Share

บทที่ 2

Author: ฝนพรำ
ภาพที่แนบมาด้วยเป็นภาพอาหารชั้นเลิศของห้องอาหารสุดหรู

แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่ฉันก็ยังสังเกตเห็นแหวนแต่งงานที่โผล่ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจตรงมุมขวาบนอยู่ดี

ตอนฉันแต่งงานกับกู้โม่เชิน ฉันตั้งใจเลือกมันเป็นอย่างดี

แต่เขาเอาแต่ใส่มันไว้ที่นิ้วก้อยซ้าย

เพราะมันแสดงว่าเขาโสด

เจ็บปวดใจจริงๆ

แหวนที่เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน คือเครื่องหมายที่บอกว่ากู้โม่เชินโสด

วันเกิดครบหกขวบของลูกชาย เขาดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับชู้ที่ห้องอาหารสุดหรู

ตอนนี้ความขมขื่นทั้งหมดกลายเป็นความสงบ

ฉันกดไลก์แล้ววางมือถือลง

หันมาใส่หมวกวันเกิดให้ลูก

“เถาเถา สุขสันต์วันเกิดนะ”

ภายใต้แสงเทียน ลูกหลับตาแล้วพนมมือ

“คำอธิษฐานในวันเกิดของผมคือ ขอให้ได้อยู่กับแม่ตลอดไป”

ฉันหยิบมือถือขึ้นมา เก็บภาพเวลานี้ไว้

ตอนนี้ความคิดไปจากที่นี่ก็หนักแน่นมากเช่นกัน

“โอเค แม่สัญญา”

เย็นวันนั้น เราสองคนไม่มีใครพูดถึงกู้โม่เชินอีก

ราวกับว่าบ้านหลังนี้มีแค่สองคนตั้งแต่แรก

หลังจากลูกหลับแล้ว ฉันเอาคำร้องขอจดทะเบียนหย่าที่เตรียมไว้ออกมาจากลิ้นชัก

ความลังเลสุดท้ายที่อยู่ในใจจางหายไปเช่นกัน

เวลาตีสอง ในที่สุดกู้โม่เชินก็กลับมาที่บ้าน

พอเห็นเค้กบนโต๊ะ ในดวงตาเขาฉายแววเสียใจเล็กน้อย

“ขอโทษนะ ฉันลืมไปเลย”

ฉันรู้สึกตลกมาก ส่งข้อความไปเตือนซ้ำๆ

อย่าบอกนะว่าเขาไม่เห็นจริงๆ?

หรือว่าความอ่อนโยนของหญิงสาวเย้ายวนใจเกินไป ทำให้เขาลืมทุกอย่างไปจนหมด

เอาคำร้องขอจดทะเบียนหย่าออกมาแล้วเปิดไปที่หน้าสุดท้าย ฉันแสร้งทำเป็นนิ่งแล้วยื่นให้เขา

“นายเซ็นสิ......”

ยังพูดไม่ทันจบ มือถือของกู้โม่เชินดังขึ้นมา

เสียงของสวีชิงชิงที่มีความตื่นตระหนกเล็กน้อยดังขึ้น

“ประธานกู้ เหมือนบ้านฉันไฟดับ คุณมาอยู่เป็นเพื่อนฉันได้ไหม? ฉันกลัวมาก”

กู้โม่เชินลุกขึ้นยืนทันที ในดวงตาฉายแววร้อนใจ

“รอแป๊บ เดี๋ยวฉันไป”

พอวางสาย เขาเซ็นชื่อลงบนเอกสารโดยไม่ได้ดูสักนิด

ฉันถอยไปด้านข้าง มองเขาออกไปเงียบๆ

กู้โม่เชิน นายต้องจดจำไว้ตลอดชีวิต

นายเป็นคนทิ้งครอบครัวนี้เอง

วันต่อมา ฉันกลับมาส่งมอบงานที่บริษัท

กู้โม่เชินมาหาฉัน ยื่นกล่องของขวัญที่ห่ออย่างสวยงามให้ฉัน

“ของขวัญวันเกิดเถาเถา เมื่อวานลืมให้เขา”

ฉันชะงักเล็กน้อย รับของขวัญมาเปิดดู

เป็นตุ๊กตาหมาตัวน้อย

และสิ่งที่ลูกกลัวที่สุดก็คือหมา

ตอนห้าขวบ กู้โม่เชินพาลูกไปสวนสนุก

ระหว่างทางบังเอิญเจอเพื่อน ก็เลยปล่อยมือที่จับเขาอยู่

ลูกชายที่ยังเด็กพลัดหลงอยู่ในกลุ่มคน

ตอนเจอตัวอีกที ลูกนั่งยองตัวสั่นงันงกอยู่ข้างทางเพราะตกใจกลัวหมาจรจัด

หลังจากวันนั้น หมากลายเป็นฝันร้ายของลูกไปตลอดกาล

ทว่าตัวการสำคัญยังเอามันมาเป็นของขวัญ

บอกไม่ถูกเลยว่าโมโหหรือผิดหวังมากกว่ากัน ฉันเอากล่องวางไว้ด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ

น้ำเสียงราบเรียบ

“ขอบใจ”

กู้โม่เชินมองฉันอย่างแปลกใจแวบหนึ่ง หลังจากนั้นคิดอะไรได้แล้วพูดออกมาอีกครั้ง

“บ้านชิงชิงไฟดับ ฉันว่าจะให้เธอมาอยู่ที่บ้าน”

“วันนี้เธอไม่ต้องทำงานแล้ว กลับไปเก็บของ พาลูกออกไปพักข้างนอกสักสองวัน”

คำพูดลอยๆ เพียงประโยคเดียว แต่เหมือนค้อนหนักๆ ทุบลงบนหัวใจฉัน

ฉันมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

“หมายความว่านายจะไล่ฉันกับลูกเพราะสวีชิงชิงเหรอ?”

กู้โม่เชินขมวดคิ้ว

“อย่าพูดให้ฟังดูแย่ขนาดนั้นสิ แค่พักชั่วคราวเท่านั้นเอง”

“ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะแต่งงานลับๆ ก็ต้องหลีกเลี่ยงความสงสัยเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน”

ฉันหัวเราะ รู้สึกเจ็บจี๊ด

แค่เพื่อนร่วมงานจริงเหรอ?

แค่ไม่อยากให้สงสัยจริงเหรอ?

หรือเขาคิดว่าฉันกับลูกส่งผลกระทบต่อการสานสัมพันธ์รักของเขา ไม่อยากให้คนอื่นรู้?

ฉันไม่อยากมองเขาอีก กลับมานั่งทำงานต่อที่โต๊ะ

“เข้าใจแล้ว”

“ฉันจะเก็บของและพาลูกออกไปให้เร็วที่สุด ไม่รบกวนพวกนายแน่นอน”

ยังไงก็จะไปอยู่แล้ว ช้าหรือเร็วก็ไม่สำคัญ

พอเห็นฉันตอบตกลงอย่างรวดเร็ว กู้โม่เชินดันอึ้งซะอย่างนั้น

เขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

“ฉันจะชดเชยให้พวกเธอ”

ฉันไม่ได้เงยหน้า เอาแต่เงียบอยู่อย่างนั้น

ความเสียใจมันเกิดขึ้นแล้ว ชดเชยยังไงก็ไม่สามารถซ่อนความผิดที่ทำไว้ได้

กลับมาถึงบ้าน ฉันเก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย พาลูกออกจากบ้าน

พอผลักประตูออกมา ดันเจอกู้โม่เชินพาคนกลับมาพอดี

เขาใช้มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางของสวีชิงชิง มีความเป็นแฟนหนุ่มสุดๆ

วินาทีที่สบตากัน ฉันเห็นอย่างชัดเจนว่าในดวงตาของเขามีความตื่นตระหนกแวบหนึ่ง
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 8

    ฉันใช้เวลาห้าปีมายืนข้างกายกู้โม่เชิน แต่เขากลับใช้เวลาเพียงคืนเดียว ทำให้ความทุ่มเทของฉันสูญเปล่าฉันขยับมุมปากเล็กน้อย อยากรักษาภาพลักษณ์ความเป็นผู้ใหญ่ไว้ฉันเปิดประตู ไม่ได้หันกลับไปมอง“เข้ามานั่งสิ”กู้โม่เชินตาเป็นประกาย รีบเดินตามฉันมาทันที“น้ำตาลสองก้อน ไม่ใส่นม”ฉันเทกาแฟมาวางข้างหน้ากู้โม่เชินหนึ่งแก้ว แล้วนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่งเสียงของกู้โม่เชินแหบเล็กน้อย“เธอยังจำได้นิ”ฉันหัวเราะ ไม่ได้พูดอะไรต่อ“ในเมื่อนายมาหาฉัน คงเห็นเอกสารการหย่าร้างแล้วสินะ?”“นายไม่ต้องแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้ฉัน ฉันต้องการแค่สิทธิในการเลี้ยงดูเถาเถา”ลมหายใจของกู้โม่เชินขาดห้วง เขาเงยหน้ามองฉัน“หลินหว่านอี ฉันไม่เห็นด้วยกับการหย่า”ฉันพยักหน้าเฉยๆ เดาได้นานแล้ว“ไม่เป็นไร ฉันรอได้ แยกกันอยู่สามปีก็ได้”กู้โม่เชินวางแก้วอย่างแรง แก้วกระแทกกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง“หลินหว่านอี เธออยากไปจากฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”“อย่าลืมสิ หกปีก่อน เธอเป็นคนปีนขึ้นเตียงฉันเองนะ”รู้สึกปวดหน่วงๆ ที่หัวใจ ฉันมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ในที่สุดก็เข้าใจทุกอย่างสักที“เหอะ”“กู้โม่เชิน ที่แท้หลายปีที่ผ

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 7

    คืนนั้นกู้โม่เชินนั่งอยู่ที่พื้นในห้องครัวทั้งคืนเป็นครั้งแรกที่สภาพเขาแย่ขนาดนี้เมื่อก่อนไม่ว่าเขากลับบ้านดึกขนาดไหน จะมีแสงไฟส่องสว่างเพื่อเขาเสมอจะมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาเงียบๆ รอเขากลับบ้านเสมอตอนนี้ไม่มีอีกแล้วคฤหาสน์หลังใหญ่เหลือเขาเพียงคนเดียว รอฟ้าสางอย่างโดดเดี่ยววันต่อมา กู้โม่เชินตรงมาที่บริษัท โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำผลักประตูห้องทำงานเข้ามา โต๊ะทำงานของฉันโดนคนจัดให้เรียบร้อยไปนานแล้วสะอาดจนดูแปลกตามีเอกสารฉบับบางๆ วางแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะเหมือนกล่องแพนโดร่ารอคนมาเปิดเปิดดูด้วยมืออันสั่นเทา ตัวอักษรยาวเป็นพืดปรากฏสู่สายตา[เนื่องจากนิสัยของทั้งสองฝ่ายเข้ากันไม่ได้ ส่งผลให้สามีภรรยายืนยันว่าความสัมพันธ์พังทลายลง ไม่มีโอกาสคืนดีกันอีก][ทั้งสองฝ่ายพูดคุยและยินยอมหย่าร้างกันโดยสมัครใจ และเห็นพ้องที่จะทำข้อตกลงร่วมกันดังนี้......][ฝ่ายชาย: กู้โม่เชิน][ฝ่ายหญิง: หลินหว่านอี]“ที่แท้เธอคิดจะไปจากฉันจริงๆ”กู้โม่เชินหัวเราะ ทว่าน้ำตาดันคลอเบ้าแบบไม่รู้เวล่ำเวลาเขาเคยคิดจะจากไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ดันคิดไม่ถึงว่าคนที่ตัดสินใจก่อนจะเป็นฉัน

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 6

    กว่าจะอดทนอยู่จนจบงานไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากทักทายฝ่ายจัดงานเสร็จเรียบร้อย กู้โม่เชินรีบกลับเหมือนหนีอย่างไรอย่างนั้นพอกลับมาถึงบ้าน อาการเมาโถมเข้าใส่เช่นกันกู้โม่เชินประคองศีรษะ ผลักประตูอย่างโซซัดโซเซ“หลินหว่านอี เอาน้ำให้หน่อย”เมื่อสิ้นเสียง ทั้งบ้านเงียบกริบกู้โม่เชินเงยหน้าขึ้นมา มองห้องโถงมืดสนิท เขาเพิ่งรู้ตัวฉันกับลูกออกมาตั้งแต่เมื่อวานกู้โม่เชินเปิดไฟแล้วไปที่ห้องครัวเอาน้ำอัดลมออกมาจากตู้เย็นหนึ่งกระป๋อง ตอนปิดประตูตู้เย็น เพิ่งสังเกตว่ามีสติ๊กเกอร์หลากหลายขนาดติดอยู่เต็มประตูตู้เย็นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ส่วนใหญ่เป็นตัวการ์ตูนที่เด็กๆ ชอบมองรูปที่ปกติรู้สึกว่ามันปัญญาอ่อนสุดๆ กู้โม่เชินอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้เหมือนตรงหน้าปรากฏภาพที่เถาเถาค่อยๆ ย่องเข้าไปในห้องหนังสือเขาถือหนังสือนิทาน เดินมาตรงหน้ากู้โม่เชินอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า“พ่อ อ่านหนังสือเป็นเพื่อนผมได้ไหม?”แล้วเขาพูดยังไงน่ะเหรอ?กู้โม่เชินหยุดดื่มน้ำ สายตาเดาอารมณ์ไม่ออกเขาพูดว่า“ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลา”พอคิดถึงตรงนี้ จู่ๆ กู้โม่เชินรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาดเอามือถือออกมา สุดท้ายก็

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 5

    ตรงหน้าปรากฏภาพแผ่นหลังของฉันกับลูกที่จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว กู้โม่เชินหัวใจเต้นแรงมากบางทีเขาควรหยุดพฤติกรรมไม่รู้จักโตของตัวเองบางทีผ่านมาหลายปี ฉันอาจเปลี่ยนไปแล้วบางที......หกโมงเย็น กู้โม่เชินพาสวีชิงชิงมาร่วมงานเลี้ยงที่หุ้นส่วนเป็นผู้จัดไม่เจอฉันมาหนึ่งวันแล้ว กู้โม่เชินถือแก้วไวน์อย่างเหม่อลอยเล็กน้อยครั้งนี้ตัวเองทำเกินไปหรือเปล่า?จู่ๆ ประโยคนี้แวบเข้ามาในหัวกู้โม่เชินเม้มปาก ดื่มไวน์ทีเดียวหมดแก้วเอามือถือออกมา ขณะที่กำลังจะส่งข้อความหาฉัน ดันมีหุ้นส่วนเดินเข้ามาขัดจังหวะ“ประธานกู้ แผนครั้งที่แล้ว......”กู้โม่เชินชะงักไป รีบเก็บความคิดอื่นเอาไว้ เข้าสู่โหมดการทำงานทันทีขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอย่างถูกคอ จู่ๆ เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะ“ประธานกู้ ขนมนี่อร่อยมากเลย”สวีชิงชิงถือคัพเค้กช็อกโกแลตหนึ่งชิ้น ในดวงตามีความไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องรู้ราวการพูดคุยโดนขัดจังหวะ สีหน้าพวกเขาไม่สู้ดีสวีชิงชิงดันดูสีหน้าท่าทางไม่ออกอีก หัวเราะแล้วเดินเบียดมาด้านหน้ากู้โม่เชิน ยื่นคัพเค้กช็อกโกแลตไปที่ปากของเขากู้โม่เชินไม่ทันระวัง ช็อกโกแลตกับครีมเลอะเต็มหน้

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 4

    เห็นตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวบนอีเมล จู่ๆ กู้โม่เชินรู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีขณะที่กำลังจะเปิดดู สวีชิงชิงเดินนวยนาดเข้ามา“ประธานกู้ นี่รายงานครั้งที่แล้ว”สวีชิงชิงเอาเอกสารวางบนโต๊ะ เดินมาข้างกู้โม่เชินอย่างคุ้นชิน วางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเขาเมื่อก่อน นี่คือพฤติกรรมคลุมเครือที่รู้กันโดยไม่ต้องพูดของทั้งสองคนตอนนี้จู่ๆ กู้โม่เชินรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมกู้โม่เชินนั่งตัวตรงแล้วเปิดเอกสาร อ่านแค่หน้าเดียวก็ขมวดคิ้วทั้งหน้าแทบไม่มีอะไรถูกต้องเลย นอกจากรูปแบบเอกสารแม้แต่ชื่อแผนกยังพิมพ์ผิดกู้โม่เชินโยนเอกสารลงบนโต๊ะทันที พูดด้วยเสียงเย็นชา“ใครเป็นคนทำรายงานฉบับนี้? ไม่มีทักษะการทำงานขั้นพื้นฐานเลยเหรอ?”“ไปเรียกผู้จัดการเฉินมาหาฉัน ฝ่ายบุคคลของพวกเขารับคนเข้ามายังไง!”สีหน้าสวีชิงชิงไม่สู้ดีทันที“ประธานกู้ ฉันเป็นคนทำเอง”ไฟแห่งความโกรธทั้งหมดดับลงทันทีกู้โม่เชินมองสวีชิงชิงที่ดูเหมือนตกใจ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกจนปัญญาสวีชิงชิงมองเขาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า เสียงแผ่วเบา“ประธานกู้ คุณไม่พอใจที่ฉันโง่ใช่ไหม?”เธอเช็ดน้ำตา แสดงความดื้อดึงแบบสาวน้อยไร้เดียงสาออกมา“ถ้าคุณไม่

  • มิอาจหวนคืน   บทที่ 3

    สวีชิงชิงอุทานด้วยความตกใจ แล้วถามว่า“เลขาหลิน คุณมาอยู่บ้านประธานกู้ได้ยังไง?”เมื่อได้ยิน ฉันดึงลูกมาหลบด้านหลังทันที บังไม่ให้เขาเห็น“ฉัน......”“พวกเธอเป็นญาติฉันน่ะ พักอยู่ที่นี่ชั่วคราว”เพิ่งเอ่ยปาก กู้โม่เชินก็พูดตัดบทฉันทันทีกำมือที่จับกระเป๋าเดินทางไม่หยุดแม้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ทุกครั้งที่ได้ยิน รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใจทุกทีขณะที่ฉันกำลังจะพูด ลูกดันพูดขึ้นมาก่อน“สวัสดีครับคุณลุง”ฉันหันไปมองอย่างไม่อยากเชื่อ เห็นเพียงขอบตาแดงระเรื่อของลูก“แม่ เราไปกันเถอะ”ตอนนี้คำพูดทั้งหมดจุกอยู่ที่ลำคอ ฉันขยับมุมปากเล็กน้อยแล้วตอบเสียงเบา“โอเค”วินาทีที่เดินสวนกัน กู้โม่เชินดึงฉันไว้เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ“เถาเถา......เรียกฉันว่าอะไรนะ?”ฉันหัวเราะ รู้สึกเจ็บปวด“นี่คือสิ่งที่นายต้องการมาตลอดไม่ใช่หรือไง? ประธานกู้?”แต่งงานลับๆ มาหกปี นอกจากกู้โม่เชินไม่เปิดเผยว่าเราเป็นสามีภรรยากันเขายังทำถึงขั้นที่ไม่เคยให้ลูกเรียกว่าพ่อความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือเมื่อก่อนเขาบังคับให้ลูกเรียกว่าลุงตอนนี้ลูกเป็นฝ่ายกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์กับเขาเองฉันหลุบตาลง ใช้แร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status