تسجيل الدخولสุดท้ายแทนคุณก็ต้องหิ้วคนที่อยากแก้เบื่อโดยใช้วิธีเดียวกับเขาก็ตามมาที่ร้านเหล้ากับเขาจริงๆ
ตอนแรกเขาตั้งใจนัดเพื่อนเพื่อคุยงาน อาจมีดื่มด้วยกันบ้างแล้วจะค้างที่คอนโดในเมืองเลย แต่พอหนีบหมอกมาด้วย เห็นทีว่าจะทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว คงทำได้แค่ดื่มโซดาแทนเหล้าเพรียวๆ เพื่อที่จะได้พาอีกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย "นี่หมอก น้องกู" แทนคุณแนะนำคนข้างๆ ให้เพื่อนสนิทของเขารู้จัก ทั้งที่ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน สันดานเรื่องนั้นเป็นแบบไหนก็ย่อมรู้ดีเหมือนกัน "หมอก นี่ไอ้โต เพื่อนพี่" "สวัสดีค่ะพี่โต คุยธุระกันได้ตามสบายเลยนะคะ หมอกตามพี่แทนมาเฉยๆ แก้เบื่อน่ะค่ะ" คนยกมือไหว้ยิ้มแห้ง "ครับๆ ว่าแต่แนะนำว่าน้องนี่น้องแบบไหน อย่าบอกนะว่าพี่น้องท้องชนกัน" โตแซวเพื่อนที่อยู่ๆ วันนี้ดันมากับสาว คนพูดไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนฟังเบือนหน้าหนี ไม่ได้เพราะโกรธมาก แต่เพราะมันทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ "ไอ้สัด น้องกู" แทนคุณรีบแก้ต่าง เขาไม่อยากให้หมอกโวยวายใส่เพื่อนเขานักหรอก ต่อให้เพื่อนเขามันจะพูดจาเลอะเทอะแบบสมควรโดนก็เถอะ "พี่แทนคุยกับเพื่อนไปละกันนะ หมอกไปนั่งฟังเพลงดีกว่า นักร้องหล่อดี" หมอกก็ยังเป็นหมอกที่ไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ ร่างเล็กลุกจากโต๊ะ ยิ้มให้เพื่อนสนิทของแทนคุณตามมารยาทก่อนจะลุกออกไป "ไอ้สัดโต มึงแม่งพูดไม่รู้เรื่อง" "กูผิดตรงไหนวะ มึงมีแค่พี่ แล้วพี่มึงก็ชื่อพี่ทัพพ์ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมากูไม่เคยรู้ว่ามึงมีน้องสาวด้วยซ้ำ" "เออ ก็ไม่ใช่แบบที่มึงคิดละกัน หาเรื่องให้ตัวเองหัวแตกยังไม่รู้ตัวอีก ชะตาเกือบขาดแล้วมึง" แทนคุณจัดชุดใหญ่ให้เพื่อนก่อนจะมองหาสาวน้อยหน้าสวย สวยแบบที่ไม่ต้องแต่งหน้า แต่เธอสู้สาวๆ ในผับได้แบบสบายมาก เห็นหมอกเดินไปนั่งแถวๆ เวทีที่ตอนนี้กำลังมีวงดนตรีเล่นดนตรีสดอยู่ หมอกหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป ไม่ได้มองกลับมาที่เขาเหมือนเธอไม่ได้เก็บเอาเรื่องที่เพื่อนเขาพูดมาเป็นอารมณ์ นั่นล่ะมั้งที่ทำให้แทนคุณมองว่าหมอกมีเสน่ห์กว่าพี่สาวอย่างม่าน ถึงจะเด็กกว่า แต่เป็นตัวของตัวเองดี รู้สึกแบบไหนก็พูดแบบนั้น ไม่พอใจหรือไม่ถูกใจก็แค่ลุกหนี ไม่ต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง คนนั่งถ่ายคลิปนักร้องบนเวทีกับเพลงรักเพราะๆ แบบเพลินๆ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แบตหมด ดวงตากลมสวยเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือเห็นเป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆ ดีที่มีเงินสดติดกระเป๋าเลยรีบเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มค่าเครื่องดื่มที่เธอสั่งมาทาน จากนั้นตั้งใจจะเดินไปหาแทนคุณ แต่อีกฝ่ายดันลุกมาหาเธอพอดี “เกิดเรื่องใหญ่แล้วหมอก กลับบ้านกัน” “อะไรอ่ะพี่แทน เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องรีบขนาดนี้” “คุณย่าล้ม กลับๆ กลับเลย” “แล้วคุณย่าเป็นอะไรมากไหมอ่ะ คุณย่าเจ็บตรงไหนมากไหมแล้วตอนนี้ใครดูแลอยู่ พาไปหาหมอหรือยังอ่ะพี่แทน” หมอกถามด้วยความร้อนใจ ขณะที่ฝ่ามือเกาะแขนแทนคุณแล้วเดินเร็วๆ ออกมาจากร้านด้วยกัน “พี่ทัพพ์เป็นคนพาไป” “เขากลับถึงบ้านแล้วเหรอ” “อือ คงงั้นแหละ” ความห่วงใยที่มีให้คุณย่าไม่ต่างจากคนที่บ้านทำให้แทนคุณขับรถเร็วมาก โทรศัพท์ของหมอกก็มาแบตหมดจะโทรกลับไปถามพี่ม่านถึงอาการคุณย่าก็ไม่ได้อีก “คุณย่าถึงมือหมอแล้ว อย่าคิดมาก” “หมอกน่าจะอยู่กับคุณย่า ไม่น่าออกมาเลยพี่แทน” “เอาน่า ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดหรอก อย่าโทษตัวเองด้วย เราไม่ได้ผิดอะไรหรอก” แทนคุณใช้มือวางบนศีรษะทุยเล็กแล้วโยกเบาๆ ปลอบคนที่กำลังคิดมาก ระยะทางเจ็บสิบโล ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงโรงพยาบาล แทนคุณโทรถามพี่ชายว่าอยู่ห้องไหนก่อนจะรีบตามไป ไปถึงก็ไม่มีโอกาสได้ถามอาการเพราะคุณย่าหลับอยู่บนเตียง มีม่านดูแลอย่างใกล้ชิด ตัดมาที่ทัพพ์ รายนั้นยืนทำหน้าบูดบึ้ง โดยเฉพาะสายตาคมคู่นั้นที่หันมามองที่หมอก “คุณย่าหลับอยู่ ห้ามกวน ออกไปคุยกันด้านนอกดิ ทั้งสองคนเลย” ทัพพ์เดินนำก่อนที่แทนคุณจะเดินตาม โดยมีหมอกเดินตามหลังออกไปติดๆ “คุณย่าล้มตรงไหนอ่ะพี่ แล้วคุณหมอว่าไงบ้าง” “ล้มตรงพื้นต่างระดับเพราะจะเดินไปหยิบโทรศัพท์โทรหาคนบางคน” วินาทีนั้นทัพพ์มองมาที่หมอก มันทำให้คนตัวเล็กกดปลายนิ้วมือแล้วชี้เข้าหาตัวเองทันที “พี่ทัพพ์หมายถึงหมอกเหรอคะ” “แล้วใครที่บอกคนอื่นว่าป่วยแต่กลับวิ่งออกไปเที่ยวข้างนอกกัน รู้ทั้งรู้ว่าคุณย่าเป็นคนคิดมาก รู้ทั้งรู้ว่าเขาห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองยังจะมาทำให้เขาเป็นห่วงอีก เหมือนเด็กไม่รู้จักโต” ทัพพ์พูดตรงๆ ไม่หลบตา แล้วดูสภาพที่แต่งตัว ให้มันได้แบบนี้ดิวะ คนป่วยที่ไหนจะวิ่งแจ้นได้แบบนี้ “ใจเย็นพี่ทัพพ์ ดุน้องทำไมเนี่ย” “สมควรดุไหม มึงก็เหมือนกันนั่นแหละแทน ให้ท้ายจนเป็นนิสัย” “พี่ทัพพ์อยากด่าหมอกก็ด่าเลย ไม่ต้องไปว่าพี่แทนหรอก พี่แทนไม่เกี่ยว หมอกชวนพี่แทนออกเอง” “ก็สมควรแล้วไหมกับคำว่าเด็กไม่รู้จักโต ถ้าม่านรู้ว่าเธอจะออกไปข้างนอกเขาไม่ยอมออกไปหรอกเพราะเขาเป็นห่วงคุณย่า เขาไม่มีวันทิ้งคุณย่าออกไปหาความสุขให้ตัวเองแบบที่เธอทำแน่นอน พี่น้องกันแน่ไหมวะ นิสัยโคตรต่างกัน” คนด่าอาจจะพ่นทุกอย่างออกมาจากความรู้สึก แต่คนฟังยืนกลั้นน้ำตาที่เหมือนมันจะไหลออกมา “ทำไมพูดแบบนี้วะพี่ทัพพ์ หมอกไม่ได้อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นสักหน่อย ทำไมต้องว่าน้องแรงขนาดนี้ด้วย” “ก็หรือที่กูพูดมันไม่จริง” “ก็มันไม่จริงไงพี่” “ช่างเถอะพี่แทน เขาอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้เขาพูดไป หมอกรู้ว่าหมอกไม่เคยมีดีในสายตาของเขาอยู่แล้ว ถ้าเขาจะเอาหมอกไปเทียบกับพี่ม่าน อย่าว่าแต่เทียบได้เลย หมอกติดลบด้วยซ้ำ” “ก็ทำตัวเองหรือเปล่าล่ะ ม่านอยู่ดูแลคุณย่าทุกวันไม่เคยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาไม่เคยได้ออกไปเจอโลกภายนอกเลยสักครั้ง แล้วพอวันนี้เขาออกไปทำไมเธอต้องออกตามทั้งที่มันเป็นวันหยุด ที่ผ่านมายังเที่ยวไม่พอหรือไง ได้ไปเรียน ไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นที่โคตรคุ้มแล้ว หรือเกิดอิจฉาที่วันม่านได้ออกเลยจะออกบ้าง ต่อให้เป็นวันหยุดก็ไม่สนแบบนั้นใช่ไหม” “พอเถอะพี่ทัพพ์ ไปกันใหญ่แล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ” “ขอโทษแล้วกันนะคะที่ทำให้พี่ไม่พอใจ ที่โกรธเพราะต้องรีบกลับ เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองกับพี่ม่านมันน้อยลงแบบนั้นใช่ไหมคะ งั้นขอโทษละกันนะคะ ขอโทษที่หมอกเป็นสาเหตุของทุกเรื่องนั่นแหละ” หมอกยกหลังมือเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะก้าวออกมาจากตรงนั้นทันที รู้ว่าคนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา แค่เขาเห็นหน้าก็ผิดแล้ว คอยดูเถอะ เธอจะไปให้พ้นหน้าเขา จะไม่อยู่ให้ขวางหูขวางตา คำพูดคำจา คือบีบน้องสุดๆ เลยนะพี่ทัพพ์ รู้แหละว่ารักคนอื่นอยู่ แต่ก็ควรรู้อยู่แก่ใจด้วยนะว่าอะไรเป็นอะไร พาลหมอก หงุดหงิดใส่หมอก ใช่สิ นี่คือหมอก ไม่ใช่พี่ม่านนี่นา 😭“ทั้งที่หมอกยอมพี่ทุกอย่างแล้ว ยอมถึงขั้นขนาดนี้ พี่ยัง….” ทัพพ์ดึงมือคนตัวเล็กออกมาจากห้องทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เขาเลือกที่จะพาเธอลงมามายังชั้นล่างมาในที่ที่มีทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งแทนคุณ ม่าน และคุณย่า หมอกเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้“พี่ทัพพ์….” “พี่อยากให้หมอกฟังพี่ ฟังพี่สักครั้ง ให้โอกาสพี่ได้พูดเถอะหมอก” ทุกคนหันมามองที่เธอและเขา วันนี้ทัพพ์พร้อมที่จะเปิดอกคุยกับทุกคนแบบพร้อมหน้ากัน “คุณย่าครับ วันนี้ผมพร้อมแล้วนะครับ ผมพร้อมที่จะดูแลหมอกและลูกในฐานะครอบครัว ไม่ใช่ทำเพราะมันคือหน้าที่หรือข้อตกลงอะไรกับใครไว้ทั้งนั้น ผมรักหมอกครับคุณย่า รักจริงๆ” คุณย่ายิ้มบางๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ เอาจริงๆ เหตุผลที่ท่านไม่ปล่อยให้หมอกเดินออกไปง่ายๆ ท่านรู้อยู่แล้วว่าเด็กสองคนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ทัพพ์รับส่งหมอกมาแต่ไหนแต่ไร เจอกันทุกวัน เอาจริงๆ ทัพพ์สนิทกับหมอกมากกว่าม่านด้วยซ้ำ แต่ทัพพ์แค่ไม่รู้ใจตัวเอง ท่านเลือกที่จะประวิงเวลา อย่างน้อยๆ ก็เพื่อให้หลานชายตัวดีรู้ใจตัวเอง และได้กลับมารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วยความเต็มใจ สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงจริงๆ “และสิ่งที่พี่จะบอกให้หมอกรู้ เ
หมอกผลักคนตัวโตออกห่างจนสุดแรง ในเมื่อเขาเป็นคนจุดประเด็นเพื่อให้เธอพูด จุดประเด็นให้เธอตอบในสิ่งที่เขาอยากฟัง ในเมื่อเธอพูดให้แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมจบ เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร “พี่ไม่เลิก” ทัพพ์ยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นพร้อมกับรั้งต้นคอหมอก ดึงเธอเข้ามาจูบอีกรอบ บดขยี้ลงไปบนปากนุ่มซ้ำๆ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนตอนที่เราทั้งคู่อยู่ที่เขาใหญ่ด้วยกัน “อย่ามาทำแบบนี้กับหมอกนะพี่ทัพพ์” “จำไว้ว่าพี่ไม่เลิกกับเธอ ลูกก็ลูกพี่ คิดจะให้ใครมาเป็นพ่อของลูกพี่ก็ได้งั้นเหรอ พี่ไม่ยอมเด็ดขาด ต่อให้จะเป็นใครพี่ก็ไม่ยอม แม้แต่แทนคุณพี่ก็ไม่ยอม” ทัพพ์เว้นระยะห่างตอนที่พูดก่อนจะตะโบมจูบปากนุ่มซ้ำๆ จูบให้เธอจำว่าเธอเป็นเมียเขา เป็นของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น “ในท้องเธอน่ะลูกพี่ ส่วนเธอก็เมียพี่นะหมอก จำไว้ว่าเธอเป็นเมียพี่ หรือพอใจจะไปเป็นเมียคนอื่นต่อ” ไม่รู้เลยความหึงความหวงมันทำให้เขาโกรธจนหูแทบดับ เขาคิดอยู่ว่าเหตุผลที่ทำให้หมอกเปลี่ยนไปมันเป็นเพราะเขา เขารู้ และเขาเคลียร์แน่ๆ แต่แทนคุณเข้ามาแทรกซะก่อน และเขาก็เห็นซะก่อนว่าหมอกเองก็เปลี่ยนที่เจอมันเหมือนกัน “แล้วพี่ล่ะ พี่พอใจอะไรบ้างเหรอ พอใจจะทำอะไร
บนโต๊ะอาหารในวันนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นนั่นคือแทนคุณ และทันทีที่พบว่าหมอกเดินลงมาจากชั้นสอง คนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็รีบเดินเข้ามาเสนอหน้าทันที “ไง เมื่อวานกลับมาถึงบ้านตอนกี่โมง ไม่เห็นโทรบอกพี่” แทนคุณตั้งใจเดินมารับหมอกด้วยตัวเอง เขาไม่ได้สนใจพี่ชายตัวเองที่เดินลงมาพร้อมกับหมอกด้วยซ้ำ “กลับมาถึงช่วงบ่ายค่ะ พี่แทนมาตอนไหน”“มาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว เป็นไรไหมเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าซีด” คนถามถือวิสาสะใช้หลังมืออังหน้าผากมนของคนตัวเล็ก การกระทำนั้นทำให้คนที่มองอยู่ตลอดเวลาหน้าตึงขึ้นมาทันที “เมื่อเช้ามึนหัวนิดหน่อยน่ะพี่แทน” หมอกไม่ได้ดันมืออีกคนออก อีกทั้งยังเลือกที่จะคว้ามือเขาเพื่อเป็นที่พึ่งเพื่อเดินไปที่โต๊ะอาหารด้วยซ้ำ อีกคนที่เห็นแบบนั้นคือยืนงงเลย ตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้หมอกคุยกับเขาแทบนับคำได้ แตกต่างจากตอนที่พบว่าแทนคุณอยู่ที่นี่ แล้วทั้งคู่เจอหน้ากันสีหน้าหมอกดีขึ้นมาทันตาเห็นเลย “พี่แทนกลับมาอยู่บ้านกี่วันอ่ะ”“รอบนี้จะมาอยู่หลายวันเลย ทำไม คิดถึงพี่เหรอ” แทนคุณเอ่ยถาม แววตาอ่อนโยนตอนที่มองหมอก ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเปลี่ยนไปในยามที่หันมองพี่ชายของตัวเอง“ก็คงจะคิดถึง
หมอกหลับอยู่บนเตียงในบ้านพักริมน้ำ รู้สึกว่าโดนแตะตัวจากสัมผัสที่คุ้นเคยจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง วินาทีนั้นเธอเห็นพ่อของลูก เขายังอยู่ในชุดเดิมของเมื่อวาน สายตาที่มองเธอก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน“ทำไมถึงมานอนที่นี่” หมอกเม้มริมฝีปากแน่น เธอเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเลยเห็นว่ามันสว่างแล้ว เธอจำได้ว่าเขากลับมาประมาณห้าทุ่มกว่า และคงเคลียร์กับพี่สาวเธอยาวจนมาว่างเอาตอนนี้แหละ“หมอก” ทัพพ์กำลังจะวางมือแตะหน้าผากมนเพื่อเช็กว่าเธอตัวร้อน หรือไม่สบายหรือเปล่า แต่อีกคนก็เลือกที่จะยกมือขึ้นมาปัดมือเขาออกทัพพ์ชะงักไปทันที เขามองหน้าคนบนเตียง ในขณะที่อีกคนไม่มองเขาเลย “แค่อยากมานอนที่นี่เฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” ทัพพ์พยักหน้าเบาๆ ทั้งที่เขาเห็นแล้วว่าเธอดูแปลกไป แต่ถ้าเธอบอกแบบนั้นเขาก็จะพยายามเชื่อ “เมื่อคืนกว่าพี่จะกลับก็ดึก แวะพักรถหลายรอบเลยกลับมาถึงบ้าน….”“ช่างเถอะ ไม่เป็นไรหรอกพี่ทัพพ์ ถ้าพี่มีงานพี่ก็ทำงานได้เลยนะ หมอกดูแลตัวเองได้” “เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า หรือโกรธพี่ที่กลับช้า เมื่อคืนปวดขาไหม อยากให้พี่ช่วยนวดให้หรือเปล่า”“หมอกไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ปวดขาและสบายดีค่ะ เดี๋ยว
เป็นคืนแรกในรอบสองเดือนที่ผ่านมาที่หมอกนอนไม่หลับ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าพ่อของลูกยังไม่กลับบ้าน เขาไม่ได้โทรหาเธอ ไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับมาหาทั้งนั้น คนรู้สึกกระวนกระวายทนไม่ไหวจนลุกจากเตียงอีกครั้ง หมอกเดินไปยืนที่ริมหน้าต่าง ในจุดเดิมที่สามารถมองออกไปยังโซนหน้าบ้านได้ และแล้วเธอก็เห็นว่าพี่สาวเธอกำลังออกจากบ้าน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ ปกติพี่ม่านไม่ออกจากบ้านดึกดื่นขนาดนี้ และยิ่งออกไปเงียบๆ ตามลำพังมันก็ยิ่งไม่ควร หากเธอจะเดินตามออกไปตอนนี้ แน่นอนว่าไม่ทันเด็ดขาด หมอกเลยหมุนตัวกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรออกหาพี่สาวตัวเอง เธอโทรติด แต่พี่สาวเธอไม่ยอมรับสาย เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าพี่ม่านออกไปไหน เลยตัดสินใจเดินออกจากห้องและเดินลงไปที่ชั้นล่าง ปรากฏว่าไฟในบ้านปิดหมดแล้ว นั่นหมายความว่าไม่มีใครรู้ว่าพี่สาวเธอออกไปไหน คุณย่าก็คงไม่รู้ และพี่ทัพพ์เองก็ยังไม่กลับมา เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าสรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หมอกโทรหาพี่สาวตัวเองอีกครั้ง พี่ม่านก็ยังไม่รับสายเธออยู่ดี จากนั้นเธอเลยลองโทรหาพ่อของลูกแทน (หมอก ทำไมถึงยังไม่นอน เป็นอะไรหรือเปล่า….) พ่อของลูกรับสายเธอ
ทัพพ์ถือกระเป๋าเดินกลับมาที่ห้อง มาถึงก็ปรากฏว่าหมอกเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้ว หมอกสวมชุดคลุมสบายๆ สีขาว มัดผมรวบๆ สบายๆ บนใบหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนตอนที่เธอและเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ พี่ว่าจะขึ้นมาช่วย”“อาบเสร็จแล้ว” หมอกฝืนยิ้มให้คนตรงหน้า เห็นเขาหอบหิ้วของพระลุงพลังแล้วรู้สึกสงสารขึ้นมาเลย “ยังเหลืออีกเยอะไหมคะ ให้หมอกช่วยอะไรไหม”“เหลือไม่เยอะแล้ว เราไม่ต้องช่วยอะไรหรอก นั่งอยู่เฉยๆ เดี๋ยวพี่ทำเอง” ทัพพ์ถือกระเป๋าเข้าไปเก็บให้เป็นที่เป็นทาง สังเกตเห็นว่าเขาถือของของลูกติดมือขึ้นมาด้วย “หมอนัดอีกทีวันไหนนะ พี่จำวันที่ไม่ชัดชัดเจน กลัวพลาด” หมอกสบตากับคนถาม ทั้งที่มันก็ดีแหละที่เขาถามไถ่ แต่การที่หมอนัดครั้งนี้มันกับการเป็นนัดสุดท้ายก่อนคลอด “อีกสองอาทิตย์ค่ะ ถ้าพี่ทัพพ์ไม่ว่าง หมอกไปเองก็ได้นะ”“ไม่ใช่แบบนั้น พี่ถามวันไว้เพื่อความมั่นใจ พี่ว่าจะเข้าไปดูโกดังสักหน่อย ไม่ได้เข้าไปตั้งสองเดือนไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรที่ไม่รู้หรือเปล่า” เพราะเห็นสีหน้าเครียดๆ ของเขา เธอเลยไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนหน้านี้เขาให้เวลากับเธอมากอยู่เหมือนกัน ทั้
ทัพพ์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่มันเงียบผิดวิสัย ก่อนจะสรุปเอาเองได้ในทันทีว่าเขาถูกบล็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยัยหมอกบอกว่าไม่อยากเจอเขา เหตุผลที่ยอมออกไปจากบ้านเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจอกัน ก็ให้มันได้แบบนั้นเถอะ เขาต้องการแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เขาไม่ได้อยากเห็นหน้าเธอเหมือนกัน“อ้าวพี่ทัพพ์ กลับมาถึงน
ทัพพ์สงบสติอารมณ์อยู่ด้านนอกนานสองนานก่อนจะกลับเข้ามาในห้องถึงรู้ว่าคุณย่าตื่นแล้ว และคนที่ประกบคุณย่าแจก็เห็นจะเป็นหมอกที่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ"นี่ก็ดึกมากแล้วนะ กลับกันได้แล้วลูก ย่าก็จะพักผ่อนแล้ว""ม่านอยากได้อะไรบ้าง พี่จะกลับไปเตรียมให้แล้วจะกลับมาเฝ้าคุณย่าเป็นเพื่อน" ทัพพ์ถามม่
แทนคุณละสายตาจากโทรศัพท์เพื่อเงยหน้ามองคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นสอง คนที่ตอนแรกบอกป่วยมาตอนหลังบอกอยากไปเที่ยวและขอให้เขาเป็นคนพาไปทั้งที่ปกติก่อนหน้าจะมีแต่เขามากกว่าที่เป็นคนชวนเธอ คนอยากไปเที่ยวสวมแค่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งใหญ่กับกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ถ้าให้เดาวันนี้หมอกไม่แต่งหน้า แต่ก็ต้องยอมร
มื้อเช้าบนโต๊ะอาหารประกอบไปด้วยคุณย่าน้ำเพชรที่แม้จะอายุจะปาไปแตะที่เลขเจ็ดแล้ว แต่สุขภาพร่างกายก็ยังแข็งแรงสมกับเป็นคนที่รักสุขภาพและดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี ตำแหน่งหัวโต๊ะคือคุณย่า ที่นั่งแถบขวาคือหลานชายคนโตและคนเล็ก คนโตคือทัพพ์ เทพธาดาวัย 34 ปี ถัดออกไปคือหลานชายคนเล็กอย่าง แทนคุณ เทพธาดา ในว







