LOGINซูเหราเป็นสาวสวยเซ็กซี่ที่มีชื่อเสียงในวงการ ด้วยริมฝีปากสีแดงเชิดขึ้นเล็กน้อยและดวงตาที่ชวนหลงใหล สือเยี่ยนชิงคือทายาทที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลมหาเศรษฐี เขาเป็นเหมือนดอกไม้บนยอดเขาหิมะที่เอื้อมไม่ถึง ดูเย็นชา เคร่งขรึม และควบคุมตัวเองได้อย่างดี ไม่มีใครรู้เลยว่า คนที่ดูแตกต่างกันสุดขั้วสองคนนี้ จะพัวพันพลอดรักกันอย่างเอาเป็นเอาตายที่เบาะหลังรถไมบัคในยามดึก หรือนัวเนียกันอย่างบ้าคลั่งในห้องน้ำงานเลี้ยงการกุศล หรือแม้กระทั่งหน้ากระจกบานใหญ่ของไร่ไวน์องุ่นส่วนตัว เขาบีบเอวเธอเอาไว้แล้วกระแทกจนเธอขาอ่อนแรง หลังจากปลดปล่อยอารมณ์กันอีกครั้ง เสียงสายน้ำจากฝักบัวก็ดังแว่วมาจากในห้องน้ำ ซูเหราพิงหัวเตียและต่อสายโทรศัพท์ถึงพ่อของเธอ “หนูตกลงแต่งงานกับคุณชายตระกูลใหญ่แห่งหนานเฉิงที่กำลังจะตายเพื่อแก้เคล็ดให้เขาก็ได้ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง...” ปลายสายตอบกลับด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด “ว่ามาเลย! ขอแค่ลูกยอมแต่ง เงื่อนไขอะไรพ่อก็ยอมทั้งนั้น!” “รอหนูกลับบ้านแล้วค่อยคุยรายละเอียดนะคะ” น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนหวาน แต่แววตากลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ซูเหราวางสายและกำลังจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า แต่ว่าหางตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นโน้ตบุ๊กของสือเยี่ยนชิงที่วางอยู่ข้างๆ หน้าจอไลน์สว่างวาบขึ้นมา ข้อความล่าสุดมาจากหญิงสาวที่บันทึกชื่อไว้ว่า “รั่วเฉี่ยน” [พี่เยี่ยนชิงคะ ฟ้าร้องดังมากเลย ฉันกลัวจัง...] ปลายนิ้วของซูเหราสั่นขึ้นมาทันที จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดออก สือเยี่ยนชิงก็เดินออกมา หยดน้ำไหลผ่านไหปลาร้าลงมา เสื้อเชิ้ตของเขาถูกปลดกระดุมทิ้งไว้อย่างไม่ตั้งใจสองสามเม็ด ภายท่าทางเคร่งขรึมแต่ก็แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ “ที่บริษัทมีเรื่องนิดหน่อย ผมขอตัวก่อน”เขาหยิบเสื้อคลุมขึ้นมา น้ำเสียงยังคงเย็นชาเหมือนเคย ซูเหรายิ้มปากแดง “ที่บริษัทมีธุระจริงๆ หรือจะรีบไปหารักแรกกันแน่คะ?”
View Moreซูเหราเริ่มเรียนรู้ที่จะยอมตาม ในวันที่ยี่สิบเจ็ดหลังจากถูกกักขังเธอไม่ขัดขืนอีกต่อไป ไม่ประท้วงด้วยการอดอาหาร และบางครั้งถึงกับยิ้มให้สือเยี่ยนชิงบ้างเล็กน้อยในช่วงแรกสือเยี่ยนชิงยังคงระแวดระวัง แต่ในที่สุดเขาก็เริ่มเชื่อว่าบางทีเธออาจจะยอมรับในโชคชะตาแล้วจริงๆ“เช้านี้อยากทานอะไรครับ?” เช้าตรู่วันหนึ่ง สือเยี่ยนชิงถามเธอขณะที่กำลังผูกเนกไทอยู่ข้างเตียงซูเหราเอนกายพิงหัวเตียง ผมยาวสยายบนไหล่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอย่างสงบ “อะไรก็ได้ที่คุณทำค่ะ”นิ้วมือของสือเยี่ยนชิงชะงักไป แววตาฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มออกมา “ได้ครับ”เขาหันตัวเดินไปที่ห้องครัว แผ่นหลังดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่ค่อยเห็นซูเหรามองตามเงาหลังของเขาจนหายลับไปที่ประตู เธอรีบเลิกผ้าห่มขึ้นทันที แล้วหยิบโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งออกมาจากใต้ฟูกที่นอน นี่คือสิ่งที่เธอขโมยมาจากห้องทำงานของสือเยี่ยนชิงเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอรีบป้อนรหัสอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วรัวลงบนแป้นพิมพ์ระบบรักษาความปลอดภัยของเกาะถูกเธอเจาะเข้าไปอย่างเงียบเชียบ และสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ถูกเข้ารหัสไว้ก็ถูกส่งออกไปกลางดึก สามวันต่อมา ซูเหรายืนอยู่ตรงริมหน้าผา
เนื่องจากงานของบริษัทตระกูลสือสุมกองอยู่มาก สือเยี่ยนชิงจึงจำเป็นต้องกลับไปจัดการยามเย็น ณ เกาะส่วนตัววันที่สามหลังจากสือเยี่ยนชิงจากไป ซูเหรายืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองดูแสงอาทิตย์สุดท้ายบนเส้นขอบฟ้าที่ถูกกลืนกินไปคนรับใช้เดินเข้ามาอย่างเบาๆ แล้ววางแก้วลมนมอุ่นๆ ลง “คุณผู้หญิงคะ ดื่มสักนิดเถอะค่ะ”ซูเหราไม่ขยับ ได้แต่ถามว่า “เขาจะกลับมาเมื่อไหร่?”“ท่านประธานสือเยี่ยนชิงบอกว่าจัดการธุระที่บริษัทเสร็จก็…”“เพล้ง!”แก้วน้ำถูกปาใส่กำแพง เศษแก้วกระเด็นกระจาย นมหกเลอะเทอะเต็มพื้น“ฉันไม่ใช่คุณผู้หญิงอะไรทั้งนั้น” ซูเหราหัวเราะออกมา “ออกไปซะ”คนรับใช้ตกใจจนรีบถอยออกไปซูเหราก้มตัวลง หยิบเศษแก้วที่คมที่สุดขึ้นมาหนึ่งชิ้นในเวลาเดียวกัน ณ บริษัทตระกูลสือเมืองเป่ยเฉิงในห้องประชุม สือเยี่ยนชิงนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน ฟังการรายงานจากเหล่าผู้บริหารระดับสูง นิ้วมือลูบหน้าจอโทรศัพท์ไปมาโดยไม่รู้ตัวบนหน้าจอคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาได้รับเมื่อคืน ซูเหรายืนอยู่บนหาดทราย มองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ห่างไกล แผ่นหลังของเธอดูบอบบางราวกับจะถูกลมทะเลพัดหายไปได้ทุกเมื่อ“ท่านประธานสือเยี
ยามเช้า ณ เกาะส่วนตัว เฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนลานจอดใจกลางเกาะ เสียงของใบพัดค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาโขดหินซูเหราถูกสือเยี่ยนชิงอุ้มลงจากเครื่องบิน ทันทีที่เท้าแตะพื้น เธอก็ผลักเขาออกอย่างแรง“กักขังหน่วงเหนี่ยวผิดกฎหมายนะ?” เธอหัวเราะออกมา ชายกระโปรงชุดแต่งงานถูกลมทะเลพัดจนเสียงดังพึ่บพั่บ “ท่านประธานสือเยี่ยนชิงเริ่มทำงานต่ำช้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”สือเยี่ยนชิงไม่โกรธ แต่กลับยิ้มอ่อนๆ “แล้วจะทำไมล่ะ?”เขายกมือขึ้นลูบไล้แก้มของเธอ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ แต่แววตากลับร้อนแรงจนน่ากลัว “เหราเหรา คุณเป็นของผม”“ชาตินี้ อย่าได้หวังว่าจะได้แต่งงานกับคนอื่น”ภายในคฤหาสน์หลังหลักสือเยี่ยนชิงพาเธอเดินดูรอบทั้งเกาะ“ทุกอย่างที่นี่เป็นของคุณ” เขาผลักประตูหน้าต่างบานใหญ่ออก ลมทะเลหอบเอาไอกลิ่นเค็มชื้นพัดเข้ามา “สวน สระว่ายน้ำ ห้องสมุด... หรือแม้แต่ทะเลผืนนั้น”ซูเหราไม่สะทกสะท้าน “ฉันจะกลับ”“เหราเหรา ลืมเรื่องไม่สบายใจที่ผ่านมาซะ” สือเยี่ยนชิงกอดเธอจากด้านหลัง คางเกยบนศีรษะเธอ เขาพูดด้วยเสียงต่ำ “เรามาเริ่มต้นใหม่”“ทำเหมือนว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น”ซูเหราดิ้น
หนึ่งวันก่อนงานแต่งงาน ณ คฤหาสน์ส่วนตัวตระกูลเสิ่นซูเหรานั่งอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งในห้องเจ้าสาว ปลายนิ้วลูบไล้ไปบนเม็ดเพชรเล็กๆ บนชุดแต่งงานอย่างแผ่วเบาแสงแดดนอกหน้าต่างกำลังดี คนรับใช้ในคฤหาสน์ต่างยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมสถานที่งานแต่งงานของวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไปหมดเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น“พี่ครับ?”เสิ่นทิงหลานผลักประตูเข้ามา ในมือถือถ้วยชาดอกกุหลาบอุ่นๆ ส่วนอีกมือถือกล่องของขวัญกำมะหยี่สุดประณีตเขาอยู่ในชุดสูทสีดำที่รีดจนเรียบกริบ ปกเสื้อเปิดออกเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาสีทองนั้นอ่อนโยนจนเกินบรรยาย“มื้อเช้าพี่แทบจะไม่แตะเลยนะครับ” เขาวางถ้วยชาลงข้างมือเธอ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจนใจ “ทางห้องครัวบอกว่าพี่ดื่มนมไปแค่ครึ่งแก้วเอง”ซูเหราเงยหน้ามองเขา แล้วยิ้มเล็กน้อย “ท่านประธานเสิ่นทิงหลานนี่จะมาดุฉันด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”“ไม่กล้าหรอกครับ” เขาโน้มตัวลงยื่นกล่องของขวัญให้เธอ “แค่กลัวว่าพี่จะหิว”ซูเหราเปิดกล่องออก ข้างในคือช็อกโกแลตสุดประณีตไม่กี่ชิ้น“ได้ยินว่าเมื่อก่อนพี่ชอบช็อกโกแลตร้านนี้มาก” เสิ่นทิงหลานพูดเสียงเบา “ผมให้คนส่งมาจากสวิตเซอร์แล





