Masukแทนคุณละสายตาจากโทรศัพท์เพื่อเงยหน้ามองคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นสอง
คนที่ตอนแรกบอกป่วยมาตอนหลังบอกอยากไปเที่ยวและขอให้เขาเป็นคนพาไปทั้งที่ปกติก่อนหน้าจะมีแต่เขามากกว่าที่เป็นคนชวนเธอ คนอยากไปเที่ยวสวมแค่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งใหญ่กับกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ถ้าให้เดาวันนี้หมอกไม่แต่งหน้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าหน้าสดของเธอยังสวยและน่ามองกว่าผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดหลายๆ คนด้วยซ้ำ “เรียบร้อยแล้วพี่แทน” “แล้วสรุปอยากไปไหน” แทนคุณมองหน้าคนกระตือรือร้นอยากออกจากบ้าน “แล้ววันนี้พี่แทนมีแพลนจะไปไหน” “ตอนบ่ายพี่นัดเพื่อนไว้” “ที่ไหนอ่ะ ไปเลยไหมล่ะ ถึงเวลานัดพี่ก็ไปหาเพื่อน” “พี่ต้องเข้าเมืองอ่ะดิ ถ้าหมอกอยากไปไหนก่อนพี่พาไปได้” บ้านห่างจากตัวเมืองเกือบเจ็ดสิบโล นั่นหมายความว่าถ้าหมอกอยากจะไปกับเขาเพราะยังไม่มีที่ไป เธออาจจะต้องอยู่กับเขาและรอจนกว่าเขาจะกลับ ถึงจะได้กลับพร้อมกัน “ไม่เป็นไร ไปเลยให้มันจบๆ หมอกยังไม่รู้ที่ไปอ่ะ” คนถูกชวนไปไหนก็ได้ทำหน้างงเล็กน้อย กำลังจะแซวว่าวันนี้หมอกมาแปลก แต่เธอกลับทำตัวแปลกมากๆ ด้วยการเข้ามาดึงแขนเขาแล้วลากออกจากบ้านเร็วๆ “เดี๋ยว รีบไปไหนเนี่ย เป็นอะไร” แทนคุณถามติดขำ ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการที่หมอกกอดแขนเขาแน่น ปกติก็สนิทกันแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าให้พูดตามความจริงสนิทมากกว่าพี่ชายเขากับม่านด้วยซ้ำ “ลืมๆ หมอกไปบอกคุณย่าแป๊บ พี่แทนไปรอที่รถเลย” มือเล็กดันหลังคนตัวโตกว่าก่อนที่หมอกจะหมุนตัวกลับ แล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้านตามเดิม “คุณย่าขา” “อ้าวหมอก ลุกได้แล้วเหรอลูก ไหนม่านบอกว่าป่วยอยู่ไง” คุณย่าที่นั่งดูทีวีอยู่หันมาสนใจความสดใสของบ้าน พร้อมกับกวักมือเรียกให้เดินเข้ามาหา “หมอกดีขึ้นแล้วค่ะคุณย่า จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอกมาขออนุญาตคุณย่าออกไปข้างนอกกับพี่แทนค่ะ” “แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ตาแทนชวนเที่ยวหรอกเหรอ แทนนี่ก็ยังไงน้องป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะชวนออกไปข้างนอก” “อย่าว่าพี่แทนเลยค่ะคุณย่า หมอกเป็นคนชวนพี่แทนเองค่ะ” “แล้วจะไปไหนกันล่ะลูก ถ้าจะออกไปข้างนอกทำไมไม่ออกไปพร้อมม่านกับพี่ทัพพ์ล่ะ” เพราะถ้าให้เทียบระหว่างแทนคุณและทัพพ์ คนที่คุณย่าไว้ใจและวางใจให้ม่านและหมอกไปด้วยมากที่สุดก็คือทัพพ์ รายนั้นดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า มีความรับผิดชอบและน่าจะฝากผีฝากไข้ด้วยมากที่สุด “หมอกจะออกไปซื้อของค่ะ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปเลยไม่ได้ไปพร้อมพี่ม่านค่ะคุณย่า” “เอาเถอะ ไปกับแทนก็ดีกว่าไปกับคนอื่น ย่าก็สบายใจมากกว่านั้นแหละ ไปเถอะลูก กลับดึกไหม” “ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ พี่แทนมีนัดกับเพื่อนด้วย ไว้ถ้ากลับดึกหมอกโทรกลับละกันนะคะคุณย่า” “ไปเถอะลูก เที่ยวให้สนุกนะ” คุณย่ายิ้มให้คนตัวเล็กที่เป็นความสดใสของบ้าน บางครั้งก็เข้าใจได้ในความสนิทสนมระหว่างหมอกและแทนคุณ สองคนนี้ออกจะซนๆ เหมือนกัน ก็ไม่แปลกหากจะไปไหนมาไหนด้วยกันได้ ทันทีที่นั่งรถออกมาจากบ้าน หมอกก็ยัดแอร์พอดใส่หูทันที นิ้วเล็กจิ้มเปิดเพลงในโทรศัพท์สลับกับการเข้าไปตอบแชตเพื่อน สุดท้ายเพื่อนก็อวยแค่แฟนให้ฟังทำให้คนที่อยู่ในโหมดเซ็งมากต้องกดปิดแชตแล้วเผลอเข้า I*******m สุดท้ายก็เห็นโพสต์ของคนที่เธอกดติดตามอยู่ ทั้งที่เป็น I*******m ของเขา แต่แต่ละโพสต์กลับเป็นรูปพี่สาวเธอทั้งนั้น เป็นรูปพี่สาวเธอในอิริยาบถต่างๆ ใช่สิ พี่ม่านสวยหวานน่าทะนุถนอมมาก คงไม่แปลกหากไอ้พี่ทัพพ์จะคลั่งรักพี่สาวเธอขนาดนั้น “เฮ้อ....” ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอถอนลมหายใจออกมาแรงแค่ไหน รู้ตัวก็ตอนที่คนข้างๆ ทักขึ้นมา “ถอนหายใจแรงขนาดนี้ มีเรื่องเซ็งจริงๆ แหละเชื่อดิ” เพลงที่หยุดลงพอดีทำให้หมอกได้ยินคำพูดประโยคนั้นจึงยอมถอดแอร์พอดออกจากหู “เบื่อๆ อ่ะพี่แทน ขอ how to ทำให้หายเบื่อหน่อยสิ” “ขอเวอร์ชั่นของพี่เนี่ยนะ” แทนคุณมองหน้าคนข้างๆ พร้อมกับอมยิ้ม “แล้วเวอร์ชั่นของพี่แทนนี่ยังไงบ้างอ่ะ” “นัดเพื่อนกินเหล้าไง หายเซ็งแน่นอน” หมอกคิดตาม ก่อนจะพยักหน้ารับ “แล้วที่นัดเพื่อนวันนี้คือนัดไปกินเหล้ากันปะ” “มีบ้าง แต่หลักๆ คือคุยเรื่องงาน” “เอาดีๆ หมอกไม่ฟ้องคุณย่าหรอกน่า” “ก็ไม่ได้กลัวฟ้อง แต่ที่นัดเพื่อนคือพี่คุยเรื่องงานจริงๆ” หมอกมองสีหน้าจริงจังของแทนคุณและจ้องมองอยู่แบบนั้นจนอีกคนอมยิ้มแล้วจำต้องเฉลย “คืองี้ เพื่อนพี่ชวนหุ้นเปิดร้าน” “ร้านอะไรอ่ะ” “เปิดร้านบิ๊กไบค์เล็กๆ แล้วก็ขายพวกอะไหล่แต่ง เพื่อนพี่ดูทำเลไว้แล้ว หุ้นคนละครึ่ง เท่าที่ฟังแผนคร่าวๆ ก็คิดว่าโอเคแหละ” “จริงปะเนี่ย” “จริงดิ ก็ถือว่าทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่ได้มาจากธุรกิจของครอบครัวไง คนเรามันก็ต้องเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ แหละ” ถึงตอนนั้นแหละหมอกเลยได้คิดตาม และกำลังคิดอยู่ว่าหากเรียนจบมาอนาคตของเธอมันจะเป็นแบบไหน ต้องเข้าไปช่วยพี่ทัพพ์และพี่แทนที่บริษัทของคุณย่าเลยทันที หรือจะมีโอกาสได้เลือกว่าเธออยากทำอะไร “ทำที่บริษัทคุณย่าก็มีตังค์ใช้เยอะแล้วนี่นา” “ก็รู้ ก็ยังทำอยู่นั่นแหละ ในอนาคตก็ไม่รู้หรือเปล่าว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เผื่อพี่ทัพพ์และม่านแต่งงานกัน คุณย่าเขาก็อาจจะยกบริษัทนั้นให้พี่ทัพพ์ไง พี่ก็อยากเติบโตด้วยลำแข้งของตัวเองดูบ้างเลยขอลองผิดลองถูกในตอนนี้ก่อน สุดท้ายหากล้มในตอนนี้ก็คงล้มบนฟูกนั่นแหละ” “แล้วพี่แทนคิดว่าถ้าหมอกเรียนจบหมอกต้องเข้าไปช่วยงานที่บริษัทคุณย่าเลยไหม” “ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละมั้ง แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เผื่อในอนาคตม่านกับพี่ทัพพ์แต่งงานกันอีก” “สรุปเขาจะแต่งกับพี่ม่านแน่ใช่ไหม” ที่ถามคือเหตุการณ์ในคืนนั้นมันทำให้เธอไม่ค่อยมั่นใจ กว่าเขารู้ตัวว่าคนคนนั้นเป็นเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารักทุกอย่างมันก็สายเกินแก้ ผู้ชายแบบนี้เหรอที่จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอจริงๆ “พูดอะไรแบบนั้น ก็รู้อยู่ว่าเขารักจริงมาตลอด หรือโกรธอะไรพี่ทัพพ์เนี่ย” “ก็เปล่า แค่อยากรู้ในมุมของพี่แทน” “พี่ทัพพ์รักม่านอยู่แล้ว รักแบบรักจริงหวังแต่งเลย เรื่องแอบมีคนอื่นลับหลังอย่าได้หวังว่าจะมี ยังไงๆ พี่ทัพพ์ก็เป็นพี่เขยเธอแน่นอน ตอนนี้เรียกว่าที่พี่เขยได้เลย เขาไม่มีวันปล่อยให้ม่านหลุดมือแน่นอน” “อือ” หมอกขานรับเบาๆ รู้แล้วว่าทุกอย่างต้องลงเอยแบบนั้น และถ้าถึงวันนั้นจริงเธอคงหาสักเหตุผลเพื่อก้าวออกมาจากตรงนั้น ไม่มีวันอยู่บ้านหลังนั้นต่อแม้เหตุผลของคำว่าบุญคุณมันจะค้ำคอ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องทนมองหน้ากันทุกวัน “เห็นเราเครียดขนาดนี้ พี่ยอมบอกความจริงก็ได้อ่ะ ให้มันจบๆ” “ความจริง?” หมอกหันกลับมามองแทนคุณทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “ความจริงอะไรพี่แทน” “ความจริงที่ยืนยันได้ว่าเธอได้พี่ทัพพ์เป็นพี่เขยแน่ๆ ไง” “แล้วความจริงของพี่มันคืออะไร” “คือวันนี้พี่ทัพพ์วางแผนจะขอม่านแต่งงาน” อัปทุกวันนะคะ มาเร็วมาช้าปะปนกันไปนะคะ 😊 ฝากกดไลก์และคอมเมนต์ให้เนมหน่อยนะคะ คอมเมนต์ของทุกคนสำคัญกับเนมมากๆ เลยค่ะ 🙏🏼💖“ทั้งที่หมอกยอมพี่ทุกอย่างแล้ว ยอมถึงขั้นขนาดนี้ พี่ยัง….” ทัพพ์ดึงมือคนตัวเล็กออกมาจากห้องทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เขาเลือกที่จะพาเธอลงมามายังชั้นล่างมาในที่ที่มีทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งแทนคุณ ม่าน และคุณย่า หมอกเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้“พี่ทัพพ์….” “พี่อยากให้หมอกฟังพี่ ฟังพี่สักครั้ง ให้โอกาสพี่ได้พูดเถอะหมอก” ทุกคนหันมามองที่เธอและเขา วันนี้ทัพพ์พร้อมที่จะเปิดอกคุยกับทุกคนแบบพร้อมหน้ากัน “คุณย่าครับ วันนี้ผมพร้อมแล้วนะครับ ผมพร้อมที่จะดูแลหมอกและลูกในฐานะครอบครัว ไม่ใช่ทำเพราะมันคือหน้าที่หรือข้อตกลงอะไรกับใครไว้ทั้งนั้น ผมรักหมอกครับคุณย่า รักจริงๆ” คุณย่ายิ้มบางๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ เอาจริงๆ เหตุผลที่ท่านไม่ปล่อยให้หมอกเดินออกไปง่ายๆ ท่านรู้อยู่แล้วว่าเด็กสองคนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ทัพพ์รับส่งหมอกมาแต่ไหนแต่ไร เจอกันทุกวัน เอาจริงๆ ทัพพ์สนิทกับหมอกมากกว่าม่านด้วยซ้ำ แต่ทัพพ์แค่ไม่รู้ใจตัวเอง ท่านเลือกที่จะประวิงเวลา อย่างน้อยๆ ก็เพื่อให้หลานชายตัวดีรู้ใจตัวเอง และได้กลับมารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วยความเต็มใจ สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงจริงๆ “และสิ่งที่พี่จะบอกให้หมอกรู้ เ
หมอกผลักคนตัวโตออกห่างจนสุดแรง ในเมื่อเขาเป็นคนจุดประเด็นเพื่อให้เธอพูด จุดประเด็นให้เธอตอบในสิ่งที่เขาอยากฟัง ในเมื่อเธอพูดให้แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมจบ เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร “พี่ไม่เลิก” ทัพพ์ยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นพร้อมกับรั้งต้นคอหมอก ดึงเธอเข้ามาจูบอีกรอบ บดขยี้ลงไปบนปากนุ่มซ้ำๆ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนตอนที่เราทั้งคู่อยู่ที่เขาใหญ่ด้วยกัน “อย่ามาทำแบบนี้กับหมอกนะพี่ทัพพ์” “จำไว้ว่าพี่ไม่เลิกกับเธอ ลูกก็ลูกพี่ คิดจะให้ใครมาเป็นพ่อของลูกพี่ก็ได้งั้นเหรอ พี่ไม่ยอมเด็ดขาด ต่อให้จะเป็นใครพี่ก็ไม่ยอม แม้แต่แทนคุณพี่ก็ไม่ยอม” ทัพพ์เว้นระยะห่างตอนที่พูดก่อนจะตะโบมจูบปากนุ่มซ้ำๆ จูบให้เธอจำว่าเธอเป็นเมียเขา เป็นของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น “ในท้องเธอน่ะลูกพี่ ส่วนเธอก็เมียพี่นะหมอก จำไว้ว่าเธอเป็นเมียพี่ หรือพอใจจะไปเป็นเมียคนอื่นต่อ” ไม่รู้เลยความหึงความหวงมันทำให้เขาโกรธจนหูแทบดับ เขาคิดอยู่ว่าเหตุผลที่ทำให้หมอกเปลี่ยนไปมันเป็นเพราะเขา เขารู้ และเขาเคลียร์แน่ๆ แต่แทนคุณเข้ามาแทรกซะก่อน และเขาก็เห็นซะก่อนว่าหมอกเองก็เปลี่ยนที่เจอมันเหมือนกัน “แล้วพี่ล่ะ พี่พอใจอะไรบ้างเหรอ พอใจจะทำอะไร
บนโต๊ะอาหารในวันนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นนั่นคือแทนคุณ และทันทีที่พบว่าหมอกเดินลงมาจากชั้นสอง คนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็รีบเดินเข้ามาเสนอหน้าทันที “ไง เมื่อวานกลับมาถึงบ้านตอนกี่โมง ไม่เห็นโทรบอกพี่” แทนคุณตั้งใจเดินมารับหมอกด้วยตัวเอง เขาไม่ได้สนใจพี่ชายตัวเองที่เดินลงมาพร้อมกับหมอกด้วยซ้ำ “กลับมาถึงช่วงบ่ายค่ะ พี่แทนมาตอนไหน”“มาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว เป็นไรไหมเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าซีด” คนถามถือวิสาสะใช้หลังมืออังหน้าผากมนของคนตัวเล็ก การกระทำนั้นทำให้คนที่มองอยู่ตลอดเวลาหน้าตึงขึ้นมาทันที “เมื่อเช้ามึนหัวนิดหน่อยน่ะพี่แทน” หมอกไม่ได้ดันมืออีกคนออก อีกทั้งยังเลือกที่จะคว้ามือเขาเพื่อเป็นที่พึ่งเพื่อเดินไปที่โต๊ะอาหารด้วยซ้ำ อีกคนที่เห็นแบบนั้นคือยืนงงเลย ตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้หมอกคุยกับเขาแทบนับคำได้ แตกต่างจากตอนที่พบว่าแทนคุณอยู่ที่นี่ แล้วทั้งคู่เจอหน้ากันสีหน้าหมอกดีขึ้นมาทันตาเห็นเลย “พี่แทนกลับมาอยู่บ้านกี่วันอ่ะ”“รอบนี้จะมาอยู่หลายวันเลย ทำไม คิดถึงพี่เหรอ” แทนคุณเอ่ยถาม แววตาอ่อนโยนตอนที่มองหมอก ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเปลี่ยนไปในยามที่หันมองพี่ชายของตัวเอง“ก็คงจะคิดถึง
หมอกหลับอยู่บนเตียงในบ้านพักริมน้ำ รู้สึกว่าโดนแตะตัวจากสัมผัสที่คุ้นเคยจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง วินาทีนั้นเธอเห็นพ่อของลูก เขายังอยู่ในชุดเดิมของเมื่อวาน สายตาที่มองเธอก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน“ทำไมถึงมานอนที่นี่” หมอกเม้มริมฝีปากแน่น เธอเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเลยเห็นว่ามันสว่างแล้ว เธอจำได้ว่าเขากลับมาประมาณห้าทุ่มกว่า และคงเคลียร์กับพี่สาวเธอยาวจนมาว่างเอาตอนนี้แหละ“หมอก” ทัพพ์กำลังจะวางมือแตะหน้าผากมนเพื่อเช็กว่าเธอตัวร้อน หรือไม่สบายหรือเปล่า แต่อีกคนก็เลือกที่จะยกมือขึ้นมาปัดมือเขาออกทัพพ์ชะงักไปทันที เขามองหน้าคนบนเตียง ในขณะที่อีกคนไม่มองเขาเลย “แค่อยากมานอนที่นี่เฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” ทัพพ์พยักหน้าเบาๆ ทั้งที่เขาเห็นแล้วว่าเธอดูแปลกไป แต่ถ้าเธอบอกแบบนั้นเขาก็จะพยายามเชื่อ “เมื่อคืนกว่าพี่จะกลับก็ดึก แวะพักรถหลายรอบเลยกลับมาถึงบ้าน….”“ช่างเถอะ ไม่เป็นไรหรอกพี่ทัพพ์ ถ้าพี่มีงานพี่ก็ทำงานได้เลยนะ หมอกดูแลตัวเองได้” “เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า หรือโกรธพี่ที่กลับช้า เมื่อคืนปวดขาไหม อยากให้พี่ช่วยนวดให้หรือเปล่า”“หมอกไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ปวดขาและสบายดีค่ะ เดี๋ยว
เป็นคืนแรกในรอบสองเดือนที่ผ่านมาที่หมอกนอนไม่หลับ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าพ่อของลูกยังไม่กลับบ้าน เขาไม่ได้โทรหาเธอ ไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับมาหาทั้งนั้น คนรู้สึกกระวนกระวายทนไม่ไหวจนลุกจากเตียงอีกครั้ง หมอกเดินไปยืนที่ริมหน้าต่าง ในจุดเดิมที่สามารถมองออกไปยังโซนหน้าบ้านได้ และแล้วเธอก็เห็นว่าพี่สาวเธอกำลังออกจากบ้าน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ ปกติพี่ม่านไม่ออกจากบ้านดึกดื่นขนาดนี้ และยิ่งออกไปเงียบๆ ตามลำพังมันก็ยิ่งไม่ควร หากเธอจะเดินตามออกไปตอนนี้ แน่นอนว่าไม่ทันเด็ดขาด หมอกเลยหมุนตัวกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรออกหาพี่สาวตัวเอง เธอโทรติด แต่พี่สาวเธอไม่ยอมรับสาย เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าพี่ม่านออกไปไหน เลยตัดสินใจเดินออกจากห้องและเดินลงไปที่ชั้นล่าง ปรากฏว่าไฟในบ้านปิดหมดแล้ว นั่นหมายความว่าไม่มีใครรู้ว่าพี่สาวเธอออกไปไหน คุณย่าก็คงไม่รู้ และพี่ทัพพ์เองก็ยังไม่กลับมา เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าสรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หมอกโทรหาพี่สาวตัวเองอีกครั้ง พี่ม่านก็ยังไม่รับสายเธออยู่ดี จากนั้นเธอเลยลองโทรหาพ่อของลูกแทน (หมอก ทำไมถึงยังไม่นอน เป็นอะไรหรือเปล่า….) พ่อของลูกรับสายเธอ
ทัพพ์ถือกระเป๋าเดินกลับมาที่ห้อง มาถึงก็ปรากฏว่าหมอกเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้ว หมอกสวมชุดคลุมสบายๆ สีขาว มัดผมรวบๆ สบายๆ บนใบหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนตอนที่เธอและเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ พี่ว่าจะขึ้นมาช่วย”“อาบเสร็จแล้ว” หมอกฝืนยิ้มให้คนตรงหน้า เห็นเขาหอบหิ้วของพระลุงพลังแล้วรู้สึกสงสารขึ้นมาเลย “ยังเหลืออีกเยอะไหมคะ ให้หมอกช่วยอะไรไหม”“เหลือไม่เยอะแล้ว เราไม่ต้องช่วยอะไรหรอก นั่งอยู่เฉยๆ เดี๋ยวพี่ทำเอง” ทัพพ์ถือกระเป๋าเข้าไปเก็บให้เป็นที่เป็นทาง สังเกตเห็นว่าเขาถือของของลูกติดมือขึ้นมาด้วย “หมอนัดอีกทีวันไหนนะ พี่จำวันที่ไม่ชัดชัดเจน กลัวพลาด” หมอกสบตากับคนถาม ทั้งที่มันก็ดีแหละที่เขาถามไถ่ แต่การที่หมอนัดครั้งนี้มันกับการเป็นนัดสุดท้ายก่อนคลอด “อีกสองอาทิตย์ค่ะ ถ้าพี่ทัพพ์ไม่ว่าง หมอกไปเองก็ได้นะ”“ไม่ใช่แบบนั้น พี่ถามวันไว้เพื่อความมั่นใจ พี่ว่าจะเข้าไปดูโกดังสักหน่อย ไม่ได้เข้าไปตั้งสองเดือนไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรที่ไม่รู้หรือเปล่า” เพราะเห็นสีหน้าเครียดๆ ของเขา เธอเลยไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนหน้านี้เขาให้เวลากับเธอมากอยู่เหมือนกัน ทั้
เป็นคืนแรกที่หมอกต้องหลับนอนห้องเดียวกับพ่อของลูกหลังจากที่ทุกคนรับรู้ว่าทัพพ์ต้องการรับผิดชอบลูกและดูแลเธอ ไม่มีใครกล้าถามต่อว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ทุกคนแค่อยากเห็นสถานการณ์รอบตัวมันดีมากกว่านี้ก่อนสักหน่อย เรื่องร้อนๆ ค่อยมาคุยกันหมอกสะดวกใจที่จะนอนห้องของตัวเอง ซึ่งอีกคนก็ไม่ติด เขาบอกว่าเขาต
ในวันที่หมอกสำเร็จการศึกษา ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีใครซ้ำเติมในเรื่องที่หมอกผิดพลาด แต่เลือกที่จะแสดงความยินดีเพียงอย่างเดียว คำอวยพรของทั้งคุณย่า ม่านและแทนคุณทำคนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้า วันนี้ขาดแค่เขาคนนั้นที่หายไป ทัพพ์เลือกที่จะไม่มาแค่คนเดียว... แต่ก็ช่างเถอะ สำหรับเขา ชีวิตเขาไม่จำเป็นต้องมี
ทัพพ์สบตาอีกคนด้วยขอบตาที่แดงก่ำไม่ต่างกัน ร่างสูงถอยกลับ เดินเซไปที่ประตูก่อนจะกระชากให้มันเปิด แต่แล้วก็เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างทั้งร่างมันเบาหวิวเมื่อสายตาประสานกับคนที่ยืนคอยอยู่ที่หน้าประตู“มะ ม่าน.....” น้ำเสียงของทัพพ์เริ่มติดขัด กลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบากเมื่อสายตาที่ม
หมอกย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านตามคำขอของคุณย่า ต่อให้จะไม่สบายใจที่กลับมาแต่ตอนนี้ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้อยู่ดี เช้านี้ม่านทำแกงเขียวหวานไก่กินกับขนมจีนเส้นสดเอาใจคนท้องที่อยากกินเมนูนี้มากเป็นพิเศษ คุณย่ามานั่งรอทานเป็นเพื่อน ทุกคนในบ้านไม่ปล่อยให้หมอกรู้สึกเหงาเลยแม้แต่นิดเดียว“เมื่อคืนหมอกหลับสบ







