เข้าสู่ระบบเมื่อเดินเข้ามาข้างในก็พบกับบรรยากาศที่เงียบเชียบและมืดสลัวเพราะกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่แผ่ใบปกคลุมด้านบนจนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาได้เพียงน้อยนิด ซึ่งทางเดินก็ยังเป็นทางเล็ก ๆ เหมือนที่สีฝุ่นเคยมากับนิลตราในครั้งแรกทำให้คนตัวเล็กระบายยิ้มในขณะที่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่สั่นระริกเพราะมันเป็นภาพที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด
แต่เมื่อเดินเข้ามาเป็นระยะทางหลายกิโลสีฝุ่นก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเธอมันเปลี่ยนไป ทั้งแสงสว่างที่จากเดิมทีก็มีเพียงแค่น้อยนิดแต่ตอนนี้กลับยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ จนเหมือนว่าใกล้จะค่ำแล้วด้วยซ้ำทั้ง ๆ ที่ด้านนอกตอนที่เธอลงมาจากรถท้องฟ้ายังสว่างสดใส
นาฬิกาที่ข้อมือเล็กก็บอกเวลาว่าผ่านเก้านาฬิกามาเพียงแค่ไม่กี่นาที และเสียงของแมลงหรือนกที่ขับขานก็พลันเงียบไปได้ยินเพียงแค่เสียงเท้าของเธอและเดโชที่เดินอยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่ดังอยู่ในตอนนี้
“เสียงฟ้าร้องเหรอ”
ซึ่งสีฝุ่นคิดในใจได้ไม่ทันไรว่าบรรยากาศมันเงียบแปลก ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็ส่งเสียงคำรามในทันที แต่มันเป็นเสียงที่ส่งสัญญาณเหตุการณ์เลวร้ายมากกว่าจะเป็นเรื่องดี
“อืม อีกไม่นานคงจะตก”
“ฝนตก! แล้วเราจะไปพักที่ไหนล่ะ”
“เร่งเดินไปให้ถึงถ้ำ”
“อีกไกลไหม นี่เราก็เดินเข้ามาเกือบจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ”
สีฝุ่นที่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อนและเสื้อแขนยาวรัดรูปสีขาวสวมทับด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดน้ำตาลอ่อนสีเดียวกันกับกางเกงกลุ่มผมยาวสวยสีน้ำตาลเข้มก็รวบมัดเป็นหางม้า ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบริเวณข้างขมับขาวทั้ง ๆ ที่แดดก็ไม่มีแต่เธอกลับรู้สึกร้อนอบอ้าวเหลือเกิน
แต่ถึงจะร้อนแค่ไหนก็ไม่ต้องการให้ท้องฟ้าเทสายฝนลงมาชโลมกายเธอในตอนนี้ เพราะนอกจากข้าวของจะเปียกมันยังจะทำให้การเดินทางยากลำบากเพราะเดโชก็ไม่มีทางเดินต่อเด็ดขาดเนื่องจากกลัวว่าจะพาสีฝุ่นหลงไปในเส้นทางอื่น
“จะบอกว่าใกล้ก็ใกล้ จะบอกว่าไกลก็ไกล”
“นายพูดอะไร”
“ตอนนั้นที่ผมมาส่งนิลตรา เราไปถึงถ้ำแต่พอเดินเข้าไปในถ้ำกลับเดินออกมาที่เดิม”
“เดินกลับมาที่เดิมงั้นเหรอ”
“อืม ตอนนี้ก็เหมือนกัน”
“อย่าบอกนะว่า เรากำลังหลงป่า”
ขาเรียวขาวพลันหยุดเดินหลังจากที่เอ่ยประโยคคำถามนั้นออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทำให้เดโชที่เดินอยู่เบื้องหน้าหันกลับมามองเธอด้วยสายตาและสีหน้าที่นิ่งเรียบ
“ไม่ได้หลง แค่เรายังหาไม่เจอ”
“หาไม่เจอเพราะยังเดินไม่ถึง หรือว่าถึงแล้วแต่เรากำลังถูกบังตาให้หาไม่เจอ”
“อาจจะเป็นอย่างหลัง”
“ทำไมล่ะ! ตอนที่เข้ามานายลืมสวดท่องคาถางั้นเหรอ”
“ท่องแล้ว แต่คุณอย่าลืมสิ ว่าคุณมากับผม”
สีฝุ่นที่เข้าใจในคำพูดของเดโชมองหน้าเขาด้วยความสงสารและเห็นใจเพราะเดโชนั้นโดนพ่อครูสั่งห้ามไม่ให้เขากลับเข้ามาที่นี่อีก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นำมาซึ่งการแตกหักระหว่างเดโชและคนที่นั่น
เพียงเพราะเขาเป็นไกด์นำทางนำกลุ่มคนที่คิดชั่วเข้ามาในป่าแต่พวกมันที่เตรียมการทุกอย่างมาเป็นอย่างดี แอบลักลอบเข้าไปในที่ที่เดโชพยายามพาหลีกเลี่ยงโดยที่เขาเองไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย
“แต่ทำไมคนพวกนั้นที่นายพามา มันถึงเข้าไปที่นั่นได้อย่างง่ายดายแบบนั้นล่ะ”
“หนึ่งในนั้นมันเป็นคนมีวิชา ซึ่งแต่ก่อนเรากับพวกเขาก็ต่างคนต่างอยู่ ป่าแห่งนี้แทบจะไม่เคยมีใครมาเลยด้วยซ้ำ มีแค่พวกผมที่เข้าไปแต่ก็นาน ๆ ครั้ง แต่พอพรานอินตายพวกผมก็ไม่ได้เข้าไปอีกเลย แต่ถึงแม้จะเข้าไปก็ไม่เคยคิดร้ายหรือทำอะไรให้ไม่ไว้ใจ พวกเขาก็เลยอาจจะไม่ได้ป้องกันตัวเหมือนอย่างตอนนี้”
“แล้วนายไม่มีเหรอ”
“ผมเป็นแค่พรานกระจอก ยิ่งโดนพ่อครูหมายหัวคุณคิดว่าผมจะสู้เขาได้เหรอ”
“ก็ไม่ต้องสู้! นายแค่ทำให้เขารู้ว่านายมาดีและมาทำไม ฉันคิดว่าพ่อครูแสงไฟไม่ใช่คนใจดำ”
ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดแต่สีฝุ่นก็ยังพยายามคิดหาทางออกอย่างไม่ยอมแพ้ และเธอจะไม่มีทางยอมกลับออกไปเด็ดขาดไม่ว่าจะต้องเดินวนอยู่ในป่านี้อีกเป็นร้อย ๆ รอบเธอก็จะเดิน!
“ผมจะลองดู”
“ให้ฉันช่วยไหม”
เดโชมองหน้าสีฝุ่นอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยปากพูดบอกในสิ่งที่เขารู้และคิดว่าเธอสามารถทำได้ เพราะต่อให้สีฝุ่นจะไม่มีของหรือคาถาวิชาใด แต่จิตที่มั่นคงและจริงใจมันมีอานุภาพที่แรงกล้าอยู่ในตัวของมันเอง จนสามารถส่งผ่านไปให้พวกเขารับรู้ได้
เพราะรอบตัวของเขาและเธอนั้นมันเต็มไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่ต่อให้มองไม่เห็นแต่เดโชก็เชื่อว่า สิ่งเหล่านั้นกำลังจ้องมองมาที่เธอและเขาตลอดเวลา
“ตั้งจิตของคุณให้ดี บอกกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงเจตนา แล้วขอให้พวกเขาเปิดทางและเปิดตา นำพาคุณไปหาคนที่คุณอยากเจอ”
สิ้นสุดเสียงของเดโชภาพใบหน้าของใครบางคนที่สีฝุ่นไม่เคยลืมก็ผุดขึ้นมาในหัวจนหัวใจของสีฝุ่นนั้นเจ็บหน่วง แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและพยักหน้ารับ
ก่อนที่เดโชนั้นจะยกมือขึ้นมาประนมไหว้ไว้กลางอกแล้วหลับตาลงเพื่อสวดท่องคาถาตาทิพย์เพื่อให้เขาสามารถมองเห็นเป็นความจริงสมดั่งปรารถนา
“นะ มะ พะ ทะ จะ ตุ ระ ภู ตา นัง อาคัจฉายะ อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิติ วัตตัพโพ อาคัจฉาหิฯ ขอให้ข้ารู้เช่นเห็นจริง นำทางหญิงผู้นี้ไปยังที่ที่ข้าและนางปรารถนา”
น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่กลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจของเดโชทำให้สีฝุ่นที่ยกมือขึ้นมาประนมไหว้แล้วมองไปที่เขา รู้สึกว่าเดโชนั้นไม่ใช่พรานกระจอกอย่างที่เขาสบประมาทตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่หากคนผู้นั้นที่ต้องการกีดกันและบังตาเขาคือพ่อครู ย่อมเป็นเรื่องยากที่เขาจะสู้และทำลายมนต์นั้นได้จริง ๆ
ร่างสูงของเดโชทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วลืมตามองตรงด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ ทำให้สีฝุ่นรีบนั่งลงด้านหลังเขาแล้วมองไปยังทิศทางนั้นด้วยสายตาที่แน่วแน่
“ข้าเดโชไม่เคยคิดร้าย ขอให้เทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองพนาแห่งนี้เปิดทางและนำพาให้ข้าได้พบเจอหนทางที่ปรารถนาจะไปด้วยเถิด”
เมื่อสิ้นสุดเสียงของเดโชสีฝุ่นก็หลับตาลงท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายและเสียงคำรามของท้องฟ้าที่ราวกับว่ากำลังตอบโต้คำขอของเดโช ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการตอบรับหรือปฏิเสธกันแน่
“เจ้าป่าเจ้าเขาพ่อครูขา หากได้ยินเสียงหนูขอได้โปรดเมตตาช่วยเปิดทางนำพาหนูกลับไปยังที่ที่หนูจากมา”
เมื่อเอ่ยคำนั้นภาพเหตุการณ์ที่ปากถ้ำที่เธอและเขาได้เอ่ยคำร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้ายก็ไหลเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ในขณะที่น้ำตาก็รินไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่สีฝุ่นก็ยังคงนั่งประนมมือไหว้แล้วเอ่ยพูดประโยคสุดท้ายออกมาด้วยความรู้สึกที่แสนจะคิดถึง
“ขอให้หนูได้กลับไปหาเขาอีกสักครั้งเถอะนะคะ”
“ตอนแรกฝุ่นก็คิดว่าตัวเองเหงาปากที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่พอนานวันเข้าฝุ่นกลับคิดถึงใบหน้าของเขา เสียงของเขา จนฝุ่นทรมานและเจ็บมากทุกครั้งที่นึกถึง”“...”“ฝุ่น...รักเขาไปแล้ว”เมื่อได้ยินความในใจของเพื่อนรักนิลตราก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะนอกจากวันเวลาที่แสนทรมานที่ผืนฟ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนรอสีฝุ่นมาโดยตลอดมันจะสิ้นสุดลงแล้ว เขายังได้รับรางวัลคนรอเป็นหัวใจดวงน้อยของสีฝุ่นไปครองอีกด้วย“แต่นิลห้ามไปบอกเขาเด็ดขาดเลยนะ ฝุ่นกำลัง...ให้เขาจีบอยู่”“ฮือ เขินจัง พี่ฟ้าจะจีบสาวยังไงเนี่ย”“แต่ปากเขาก็หวานใช้ได้เลยนะ”“หืม ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ฟ้าปากหวาน ชิมแล้วเหรอ”“ไม่ใช่ปากหวานแบบนั้น! หมายถึงคำพูดคำจาของเขาต่างหาก”“งั้นเหรอ แต่แค่ได้ยินว่าพี่ฟ้าพูดหวานก็อึ้งแล้ว”“ให้ถามแค่คำถามเดียว พอแล้ว จบ! ว่าแต่วันนี้พี่ป่ายอมปล่อยให้ห่างตัวมาได้ยังไงเนี่ย”สีฝุ่นเอ่ยพูดตัดบทเพราะการที่มายืนคุยเรื่องนี้อยู่ตรงนี้โดยมีสายตาของสองพี่น้องที่มองมาอยู่ตลอด มันทำให้เธอเขินหนักจนแทบจะพูดลิ้นพันกันอยู่แล้ว!“วันนี้นิลจะไปหาแม่หมอ เลยขอพี่ป่าว่าจะไปกับฝุ่น”“ไปหาแม่หมอ?”“ใช่
ผืนฟ้ามองใบหน้าสวยที่อ้าปากค้างดวงตากลมโตก็กะพริบปริบ ๆ มองหน้าเขาราวกับไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก ผืนฟ้ามองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเล็กด้วยสัมผัสแผ่วเบาเพราะกลัวว่าความหยาบกร้านจากมือเขาจะทำให้เธอระคายเคือง“พี่จะต้องทำอย่างไรให้เอ็งอยู่กับพี่ และไม่หนีหายไปอยู่ห่างไกลจากสายตาพี่อีก”“...พี่ฟ้า ชอบฉันเหรอ”“...”“ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะอยากได้คำตอบจากพี่”“พี่หลงใหลกลิ่นกายและหลงรักความดื้อด้านของเอ็งไปเสียแล้ว”“...”“รักจนเฝ้ารอเอ็งกลับมาทุกวันคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเอ็งจะกลับมารึไม่”หัวใจของสีฝุ่นเต้นแรงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะช็อกเมื่อได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากเขาชัดเจนเต็มสองหู ชัดเสียจนตอนนี้สมองเธออื้ออึงไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปเพราะภายในหัวมีแต่คำบอกรักของเขาดังซ้ำไปซ้ำมาผืนฟ้ามองดวงตาคู่สวยของสีฝุ่นด้วยความรักและแสนจะโหยหา เขาเฝ้ารอวันที่จะได้มองหน้าและสบตากับเธอเช่นนี้มาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เธอกลับมาก็ไม่อยากรอช้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะหากเขาชักช้าจนเวลาผ่านเลยไปและในวันหน้าเธอตัดสินใจที่จะกลับเขาคงไม่อาจจะห้ามอะไรเธ
“เหรอ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะกินคนเดียว!”พูดจบสีฝุ่นก็ยกกระจาดปลาขึ้นมาวางบนตักแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้เขาแล้วก้มหน้าก้มตาหยิบเนื้อปลามาใส่ปากตัวเองซึ่งไม่รู้ว่าหิวหรืออย่างไร แต่ตอนนี้เธอหยุดกินไม่ได้เลยเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเพราะทุกอย่างตอนนี้ดูเกะเกะไปหมดเลย“!”แต่นั่งฟุ้งซ่านสติเตลิดเพราะเขินอายเขาได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังและก้นนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนด้านหลังเมื่อผืนฟ้านั้นขยับเข้าไปนั่งซ้อนกอดสีฝุ่นโดยที่ขาข้างหนึ่งนั้นห้อยลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้เขาและเธอใกล้ชิดกันไม่ต่างไปจากคืนนั้นเลยมิหนำซ้ำมือเรียวของสีฝุ่นที่กำลังจะหยิบเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง ก็โดนผืนฟ้าจับมาป้อนใส่ปากเขาพร้อมกับดูดเลียนิ้วเธอไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่สีฝุ่นป้อน“หิวไม่ใช่รึ กินเข้าไปสิ”ผืนฟ้าเอ่ยถามแต่กลับไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเมื่อพูดจบแขนแกร่งข้างขวาที่แสนจะแน่นและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้สีผิวของเขาจะดำสนิทแต่สีฝุ่นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เอื้อมมาด้านหน้าโดยยกขึ้นวางพาดไว้ยังไหล่บางของสีฝุ่น ก่อนจะหยิบเนื้อปลาขึ้นมาจ่อยังริมฝีปากสีชมพูร
เสียงหวานที่เอ่ยอ้อนขอให้เขาป้อนทำเอาดวงตาคู่คมนั้นวูบไหวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันกลับมามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวตัวเล็ก ที่ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนแคร่ในขณะที่สายตาก็มองเขาอย่างหวานเชื่อม“พูดจาชวนขนลุก”“น่าจะไม่ได้ลุกแค่ขนนะ”“เป็นหญิงอย่าได้เที่ยวพูดจาลามก”“ฉันพูดอะไรลามก แค่บอกว่าไม่ได้ลุกแค่ขน แล้วพี่รู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไรที่ลุก”“...”“อาจจะเป็นตัวพี่ที่ลุกหนีฉันเพราะไม่อยากป้อนก็ได้”สีฝุ่นขยับไปนั่งกอดอกแล้วเฉไฉสายตามองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้เธอกำลังจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวเพราะขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ ว่าผืนฟ้ากำลังทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนรุกหนักทั้งคำพูดและการกระทำจนทำให้เขาตั้งรับไม่ทันเช่นนี้“แล้วมือเอ็งไม่มีรึ”“ก็มี นี่ไง นุ่มด้วยนะ ลองจับไหม”“ผีสิงรึ”“ผีอะไร ผีสาวแสนสวยใช่ไหมล่ะ”สีฝุ่นหันหน้ากลับมามองผืนฟ้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแบออก แล้วนำมารองยังปลายคางของตัวเองพร้อมกับเอียงหน้าในมุมที่เธอมั่นใจว่าองศาประมาณนี้เธอจะสวยที่สุด ดวงตาเป็นประกายก็กะพริบตาปริบ ๆ จนผืนฟ้าถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ผีอยากมีผัว”“ของแบบนี้จะผีหรือคนก็มีความอยากเหมือนกันนั่นแหละ”
เรือนผืนฟ้าสายตาคมที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังปลาช่อนตัวใหญ่ที่นอนนิ่งส่งกลิ่นหอมอยู่บนใบตองในกระจาดสานถึงสามตัว แต่เดโชที่นอนอยู่ในเรือนและตัวเขาเองที่นั่งอยู่ยังแคร่ไม้หน้าเรือนกลับได้กินเพียงแค่กล้วยและลูกหว้า“คงจะมองมันจนอิ่ม จนไม่นึกอยากกินสิ่งใด”เมื่อพูดจบภาพใบหน้าของสีฝุ่นที่มองผ่านเขาไปยังเดโชก็ผุดขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ขุ่นมัวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะใจเย็นและใจดีกับเธอให้มาก ให้สมกับที่โหยหาและคิดถึงอยากเจอหน้ามาตลอดแต่พอถึงเวลาที่สีฝุ่นนั้นกลับมาแล้วเขาต้องมาเห็นว่าเธอสนิทสนมกับเดโชจนผิดตา ก็ทำให้อดจะหึงหวงเธอไม่ได้พรึบ“เฮือก!”สีฝุ่นที่เดินย่องเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อผืนฟ้านั้นหยิบกระบองไม้ที่วางอยู่ข้างตัวเขามาถือไว้ ก่อนจะหันกลับมาใช้มันชี้มาที่หน้าของสีฝุ่นหากเธอเดินไวกว่านี้อีกสักก้าวปลายกระบองไม้นั้นคงจะตีเสยเข้ายังปลายคางของเธอไปแล้ว มีเขาที่ไหนมีกระบองไม้นี้ที่นั่นสินะ!“ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเอ็งไป”เสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเธอและเขาต่างเอาแต่มองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำให้ส
ตกดึกเรือนน้ำอบ“คนเคยปากเสียยังไง มันก็ยังปากเสียอยู่วันยังค่ำ!”สีฝุ่นที่อาบน้ำผลัดผ้ามาอยู่ในชุดที่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับประโคมฉีดน้ำหอมไปตามเนื้อตัวจนน้ำอบที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในเรือนยกมือขึ้นมาปิดจมูกในทันที“กลิ่นแสบจมูกนัก!”“ดี! จะได้ไม่มีใครมาเข้าใกล้ฉัน เหม็นจนแสบจมูกกันให้หมด”“เพียงแค่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ชอบกลิ่นเอ็ง ทำให้เอ็งตกมันเชียวรึ”“ฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเขา ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ!”“แปลกจัง ทีแรกข้าก็คิดว่าที่พี่ฟ้าไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เพราะว่ารอเอ็ง”“...”“แต่เหตุใดเอ็งกลับมาแล้ว เขายังปากร้ายกับเอ็งไม่เปลี่ยน”“ไปรอปากถ้ำ?”“อืม ทุกวัน เช้าจรดมืด”สีฝุ่นที่ได้ยินว่าเขาไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เงียบไปสักพัก ภายในหัวก็ผุดคำพูดของผืนฟ้าที่เอ่ยบอกกับเธอในคืนนั้นที่ทั้งสองได้พบกันในป่าลึกซ้ำไปซ้ำมา ว่าเขาคิดถึงเธอแต่เขาก็กลับมาปากร้ายเช่นเดิมเมื่อสีฝุ่นเอ่ยบอกให้เขากลับไปรับเดโช มาวันนี้ทีแรกเขาก็ยังพูดดีแต่พอเดโชกลับมาคำพูดคำจาเขาก็เปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะหึง“นี่น้ำอบ”“หืม”น้ำอบที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ข้างส
เอ่ยพูดอย่างนึกโมโหทั้ง ๆ ที่ใครคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเมื่อพูดจบก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอให้เดโชกลับมาและรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า เธอและเขาจะได้กลับเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะตัวเธอเองก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าแม้ว่าเพื่อนรักอย่างนิลตราจะอยู่นั่นก็ตามยิ่งตอน
แขนเรียวของสีฝุ่นถูกมือใหญ่ของเดโชคว้าจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในถ้ำ ทำให้ใบหน้าสวยหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย“อย่าเพิ่งเข้าไป”“ทำไม”“จำที่ผมเคยบอกว่าเดินเข้าไป แล้วเดินกลับออกมาอยู่ที่เดิมได้ไหม”สีฝุ่นเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันมองไปยังถ้ำแล้วหันกลับมามองหน้าเดโช
สีฝุ่นจากตอนแรกที่ก้าวขาเดินด้วยความคล่องแคล่วแต่พอมาตอนนี้จังหวะเดินของฉันกลับเริ่มช้าลงเพราะเดโชพาฉันเดินโดยไม่ได้หยุดพักต่อเนื่องมาหลายกิโลเมตร จนฉันรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มมันเกือบจะแห้งแล้ว“ถูกทางหรือเปล่าเนี่ยเดโช”“ใกล้แล้ว”“ใกล้ถึงไหน ใกล้ถึงต้นไม้ต้นที่ใหญ่กว่านี้ ใกล้ถึงถ้ำหรือว่า
เวลาเดินผ่านไปนานหลายชั่วโมงที่เดโชและสีฝุ่นมาหลบฝนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หนาทึบมากกว่าบริเวณอื่น พร้อมกับที่เดโชนั้นหยิบร่มพกพาขนาดเล็กมาให้สีฝุ่นเพื่อให้เธอหลบซ่อนเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอยู่ภายในนั้นแต่ตัวเขากลับนั่งตากฝนอยู่ข้างนอกราวกับว่ากำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายฝนท







