เข้าสู่ระบบ
ในห้องเลกเชอร์รวมของคณะนิเทศศาสตร์ เสียงพัดลมเพดานครางหึ่งสลับกับเสียงอาจารย์หน้าห้อง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยนักศึกษาที่นั่งบ้างหลับบ้าง แต่ที่โต๊ะแถวหลังสุด บรรยากาศกลับคุกรุ่นไปด้วยสายตาจับผิดของตาต้า เพื่อนสนิทของพรีม
เมื่อคืนพรีมค้างคืนที่ผับ มีห้องหนึ่งขึ้นไปอีกชั้นถูกจัดให้เปิดใช้โดยปานวาด ทว่าต่อให้ห้องกว้างขวางน่านอนสักแค่ไหน เธอก็หลับไม่ลงเพราะมันผิดที่ เช้าวันนี้ถึงได้มาเรียนด้วยขอบตาคล้ำบวมปูดโปนแบบนี้
“เมื่อคืนโทรมา?”
ตาต้ากระซิบ
“อืม”
“แล้วตอนฉันโทรกลับทำไมไม่รับ”
“ก็...” พรีมที่กำลังแสร้งทำเป็นจดเลกเชอร์ ไม่หันกลับไปมอง แต่ก็ยังเลือกที่จะกระซิบตอบ “ฉันหลับไปแล้ว”
“แล้วตอนนั้นโทรมาทำไม”
“มีเรื่องให้ช่วย แต่พอเห็นแกไม่รับฉันก็พยายามทำเอง”
“เรื่องอะไร”
ตาต้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ พรีมใช้มือข้างที่ว่างดันหน้าของเธอออกห่าง
“อาจารย์สอนอยู่ เดี๋ยวค่อยคุยเถอะ”
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาจารย์หันมาพอดี ตาต้าจึงทำตามที่เธอบอก
.
.
เสียงกริ่งหมดเวลาคาบเช้าเปรียบเสมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตเหล่านักศึกษาที่ขี้เกียจให้ลุกขึ้น หลั่งไหลออกจากห้องมุ่งตรงสู่โรงอาหารใต้ตึก บรรยากาศกลายเป็นความวุ่นวายที่คุ้นตา เสียงพูดยิ้มหัวเราะ เสียงช้อนส้อมกระทบจาน และกลิ่นหอมของอาหารคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่เปิดโล่งรับลม
พรีมกับตาต้าเดินถือจานมานั่งยังโต๊ะที่ว่าง โดยมีเพื่อนในห้องอีกสองคนมาสมทบ
“ไงสองสาว คาบเช้าโดนอาจารย์สมชายสกัดดาวรุ่งไปรอบนึง อิ่มทิพย์แทนข้าวเที่ยงเลยไหมจ๊ะ”
“เหอะ อิ่มทิพย์ไม่เท่าไหร่ กลัวได้คัดลอกวิจัยส่งทั้งเทอมน่ะสิ”
ตาต้าเป็นคนตอบและนั่นเรียกเสียงหัวเราะจากคนถามลั่นโต๊ะ ส่วนพรีมรายนั้นถ้ามีคนไม่สนิทอยู่ในวงสนทนาเธอจะทำเพียงยิ้มน้อยๆและพยักหน้าเท่านั้น รู้สึกโล่งอกที่ดูเหมือนว่าตาต้าจะลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้ว ถึงไม่ได้ถามต่อ แต่ไปคุยเรื่องกระเป๋าสะพายคอลเลกชั่นใหม่กับเพื่อนอีกคนแทน
.
.
แสงแดดร่ำไรยามเย็นเริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้มอมแดง บรรยากาศในรอบมหาลัยเริ่มซาความพลุกพล่าน และสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้พรีมรู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด
“ไปก่อนนะแก พ่อมารับแล้ว”
“อือ..”
“ถึงห้องแล้วบอกด้วยนะ”
“อื้อ..”
“อะไร? ทำไมพูดสั้นจัง ว่าแต่พัชรกลับมายังอ่า”
“ยังเลย”
“หมอนี่.. ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว” ตาต้ากัดฟันกรอด ก่อนจะโบกมือให้เพื่อนสนิท ตอนเหลียวหลังข้ามไหล่ตัวเองแล้วเห็นว่ารถหรูของพ่อจอดรออยู่ “พ่อเร่งแล้ว ไว้คุยกันนะ”
“อื้ม”
“กลับถึงห้องแล้วอย่าลืมบอกนะพรีม ฉันเป็นห่วง”
“รู้แล้วๆ”
เธอกระชับสายกระเป๋าแน่น มองรถของพ่อตาต้าแล่นออกไปจนลับตาก่อนจะเริ่มเดินบ้าง พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับนักศึกษาคนอื่นๆ ขณะเดินออกจากรั้วมหาลัยมุ่งหน้าสู่ป้ายรถเมล์ ในขณะเดียวกันสายตากลอกมองซ้ายมองขวาตลอดเวลาด้วยความหวาดระแวง
เมื่อถึงที่หมายและเห็นว่าทางสะดวก เธอจึงใช้กุญแจไขประตูห้องด้วยมือที่สั่นเทาเข้าไป แต่เหมือนยิ่งรีบจะยิ่งลนลานยิ่งช้า พอเข้าไปได้จึงปิดประตูและเลือกที่จะเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์แทนการเปิดไฟเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของคนภายนอก อาศัยเพียงแสงสลัวจากหน้าต่างรีบกวาดเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ยัดใส่กระเป๋าอย่างลนลาน น้ำตาเม็ดเป้งกลิ้งลงมาอาบสองแก้มด้วยความสมเพชในโชคชะตา แต่เธอไม่เวลาแม้แต่จะนั่งร้องไห้
แกร็ก!
เมื่อล็อกห้องเสร็จ เธอรีบสับเท้าออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังสถานที่เดียวที่จะพึ่งพิงได้ในตอนนี้ นั่นคือผับ ที่ทำงานพาร์ทไทม์แห่งใหม่ของเธอ งานที่นี่ไม่ใช่การทำงานแค่เพียงปกติทั่วไป แต่เธอขออนุญาตเจ้าของผับขอที่ซุกหัวนอนด้วย และงานที่เริ่มคือวันนี้เป็นวันแรก ในขณะที่นอนค้างไปก่อนแล้วหนึ่งคืน
ก็ยังถือว่าในความโชคร้ายนั้น ยังมีความโชคดี
.
.
แสงไฟนีออนสลัวสีน้ำเงินสลับแดงสาดส่องผ่านควันบุหรี่จางๆ ทั่วผับหรูระดับไฮเอนด์ เสียงดนตรีแนว EDM เบสหนักหน่วงดังสะเทือนเร้าอารมณ์
ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของพรีม ในฐานะพีอาร์สาวน้องใหม่ด้วยชุดเดรสเข้ารูปสีดำขับผิวขาวเนียนทั้งตัว ยิ่งโดดเด่นสะดุดตา ท่ามกลางลูกค้ากระเป๋าหนักที่จับจ้องกันตาเป็นมัน
พรีมพยายามรักษาแววตาให้มั่นใจ อย่าได้ประหม่า ฝืนยิ้มหวานขณะคอยดูแลชงเหล้าให้ลูกค้า ทั้งที่ในใจกำลังสั่นเทาและหวาดหวั่นไม่น้อย แอบหวั่นไหวกับสายตาโลมเลียของเสือผู้หญิงรอบตัว ทว่ากลับทำได้แค่เมินเฉย ไม่สามารถปกป้องตัวเองด้วยการเดินออกมาได้
ก็ไม่มีทางเลือกนี่เนอะ
ที่โซนวีไอพีชั้นสองที่สามารถมองเห็นลูกค้าได้ทั้งหมด นอร์ธ ชายหนุ่มเจ้าของสายตาคมกริบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ในสถานที่มีทั้งเสียงเพลง เสียงพูดคุย หัวเราะและบรรยากาศที่มันจะต้องสนุก แต่เขากลับเย็นชาราวกับไม่ไร้ชีวิตชีวา และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน กำลังนั่งพิงเบาะโซฟาหนังอย่างน่ายำเกรง เขายกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาคมครั่นคร้ามกวาดมองลงไปยังลานด้านล่าง ก่อนจะชะงักนิ่งไป ราวกับถูกมนต์สะกด
นั่นมัน.. รุ่นน้องมหาลัยที่เขาเคยเรียน
ภาพความหลังสว่างวาบขึ้นมาในหัว สมัยเรียนเขาเคยหลงเสน่ห์ในความสดใสและไร้เดียงสาของผู้หญิงคนนี้ จนคิดจะเดินหน้าจีบอย่างจริงจัง แต่ความจริงอันโหดร้ายกลับมาดึงรั้งเขาไว้เสียก่อน วงการสีเทาที่เต็มไปด้วยอันตราย มีทั้งคราบเลือด กลิ่นอายความเลว จะต้องเหยียบอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย มันรุนแรงเกินกว่าที่จะดึงใครเข้ามาเข้ามาได้ โดยเฉพาะดอกไม้บริสุทธิ์ เจ้าของสีหน้าจิ้มลิ้มน่ารักอย่างพรีม เขาถึงได้เลือกหันหลัง ปล่อยเธอไว้ตรงนั้นตลอดไป
ทว่าใครจะคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลก พาเธอก้าวเข้ามาในถิ่นของเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“เด็กคนนั้นเป็นใครนอร์ธ มึงรู้จักไหม”
หินเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันสะกิดพลางพยักพะเยอหน้าไปทางเธอ คนเดียวกับที่เขามองอยู่ก่อน
“หน้ากูเหมือนคนรู้จักผู้หญิงทั้งโลกรึไง?”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







