LOGIN“อย่าใคร่รู้ นึกฝักใฝ่ ในสิ่งที่ไม่เคยพบเห็น”
ดวงตากลมโตของสีฝุ่นมองไปยังป้ายที่ปักอยู่ริมทางก่อนจะอ่านออกเสียงขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเชียบภายในรถ ทำให้เดโชที่นั่งขับรถเงียบ ๆ พร้อมกับคิดถึงเรื่องต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นยังสถานที่ที่เขากำลังมุ่งหน้าไป หันกลับมามองหน้าสีฝุ่นก่อนจะมองไปยังป้ายนั้นผ่านกระจกส่องหลังด้วยสายตานิ่งเรียบ
“ตอนที่นายมา เคยเห็นป้ายนั้นหรือเปล่า”
“เห็น”
“ค่อยโล่งอกหน่อย นึกว่าฉันกับนิลตราจะเห็นกันแค่สองคนอีกแล้ว”
“ไม่ดีใจหรือไง”
“ดีใจอะไร ดีใจที่โดนผีหลอกน่ะเหรอ”
“ก็อาจจะไม่ใช่ผี”
“แล้วนายคิดว่าเป็นอะไร”
สีฝุ่นเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่วันนั้นที่พวกเธอออกมาจากป่าและคุณตาใจดีที่ขับรถมาส่งบอกว่าไม่เห็นตลาดและผู้คนเหมือนที่เธอและนิลตราเห็น อีกทั้งยังไปยืนคุยกับพวกเขาเป็นเรื่องเป็นราวก็ทำให้พวกเธอต่างแปลกใจและอดจะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ จนถึงตอนนี้ที่กำลังมุ่งหน้ากลับไปอีกครั้งก็ยังรู้สึกหวั่นใจว่าจะพบเจอเหตุการณ์อะไรเหมือนอย่างในวันนั้นอีกหรือเปล่า
“อาจจะเป็นแม่สื่อ”
“ฉันเพิ่งรู้ว่านายเป็นคนชอบพูดจาอะไรเหลวไหลแบบนี้”
“เหลวไหลเหรอ แต่ตอนนี้เพื่อนคุณก็มีความสุขไปแล้วนะ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมนายถึงไม่เจอล่ะ”
“เพราะผมไม่ใช่คนที่จะมีความสุขอยู่ที่นั่นไง”
“เฮ้! อย่าทำหน้าเศร้าแบบนี้สิ หันมานี่”
สีฝุ่นที่สัมผัสได้ถึงความเศร้าในน้ำเสียงของเดโชก็ส่งเสียงเรียกเขาพร้อมกับยกมือขึ้นมากระดิกนิ้วชี้เรียวให้เดโชหันมามองหน้าเธอ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถของเดโชขับมาจอดที่ข้างทางซึ่งเป็นทางเข้าป่าที่เขาจำได้ไม่ลืม
“ดูด้วยว่านายมากับใคร ยังจะต้องกลัวอะไรอีก”
“กับคนที่หลงป่าน่ะเหรอ”
“หลงป่าที่ไหนกัน พวกฉันตั้งใจเข้าไปที่นั่นต่างหาก”
สีฝุ่นเถียงตาใสอย่างไม่ยอมแพ้ทำให้เดโชส่ายหน้าและระบายยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะทอดสายตามองออกไปด้านนอกที่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนทุกครั้งที่เขามาแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปและทำได้เพียงแค่จอดรถมองดูทางเข้าก่อนจะขับกลับไปก็ตาม
“งั้นคราวนี้ก็ขอให้คุณกลับไปที่นั่นได้อย่างง่ายดาย เหมือนที่คุณตั้งใจก็แล้วกัน”
สีฝุ่นกะพริบตาปริบ ๆ ในขณะที่มองตามหลังร่างสูงของเดโชที่เปิดประตูแล้วลงไปจากรถ ก่อนที่เธอจะหันไปมองยังบริเวณพื้นที่ว่างเปล่าทางด้านซ้ายมือที่ไร้ซึ่งผู้คน ไม่เหมือนที่เธอเคยเห็นในครั้งแรกที่มา
สีฝุ่นถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนตักขึ้นมาส่งข้อความเพื่อบอกคนเป็นแม่ว่าเธอนั้นถึงแล้ว เพียงแค่คนเดียว และเมื่อเห็นว่าข้อความถูกส่งไปแล้วก็กดปิดหน้าจอแล้วเปิดประตูลงไปจากรถทันที
และเพียงแค่เท้าเล็กเหยียบลงบนพื้นดินสายลมภายนอกก็พัดผ่านมาปะทะใบหน้าสวย สีฝุ่นจึงหลับตาลงแล้วสูดอากาศที่แสนจะบริสุทธิ์และกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเข้าปอดด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“แค่มาถึงบ้านมัน ยังไม่ได้เห็นหน้ามันก็ยิ้มแล้วเหรอ”
“อะ อะไร ฉันยิ้มเพราะชอบอากาศแบบนี้ต่างหาก”
“ข้างในนั้นอากาศดีกว่าข้างนอกนี้อีกนะ”
“เลิกพูดมากแล้วไปขนของลงมาเดี๋ยวนี้เลย”
“มาช่วยกันสิ ของคุณทั้งนั้นไม่รู้จะขนอะไรมานักหนา เหมือนกันไม่มีผิด”
ประโยคสุดท้ายเดโชเอ่ยพูดเสียงเบาเพราะยังจำวันที่มาส่งนิลตราได้ไม่ลืม วันนั้นเธอก็ขนข้าวของมาเยอะแบบนี้นี่แหละทำให้เขาต้องช่วยขนเข้าไปจนเต็มสองมือ แล้วไหนจะต้องแบกสะพายขึ้นหลังอีกเพราะพวกเธอแค่เดินตัวเปล่าก็เหนื่อยแล้วหากให้แบกของเข้าไปด้วยก็กลัวว่ากว่าจะถึงคงจะต้องแวะพักตลอดทั้งทาง
และวันนี้เขาเองก็คงจะมีสภาพไม่ต่างไปจากวันนั้น เพียงแค่ผู้หญิงที่มากับเขาวันนี้ไม่ได้อ่อนหวานและสงบปากสงบคำเหมือนนิลตรา
สีฝุ่นมองค้อนเดโชเมื่อโดนเขาบ่นเพราะข้าวของที่เธอขนมาแม้ว่าจะเยอะอย่างที่เขาพูดจริง ๆ แต่มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นของจำเป็นทั้งสิ้น
“ก็ของจำเป็น”
“เครื่องสำอางก็หนึ่งกระเป๋าเต็ม ๆ แล้ว เอาเข้าไปจริง?”
“จริงสิ! เพราะนิลตราอยู่ในป่าแบบนั้นต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณให้ถึง! ไม่อย่างนั้นเกิดหน้าเป็นฝ้าผิวแตกตัวลายขึ้นมามันจะไม่งาม จะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เพื่อนฉันต้องสวย!”
เดโชที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมากับความรักสวยรักงามของผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะพูดไปก็คงจะเปลี่ยนใจอะไรสีฝุ่นไม่ได้ หน้าที่ของเขาจึงมีเพียงแค่ช่วยเธอขนเข้าไปและไม่ต้องสงสัยถามอะไรอีกเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานของตัวเอง
“แล้วนี่ก็ของน้ำอบ เพราะยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงก็ต้องมีเหมือนกัน เห็นไหมว่าของทุกอย่างมันจำเป็น ฉันคิดมาแล้ว!”
สีฝุ่นที่ยกกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากหลังรถแล้วนำมาคล้องแขนตัวเองไว้เอ่ยพูดอธิบายว่าของที่เธอเตรียมมามันมีอะไรบ้าง ซึ่งชื่อของใครบางคนที่เธอพูดออกมาก็ทำให้เดโชนั้นชะงักไปก่อนจะมองมายังกระเป๋าใบใหญ่ที่อยู่บนแขนเธอ
“ทำไม อยากถือใบนี้เหรอ”
“...”
“อยากถือก็ถือ ถือแล้วเอาไปให้ด้วยตัวเองด้วยนะ”
“เพ้อเจ้อ”
แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่กลับยื่นมือไปรับกระเป๋าใบใหญ่มาสะพายไว้ที่ไหล่ของตัวเอง ทำให้สีฝุ่นที่เห็นคลี่ยิ้มออกมาด้วยความหมั่นไส้
ปึง!
“อ๊ะ! ไม่ปิดกระแทกหน้าฉันเลยล่ะ!”
แต่ยืนกอดอกยิ้มได้ไม่นานเท่าไหร่ก็ต้องขึ้นเสียงใส่เจ้าของร่างสูงที่เดินนำเธอเข้าไปในป่า เมื่อเขาปิดประตูท้ายรถลงมาเฉียดหน้าเธอไปเพียงแค่นิดเดียว
“ตอนแรกฝุ่นก็คิดว่าตัวเองเหงาปากที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่พอนานวันเข้าฝุ่นกลับคิดถึงใบหน้าของเขา เสียงของเขา จนฝุ่นทรมานและเจ็บมากทุกครั้งที่นึกถึง”“...”“ฝุ่น...รักเขาไปแล้ว”เมื่อได้ยินความในใจของเพื่อนรักนิลตราก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะนอกจากวันเวลาที่แสนทรมานที่ผืนฟ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนรอสีฝุ่นมาโดยตลอดมันจะสิ้นสุดลงแล้ว เขายังได้รับรางวัลคนรอเป็นหัวใจดวงน้อยของสีฝุ่นไปครองอีกด้วย“แต่นิลห้ามไปบอกเขาเด็ดขาดเลยนะ ฝุ่นกำลัง...ให้เขาจีบอยู่”“ฮือ เขินจัง พี่ฟ้าจะจีบสาวยังไงเนี่ย”“แต่ปากเขาก็หวานใช้ได้เลยนะ”“หืม ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ฟ้าปากหวาน ชิมแล้วเหรอ”“ไม่ใช่ปากหวานแบบนั้น! หมายถึงคำพูดคำจาของเขาต่างหาก”“งั้นเหรอ แต่แค่ได้ยินว่าพี่ฟ้าพูดหวานก็อึ้งแล้ว”“ให้ถามแค่คำถามเดียว พอแล้ว จบ! ว่าแต่วันนี้พี่ป่ายอมปล่อยให้ห่างตัวมาได้ยังไงเนี่ย”สีฝุ่นเอ่ยพูดตัดบทเพราะการที่มายืนคุยเรื่องนี้อยู่ตรงนี้โดยมีสายตาของสองพี่น้องที่มองมาอยู่ตลอด มันทำให้เธอเขินหนักจนแทบจะพูดลิ้นพันกันอยู่แล้ว!“วันนี้นิลจะไปหาแม่หมอ เลยขอพี่ป่าว่าจะไปกับฝุ่น”“ไปหาแม่หมอ?”“ใช่
ผืนฟ้ามองใบหน้าสวยที่อ้าปากค้างดวงตากลมโตก็กะพริบปริบ ๆ มองหน้าเขาราวกับไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก ผืนฟ้ามองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเล็กด้วยสัมผัสแผ่วเบาเพราะกลัวว่าความหยาบกร้านจากมือเขาจะทำให้เธอระคายเคือง“พี่จะต้องทำอย่างไรให้เอ็งอยู่กับพี่ และไม่หนีหายไปอยู่ห่างไกลจากสายตาพี่อีก”“...พี่ฟ้า ชอบฉันเหรอ”“...”“ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะอยากได้คำตอบจากพี่”“พี่หลงใหลกลิ่นกายและหลงรักความดื้อด้านของเอ็งไปเสียแล้ว”“...”“รักจนเฝ้ารอเอ็งกลับมาทุกวันคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเอ็งจะกลับมารึไม่”หัวใจของสีฝุ่นเต้นแรงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะช็อกเมื่อได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากเขาชัดเจนเต็มสองหู ชัดเสียจนตอนนี้สมองเธออื้ออึงไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปเพราะภายในหัวมีแต่คำบอกรักของเขาดังซ้ำไปซ้ำมาผืนฟ้ามองดวงตาคู่สวยของสีฝุ่นด้วยความรักและแสนจะโหยหา เขาเฝ้ารอวันที่จะได้มองหน้าและสบตากับเธอเช่นนี้มาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เธอกลับมาก็ไม่อยากรอช้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะหากเขาชักช้าจนเวลาผ่านเลยไปและในวันหน้าเธอตัดสินใจที่จะกลับเขาคงไม่อาจจะห้ามอะไรเธ
“เหรอ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะกินคนเดียว!”พูดจบสีฝุ่นก็ยกกระจาดปลาขึ้นมาวางบนตักแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้เขาแล้วก้มหน้าก้มตาหยิบเนื้อปลามาใส่ปากตัวเองซึ่งไม่รู้ว่าหิวหรืออย่างไร แต่ตอนนี้เธอหยุดกินไม่ได้เลยเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเพราะทุกอย่างตอนนี้ดูเกะเกะไปหมดเลย“!”แต่นั่งฟุ้งซ่านสติเตลิดเพราะเขินอายเขาได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังและก้นนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนด้านหลังเมื่อผืนฟ้านั้นขยับเข้าไปนั่งซ้อนกอดสีฝุ่นโดยที่ขาข้างหนึ่งนั้นห้อยลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้เขาและเธอใกล้ชิดกันไม่ต่างไปจากคืนนั้นเลยมิหนำซ้ำมือเรียวของสีฝุ่นที่กำลังจะหยิบเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง ก็โดนผืนฟ้าจับมาป้อนใส่ปากเขาพร้อมกับดูดเลียนิ้วเธอไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่สีฝุ่นป้อน“หิวไม่ใช่รึ กินเข้าไปสิ”ผืนฟ้าเอ่ยถามแต่กลับไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเมื่อพูดจบแขนแกร่งข้างขวาที่แสนจะแน่นและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้สีผิวของเขาจะดำสนิทแต่สีฝุ่นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เอื้อมมาด้านหน้าโดยยกขึ้นวางพาดไว้ยังไหล่บางของสีฝุ่น ก่อนจะหยิบเนื้อปลาขึ้นมาจ่อยังริมฝีปากสีชมพูร
เสียงหวานที่เอ่ยอ้อนขอให้เขาป้อนทำเอาดวงตาคู่คมนั้นวูบไหวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันกลับมามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวตัวเล็ก ที่ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนแคร่ในขณะที่สายตาก็มองเขาอย่างหวานเชื่อม“พูดจาชวนขนลุก”“น่าจะไม่ได้ลุกแค่ขนนะ”“เป็นหญิงอย่าได้เที่ยวพูดจาลามก”“ฉันพูดอะไรลามก แค่บอกว่าไม่ได้ลุกแค่ขน แล้วพี่รู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไรที่ลุก”“...”“อาจจะเป็นตัวพี่ที่ลุกหนีฉันเพราะไม่อยากป้อนก็ได้”สีฝุ่นขยับไปนั่งกอดอกแล้วเฉไฉสายตามองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้เธอกำลังจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวเพราะขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ ว่าผืนฟ้ากำลังทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนรุกหนักทั้งคำพูดและการกระทำจนทำให้เขาตั้งรับไม่ทันเช่นนี้“แล้วมือเอ็งไม่มีรึ”“ก็มี นี่ไง นุ่มด้วยนะ ลองจับไหม”“ผีสิงรึ”“ผีอะไร ผีสาวแสนสวยใช่ไหมล่ะ”สีฝุ่นหันหน้ากลับมามองผืนฟ้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแบออก แล้วนำมารองยังปลายคางของตัวเองพร้อมกับเอียงหน้าในมุมที่เธอมั่นใจว่าองศาประมาณนี้เธอจะสวยที่สุด ดวงตาเป็นประกายก็กะพริบตาปริบ ๆ จนผืนฟ้าถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ผีอยากมีผัว”“ของแบบนี้จะผีหรือคนก็มีความอยากเหมือนกันนั่นแหละ”
เรือนผืนฟ้าสายตาคมที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังปลาช่อนตัวใหญ่ที่นอนนิ่งส่งกลิ่นหอมอยู่บนใบตองในกระจาดสานถึงสามตัว แต่เดโชที่นอนอยู่ในเรือนและตัวเขาเองที่นั่งอยู่ยังแคร่ไม้หน้าเรือนกลับได้กินเพียงแค่กล้วยและลูกหว้า“คงจะมองมันจนอิ่ม จนไม่นึกอยากกินสิ่งใด”เมื่อพูดจบภาพใบหน้าของสีฝุ่นที่มองผ่านเขาไปยังเดโชก็ผุดขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ขุ่นมัวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะใจเย็นและใจดีกับเธอให้มาก ให้สมกับที่โหยหาและคิดถึงอยากเจอหน้ามาตลอดแต่พอถึงเวลาที่สีฝุ่นนั้นกลับมาแล้วเขาต้องมาเห็นว่าเธอสนิทสนมกับเดโชจนผิดตา ก็ทำให้อดจะหึงหวงเธอไม่ได้พรึบ“เฮือก!”สีฝุ่นที่เดินย่องเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อผืนฟ้านั้นหยิบกระบองไม้ที่วางอยู่ข้างตัวเขามาถือไว้ ก่อนจะหันกลับมาใช้มันชี้มาที่หน้าของสีฝุ่นหากเธอเดินไวกว่านี้อีกสักก้าวปลายกระบองไม้นั้นคงจะตีเสยเข้ายังปลายคางของเธอไปแล้ว มีเขาที่ไหนมีกระบองไม้นี้ที่นั่นสินะ!“ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเอ็งไป”เสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเธอและเขาต่างเอาแต่มองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำให้ส
ตกดึกเรือนน้ำอบ“คนเคยปากเสียยังไง มันก็ยังปากเสียอยู่วันยังค่ำ!”สีฝุ่นที่อาบน้ำผลัดผ้ามาอยู่ในชุดที่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับประโคมฉีดน้ำหอมไปตามเนื้อตัวจนน้ำอบที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในเรือนยกมือขึ้นมาปิดจมูกในทันที“กลิ่นแสบจมูกนัก!”“ดี! จะได้ไม่มีใครมาเข้าใกล้ฉัน เหม็นจนแสบจมูกกันให้หมด”“เพียงแค่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ชอบกลิ่นเอ็ง ทำให้เอ็งตกมันเชียวรึ”“ฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเขา ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ!”“แปลกจัง ทีแรกข้าก็คิดว่าที่พี่ฟ้าไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เพราะว่ารอเอ็ง”“...”“แต่เหตุใดเอ็งกลับมาแล้ว เขายังปากร้ายกับเอ็งไม่เปลี่ยน”“ไปรอปากถ้ำ?”“อืม ทุกวัน เช้าจรดมืด”สีฝุ่นที่ได้ยินว่าเขาไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เงียบไปสักพัก ภายในหัวก็ผุดคำพูดของผืนฟ้าที่เอ่ยบอกกับเธอในคืนนั้นที่ทั้งสองได้พบกันในป่าลึกซ้ำไปซ้ำมา ว่าเขาคิดถึงเธอแต่เขาก็กลับมาปากร้ายเช่นเดิมเมื่อสีฝุ่นเอ่ยบอกให้เขากลับไปรับเดโช มาวันนี้ทีแรกเขาก็ยังพูดดีแต่พอเดโชกลับมาคำพูดคำจาเขาก็เปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะหึง“นี่น้ำอบ”“หืม”น้ำอบที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ข้างส
เอ่ยพูดอย่างนึกโมโหทั้ง ๆ ที่ใครคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเมื่อพูดจบก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอให้เดโชกลับมาและรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า เธอและเขาจะได้กลับเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะตัวเธอเองก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าแม้ว่าเพื่อนรักอย่างนิลตราจะอยู่นั่นก็ตามยิ่งตอน
แขนเรียวของสีฝุ่นถูกมือใหญ่ของเดโชคว้าจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในถ้ำ ทำให้ใบหน้าสวยหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย“อย่าเพิ่งเข้าไป”“ทำไม”“จำที่ผมเคยบอกว่าเดินเข้าไป แล้วเดินกลับออกมาอยู่ที่เดิมได้ไหม”สีฝุ่นเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันมองไปยังถ้ำแล้วหันกลับมามองหน้าเดโช
สีฝุ่นจากตอนแรกที่ก้าวขาเดินด้วยความคล่องแคล่วแต่พอมาตอนนี้จังหวะเดินของฉันกลับเริ่มช้าลงเพราะเดโชพาฉันเดินโดยไม่ได้หยุดพักต่อเนื่องมาหลายกิโลเมตร จนฉันรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มมันเกือบจะแห้งแล้ว“ถูกทางหรือเปล่าเนี่ยเดโช”“ใกล้แล้ว”“ใกล้ถึงไหน ใกล้ถึงต้นไม้ต้นที่ใหญ่กว่านี้ ใกล้ถึงถ้ำหรือว่า
เวลาเดินผ่านไปนานหลายชั่วโมงที่เดโชและสีฝุ่นมาหลบฝนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หนาทึบมากกว่าบริเวณอื่น พร้อมกับที่เดโชนั้นหยิบร่มพกพาขนาดเล็กมาให้สีฝุ่นเพื่อให้เธอหลบซ่อนเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอยู่ภายในนั้นแต่ตัวเขากลับนั่งตากฝนอยู่ข้างนอกราวกับว่ากำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายฝนท






![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
