เข้าสู่ระบบFlight 059... อนุญาตให้ลงจอดบนตัวผมได้เลยครับ"'เท็น' ATC หน้านิ่งงัดเสียงทุ้มสั่งกัปตันสาว 'มัทนา' ให้เสียอาการ! บนฟ้าเธอคุมเครื่อง แต่บนเตียงเขาคุมเธอเอง!
ดูเพิ่มเติม“TERRAIN! TERRAIN! PULL UP!”
เสียงสัญญาณเตือนสีแดงกระพริบวาบสาดสะท้อนไปทั่วค็อกพิทแคบๆ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม ลำตัวเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของเที่ยวบิน 059 สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งเหมือนของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่ถูกจับเขย่าอยู่ในกำมือของมัจจุราช
มวลเมฆสีดำทะมึนของพายุ Cumulonimbus กลืนกินทัศนวิสัยเบื้องหน้าจนเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงฟ้าแลบแปลบปลาบที่ผ่าลงมาเป็นระยะให้เห็นถึงขุมนรกเหนือน่านฟ้า
‘มัทนา’ กัดฟันกรอดจนสันกรามปูดโปน หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมผ่านไรผมลงมาตามกรอบหน้า ท่อนแขนเรียวที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบนักบินเกร็งแน่นจนสั่นสะท้านขณะพยายามช่วยรั้งคันบังคับ (Yoke) สุดแรงเกิด
“กัปตันทศ! เราต้องหักหลบออกจากเส้นทางนี้! ลมกระโชกแรงเกินขีดจำกัดแล้ว เรดาร์จับกลุ่มพายุลูกใหญ่ได้ตรงหน้า!” มัทนาตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน
“ไม่ต้องสอนฉัน! ฉันเป็นกัปตัน!” ทศดึงดันกระชากเสียงตอบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยอีโก้และความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิด “ถ้าอ้อมตอนนี้เราจะเสียเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง น้ำมันสำรองเราปริ่มแล้ว ทะลุเมฆก้อนนี้ไปก็เข้า Glide Path แล้ว!”
“แต่เครื่องสั่นจนเพดานบินตกแล้วนะคะ!”
ติ๊ง-ต่อง! ติ๊ง-ต่อง!
เสียงสัญญาณอินเตอร์คอมจากห้องโดยสารดังแทรกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มัทนากระชากหูฟังลงมารับสายทันที
“กัปตันคะ! ข้างหลังแย่แล้ว!”
เสียงของ ‘พี่แอน’ หัวหน้าลูกเรือ (Purser) ตะโกนฝ่าเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารที่ดังทะลุเข้ามาในสาย
“เครื่องตกหลุมอากาศรุนแรงมาก ข้าวของบนเชลฟ์ร่วงกระจุย ผู้โดยสารแพนิกกันหมดแล้วค่ะ! แอร์โฮสเตสของเราพยายามให้นั่งที่ แต่ลมมันตีจนพวกเราล้มลุกคลุกคลานกันไปหมด!”
มัทนาใจหล่นวูบ เสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมมาจากหลังประตูกระจกค็อกพิท เธอรับรู้ได้ถึงความโกลาหลขั้นสุดที่กำลังเกิดขึ้น
“พี่แอน! สั่งลูกเรือทุกคนรัดเข็มขัดนั่งประจำที่เดี๋ยวนี้! ห้ามใครลุกเด็ดขาด เรากำลังพยายามพาเครื่องหลบพายุ!” มัทนาสั่งการเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันขวับกลับมาที่แผงควบคุม
ทันใดนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
กัปตันภพ กัปตันอาวุโสที่ทำหน้าที่ Check Airman ประเมินการบินนั่งอยู่เบาะหลังสุด จู่ๆ ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายแน่น ใบหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือดลงฉับพลัน ก่อนจะทรุดฮวบหมดสติล้มพาดลงกับแผงคอนโซลด้านข้าง!
“กัปตันภพ!” มัทนาเบิกตากว้าง
จังหวะเดียวกันนั้นเอง กระแสลมหัวตก (Microburst) กระแทกลงมาที่กลางลำตัวเครื่องอย่างจัง!
วูบบบบ!
หน้าปัด Altitude ร่วงหล่นลงวูบเดียวพันฟุต สภาวะไร้น้ำหนักชั่วขณะทำเอาอวัยวะภายในแทบจะมากองรวมกันที่คอหอย เสียงกรีดร้องหวาดผวาของผู้โดยสารกว่าสามร้อยชีวิตดังก้องทะลุเข้ามาในห้องนักบินเหมือนวันสิ้นโลก กัปตันทศช็อกค้าง สติหลุดลอย มือที่จับคันบังคับสั่นเทาจนเผลอปล่อยออกอย่างลืมตัว เครื่องบินเสียการทรงตัว หัวเครื่องปักลงสู่พื้นดินทะยานแหวกพายุฝนด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว
“ไอ้พี่ทศ! จับคันบังคับไว้!”
มัทนาสบถลั่นค็อกพิท ทิ้งความสุภาพทั้งหมดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานสติแตก เธอเอี้ยวตัวไปกระชากคันบังคับกลับมาหาตัวสุดแรงหลังเพื่อเชิดหัวเครื่องขึ้น มืออีกข้างสับสวิตช์วิทยุสื่อสารฉุกเฉิน
“Mayday! Mayday! Mayday! Bangkok Center, this is Flight Zero-Fife-Niner! เครื่องสูญเสียการควบคุม กัปตันอาวุโสหมดสติ เรากำลังร่วง!” (เมย์เดย์! เมย์เดย์! เมย์เดย์! ศูนย์ควบคุมกรุงเทพ นี่คือเที่ยวบิน 059!)
เสียงประกาศรหัสฉุกเฉินของมัทนาสั่นพร่า แม้จะพยายามควบคุมให้เยือกเย็นแค่ไหน แต่ความตายที่อยู่ห่างไปไม่กี่หมื่นฟุตก็ทำให้จังหวะหายใจของเธอสะดุด
...
ณ ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ (Area Control Center)
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยเสียงสั่งการราบเรียบ บัดนี้กลายเป็นความโกลาหล สัญญาณไฟสีแดงวาบขึ้นบนหน้าจอเรดาร์ของ ATC ฝึกหัดที่นั่งหน้าซีดเผือด มองจุดสีเขียวที่แทนเครื่องบินเที่ยวบิน 059 กำลังดิ่งเพดานบินลงด้วยอัตราเร่งที่ผิดปกติ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในห้องต่างหยุดชะงัก หันมามองที่หน้าจอเดียวกันด้วยความตื่นตระหนก
“พี่เจเจ! ไฟลต์ 059 รหัส Squawk 7700 ประกาศ Mayday ครับ! เค้าหลุดเข้าไปในแกนพายุ!”
‘สิบทิศ’ Supervisor หนุ่มที่ยืนกอดอกคุมสถานการณ์อยู่ด้านหลังชะงักกึก นัยน์ตาสีนิลคมกริบที่มักจะเย็นชาและไร้ระลอกคลื่นตวัดมองรหัสเที่ยวบินบนหน้าจอเรดาร์ทันที
059... เที่ยวบินของมัทนา
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หลังมือใหญ่ซึ่งกำขอบโต๊ะเรดาร์แน่นจนข้อขาว สิบทิศไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แต่รังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีขาวเนี้ยบกริบทำเอาบรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกจนแทบขาดใจ
เขาเดินตรงเข้าไปกระชากสายแจ็คหูฟังของ ATC ฝึกหัดออกอย่างรวดเร็ว แล้วเสียบสาย Headset ของตัวเองเข้าไปแทนที่ สองมือจับไมโครโฟนดึงเข้ามาใกล้ริมฝีปาก
เทพเจ้าแห่งเรดาร์ได้เทกโอเวอร์น่านฟ้าแล้ว
“Flight Zero-Fife-Niner, this is Bangkok Center. Supervisor สิบทิศ รับทราบสถานการณ์” (เที่ยวบิน 059 นี่คือศูนย์ควบคุมกรุงเทพ...)
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจดังก้องทะลุคลื่นวิทยุเข้าไปในค็อกพิทที่กำลังโกลาหล
“กัปตันทศ... ผมสั่งให้คุณปล่อยมือจากแผงควบคุมเดี๋ยวนี้ คุณไม่มีสติพอที่จะเอาเครื่องลง”
สิบทิศออกคำสั่งเด็ดขาดแบบไม่ไว้หน้า กฎข้อไหนเขาไม่สน ในวินาทีนี้ น่านฟ้านี้เขาคือพระเจ้า
“แต่ผมเป็น PIC!” ทศตะโกนสวนกลับมาเสียงหลง
“นี่คือคำสั่งจากหอบังคับการบิน ถ้าคุณขัดขืน ผมจะยึดใบอนุญาตคุณทันทีที่ล้อแตะพื้น!” สิบทิศกดเสียงต่ำลงอีกระดับ ความดุดันที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงทำเอาคนฟังขนลุกซู่ “First Officer มัทนา... รายงานสถานะ คุณคอนโทรลเครื่องอยู่ใช่ไหม”
ในค็อกพิท มัทนาชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ
ท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังกึกก้อง ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่บีบรัดหัวใจ... เสียงทุ้มๆ ที่มีจังหวะการเว้นวรรคหายใจเป็นเอกลักษณ์ เสียงที่มักจะสั่นประสาทเธอด้วยความกวนประสาทยามอยู่บนพื้นดิน เสียงของ ‘ไอ้บ้าเท็น’ อดีตคู่แข่งตัวแสบที่หายหน้าไปจากวงการนักบินเมื่อห้าปีก่อน
.
มัทนาเงยหน้าขึ้นมองเขา นัยน์ตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งทระนง บัดนี้มีเพียงความยอมจำนนและความเจ็บปวด เธอปล่อยมือจากไดอารี่ โผเข้ากอดรอบคอแกร่งของเขาเต็มแรง ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยโฮออกมาอีกระลอกจนเสื้อยืดของเขาเปียกชุ่ม“ฮือออ... เท็น... ทำไมนายทำแบบนี้... ทำไมถึงยอมให้มัดด่าว่านายขี้แพ้มาตั้งห้าปี... ทำไมถึงปล่อยให้มัดหลงภูมิใจบ้าๆ บอๆ อยู่คนเดียว... ไอ้บ้า...” เธอแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น ทุบแผ่นหลังเขาด้วยเรี่ยวแรงที่แทบไม่เหลือ “นายทำแบบนี้ มัดจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน... มัดไม่ได้เก่งเลย... ที่มัดได้ติดปีก ก็เพราะนาย...”“ไม่... ไม่ใช่อย่างนั้นเลยมัดหมี่ ฟังผมนะ”สิบทิศหลับตาลง กัดสันกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึก เขาตวัดวงแขนกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่น ดันเธอออกห่างเพียงนิดเพื่อสบตากับเธออย่างจริงจังที่สุดในชีวิต ฝ่ามือใหญ่ประคองกรอบหน้าของเธอไว้มั่น“มัดเก่ง มัดคู่ควรกับสี่ขีดบนบ่าด้วยความสามารถของมัดเองร้อยเปอร์เซ็นต์... วันนั้นผมแค่เปิดทางรันเวย์ให้ แต่มัดเป็นคนพาเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้าและฝ่าพายุมาตลอดห้าปีด้วยตัวเอง... อย่าดูถูกความพยายามของตัวเองเด็ดขาด เข้าใจไหม”น้ำเสียง
ต่อให้เธอจะมองว่าผมเป็นพวกขี้แพ้ที่หนีปัญหาไปตลอดห้าปี ก็ไม่เป็นไร... แค่มัดได้บินด้วยความภูมิใจก็พอ’ฮึก...เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ระเบิดออกมาอย่างสุดจะทน มัทนาทรุดฮวบลงกับพื้นพรมอย่างหมดเรี่ยวแรง สองมือเล็กกำสมุดไดอารี่เล่มนั้นมากอดแนบชิดไว้กับอกแน่นราวกับมันคือหัวใจของเขาที่กำลังเต้นอยู่น้ำตาแห่งความรู้สึกผิด ความตื้นตัน และความรักที่อัดอั้น หลั่งไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวจนหายใจแทบไม่ทันตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอหลงภูมิใจมาตลอดว่าตัวเองเก่งกาจ สามารถเหยียบข้ามคู่แข่งอย่างเขามาได้ เธอใช้คำพูดเชือดเฉือนทับถมเขาในวันที่กลับมาเจอกัน หาว่าเขาเป็นคนขี้แพ้ที่หนีไปอยู่หอคอย... แต่สิบทิศกลับไม่เคยโต้ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มรับและยอมให้เธอตราหน้าอย่างหน้าตาเฉยผู้ชายคนนี้... ยอมสวมบทคนแพ้ ยอมทำลายโปรไฟล์ตัวเอง ยอมทิ้งความฝัน เพียงเพื่อรักษา ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘ความมั่นใจ’ ของเธอเอาไว้! เขาออมมือให้เธอคว้าที่หนึ่งไปอย่างสง่างาม โดยที่ตัวเขาเองถอยไปยืนคุมเรดาร์อยู่เบื้องหลังเงียบๆ“ไอ้คนบ้า... ฮือ... ไอ้คนงี่เง่า... ทำไมถึงทำแบบนี้...”มัทนาฟุบหน้าลงกับหัวเข่า ร้องไห้จนตัวโ
โครม!!“ว้าย!”มัทนาร้องเสียงหลง รีบกระโดดหลบกล่องกำมะหยี่ที่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นพรมอย่างแรง ฝากล่องเปิดอ้าออก ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ สมัยเรียนการบินทะลักกระจัดกระจายเต็มพื้น“ซวยแล้ว ทำของเขาพังไหมเนี่ย”หญิงสาวรีบทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นพรม มือเล็กค่อยๆ เก็บข้าวของใส่ลงกล่อง มีทั้งเนกไทนักบินฝึกหัด ไม้บรรทัดคำนวณทิศทาง (Flight Computer) และป้ายชื่อนักเรียนการบินของสิบทิศ ของทุกชิ้นถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยมทว่า... สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งที่กางหงายเปิดอยู่บนพื้นกระดาษถนอมสายตาแผ่นนั้นไม่ได้มีตัวหนังสือ... แต่มันคือ ‘ภาพสเกตช์ดินสอ’มัทนาขมวดคิ้ว มือที่สั่นน้อยๆ ค่อยๆ เอื้อมไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพวาดนั้นชัดๆมันเป็นภาพสเกตช์ลายเส้นพริ้วไหวแต่เก็บรายละเอียดได้อย่างประณีต ภาพของหญิงสาวในชุดนักเรียนฝึกบินกำลังยืนหันหลัง ทอดสายตามองออกไปยังลานจอดเครื่องบิน เส้นผมที่ถูกรวบเป็นหางม้ายุ่งๆ และอินทรธนูเส้นเดียวบนบ่า...ต่อให้มองจากดาวอังคาร เธอก็จำได้ว่าผู้หญิงในภาพนั้น... คือ
หัวใจของกัปตันสาวเต้นกระหน่ำจนปวดหนึบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดทับความกลัวที่กำลังตีตื้นขึ้นมา แล้วพยักหน้าช้าๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“อืม... ฉันอยากรู้ เล่ามาเถอะเท็น ต่อให้มันจะแย่แค่ไหน ฉันก็พร้อมฟัง”สิบทิศหลับตาลงชั่วอึดใจ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ลูกกระเดือกแกร่งขยับขึ้นลงอย่างยากลำบากเมื่อต้องขุดคุ้ยบาดแผลที่ฝังลึกมาถึงห้าปี เขาสูดลมหายใจยาว ริมฝีปากเผยอออกเตรียมจะปลดล็อกความลับทั้งหมด“ตอนนั้น... ตอนที่เราอยู่ปีหนึ่ง...”Rrrr… Rrrr… Rrrr!เสียงริงโทนเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดง (Emergency Override) จากสมาร์ตโฟนของสิบทิศที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก แผดเสียงกังวานก้องทำลายความตึงเครียดที่กำลังขมวดปมจนแตกกระเจิง!สิบทิศชะงักกึก สบถคำหยาบในลำคออย่างหัวเสียสุดขีด ชายหนุ่มไม่อยากละสายตาจากผู้หญิงตรงหน้า แต่เสียงริงโทนเฉพาะกิจนี้หมายถึงความเป็นความตายบนน่านฟ้า เขาจำใจปล่อยมือมัทนาแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย สบตากับเธอเป็นเชิงขอโทษ(“พี่เท็น! แย่แล้วพี่! ระบบประมวลผลเรดาร์ปฐมภูมิ (Primary Radar) ฝั่งทิศใต้จู่ๆ ก็จอดับไปเลย! รีบูตระบบก็ไม่ขึ้น ตอนนี้ทราฟฟิกบนฟ้ากำลังป่วนหนัก ผมต้องการรหัส