LOGIN“ไม่ต้องกลัว”
“คุณยาย อึก คุณยายเป็นใครคะ ทำไมถึงได้มีของแบบนี้”
นิลตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเพราะต่อให้จะเคยอ่านหนังสือหรือดูละครที่เกี่ยวกับ เงาะป่า มาไม่น้อยเพราะเธอเป็นคนชอบวรรณคดีหรือละครไทย ๆ แต่พอมาเห็นของจริงก็อดจะกลัวไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าของจริงกับสิ่งที่เป็นเพียงแค่บทประพันธ์มันเหมือนหรือแตกต่างกันแค่ไหน
“เราที่นี่ มีกันทุกคน”
“ทำไมถึงมีล่ะคะ ในเมื่อ...คุณยายก็เป็นคนปกติเหมือนกับเราสองคน”
สีฝุ่นเอ่ยถามแล้วหันไปมองหน้านิลตราที่นั่งอยู่คนละมุมภายในบ้าน ทำให้แม่เฒ่านั้นยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“แล้วถ้าไม่เหมือนพวกเอ็งจะผิดแปลกงั้นรึ หึ งั้นหัวสวมนี้ก็เป็นสิ่งที่ผิดแปลกด้วยใช่หรือไม่ พวกเอ็งถึงได้มีท่าทีหวาดกลัว แต่ก็อย่าได้กลัวไปเลย”
“...”
“เราอยู่ที่นี่กันมาหลายร้อยปี อยู่แต่ภายในป่าแห่งนี้ ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าตัวพวกเรานั้นผิดแปลกแตกต่าง จนกระทั่งมีคนอย่างพวกเอ็งหลงเข้ามา”
“...”
“เราทุกคนต่างมีหัวสวมนี้เป็นของตัวเอง และต่างต้องสวมใส่ไว้ตลอดซึ่งยึดถือทำตามกันมาไม่เคยเปลี่ยน”
“หัวโขนเงาะเนี่ยน่ะเหรอคะ”
“หัวโขนเงาะคือสิ่งใด”
“ก็เงาะไงคะ เงาะป่า”
“ข้าไม่เคยได้ยิน”
แม่เฒ่ามองหน้านิลตราด้วยความไม่เข้าใจทำให้นิลตรานั้นหันไปมองสีฝุ่น ก่อนจะค่อย ๆ คลานกลับมานั่งลงข้าง ๆ แม่เฒ่าหลังจากที่เริ่มจะตั้งสติได้และรู้สึกได้ว่าหญิงชราคนนี้จิตใจดี
ส่วนสีฝุ่นนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิมสายตาก็มองสังเกตหาทางเอาตัวรอด และหากหญิงชราคนนี้ทำอะไรนิลตราเพื่อนของเธอจะได้ช่วยได้ทันท่วงที
“หนูอยู่ข้างนอกป่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีผู้คนในป่าแห่งนี้...ที่เป็นแบบนี้”
“เป็นอย่างไร เป็นเงาะป่าอย่างที่เอ็งพูดน่ะรึ”
“ข้างนอกนั้น มีเรื่องเล่าทั้งละครและบทประพันธ์ เอ่อ หมายถึงหนังสือน่ะค่ะเกี่ยวกับเงาะป่า ที่มีหน้าตาแบบนั้น”
นิลตราพูดอธิบายพร้อมกับหันไปมองยังหัวโขนที่ตั้งอยู่ ซึ่งเธอสังเกตเห็นว่าหัวโขนของหญิงชราคนนี้ไม่เหมือนของทั้งสามคนที่เธอพบเห็น หัวโขนเงาะของแต่ละคนไม่เหมือนกันจริง ๆ
“เขาเล่ากันว่าอย่างไร”
“เล่าว่าจิตใจดี เป็นคนดี แล้วก็จะมีร่างทองที่สวยงามภายใต้หัวโขนเงาะที่สวมใส่ หนูไม่คิดว่าจะเป็นจริง”
“ร่างทองรึ คนที่นี่ไม่มีใครเนื้อตัวเป็นเงินเป็นทองหรอกนะ”
นิลตราก้มลงมองตามสายตาของหญิงชราที่ยกแขนของตัวเองขึ้นมาพลิกดูด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ทำให้สีฝุ่นที่นั่งมองอยู่นานแต่พอเห็นท่าทางและความบริสุทธิ์ใจของหญิงชราก็คลานเข่าเข้ามาหาแล้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ร่างทองที่ไม่ได้แปลว่าเนื้อตัวเป็นทอง แต่หมายถึงจิตใจที่แสนดี หน้าตาที่หล่อเหลาและสะสวย”
“หล่อเหลา สะสวย”
“ก็คือหน้าตาแบบคุณยายแล้วก็เราสองคนไงคะ”
“งาม เอ็งทั้งสองคนงามยิ่งนัก แต่ข้าแก่แล้วไม่งามหรอก”
แม่เฒ่าหันมองหน้าทั้งสองคนพร้อมกับรอยยิ้มทำให้นิลตราและสีฝุ่นนั้นยิ้มตามไปด้วย ซึ่งพอได้คุยกันแม้จะเพียงไม่นานแต่ก็ทำให้รู้ว่าเงาะป่านั้นไม่ได้บ้าใบ้ พวกเขารู้ความและพูดได้เพียงแต่บางคำก็ไม่เข้าใจและใช้ไม่เหมือนกับพวกเธอ โดยที่ไม่รู้ว่าใครสอน
“แล้วต่อไปก็เรียกข้าว่าแม่เฒ่านะ คุณยายอะไรนั่นข้าไม่คุ้นหูเสียเท่าไหร่”
“ค่ะ แม่เฒ่า...เอ่อ คือหนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
“ถ้าข้าตอบได้ก็จะตอบให้เอ็งกระจ่าง”
“พวกเราต้องเดินไปทางไหนถึงจะออกจากป่านี้ได้คะ”
“ออกไปจากป่างั้นรึ”
“ใช่ค่ะ พวกเราแค่เข้ามาในป่าเพื่อหาที่สักการะและเดินสำรวจตามรอยคุณตาของหนู แต่อยู่ดี ๆ ก็หลงทางทั้ง ๆ ที่พวกหนูไม่ได้เดินไปไหนไกลจากทางเข้าเลยด้วยซ้ำ”
นิลตราพูดบอกด้วยสีหน้าที่อยากจะร้องไห้เพราะเธอไม่คิดเลยว่าเพียงแค่อยากมาตามรอยคุณตาของตัวเองนั้น จะทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายจนกลายเป็นแบบนี้ไปได้ และอยู่ดี ๆ ก็คิดถึงข้อความบนป้ายที่อยู่ริมข้างทางแวบเข้ามาในหัว
อย่าใคร่รู้ นึกฝักใฝ่ ในสิ่งที่ไม่เคยพบเห็น
แต่เธอไม่ได้ใคร่รู้ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไรต่างหาก ที่พาให้เธอมารู้มาเห็นเต็มสองตาตัวเองแบบนี้!
“ออกไปจากป่ายังไงข้าไม่รู้หรอก เพราะพวกเราไม่เคยออกไปไหน”
“...”
“แต่ถ้าจะออกไป พวกเอ็งอาจจะต้องรอถามคนจากข้างนอก คนที่แต่งกายเหมือนกับพวกเอ็งให้เขาพาออกไป”
“เคยมีคนเข้ามาเหรอคะ”
“ผู้เดียว มันเจ็บตัวเกือบตายดีที่พ่อครูเขาช่วยไว้ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเข้ามาได้อย่างไร และกลับออกไปอย่างไร เอ็งคงต้องรอถามมันเอาเอง”
“ครั้งเดียวเหรอคะ แล้ว...แล้วแบบนี้เขาจะมาอีกเมื่อไหร่”
“ตอนนั้นมันมีตัวคนเดียว แต่หลังจากนั้นมันก็พาเพื่อนมันมาด้วย ทั้งเอาของกินแปลก ๆ ของใช้แปลก ๆ มาให้ ครั้งล่าสุดก็ตั้งแต่พิธีเลือกคู่ครั้งก่อน”
นิลตราและสีฝุ่นมองหน้ากันด้วยสายตาสิ้นหวังเพราะไม่รู้ว่าพิธีเลือกคู่อะไรนั่นผ่านพ้นมานานเท่าไหร่แล้ว และกลุ่มคนที่ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่
“แต่พวกเอ็งก็จะอยู่ที่นี่เพื่อรอไม่ได้ เพราะหากไม่ได้เจียนตายที่ต้องให้พ่อครูช่วยรักษาในฐานะผู้ซึ่งมีวาสนาต่อกันให้ช่วยเหลือ ไม่ใช่สายเลือด ก็คือคนแปลกประหลาดที่จะนำพาเรื่องร้าย ๆ เข้ามา”
“!”
“ทุกคนจะไม่ยอม โดยเฉพาะเจ้าพวกนั้น”
เรือนผืนป่า“เอาไว้ครั้งหน้านิลจะทำอย่างอื่นให้พี่กินอีก”เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มในขณะที่นั่งเอนกายพิงอกเขาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนเพื่อดูพระจันทร์ที่คืนนี้นั้นเต็มดวงหลังจากที่มื้อค่ำได้ผ่านพ้นไปซึ่งแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่แต่บริเวณหน้าเรือนของผืนป่ากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน“เอ็งทำอะไร พี่ก็กิน”“แม้ว่าจะไม่ถูกปากน่ะเหรอคะ”“ถูกหมดทุกอย่าง เพราะเอ็งทำ”“ปากหวานมากค่ะ”“ไม่ได้พูดเอาใจ พูดจริง”“เฮ้อ นิลมีความสุขจัง”นิลตราเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากสายตามองไปยังดวงจันทร์ในขณะที่มือก็ประสานอยู่กับมือเขา แล้วไล้นิ้วมืออีกข้างเล่นหลังมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเขาอย่างเพลิดเพลิน“พี่ก็รู้สึกไม่ต่าง”“นิลรักที่ป่ามาก ๆ เลยนะคะ”“พี่ก็รักเอ็ง”“รักนิลแบบนี้ไปนาน ๆ เลยได้ไหมคะ”“ทั้งชีวิตของพี่ รักแค่เอ็ง”นิลตราหลับตาลงด้วยความสุขอยู่ในอ้อมกอดเขาหลังจากที่ได้ยินคำบอกรักที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ และเมื่อพูดจบผืนป่าก็ก้มหน้ามาหอมแก้มนิ่มและโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขนของเขา“พี่ป่าคะ”แต่หลับตาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มได้เพียงไม่นานน
ตกค่ำเสียงริมฝีปากกดจูบยังผิวเนื้อบอบบางยังคงคลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยของเธอและเขาทำให้ภายในเรือนที่เคยเงียบเหงาอบอวลไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่อยากออกไปไหน“ปากนี้ทำไมซนนักคะ”นิลตราที่กำลังนั่งหวีผมและส่องกระจกอยู่บริเวณโต๊ะไม้ไผ่ตัวเล็กที่ผืนป่าเป็นคนทำให้ เพื่อที่นิลตราจะได้ไว้วางของใช้ส่วนตัวพวกเครื่องประทินผิวที่เธอขนเอาเข้ามา แม้ว่าจะนำไปฝากน้ำอบเยอะพอสมควรแต่ที่มีเหลืออยู่ก็ไม่น้อยเลยใบหน้าสวยหันกลับไปมองคนหน้าหล่อที่นั่งชันเข่าซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ ริมฝีปากก็กดจูบไปทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่เล็กและดูเหมือนจะลามมาถึงแก้มขาวของเธอเสียแล้ว“ยังไม่อิ่ม”“เพราะงั้นต้องไปหาอะไรกินได้แล้วค่ะ”“กินเอ็ง”“หมดแล้วค่ะ หมดแรง”นิลตราหันมาย่นจมูกใส่เขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวาด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วหันกลับมาหาเพื่อจับมือใหญ่ของเขาทั้งสองข้างเขย่าเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่แสนอ้อน“พานิลไปเติมพลังหน่อย”“กินพี่”“ถ้าอยากให้นิลมีแรงมากินพี่ทั้งตัว ก็ต้องพานิลไปหาอะไรใส่ท้องก่อน หิวแล้ว”มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอหิวมาก ซึ่งผืน
นิลตรามองตามนิ้วเรียวของเขาที่ยกขึ้นชี้ไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งนิลตราจำได้ว่าตอนนั้นที่เธอกับสีฝุ่นมานั่งพักเหนื่อยรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง“เห็นเอ็ง”“จริงเหรอคะ สวยแต่ก็โยนนิลทิ้งจนตัวปลิวเลย”“ก็แค่สวย แต่ยังไม่วางใจ ตอนนั้นไร้เสน่ห์”“ไร้เสน่ห์?!”“อืม”“ไร้เสน่ห์แต่ก็มองนิลไม่หยุดเลยนะคะ”พอได้ยินเขาบอกว่าเธอไร้เสน่ห์ทั้ง ๆ ที่นิลตราแอบคาดหวังว่าจะได้ยินเขาสารภาพว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ก็มองหน้าเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่พอโดนเขาเลื่อนหน้าเข้ามาหอมแก้มราวกับกำลังง้อ ก็ถึงกับวางของที่อยู่ในมือแล้วหันกลับไปกอดเอวหนาแล้วซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง“เลิกมองไม่ได้”“แสดงว่าพี่ก็มองนิลจริง ๆ สินะ แล้วทำไมถึงเลิกมองไม่ได้คะ”“ใจพี่เต้นแรง”“...”“เจอกี่ครั้งก็เห็นเพียงแค่เอ็งก่อนผู้อื่นเสมอ”“...”“หนักเข้าแม้แต่ตอนนอนก็ยังนึกถึงหน้าเอ็ง”“...”“พี่เลิกมองไม่ได้ จึงต้องนำเอ็งมาเป็นของพี่ จะได้มองทั้งตอนก่อนหลับและตอนตื่น”ยิ่งได้ฟังเขาพูดก็ยิ่งร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่ชอบมอง เธอเองก็เอาแต่มองเขาไม่หยุดเหมือนกัน มีอย่างที่ไหนเห็นเขาเมื่อใดจะต
สองวันต่อมาน้ำตกบริเวณปากถ้ำผ้าสีแดงผืนใหญ่ถูกนำมาปูอยู่บริเวณริมลำธารก่อนจะวางกระจาดผลไม้มากมายที่ผืนป่าเป็นคนถือมาจากเรือนไว้ตรงกลาง และตามด้วยหนุ่มรูปงามอย่างเขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนชันขาขึ้นข้างหนึ่งพิงโขดหินมามองมาที่นิลตรา ซึ่งท่านี้เหมือนจะเป็นท่านั่งประจำของเขาแต่นิลตราที่เห็นประจำกลับไม่ชินเอาเสียเลยเพราะทั้งรูปร่าง ใบหน้าหล่อเหลา และสายตามีเสน่ห์ของเขายามที่นั่งแล้วมองมาที่เธอแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาหล่อมากขึ้นอย่างที่เธอไม่อาจจะหาคำไหนมาจำกัดความได้เลย“แดดแรงรึ”“ไม่นะคะ”“แล้วเหตุใดเมียพี่ถึงหน้าแดง”“...”“หรือมองหน้าพี่แล้วคิดอะไร”“ปะ เปล่านะคะ นิลไม่ได้คิดอะไรเลย”“คิดได้พี่ไม่ว่า คิดไว้แล้วค่อยกลับไปกระทำพี่ที่เรือน”“นิลเหรอทำ พี่นั่นแหละทำนิลไม่หยุด”คนตัวเล็กที่นั่งพับเพียบหันหลังพิงตัวเขาอยู่นั้นหันหน้ากลับไปพูดตัดพ้อด้วยความเขินอายเพราะตั้งแต่ที่เธอกลับมา เขาเอาแต่กอดเธอไว้ไม่ให้ห่างกายไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอและเขาที่สัมผัสโดนกันเสมอเรียกได้ว่าหนุ่มในฝันที่เสพติดการสัมผัสโดนตัวนั้น เธอได้ผู้ชายคนนั้นมาครอบครองแล้ว“แล้วอยากให้พี่หยุ
“พี่ไม่ปล่อยให้เอ็งตกหรอก”“...”“มีแต่จะปล่อยให้เอ็งแตก...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”ประโยคสุดท้ายเขากระซิบเสียงเบาชิดแก้มใสก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนพรมจูบคลอเคลียไม่ห่าง แล้วพาเธอมาหยุดยืนอยู่บริเวณริมหน้าต่างสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจดวงเล็กทำงานหนักและรีบเบียดชิดเข้าหาเขาด้วยความกลัวกลัวว่าเขาจะเปิดมันออก เพราะว่าเขามั่นใจในคาถาวิชาของตัวเองจนแทบจะพาเธอเดินแก้ผ้าลงเล่นน้ำในทุกคืนอยู่แล้ว“กลัวพี่เปิดรึ”“แล้วคิดจะเปิดหรือเปล่าล่ะคะ”“หากเอ็งร้อนพี่จะช่วยเปิด”“เปิดหมดทั้งหลังคานิลก็ไม่หายร้อนหรอก เพราะตัวต้นเหตุที่ทำให้นิลร้อน ยังกอดนิลไม่ปล่อยอยู่แบบนี้”“ไม่ปล่อย จวบจนถึงเช้าพี่ก็ไม่ปล่อย”ปึก!“อ๊า นิลจุกนะ”“จุกหรือถูกใจ หน้าเอ็งแดงก่ำ แววตาเป็นประกายถึงเพียงนี้”“คนขี้แกล้ง”เมื่อไม่อาจจะเถียงชนะเขาได้นิลตราก็ซบหน้าเข้าหาไหล่กว้างเพื่อหลบสายตาที่แสนจะเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ผืนป่าเองปกติมักจะทำหน้านิ่งกลับยิ้มได้บ่อยเมื่ออยู่กับเธอริมฝีปากนุ่มกดจูบยังกลุ่มผมหอมแล้วกอดรัดเนื้อตัวนุ่มนิ่มให้แนบชิดอยู่กับตัวเขาแล้วขยับเอวสอดใส่เข้าออกในร่องสีหวาน ที่บัดนี้เริ่มแดงช้ำเพราะโดนกระทำติดต่อกันโดยไม่ให้เ
ท่อนเนื้อแข็งถูกสอดใส่เข้าไปในร่องรักเปียกแฉะและกดแช่ค้างไว้จนนิลตราสั่นเทิ้มด้วยความเสียวกระสัน เพราะความยาวของเขาที่เข้าไปโดนตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึกและอ่อนไหวของเธอนั้น ทำเอาแทบจะเสร็จตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันจะได้ขยับ“เป็นอย่างไร ลึกอีกดีไหม”“พะ พอแล้วพี่ป่า นิลจะแตก”“แตกแล้วอย่างไร เอ็งแตกได้อีกซ้ำ ๆ”“อื้อ ของพี่มันใหญ่นะ กดเข้ามาแบบนี้นิลได้ตายพอดี”นิลตรานั่งงอตัวแล้วเอ่ยพูดด้วยความงอแงสองมือที่วางอยู่บนไหล่กว้างก็ออกแรงจิกข่วนฝังไปในผิวเนื้อของเขาเพื่อระบายความรู้สึก แต่ผืนป่าก็ไม่ได้ว่าเพราะนอกจากเขาจะไม่เจ็บยังชอบให้เธอทำลอยทิ้งไว้บนตัวเขาด้วยซ้ำ“อ่า รัดพี่แน่นนัก”“นิลรัดพี่แน่น หรือของพี่ใหญ่จนเต็มของนิลกันแน่”“ใหญ่แค่ไหนเอ็งก็ครอบครองพี่ไว้ได้ทั้งหมด”ผืนป่าเลื่อนหน้าเข้ามากระซิบชิดใบหูเล็กแล้วแลบลิ้นปาดเลียสลับกับขบกัดด้วยความมันเขี้ยวจนนิลตราต้องเอียงคอหนีด้วยความขนลุก“เห็นทีว่าเอ็งจะใหญ่กว่า”“อ๊ะ ของนิลไม่ได้ใหญ่สักหน่อยเพราะพี่นั่นแหละที่เข้ามา...ขยายมัน”“พี่เชื่อ เห็นอยู่เต็มตาว่ามันขยายปริออกถึงเพียงนี้”“พี่ป่าอย่า อ๊า!”นิลตราโต้เถียงอย่างไม่ยอมด้วยใบหน้างอง
เช้ามืดแม้ว่าจะไม่อยากจากและอยากยืดเวลาออกไปอีกสักหน่อย แต่เพราะมันก็จะทำให้เรื่องราวต่าง ๆ ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น ผืนป่าจึงบอกให้เธอนั้นกลับไปในเช้ารุ่งขึ้นซึ่งก็คือวันนี้นิลตรากลับมาสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่เธอใส่มาแล้วนั่งพับเพียบพนมมือไหว้ไว้กลางอกแล้วเงยหน้ามองไปยังหัวสวมของเธอที่ถอดวางไว้บนแท
“รู้ทั้งรู้ แต่มึงก็วางใจพามันมา!”“...”เสียงตวาดของพ่อครูเปลวเทียนที่ดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่เว้นแต่ป่าอันกว้างใหญ่ที่ก็พลันเงียบเชียบชวนขนลุก“หรือคิดว่าพวกกูไม่ฆ่า เลยพากันได้ใจ”“...”“มึงจงรู้ไว้ ว่าตราบใดที่กูยังอยู่ ต่อให้ไม่มีผู้ใดลงมือกูนี่แหละจะทำเอง”น้ำ
เรือนผืนป่ามือเรียวลูบไล้กรอบหน้าสวยหลังจากที่เขาทำการถอดหัวสวมออกไปให้เธอ แล้วมองดูคนรักที่นอนหลับตาพริ้มด้วยอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปจรดริมฝีปากประทับจูบยังหน้าผากใสด้วยความรักใคร่และหวงแหน“พี่ป่า”นิลตราที่ถูกแม่เฒ่าทำการปัดเป่าและคลายมนต์คาถาเอ่ยเรียกหาเขาเป็นคนแรกหลังจากที่
ผืนป่าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดันและโกรธจัดยิ่งได้เห็นว่านิลตรานั้นโดนอะไรก็ยิ่งโกรธแค้น เท้าหนักที่เหยียบแผงอกของชายแปลกหน้าก็เตรียมจะยกขึ้นกระทืบมันอีกครั้ง แต่เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังก็ทำให้เขาต้องยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามร่างกายอย่างพยายามระงับอารมณ์“พอ”“ไสหัวกลับเรือนมึงไป”พ่อครูเปลวเท







