่นกัน” อวี้ซินเหยียนกล่าวทั้งยังก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย เพราะเป็นครั้งแรกที่ยอมเปิดเผยว่าตนเคยแอบรักคังหย่งจื้อผู้อารักขาหนุ่มที่อยู่ข้างกายกันมานานหลายปี และนางก็แอบมีใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอเขาเช่นกัน สาวน้อยวัย 16 ปี มีรักแรกเป็นผู้ชายหน้านิ่งที่มองมาเมื่อใด นางก็จะเห็นเขาอยู่ข้าง ๆ เสมอมา ทั้งยามทุกข์และยามสุข “หึหึ ฟอดดด ! ข้ารู้ย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด” ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าประจำตำหนักชินอ๋องทั้ง 3 คัน ก็เตรียมพร้อมสำหรับมุ่งหน้าสู่พระราชวัง เสวียนเป่าคังตัวน้อยมายืนรอคอยส่งมารดาไปทำกิจธุระในวังหลวงพร้อมกับเจียวหลิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล“ท่านแม่งดงามยิ่งขอรับ”เสวียนเป่าคังค่อย ๆ ก้าวเดินช้า ๆ มาหามารดาโดยไร้ซึ่งผู้พยุงกาย เขาเดินได้แล้วเพียงแค่ช้ากว่าคนทั่วไปบ้างเล็กน้อยก็เท่านั้น ฝึกฝนอีกไม่นานก็เดินได้คล่องแคล่วเป็นปกติ“ฟอดดด ! ขอบใจเจ้าลูกชาย







