LOGINสองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้
“หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป “แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ “ก็ฉันอยากพูดกับแกนิวะ ถ้าแกหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาจะทำยังไงวะ ฉันเลยอยากจะชวนแกคุยน่ะ ฉันให้แกเลือกสองทางว่าแกจะคุยเรื่องไหนดี ระหว่างเรื่องผู้หญิงคนนั้นหรือว่าเรื่องคนร้ายที่ลอบทำร้ายแก” ชยุทพูดไปเพราะเขาอยากรู้ทั้งสองเรื่องเลย “เรื่องคนร้ายฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร รอให้ฉันหายดี ฉันเอาคืนมันแน่..” หยางอี้บอกไปแบบจริงจัง “ใครมันกล้าทำร้ายแกวะ...ศัตรูในไทยแกก็ไม่ได้มีใครนิวะ...” ชยุทถามต่ออย่างสงสัย “คนที่ทำร้ายฉันไม่ใช่คนไทย พวกมันเป็นคนจีน...ดูเหมือนว่าพวกมันจะตามฉันมาตั้งแต่ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว..พวกมันคือคนของเจ๋อหราน...ลูกชายของเพื่อนพ่อฉันเอง...” หยางอี้บอกไป “ลูกชายของเพื่อนพ่อเหรอวะ แล้วมันจะทำร้ายแกทำไมวะ...ฉันเคยได้ยินแกพูดถึงคนนี้นะ มันเป็นเพื่อนตอนเด็กๆของแกด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วมันจะทำร้ายแกไปเพื่ออะไรวะ” ชยุทถามเพื่อน “อืม...ก็เป็นแค่เพื่อนตอนเด็กๆเท่านั้น ตั้งแต่ฉันไปเรียนที่อังกฤษฉันก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย จนกระทั่งฉันกลับมารับช่วงต่อจากพ่อของฉัน...เมื่อหลายเดือนก่อนฉันต้องการถอนหุ้นและยุติธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อฉันทำกับพ่อของมันทั้งหมด นี่คงเป็นสาเหตุที่มันส่งคนมาทำร้ายฉันล่ะมั้ง” หยางอี้คิดไปแบบเดาๆ แต่ใจเขาก็เชื่อว่าเป็นแบบที่เขาคิดแน่นอน “ไม่น่าล่ะมันถึงส่งคนมาฆ่าแก ธุรกิจพวกนั้นพ่อแกทำมาเป็นสิบยี่สิบปีแล้วไม่ใช่เหรอวะ ทำไมอยู่ๆแกถึงจะหยุดล่ะวะ.....พ่อแกไม่ว่าเหรอวะ” ชยุทถามไป “ไม่ พ่อฉันเขาก็ไม่ได้อยากจะทำธุรกิจนี้อีกแล้ว ตอนนี้ลุงจูหลงไม่ได้ทำแค่ยาเสพติด แต่เขาเริ่มทำธุรกิจค้ามนุษย์และอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันกับพ่อไม่โอเค ฉันเลยตัดสินใจถอนหุ้นแล้วยุติทุกอย่าง...แต่ดูเหมือนว่าลุงจูหลงไม่ต้องการให้ฉันทำแบบนั้น” หยางอี้บอกเพื่อนตามตรง “ก็แน่ล่ะขึ้นหลังเสือแล้วมันลงยากนิวะ ถึงกับส่งคนมาฆ่าแกแบบนี้ฉันว่าคบไม่ได้แล้วล่ะว่ะ แล้วแกจะเอายังไงต่อไปวะ ” ชยุทบอกไป “ก็แก้แค้นสิวะ ในเมื่อกล้าส่งคนมาฆ่าฉัน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใจดีอีกต่อไป..ฉันต้องสั่งสอนคนที่มันกล้ามาทำร้ายฉันให้สาสมกับที่มันทำให้ฉันต้องมาเจ็บมาทรมานแบบนี้สิวะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เออ ถ้าแกมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย..ในจีนฉันอาจจะช่วยได้ไม่เท่าไหร่ แต่ในไทยฉันช่วยแกได้แน่” ชยุทบอกไปด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจแกมาก...เรื่องแก้แค้นฉันจัดการเองได้ แต่เรื่องผู้หญิงคนนั้นฉันอยากให้แกช่วยฉันหน่อย..ฉันอยากจะตอบแทนที่เขาช่วยฉัน” หยางอี้บอกไปแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก “แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ว่ามาเลย...” ชยุทถามเพื่อนทันที “เขาทำงานที่โรงแรมแกไม่ใช่เหรอ...เลื่อนตำแหน่งให้เขามาทำงานสบายๆหน่อย เป็นผู้จัดการหรืออะไรก็ได้ แล้วให้เงินเดือนเพิ่มสูงๆหน่อย..” หยางอี้บอกเพื่อนไป เพราะเขาอยากจะตอบแทนเธอ “อื้อหือ...สรุปนี่ผู้หญิงคนนี้ช่วยฉันหรือช่วยแกวะเนี่ย ตำแหน่งในโรงแรมฉันใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆนะโว้ย ถ้าเขาไม่มีความสามารถมากพอ คนอื่นๆก็จะว่าเขาได้นะโว้ย เขาทำตำแหน่งอะไรในโรงแรมฉันยังไม่รู้เลยเนี่ย” ชยุทบอกไป “...แกเป็นเจ้าของโรงแรมนะโว้ย มันต้องมีสักตำแหน่งแหละที่ให้เขาได้น่ะ...ทำเพื่อเพื่อนแค่นี่ไม่ได้เหรอวะ” หยางอี้บอกเพื่อนด้วยสีหน้าตึงๆ “ฉันล่ะเกลียดคำนี้จริงๆ พูดทีไรลำบากฉันทุกที...เออๆ พรุ่งนี้ฉันจะดูให้ละกัน...” ชยุทจำเป็นต้องตอบรับ เมื่อเพื่อนพูดมาขนาดนี้แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากสำหรับเขา “อืม ขอบใจมาก...จะให้ดีก็เอาหาประวัติของเขามาให้ฉันด้วย..” หยางอี้ยิ้มออกมาแบบเจ้าเล่ห์ แล้วเขาก็พูดเสริมไปอีกกับความต้องการอีกอย่างของเขา “แล้วแกจะเอาประวัติเขามาทำไมอีกวะ เขามีแฟนแล้วนะโว้ย...รู้ไปก็เท่านั้นแหละ แกไม่มีทางได้เขาหรอก” ชยุทว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “แกรู้ได้ยังไงวะว่าฉันจะไม่มีทางได้เขาน่ะ...ต่อไปเขาอาจจะมาเป็นผู้หญิงของฉันก็ได้...” หยางอี้ตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก “เห้ยๆ แกพูดแบบนี้อย่าบอกนะว่าแกจะแย่งแฟนคนอื่นน่ะหยางอี้...แบบนี้มันเลวเลยนะโว้ย” ชยุทได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจ เขาก็ว่าเพื่อนทันที “หึ..แล้วที่ผ่านมาฉันไม่เลวตรงไหนวะ เลวเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไปวะ ฉันว่าฉันตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วว่ะ ฉันอยากได้มาเป็นเมียฉัน...” หยางอี้บอกไปแบบล็อกเป้าหมายเรียบร้อย “เชี้ย! เย็นชากับผู้หญิงมาเป็นร้อยๆ แต่กลับมาตกหลุมรักอะไรกับคนที่มีแฟนแล้ววะเนี่ยนะ แค่เพราะเขาช่วยแก แกก็รู้สึกตกหลุมรักจนอยากจะเอาเขามาเป็นเมียเลยเหรอวะ...” ชยุทพูดแบบอึ้งแล้วอึ้งอีก “เออ..ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นนิวะจะให้ทำยังไงล่ะ...ยังไงฉันก็ต้องได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมีย แกคอยดูเถอะ..” หยางอี้พูดไปแบบมาดมั่น “แต่เขามีแฟนแล้วนะโว้ย คบกันมาตั้งห้าปีขนาดนั้นจะเรียกว่ามีผัวก็ยังได้เลย แกยังจะเอาอีกเหรอวะ” ชยุทบอกไปแบบให้เพื่อนคิดดีๆ “ฉันไม่ถือ ต่อให้เขาจะมีผัวมาแล้วเป็นสิบๆคน ฉันก็รับได้...ฉันอยากได้เขาก็คืออยากได้สิวะ แกจะมาพูดมากทำไมวะ...” หยางอี้ว่าเพื่อนไป “ก็แกจะไปเอาเมียคนอื่นเขานิวะ แกจะไม่ให้ฉันว่าแกได้ยังไงล่ะ เขารักกันดีๆแกก็จะไปแย่ง เฮ้อ...เลวนะนั่น” ชยุทพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยใจเลยทีเดียว “คนเราเจอคนถูกใจมันก็ต้องเลวกันหน่อยสิวะ พวกเขารักกันแล้วไง ฉันก็ทำให้เลิกรักกันได้ แกเอาประวัติเขามาให้ฉัน แล้วก็ขึ้นตำแหน่งให้เขาตามที่ฉันบอกก็พอ เดี๋ยวเรื่องทำให้ความรักร้าวฉานฉันจะจัดการเอง” หยางอี้บอกไป “เฮ้อ...แกนี่มันร้ายจริงๆ...ฉันล่ะกลัวแทนผู้หญิงคนนี้เลยว่ะ...ฉันว่าน่ะเขาโชคร้ายแล้วล่ะที่มาช่วยชีวิตคนอย่างแกน่ะ...มีผัวอยู่ๆดีๆก็ได้ผัวใหม่ซะงั้น” ชยุทว่าเพื่อนไปแล้วส่ายหน้าไปมาทันที เพราะดูท่าเพื่อนเขามันจะเอาจริงแน่ๆ “...ผัวใหม่ที่ดีกว่าผัวคนเดิม เขาควรจะดีใจสิวะ หึๆ...” หยางอี้ตอบกลับไปก็ยิ้มออกมาแบบขำๆ “เอาที่แกสบายใจเถอะว่ะ เฮ้อ...” ชยุทบอกไปแบบยอมใจ เพราะเขาเป็นเพื่อนกันมานานเขารู้ว่าอะไรที่เพื่อนเขาต้องการแล้วมันก็ต้องได้ ดังนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เตรียมตัวชีวิตวุ่นวายเพราะมันได้เลย จากนั้นสองหนุ่มก็พูดคุยกันจนถึงโรงพยาบาล หยางอี้ก็เข้าพักในห้องพักวีไอพีที่หมอเตรียมไว้ให้ โดยมีซูหานนั้นคอยดูแล ส่วนชยุทพอเพื่อนพักผ่อนแล้วเขาก็เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พร้อมกับเลื่อนนัดประชุมไปช่วงบ่ายแทน เพราะนี่ก็ตีสามกว่าแล้ว เขาคงตื่นไปประชุมไม่ไหวแน่ๆลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ฝ้ายก็มองชยุตแบบช่างใจ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่แย่สำหรับเธอ บางทีเธออาจจะลองศึกษาเรียนรู้เขาแบบที่ทุกคนแนะนำได้ หากมีสัญญาหย่าแบบนั้นเธอก็กล้าที่จะลอง“ถ้าคุณทำสัญญาแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะลองดูค่ะ...” ฝ้ายบอกไปแบบยอมๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจให้เธอเห็น“คุณพูดจริงๆเหรอฝ้าย คุณตกลงจริงๆใช่ไหม” ชยุตก็รีบเข้าไปจับมือฝ้ายแล้วถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ“ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำตัวไม่ดีฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ” ฝ้ายก็พยักหน้าบอกเขาแล้วพูดเตือนเขาไป“ผมจะทำตัวดีแน่นอน ผมไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่ให้โอกาสผม....พรึบ...ขอบคุณนะฝ้าย...ขอบคุณจริงๆ” ชยุตบอกเธอแล้วดึงเข้าไปกอดอย่างรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยเธอก็ยังใจอ่อนให้เขา“ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะที่รับผิดชอบฉันกับลูก หวังว่าเราสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยดีนะคะคุณชยุต” ฝ้ายก็เอามือลูบหลังของเขาแล้วพูดบอกไปอย่างที่ใจหวัง“ผมจะทำให้ดีที่สุด...” ชยุตก็ตอบฝ้ายอย่างดีใจ เขาก็โอบกอดเธอแน่นเลย“เข้าใจกันสักทีนะ เราสองคนก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วที่รัก...” หยางอี้เข้าไปหาลินดาแล้วพูดอย่างดีใจเช่นกัน“ใช่ค่ะ ลงเอยกันได้แบบนี้ฉันก็ดีใจค่ะ” ลินดาก็ยิ้มให้สามีแล้วรู้สึกยินดีกั
“ก็มาตั้งแต่ที่คุณคุยกับพี่ลู่หลิงแล้ว คุณท้องลูกของผม คุณไม่คิดจะบอกผมยังไม่พอ คุณตั้งใจจะปิดบังผมอีก คุณนี่มันใจร้ายมากเลยนะฝ้าย” ชยุตก็ต่อว่าฝ้ายอย่างไม่พอใจที่เธอปิดบังเขา“คุณจะมาว่าฉันใจร้ายได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณไม่ต้องตั้งใจให้เด็กคนนี้เกิดมาสักหน่อย คุณก็ไม่สมควรที่จะรู้” ฝ้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ยอม“ถึงผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็ไม่คิดที่จะทิ้งลูกของตัวเองหรอกนะฝ้าย ผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเด็กคนนี้ แล้วก็คุณ” ชยุตบอกไปแล้วมองฝ้ายแบบจดจ้อง“แต่ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วฉันก็ดูแลลูกของฉันเองได้ค่ะ คุณคิดซะว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้ก็แล้วกันค่ะ” ฝ้ายตอบเขาไปแล้วหลบสายตา เพราะเธอไม่ได้อยากจะเอาลูกมาบีบให้เขารับผิดชอบเธอไปด้วย“ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง ลูกของผมทั้งคนนะ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของผมไปตกระกำลำบากแน่ ยังไงผมก็จะไม่ปล่อยลูกของผมไป” ชยุตพูดแบบมาดมั่น“ถ้าคุณอยากจะมีลูกขนาดนั้น ก็ไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องสิคะ มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณนะคะ จะมาแย่งลูกกับฉันทำไม” ฝ้ายก็พูดประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“ผมไม่ได้อยากจะมีลูกกับใคร และผมก็ไม่ได้ใจง่ายทำผู้หญิง
“ขึ้นมาคุยกับฉันบนรถ...ฉันไม่อยากให้ใครมาได้ยินเราคุยเรื่องนี้กัน...” ลู่หลิงเดินออกมาแล้วรถของเธอก็จอดรออยู่ เธอก็บอกซูหานทันที “ครับคุณหนูใหญ่...งั้นเชิญเลยครับ” ซูหานก็ตอบรับแบบเข้าใจ แล้วเขาก็เชิญเธอขึ้นไปก่อน แล้วเขาก็ตามขึ้นไปนั่งข้างๆเพราะเป็นที่นั่งแบบวีไอพีคนล่ะเบาะกันอยู่แล้ว“นายสองคนลง
“ก็คุณไม่ถามผมนิ...ผมก็บอกคุณแล้วนี่ไง” หยางอี้ไม่ยอมเฉลยก็แกล้งพูดกวนเธอไป เพราะอยากรู้ว่าเธอจะว่ายังไงต่อ“ยังจะมีหน้ามาว่าฉันอีกนะ คุณมีเมียอยู่แล้วแล้วคุณจะพาฉันมาด้วยทำไมห้ะ ฉันไม่เป็นเมียน้อยของคุณหรอกนะ ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว ฉันจะกลับไทย...” ลินดาลุกไปชี้หน้าต่อว่าเขาแบบโมโห“คุณจะกลับยังไงนี่เ
ห้าทุ่ม..โรงพยาบาลที่ทำงานของบีม บีมก็มาทำงานตามปกติเขาก็ไปตรวจคนไข้รอบดึกก่อนจะกลับมาที่ห้องทำงานของเขา เพื่อจะเชครายละเอียดของคนไข้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วหลังเที่ยงคืนเขาจะต้องไปที่ห้องฉุกเฉินแล้วอยู่เวรจนถึงตอนเช้า“ก๊อกๆ ขออนุญาติค่ะอาจารย์...พอดีหนูอยากจะให้อาจารย์ช่วยทำแผลให้หนูหน่อยน่ะ
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท 13.00 น ชยุทก็สั่งให้ผู้อำนวยการผู้จัดการโรงแรมเลื่อนตำแหน่งของลินดาจากหัวหน้าฝ่ายดูแลห้องพัก มาเป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลห้องพักแทน พร้อมกับขึ้นเงินเดือนให้เธอตามเกณฑ์กำหนดของโรงแรม จากนั้นเขาก็เข้าประชุมในรอบบ่าย หลังจากที่เลื่อนนัดจากตอนเช้ามา“อะไรนะคะพี่หนุ่ม...ทำไมอยู







