LOGINสีฝุ่น
จากตอนแรกที่ก้าวขาเดินด้วยความคล่องแคล่วแต่พอมาตอนนี้จังหวะเดินของฉันกลับเริ่มช้าลงเพราะเดโชพาฉันเดินโดยไม่ได้หยุดพักต่อเนื่องมาหลายกิโลเมตร จนฉันรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มมันเกือบจะแห้งแล้ว
“ถูกทางหรือเปล่าเนี่ยเดโช”
“ใกล้แล้ว”
“ใกล้ถึงไหน ใกล้ถึงต้นไม้ต้นที่ใหญ่กว่านี้ ใกล้ถึงถ้ำหรือว่าใกล้ถึงน้ำตก ฉันเมื่อยแล้วฉันเดินไม่ไหวแล้ว”
ฉันพูดบ่นด้วยความงอแงและรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ฉันมีสภาพเหมือนกับวันนั้นที่หลงป่ากับนิลตราไม่มีผิด เพียงแต่วันนั้นเราอยู่ด้วยกันสองคนอย่างไม่มีความรู้และความชำนาญอะไรเลย แต่วันนี้ฉันมากับพรานป่าแน่นอนว่าเขารู้ทางแต่ทำไมยังพาฉันไปไม่ถึงสักที หรือว่าคำอธิษฐานของฉันจะส่งไปไม่ถึงพ่อครู
“เดินไม่ไหวแล้วเหรอ”
“ใช่ ขอนั่งพักสักหน่อยนะ”
“จะนั่งตรงนี้เหรอ”
“ใช่ ไม่นานหรอก ขอพักเท้าแป๊บเดียว”
“แต่เดินไปข้างหน้าอีกหน่อยก็จะถึงถ้ำแล้วนะ”
“ก็ค่อยไป ขอ อะไรนะ! อยู่ไหน ถ้ำอยู่ไหน!”
ฉันที่กำลังจะหย่อนก้นนั่งลงที่พื้นข้างโคนต้นไม้ใหญ่แต่เมื่อได้ยินคำว่าถ้ำออกมาจากปากของเดโชก็ทำให้พลังงานที่เหลือเพียงน้อยนิดในร่างกายฉันมันปะทุขึ้นมาจนเต็มหลอดอย่างเฉียบพลัน ราวกับได้นอนพักผ่อนมามากเกินกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงทั้ง ๆ ที่ความจริงฉันยังไม่ได้ทันจะได้นั่งพักเลยด้วยซ้ำ
ฉันดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความดีใจเพื่อมองหาถ้ำที่เราสองคนตามหาตั้งแต่ช่วงเช้าที่มาถึงจนตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะเย็นแล้ว
และเพียงแค่สายตามองไปเห็นพวงดอกพุ่มแดงที่ห้อยระย้าอยู่บริเวณปากถ้ำช่วงด้านบนเนื่องจากถูกบดบังด้วยต้นไม้และเถาวัลย์ก่อนที่จะถึง ฉันก็รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาหัวใจก็เต้นโครมครามราวกับมันจะกระเด็นออกมาเต้นข้างนอก
“เดโช หาเจอแล้วพวกเรามาถึงแล้ว”
“อืม”
“ฉันดีใจที่สุดเลย แค่เราเดินเข้าไปในถ้ำแล้วเดินต่อไปอีกสักพักก็จะถึงหมู่บ้านแล้ว”
“...”
“ถึงหมู่บ้านแล้วก็จะได้เจอ...”
“ผมขอส่งคุณที่ปากถ้ำนะ”
“ทำไมล่ะ”
ฉันที่กำลังยิ้มดีใจเป็นอันต้องหุบยิ้มแล้วหันไปมองหน้าเดโชอย่างไม่เข้าใจ เพราะกว่าเราจะสู้จนมาถึงที่นี่ได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาจะไม่เข้าไปเพื่อปรับความเข้าใจกับน้ำอบที่รอเขาอยู่เลยเหรอ
“คุณก็รู้ว่าเพราะอะไร”
“นายก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องมันเป็นยังไง ทำไมถึงยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ”
“เธอเกลียดผมไปแล้วล่ะ”
“ไม่มีทาง! นายรู้ไหมว่าน้ำอบรอนายมาตลอด แค่ที่ผ่านมายังใจดำกับเธอไม่พออีกเหรอ!”
ฉันจำน้ำเสียงเศร้า ๆ ของน้ำอบยามที่พูดถึงใครบางคนซึ่งคนนั้นก็คือเดโชได้ไม่ลืม จึงเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ยอมรับว่าโมโหแทนน้ำอบไม่น้อย
เขาทำให้เธอหวั่นไหวทำให้เธอหลงรักแต่กลับหายหน้าหายตาหายไปจากชีวิตเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้ว่าเขาจะบอกว่าทำเพื่อปกป้องเธอและทุกคนที่นั่นจากคนภายนอกก็เถอะ แต่มันไม่ยุติธรรมกับใจคนรอเลย!
“อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องอื่นเลย คิดว่าผมกับคุณจะเดินเข้าไปในนั้น แล้วเดินกลับมาที่เดิมหรือเปล่าก่อนดีกว่า”
“เพราะนายปากไม่ดีแบบนี้ไง”
พูดจบฉันก็รีบเดินเร็วไปยังถ้ำด้วยความรีบร้อนโดยไม่สนใจว่าเดโชจะเดินตามมาหรือเปล่า เพราะเมื่อมาถึงถ้ำแล้วฉันก็มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเดินต่อไปจนถึงหมู่บ้านได้ เพราะช่วงที่อยู่ที่นั่นฉันก็เดินไปกลับระหว่างน้ำตกและหมู่บ้านพร้อมกับน้ำอบและนิลตราอยู่บ่อยครั้ง ไม่มีทางหลงแน่!
“ใจเย็น ได้เจอมันแน่”
“ก็ต้องได้เจอทุกคนอยู่แล้ว”
“คนที่พิเศษกว่าคนอื่นสิ”
“แน่นอนว่าคือนิลตรา”
“แล้วคนที่ชอบถือกระบองไม้ติดตัวล่ะ”
“นายพูดถึงใคร”
ฉันตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรในขณะที่ช่วยเดโชตัดเถาวัลย์ที่ขึ้นหนาทึบจนแทบจะแทรกตัวผ่านเข้าไปไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงพูดถึงใครคนนั้นให้ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าไม่ยอมหยุด ปากดีแบบนี้มันน่าช่วยไหมเนี่ย!
ซึ่งเมื่อเราสองคนสามารถพาตัวเองผ่านเถาวัลย์มากมายที่ขึ้นปิดทางเอาไว้เข้ามาได้ ฉันก็เดินมาหยุดยืนอยู่บริเวณปากถ้ำแล้วเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออกว่ากำลังรู้สึกอะไร เพราะมันทั้งดีใจ ทั้งคิดถึง และรู้สึกผิดอย่างที่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้
ยิ่งได้เห็นดอกพุ่มแดงที่ขึ้นห้อยระย้าปกคลุมปากถ้ำและบริเวณโดยรอบจนมองไปทางไหนก็มีแต่สีแดงเต็มไปหมดฉันก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“พร้อมหรือยัง”
“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”
“หมายถึง พร้อมที่จะเจอมันหรือยัง”
“...”
“เพราะตอนที่ผมมาส่งนิลตรา ไอ้ป่ามันมารอเธออยู่ที่ปากถ้ำ”
“...”
“และผมก็เห็นว่าไอ้ฟ้า...”
“ถ้าเขาอยู่ แน่นอนว่าเขาไม่ได้มารอฉัน แต่มาดักรอตีหน้าคนที่บุกรุกเข้าไปในบ้านของพวกเขามากกว่า”
ฉันพูดแทรกก่อนที่เดโชจะพูดจบแล้วเดินนำเข้าไปในถ้ำเพราะรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะทนฟังจนจบ อีกอย่างแค่คิดว่าเขามารอฉันเหมือนที่พี่ป่ารอนิลตราฉันก็รู้สึกคันยุบยิบที่ใจยังไงก็ไม่รู้
เพราะที่ผ่านมาฉันกับเขาเราทะเลาะกันมาตลอดจนกระทั่งถึงวันที่ฉันกำลังจะจากลา เราสองคนถึงได้คุยกันดี ๆ เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้าย
แต่ทุกอย่างที่ผ่านมามันกลับทำให้ฉันสลัดเขาออกไปจากใจไม่ได้เลย ฉันบอกนิลตราแล้วว่าพวกเขามีของ!
“ตอนแรกฝุ่นก็คิดว่าตัวเองเหงาปากที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่พอนานวันเข้าฝุ่นกลับคิดถึงใบหน้าของเขา เสียงของเขา จนฝุ่นทรมานและเจ็บมากทุกครั้งที่นึกถึง”“...”“ฝุ่น...รักเขาไปแล้ว”เมื่อได้ยินความในใจของเพื่อนรักนิลตราก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะนอกจากวันเวลาที่แสนทรมานที่ผืนฟ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนรอสีฝุ่นมาโดยตลอดมันจะสิ้นสุดลงแล้ว เขายังได้รับรางวัลคนรอเป็นหัวใจดวงน้อยของสีฝุ่นไปครองอีกด้วย“แต่นิลห้ามไปบอกเขาเด็ดขาดเลยนะ ฝุ่นกำลัง...ให้เขาจีบอยู่”“ฮือ เขินจัง พี่ฟ้าจะจีบสาวยังไงเนี่ย”“แต่ปากเขาก็หวานใช้ได้เลยนะ”“หืม ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ฟ้าปากหวาน ชิมแล้วเหรอ”“ไม่ใช่ปากหวานแบบนั้น! หมายถึงคำพูดคำจาของเขาต่างหาก”“งั้นเหรอ แต่แค่ได้ยินว่าพี่ฟ้าพูดหวานก็อึ้งแล้ว”“ให้ถามแค่คำถามเดียว พอแล้ว จบ! ว่าแต่วันนี้พี่ป่ายอมปล่อยให้ห่างตัวมาได้ยังไงเนี่ย”สีฝุ่นเอ่ยพูดตัดบทเพราะการที่มายืนคุยเรื่องนี้อยู่ตรงนี้โดยมีสายตาของสองพี่น้องที่มองมาอยู่ตลอด มันทำให้เธอเขินหนักจนแทบจะพูดลิ้นพันกันอยู่แล้ว!“วันนี้นิลจะไปหาแม่หมอ เลยขอพี่ป่าว่าจะไปกับฝุ่น”“ไปหาแม่หมอ?”“ใช่
ผืนฟ้ามองใบหน้าสวยที่อ้าปากค้างดวงตากลมโตก็กะพริบปริบ ๆ มองหน้าเขาราวกับไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก ผืนฟ้ามองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเล็กด้วยสัมผัสแผ่วเบาเพราะกลัวว่าความหยาบกร้านจากมือเขาจะทำให้เธอระคายเคือง“พี่จะต้องทำอย่างไรให้เอ็งอยู่กับพี่ และไม่หนีหายไปอยู่ห่างไกลจากสายตาพี่อีก”“...พี่ฟ้า ชอบฉันเหรอ”“...”“ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะอยากได้คำตอบจากพี่”“พี่หลงใหลกลิ่นกายและหลงรักความดื้อด้านของเอ็งไปเสียแล้ว”“...”“รักจนเฝ้ารอเอ็งกลับมาทุกวันคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเอ็งจะกลับมารึไม่”หัวใจของสีฝุ่นเต้นแรงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะช็อกเมื่อได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากเขาชัดเจนเต็มสองหู ชัดเสียจนตอนนี้สมองเธออื้ออึงไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปเพราะภายในหัวมีแต่คำบอกรักของเขาดังซ้ำไปซ้ำมาผืนฟ้ามองดวงตาคู่สวยของสีฝุ่นด้วยความรักและแสนจะโหยหา เขาเฝ้ารอวันที่จะได้มองหน้าและสบตากับเธอเช่นนี้มาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เธอกลับมาก็ไม่อยากรอช้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะหากเขาชักช้าจนเวลาผ่านเลยไปและในวันหน้าเธอตัดสินใจที่จะกลับเขาคงไม่อาจจะห้ามอะไรเธ
“เหรอ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะกินคนเดียว!”พูดจบสีฝุ่นก็ยกกระจาดปลาขึ้นมาวางบนตักแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้เขาแล้วก้มหน้าก้มตาหยิบเนื้อปลามาใส่ปากตัวเองซึ่งไม่รู้ว่าหิวหรืออย่างไร แต่ตอนนี้เธอหยุดกินไม่ได้เลยเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเพราะทุกอย่างตอนนี้ดูเกะเกะไปหมดเลย“!”แต่นั่งฟุ้งซ่านสติเตลิดเพราะเขินอายเขาได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังและก้นนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนด้านหลังเมื่อผืนฟ้านั้นขยับเข้าไปนั่งซ้อนกอดสีฝุ่นโดยที่ขาข้างหนึ่งนั้นห้อยลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้เขาและเธอใกล้ชิดกันไม่ต่างไปจากคืนนั้นเลยมิหนำซ้ำมือเรียวของสีฝุ่นที่กำลังจะหยิบเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง ก็โดนผืนฟ้าจับมาป้อนใส่ปากเขาพร้อมกับดูดเลียนิ้วเธอไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่สีฝุ่นป้อน“หิวไม่ใช่รึ กินเข้าไปสิ”ผืนฟ้าเอ่ยถามแต่กลับไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเมื่อพูดจบแขนแกร่งข้างขวาที่แสนจะแน่นและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้สีผิวของเขาจะดำสนิทแต่สีฝุ่นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เอื้อมมาด้านหน้าโดยยกขึ้นวางพาดไว้ยังไหล่บางของสีฝุ่น ก่อนจะหยิบเนื้อปลาขึ้นมาจ่อยังริมฝีปากสีชมพูร
เสียงหวานที่เอ่ยอ้อนขอให้เขาป้อนทำเอาดวงตาคู่คมนั้นวูบไหวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันกลับมามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวตัวเล็ก ที่ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนแคร่ในขณะที่สายตาก็มองเขาอย่างหวานเชื่อม“พูดจาชวนขนลุก”“น่าจะไม่ได้ลุกแค่ขนนะ”“เป็นหญิงอย่าได้เที่ยวพูดจาลามก”“ฉันพูดอะไรลามก แค่บอกว่าไม่ได้ลุกแค่ขน แล้วพี่รู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไรที่ลุก”“...”“อาจจะเป็นตัวพี่ที่ลุกหนีฉันเพราะไม่อยากป้อนก็ได้”สีฝุ่นขยับไปนั่งกอดอกแล้วเฉไฉสายตามองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้เธอกำลังจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวเพราะขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ ว่าผืนฟ้ากำลังทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนรุกหนักทั้งคำพูดและการกระทำจนทำให้เขาตั้งรับไม่ทันเช่นนี้“แล้วมือเอ็งไม่มีรึ”“ก็มี นี่ไง นุ่มด้วยนะ ลองจับไหม”“ผีสิงรึ”“ผีอะไร ผีสาวแสนสวยใช่ไหมล่ะ”สีฝุ่นหันหน้ากลับมามองผืนฟ้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแบออก แล้วนำมารองยังปลายคางของตัวเองพร้อมกับเอียงหน้าในมุมที่เธอมั่นใจว่าองศาประมาณนี้เธอจะสวยที่สุด ดวงตาเป็นประกายก็กะพริบตาปริบ ๆ จนผืนฟ้าถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ผีอยากมีผัว”“ของแบบนี้จะผีหรือคนก็มีความอยากเหมือนกันนั่นแหละ”
เรือนผืนฟ้าสายตาคมที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังปลาช่อนตัวใหญ่ที่นอนนิ่งส่งกลิ่นหอมอยู่บนใบตองในกระจาดสานถึงสามตัว แต่เดโชที่นอนอยู่ในเรือนและตัวเขาเองที่นั่งอยู่ยังแคร่ไม้หน้าเรือนกลับได้กินเพียงแค่กล้วยและลูกหว้า“คงจะมองมันจนอิ่ม จนไม่นึกอยากกินสิ่งใด”เมื่อพูดจบภาพใบหน้าของสีฝุ่นที่มองผ่านเขาไปยังเดโชก็ผุดขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ขุ่นมัวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะใจเย็นและใจดีกับเธอให้มาก ให้สมกับที่โหยหาและคิดถึงอยากเจอหน้ามาตลอดแต่พอถึงเวลาที่สีฝุ่นนั้นกลับมาแล้วเขาต้องมาเห็นว่าเธอสนิทสนมกับเดโชจนผิดตา ก็ทำให้อดจะหึงหวงเธอไม่ได้พรึบ“เฮือก!”สีฝุ่นที่เดินย่องเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อผืนฟ้านั้นหยิบกระบองไม้ที่วางอยู่ข้างตัวเขามาถือไว้ ก่อนจะหันกลับมาใช้มันชี้มาที่หน้าของสีฝุ่นหากเธอเดินไวกว่านี้อีกสักก้าวปลายกระบองไม้นั้นคงจะตีเสยเข้ายังปลายคางของเธอไปแล้ว มีเขาที่ไหนมีกระบองไม้นี้ที่นั่นสินะ!“ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเอ็งไป”เสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเธอและเขาต่างเอาแต่มองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำให้ส
ตกดึกเรือนน้ำอบ“คนเคยปากเสียยังไง มันก็ยังปากเสียอยู่วันยังค่ำ!”สีฝุ่นที่อาบน้ำผลัดผ้ามาอยู่ในชุดที่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับประโคมฉีดน้ำหอมไปตามเนื้อตัวจนน้ำอบที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในเรือนยกมือขึ้นมาปิดจมูกในทันที“กลิ่นแสบจมูกนัก!”“ดี! จะได้ไม่มีใครมาเข้าใกล้ฉัน เหม็นจนแสบจมูกกันให้หมด”“เพียงแค่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ชอบกลิ่นเอ็ง ทำให้เอ็งตกมันเชียวรึ”“ฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเขา ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ!”“แปลกจัง ทีแรกข้าก็คิดว่าที่พี่ฟ้าไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เพราะว่ารอเอ็ง”“...”“แต่เหตุใดเอ็งกลับมาแล้ว เขายังปากร้ายกับเอ็งไม่เปลี่ยน”“ไปรอปากถ้ำ?”“อืม ทุกวัน เช้าจรดมืด”สีฝุ่นที่ได้ยินว่าเขาไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เงียบไปสักพัก ภายในหัวก็ผุดคำพูดของผืนฟ้าที่เอ่ยบอกกับเธอในคืนนั้นที่ทั้งสองได้พบกันในป่าลึกซ้ำไปซ้ำมา ว่าเขาคิดถึงเธอแต่เขาก็กลับมาปากร้ายเช่นเดิมเมื่อสีฝุ่นเอ่ยบอกให้เขากลับไปรับเดโช มาวันนี้ทีแรกเขาก็ยังพูดดีแต่พอเดโชกลับมาคำพูดคำจาเขาก็เปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะหึง“นี่น้ำอบ”“หืม”น้ำอบที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ข้างส
เอ่ยพูดอย่างนึกโมโหทั้ง ๆ ที่ใครคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเมื่อพูดจบก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอให้เดโชกลับมาและรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า เธอและเขาจะได้กลับเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะตัวเธอเองก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าแม้ว่าเพื่อนรักอย่างนิลตราจะอยู่นั่นก็ตามยิ่งตอน
แขนเรียวของสีฝุ่นถูกมือใหญ่ของเดโชคว้าจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในถ้ำ ทำให้ใบหน้าสวยหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย“อย่าเพิ่งเข้าไป”“ทำไม”“จำที่ผมเคยบอกว่าเดินเข้าไป แล้วเดินกลับออกมาอยู่ที่เดิมได้ไหม”สีฝุ่นเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันมองไปยังถ้ำแล้วหันกลับมามองหน้าเดโช
เวลาเดินผ่านไปนานหลายชั่วโมงที่เดโชและสีฝุ่นมาหลบฝนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หนาทึบมากกว่าบริเวณอื่น พร้อมกับที่เดโชนั้นหยิบร่มพกพาขนาดเล็กมาให้สีฝุ่นเพื่อให้เธอหลบซ่อนเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอยู่ภายในนั้นแต่ตัวเขากลับนั่งตากฝนอยู่ข้างนอกราวกับว่ากำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายฝนท
เมื่อเดินเข้ามาข้างในก็พบกับบรรยากาศที่เงียบเชียบและมืดสลัวเพราะกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่แผ่ใบปกคลุมด้านบนจนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาได้เพียงน้อยนิด ซึ่งทางเดินก็ยังเป็นทางเล็ก ๆ เหมือนที่สีฝุ่นเคยมากับนิลตราในครั้งแรกทำให้คนตัวเล็กระบายยิ้มในขณะที่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่สั่นระริกเพราะมันเป็นภาพที่เธอคิดถึ







![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)