LOGIN“ไม่ต้องหาแล้ว” เสียงเบามากแต่ชัดเจน “ข้ากลับมาเอง” ฉางเยี่ยนิ่ง ดวงตาแดงขึ้นช้า ๆตลอดหลายปี ไม่มีผู้ใดเคยเห็นเขาร้องไห้ แม้แต่วันนี้ก็ไม่มีน้ำตาไหลลงมา เพียงหางตาแดงจัดนิ้วมือกำมือนางแน่นเท่าที่แรงเหลืออยู่ “อย่าไป…” คำเดิม แต่ครั้งนี้ไม่มีคำสั่ง ไม่มีการบังคับมีเพียงคำขอของชายคนหนึ่งที่แทบไม่มีแร
บทที่ 48 ไม่ต้องหาแล้ว หว่านอี๋ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่ากำหนดเกือบสามวัน กลางวันรถม้าแทบไม่หยุด กลางคืนพักเพียงเท่าที่เด็กสองคนรับไหว ยิ่งขึ้นเหนือ อากาศยิ่งหนาวจัด ถนนบางช่วงมีหิมะเก่าจับเป็นน้ำแข็งจนต้องลดความเร็ว แต่ทันทีที่พ้นทางอันตราย นางก็สั่งเปลี่ยนม้าแล้วเดินทางต่อ ข่าวจากชายแดนมาถึงอีกครั้ง
บทที่ 47 ข้าจะกลับ คืนนั้นหว่านอี๋แทบไม่ได้นอน ข่าวเรื่องกองทัพศัตรูรวมกำลังครั้งใหญ่ยังไม่มีผู้ใดส่งมาถึงหลินโจวโดยตรง แต่เส้นทางการค้าทางเหนือเริ่มปิดลงทีละสาย พ่อค้าหลายกลุ่มเปลี่ยนเส้นทาง บางกลุ่มถึงขั้นยอมขาดทุนเพื่อไม่ขึ้นเหนือเพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าสถานการณ์ไม่ดี หว่านอี๋นั่งอยู่ข้างเตียงจ
บทที่ 46 คนที่ไม่เผื่อทางกลับ ศึกชายแดนเหนือยืดเยื้อกว่าที่คาด จากสามวันกลายเป็นเจ็ดวัน จากเจ็ดวันกลายเป็นครึ่งเดือน หิมะตกหนักจนเส้นทางส่งเสบียงบางแห่งถูกตัดขาด กองทัพของฉางเยี่ยต้องรักษาแนวป้องกันสามจุดพร้อมกัน ขณะที่ชาวบ้านจากหมู่บ้านด้านหน้ายังอพยพออกมาไม่หมด เขาจึงถอยไม่ได้ ข่าวที่ส่งถึงหลินโ
บทที่ 45 ความจริงที่มาช้า ปลายฤดูใบไม้ร่วง ข่าวจากเมืองหลวงมาถึงหลินโจวพร้อมขบวนสินค้าของเหอจี้ครั้งนี้ไม่ใช่ข้อความจากชิงเถาแต่เป็นข่าวที่เผยจิ้งอันนำมาด้วยตนเอง “หลัวเยี่ยนหรงตายแล้ว” หว่านอี๋เงยหน้าจากกำไลหยกในมือ “ตาย?” “ตามเอกสาร เป็นโรคเก่ากำเริบ เสียชีวิตระหว่างพักรักษาตัวนอกเมือง” นางมองเข
บทที่ 44 เพียงรู้ว่ายังอยู่ ข้อความของหว่านอี๋ใช้เวลาเกือบสองเดือนกว่าจะถึงชายแดนเหนือ มันผ่านมือพ่อค้าสามคนเปลี่ยนเส้นทางสองครั้ง ก่อนถูกส่งถึงชิงเถาในห่อใบชาธรรมดาเด็กสาวอ่านเพียงครั้งเดียวก็ร้องไห้ข้ายังปลอดภัย สี่คำเท่านั้นแต่เพียงพอแล้ว สองปีกว่าที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดในจวนรู้แน่ว่าพระชายายังมีช







