LOGINมื้อเช้าบนโต๊ะอาหารประกอบไปด้วยคุณย่าน้ำเพชรที่แม้จะอายุจะปาไปแตะที่เลขเจ็ดแล้ว แต่สุขภาพร่างกายก็ยังแข็งแรงสมกับเป็นคนที่รักสุขภาพและดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี
ตำแหน่งหัวโต๊ะคือคุณย่า ที่นั่งแถบขวาคือหลานชายคนโตและคนเล็ก คนโตคือทัพพ์ เทพธาดาวัย 34 ปี ถัดออกไปคือหลานชายคนเล็กอย่าง แทนคุณ เทพธาดา ในวัย 30 ปี ทั้งคู่ผันตัวมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบตัวแบบเต็มตัว เริ่มแรกทัพพ์คือคนที่บริหารทุกอย่าง ดูแลทุกอย่างอยู่คนเดียว แทนคุณเข้ามาช่วยในภายหลังหลังจากที่ใช้ชีวิตอิสระ เที่ยวเตร่อยู่นาน ที่นั่งแถบซ้ายคือที่นั่งของบรรดาลูกสาวของไหมแก้ว ไหมแก้วเคยรับใช้คุณย่าน้ำเพชรมานานหลายสิบปีตั้งแต่ตอนที่คุณย่ายังไม่เกษียณตัวเอง เป็นคนติดตามและคนสนิทที่คุณย่ารักและไว้ใจมากที่สุด ไหมแก้วเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันที่ติดตามคุณย่าไปดูที่แถวเชียงใหม่ คุณย่าฝังใจว่าไหมแก้วต้องมาตายก็เพราะตัวเอง ท่านเลยอุปการะลูกของไหมแก้วทั้งสองคนนั่นคือ ม่านและหมอก ม่านที่เป็นพี่สาวอายุ 28 ปีเต็ม ทุกวันนี้ช่วยดูแลคุณย่าที่บ้าน ส่วนหมอกอายุ 21ปี กำลังจะเรียนจบ และคิดว่าจบออกมาค่อยคุยกันอีกทีว่าอยากช่วยดูแลคุณย่าหรือเข้ามาทำงานช่วยทัพพ์และแทนคุณ เด็กทั้งสองอยู่ในอุปการะของคุณย่าโดยมีทัพพ์และแทนคุณที่ช่วยดูแลอีกแรง ด้วยความที่เจอหน้ากันทุกวัน สนิทสนมกันมากพอสมควร เหมือนทัพพ์จะชอบพออยู่กับม่านในวัยสะพรั่งที่กิริยามารยาทอ่อนหวาน เรียบร้อย และนั่นไม่ได้เป็นปัญหา และคุณย่าไม่ขวางหากเด็กสองคนจะชอบพอกันจริงๆ “หนูม่าน น้องล่ะลูก หมอกไปไหนทำไมไม่ลงมาทานข้าว” คุณย่าถามถึงอีกคนที่พูดเก่ง ขี้อ้อน ซนตั้งแต่เด็กจนโต กินเก่งที่สุด แต่อยู่ๆ วันนี้กลับไม่เห็นที่โต๊ะอาหาร “หมอกไม่ค่อยสบายค่ะคุณย่า ม่านเอาข้าวเอายาไปให้ที่ห้องแล้ว เห็นว่าทานเสร็จวันนี้ขอพัก ไม่ไปเรียนค่ะ” “ป่วยหรอกเหรอ เป็นอะไรมากหรือเปล่าล่ะลูก ไปหาหมอไหม” “ม่านถามแล้วค่ะคุณย่า เห็นบอกว่าขอพักผ่อนก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยว่ากันอีกที” “เมื่อคืนยังดีๆ อยู่เลย ไว้ทานข้าวเสร็จผมขึ้นไปดูให้ครับคุณย่า ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวแทนอุ้มน้องไปหาหมอเอง” แทนคุณอาสา เขาสนิทสนมกับหมอกมากกว่าม่าน คงเป็นเพราะหมอกพูดเก่งกว่า รู้สึกยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น ไม่เหมือนคนพี่อย่างม่านที่เรียบร้อยเกินไป คุยด้วยแล้วรู้สึกไม่สนุกเลย ออกจะอึดอัดด้วยซ้ำในความคิดของแทนคุณ “เอาแบบนั้นเหรอลูก ยังไงย่าฝากแทนดูน้องด้วยนะ แล้วทัพพ์ล่ะลูก วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า” “ว่าจะเข้าไปเช็กโกดังสักหน่อยน่ะครับ แล้วเดี๋ยวจะแวะเข้าไปในเมืองด้วย คุณย่าอยากได้อะไรไหมครับ” “ย่าไม่อยากได้อะไรแล้ว ทัพพ์ไปทำธุระเถอะลูก และขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบนะ” ความห่วงใยของคุณย่าส่งผลให้ทัพพ์ยิ้มรับ “พี่เห็นทางผ่านมีคาเฟ่เปิดใหม่ ม่านอยากแวะไปซื้อขนมไหม เดี๋ยวซื้อกลับมาฝากคุณย่าด้วย ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วยดีไหม” ทัพพ์ถามคนหน้าหวานที่วันนี้สวมเดรสสีครีมเข้ากับผิวขาวๆ ใบหน้าเนียนสวยเกลี้ยงเกลา มองแล้วสบายตา แตกต่างจากอีกคนโดยสิ้นเชิง โคตรงงว่าเมื่อคืนเขามีอะไรกับอีกคนไปได้ยังไง ม่านกับหมอกไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว รายนั้นพูดจาห้วนๆ ห้าวๆ ติดนิสัยออกไปทางวัยรุ่นเพื่อนเยอะซะมากกว่า “หมอกก็ค่อยไม่สบาย ม่านอยู่บ้านดูแลคุณย่าดีกว่าค่ะพี่ทัพพ์” คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แปลว่าวันนี้เขาจะไม่มีคนรู้ใจเคียงข้างไปด้วยเพราะอีกคนป่วยอยู่งั้นเหรอ “ไปได้นะลูก ย่าอยู่ได้ คนในบ้านมีเยอะแยะ” “นั่นดิ ม่านไปกับพี่ทัพพ์เถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงหมอก เดี๋ยวพี่ช่วยดูน้องเอง” แทนคุณช่วยอีกแรง รู้ว่าพี่ชายตัวดีกำลังทำคะแนนอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พี่ชายสมหวังแล้ว “ดูยังไงคะพี่แทน คนไข้ต้องเช็ดตัวนะ” “พี่เช็ดให้ได้” แทนคุณอาสาด้วยรอยยิ้ม และมันทำให้คิ้วอีกคนแอบกระตุกเพราะความงงๆ จนต้องหันหน้ามองน้องชายตัวเอง รู้ว่าแทนคุณและยัยเด็กหมอกค่อนข้างสนิทกันในระดับหนึ่ง สองคนนี้เคยไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ด้วยความที่หมอกยังเรียนอยู่ และแทนคุณก็เข้าเมืองเป็นประจำ สองคนนั้นเลยรับส่งกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่คิดว่าจะสนิทกันถึงขั้นเช็ดตัวให้กันได้ด้วย “แทนก็ว่าไป พูดแบบนี้น้องก็ไม่สบายใจสิ ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ย่าดูแลหมอกให้เอง” “เอาแบบนั้นเหรอคะคุณย่า” “แบบนั้นแหละ ถ้าอยากไปคาเฟ่กับพี่ทัพพ์ตามสบายเลยนะ” ม่านหันไปสบตากับคนที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว รู้ว่าทัพพ์รู้สึกกับเธอแบบไหน เขาทั้งใจดี เอาใจใส่ เชื่อเถอะว่าหากผู้หญิงคนไหนได้รับการปฏิบัติจากเขา จะรู้สึกดีกับเขาได้ไม่ยากเลย อีกด้านหนึ่งของคนป่วย แกร๊ก~ “ไหน ใครป่วยอยู่ ให้พี่ช่วยอุ้มไปอาบน้ำไหม” แทนคุณก้าวเข้ามาในห้องนอนโทนสีขาวสะอาดตาแล้วมองหาคนป่วยที่ตอนแรกคาดว่าต้องนอนซมอยู่ที่เตียงแน่ๆ แต่เปล่าเลย คนป่วยไม่ได้นอนซมอยู่บนเตียง แต่คนป่วยลากผ้าห่มลงไปนอนซึมกอดตุ๊กตาหมีตัวโตดูซีรีส์ที่พื้นข้างเตียงแทน “โห นี่ป่วยหรืออกหักครับ” แทนคุณถามยิ้มๆ สายตาคมหยุดมองใบหน้าสวยๆ ของคนป่วยที่ไม่ได้มีท่าทีสนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่คนถามคือแทนคุณ เทพธาดา ผู้ชายที่ได้ฉายาหล่อขั้นเทพ เปย์โคตรหนัก แต่สาวน้อยหน้าหวานไม่ได้มีท่าที่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว “อกหักอะไรกันล่ะพี่แทน หมอกง่วงเฉยๆ” “แล้วลงไปนอนกลิ้งอะไรอยู่ตรงนั้น ทำไมไม่นอนบนเตียงดีๆ” “อยากนอนตรงนี้” แทนคุณมองหน้าสวยๆ ที่กดแนบตุ๊กตาหมี ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองเขา แต่มองหน้าจอไอแพดที่มีหนังรักเปิดค้างเอาไว้แทน “ม่านบอกป่วย เป็นอะไรมากป่ะเนี่ย” “ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ กินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้ว” “สรุปป่วยหรืออยากเปิดทางให้ม่านกับพี่ทัพพ์ไปด้วยกันเนี่ย” “หมายถึง?” “ก็สองคนนั้นจะเข้าเมืองด้วยกัน เห็นพี่ทัพพ์บอกมีคาเฟ่เปิดใหม่เลยจะแวะด้วยมั้ง สรุปบอกป่วยเพื่อจะได้ไม่เป็นก้างของสองคนนั้นปะเนี่ย” “อือ” หมอกขานรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ เขาอยากจะไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ผู้หญิงที่เขาชอบคือพี่ม่าน ไม่ใช่เธอ ขนาดเมื่อคืนได้เธอแล้วเขายังสั่งห้ามไม่ให้ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว มิหนำซ้ำยังจะมาใช้เงินฟาดหัวเธออีก ห่วงใยความรู้สึกกันสักนิดก็ไม่เคยมี “แล้วนี่พี่แทนจะไปไหน” หมอกขับไล่ความหงุดหงิดที่ก่อตัวอยู่ในใจแล้วกลิ้งสายตามาหยุดที่ใบหน้าของแทนคุณ “ไม่ได้ไปไหน แค่ขึ้นมาถามเห็นม่านบอกเราป่วย” “วันนี้ว่างเหรอ” “ก็ว่างนะ ทำไมอ่ะ” “อยากไปเที่ยว พาไปหน่อยได้ไหม” “เที่ยวไหน?” คนถามเลิกคิ้วขึ้น ปกติมีแต่เขาที่ชวนเธอไป แล้วทำไมวันนี้เป็นเธอที่ชวน “ไปไหนก็ได้ที่มันไกลๆ” “ไกลจากอะไร จากบ้านน่ะเหรอ?” หมอกพยักหน้าหงึกหงักทั้งที่ความจริงอยากตะโกนดังๆ ว่าอยากไปให้ไกลไอ้คนเฮงซวยอยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวัน สถานการณ์มันก็จะตึงๆ หน่อยแหละ มาเอาใจช่วยยัยหมอกกันนะคะ
มหาวิทยาลัย “…รอใครเอ่ย ให้เราไปส่งไหม” เสียงทักทายดังขึ้นจากเพื่อนต่างคณะ หนุ่มหล่อควงรีโมทรถยนต์ที่อยู่ในมือ คิดง่ายๆ ว่าสาวเห็นสาวอาจจะยอมให้ไปส่งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา “มีคนจะมารับแล้วอ่ะ ขอโทษน้า~” ขนมยิ้มเก๋ ไม่ได้อยากทำให้ใครเสียหน้าจนพานมาโกรธเคืองกันจนเป็นเรื่องราวอะไรใหญ่โต “มีแล้วเหรอ เสียดายจัง วันนี้ว่างมาก อยากไปนั่งรถเล่นไกลๆ สักร้อยสองร้อยโล ขนมสนใจไหมครับ” “คิดถึงห้องอ่ะ อยากกลับห้องมากกว่า ไปชวนคนอื่นดีไหม” “มองเราเป็นคนยังไงเนี่ย เราตั้งใจมาชวนเธอนะ ที่นั่งข้างๆ อยากให้เป็นเธออ่ะดิ” ขนมยิ้มเก้อ พยายามรักษาระยะห่างแล้ว แต่อีกคนไม่แคร์เลย เธอรู้ เธอเห็น แฟนเธอมารับแล้ว แต่เขามองอยู่ห่างๆ ที่รักษาระยะห่างก็เพราะกลัวเพื่อนเดือดร้อน แต่เพื่อนนี่สิ ไม่รู้ตัวเลย“เราว่าเราขอตัวก่อนดีกว่า” “กระเป๋ายี่ห้อที่เธอใช้ มีคอลเลคชั่นใหม่มาด้วยนะ สนใจให้เราเปย์เธอสักใบสองใบไหม” “มีปัญญาซื้อแค่ใบสองใบเองเหรอ น้อยใจ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉลามเดินทำหน้าหงุดหงิดเข้ามาหา สบตาไอ้เด็กรุ่นน้องตาแข็ง แล้วอย่าเสือกมาหลบตากู กูเห็นแล้วว่ามึงมาจีบเมียกู เห็นด้วยสองตาของกูเลยไ
แกร๊ก~ “…พี่หลาม” เสียงร้องของคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำส่งผลให้ฉลามที่นอนเหยียดตัวยาวบนเตียงดีดตัวลุกแทบจะทันที หัวใจดวงนี้ที่มันเป็นของเธอคนเดียวเต้นระรัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอหนักๆ สบตาคนตัวเล็กก่อนจะมองต่ำที่ริมฝีปาก ฟังเสียงที่เธอเอื้อนเอ่ยมันออกมาด้วยความตั้งใจ ตั้งใจมากกว่าอะไรทั้งสิ้น เพราะลึกๆ อยากได้ยินข่าวดี “ไม่เอาแบบนี้แล้วนะ หนูเหนื่อยมาก ลุ้นจะแย่” “แล้ว สรุป?” “ขึ้นแค่ขีดเดียว” ขนมดูโล่งใจ แต่วินาทีนี้ไอ้หลามหงอยฉิบหายเลย อุตส่าห์ตั้งใจจัดหนัก เน้นทุกดอก ตอกลึกๆ ทุกครั้ง อยากมีลูกเป็นของตัวเอง“ปรอทไร้คุณภาพหรือเปล่า ตรวจทีไรขึ้นขีดเดียวทุกที หรือของปลอม” จบคำนั้น ขนมรีบหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องน้ำ หยิบปรอทตรวจการตั้งครรภ์อีกสี่อันมาวางตรงหน้าคนรักทันที“เนี่ย พี่เล่นให้หนูตรวจรอบละห้าอัน จะบอกว่ามันเป็นของปลอมทั้งหมดเลยเหรอคะ”“ก็เธอมีอาการนี่นา อยู่ดีๆ ก็อยากกินมะม่วง พี่ก็คิดว่าเธอแพ้ท้องอ่ะดิ” “อาการอยากกินมะม่วงมันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ เลยนะคะ ใครๆ ก็อยากกินค่ะ”“ไม่รู้แหละ เธออาจจะแอบกินยา” “ไม่แอบแล้วค่ะ ตรงนี้มันใหญ่ขึ้นอ่ะ หนูอย
(พวกมึง กูเหงาว่ะ~) เสียงงอแงดังจากปากของคนที่ใช้ปากคาบบุหรี่สลับกับการส่งเสียงมาตามสายเป็นระยะ ตอนนี้หนุ่มๆ ทั้งห้าคน FaceTime กัน ตั้งแต่วันที่เรียนจบก็เริ่มเหงาแปลกๆ ปกติรวมตัวกันที่ห้องของไอ้หลาม ตอนนี้ทุกคนก็เริ่มเกรงใจเมียมัน ก็มันไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่หว่า ก็อย่างว่า มันก็ต้องการความเป็นส่วนตัว ก็เข้าใจมันนั่นแหละ“เหงาเหี้ยไร เมื่อวานก็เพิ่งเจอกันไหม” ฉลามตอบกลับ ดวงตาคมกริบกวาดมองเพื่อนแต่ละคนผ่านหน้าจอ คนที่เพิ่งแต่งงานกันไปหมาดๆ ดูจากภาพก็น่าจะยังอยู่ในห้องนอนส่วนองศาได้ยินเสียงมันคุยกับเมียมันเป็นระยะ คนที่บ่นเหงาคือติณห์ ส่วนแพทย์สนามตัวดีมันกำลังนั่งขรี้ ไอ้เวร สภาพนี้ยังกล้ารับสาย สงสารลูกตากูฉิบหายเลย (เหงาขนาดนั้นควรมีเป็นตัวเป็นตนนะ ดูไอ้หลามเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวนี้เชื่องสุดๆ) “มึงก็ไม่ต่างจากกูไหมครับ เอาดีๆ” ทีแบบนี้ล่ะโยนให้กู แต่ก็ไม่อะไร กูยอมรับอยู่แล้ว ยอมรับว่าการมีแฟนมันดี ดีมาก ดีทุกอย่างเลย(ขอข้อดีของการมีแฟนคนละข้อได้ไหมครับเพื่อน เผื่อกูจะลองมีเล่นๆ สักสองสามวัน) ได้ยินแบบนี้ละอยากขำใส่หน้าไอ้ลีโอมาก จะลองมีสักสองสามวันว่างั้น สภาพมา
“…เปลี่ยนใจไหม หรือเอาไว้วันหลัง” ขนมสอดแขนเข้าไปโอบกอดเอวสอบของคนรักจากทางด้านหลัง แก้มนุ่มแนบชิดกับแผ่นหลังเปลือยของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ ตัวหอมมาก และแน่นไปหมดทุกสัดส่วนเลย“ไม่เอา อยากแสดงตัวแล้ว” “อยากให้คุณพ่อรู้เรื่องของเรามากเลยใช่ไหม”“ใช่ บอกเทคนิคหน่อยสิว่าทำยังไงพ่อถึงจะหัวร้อน ได้ยินแล้วทนไม่ได้ ต้องรีบให้พี่ยัดเยียดความเป็นผัวให้เธอทันทีอะไรแบบเนี่ย”“พี่หลามเวอร์นะ เวอร์มาก” ขนมย่นจมูกใส่คนคลั่งรัก น่ารักที่สุด น่ารักเกินไปจริงๆ“ก็รักอ่ะ เห็นเพื่อนแต่งงานก็อย่างแต่งบ้าง”“ยังเรียนไม่จบเลย” “ก็เข้าใจ แต่แบบ…” “หนูรักคนนี้นะ รักที่สุดในโลก ใจไม่มีทางเปลี่ยนหรอก ก็อยู่ด้วยกันทุกวัน” ฉลามก้มหน้ามองสบตาคนรัก สุดท้ายก็หมุนตัวไปกอดเธอและพยักหน้าไปมา“ก็ได้ รอให้เธอเรียนจบก่อนแล้วค่อยถึงคิวของเรา แต่ตอนนี้ต้องไปบ้านเธอนะ ไปเจอพ่อ ต้องบอกอ่ะว่าพี่คบกับลูกสาวของเขาอยู่ จริงจังมากด้วย” “ขอบคุณน้า~ น่ารักจัง น่ารักเป็นบ้าเลย” อดไม่ได้ที่จะเขย่งปลายเท้า กดริมฝีปากจุ๊บแก้มสากเบาๆ รักเขา ไม่ใช่แค่เขาที่รักเธอแค่ฝ่ายเดียวท่าทีของคนเข้าบ้านแฟนเป็นครั้งแรกไม่ได้มีท่าทางหวาดกลั
“…น้องๆ ขา~” เสียงของจีน่าหยุดสองสาวที่คีบเนื้อหมูไปวางบนกระทะสำหรับย่างให้กลอกกลิ้งตาไปหยุดมองในทิศทางเดียวกัน“ขา~” “ยิ้มแบบนี้ มีข่าวดีใช่ไหมคะ” ของขวัญยิ้มกว้าง ตอนนี้มีความเป็นส่วนตัวเพราะเราแยกทานกันเป็นสองกลุ่ม หนุ่มๆ กินกันเอง ส่วนสาวๆ ก็แยกออกมาอีกเตา พวกเขาก็คุยกันเรื่องของเขา พวกเราก็เช่นกัน“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ ใช่ใช่ไหม?” ขนมมองรุ่นพี่สาวตาใส จีน่ายิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้าออกมาทันที“พี่จะแต่งงานแล้วนะคะ” “อื้ออ~ จะน่ารักไปไหน คู่นี้น่ารักเกินไปแล้ว” “เราก็เหมือนกันนั่นแหละ องศามันก็แค่รอน้องขวัญเรียนจบไหม เชื่อเถอะ เรียนจบปุ๊บมันแต่งปั๊บทันทีเหมือนกัน” “ดีใจกับพี่ๆ ด้วยนะคะ ดีใจกับพี่จี กับพี่ขวัญด้วยค่ะ สวยขนาดนี้ ใส่ชุดเจ้าสาวต้องน่ารักมากแน่ๆ เลยค่ะ รอดูน้า~”“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณน้องๆ ทั้งสองคนเลยนะคะ ดีใจนะที่เราสามคนได้มาเจอ ได้มารู้จักกัน” “หนูรักพี่จีน้า~ รักที่สุดเลย” ของขวัญเอียงใบหน้าไปซบ เมื่อก่อนเคยสนิทกันยังไงก็ยังคงสนิทกันอยู่แบบนั้น ถึงทุกคนที่อยู่ในห้องนี้จะเป็นแค่เพื่อนกัน แต่คำว่าเพื่อนในนิยามของพวกเขามันไม่ต่างจากคนในครอบครัว ในยามที่คนหนึ่งคนใดเดือดร้อน ไ
แกร๊ก~“ได้ตังค์ไหม” เสียงหวานๆ เอ่ยถามก่อนที่ตากลมใสจะมองสบตาพี่ๆ ด้วยรอยยิ้ม“เดี๋ยวนะ นี่ทำงานกันเป็นทีมนี่หว่า” ติณห์ลุกจากที่นั่ง หรี่ตามองเพื่อนที่ใช้ยาหม่องมาป้ายตาของเขากับเมียของมันสลับกันไอ้กูก็อุตส่าห์โอนก่อนใคร ไอ้หลามแม่งก็ใจร้ายกับกูสัดๆ แสบตามาก แสบแบบฉิบหายเลยไอ้เพื่อนเวร! “นี่รู้เห็นเป็นใจงั้นเหรอ” “เขาเรียกทำมาหากินช่วยกัน อย่ามาถลึงตามองเมียกู เดี๋ยวถีบหงาย” คนหลอกเอาตังค์เพื่อนเดินไปโอบบ่าคนตัวเล็กที่ก้าวขาออกมาจากห้องนอนขนมยิ้มแฉ่งมองพี่ๆ เพื่อนสนิทของคนรัก แต่ละคนดุๆ กันทั้งนั้น อารมณ์เสียแหละที่เสียตังค์“สรุปคือไอ้หลามตอแหล มันหลอกเอาเงินพี่?” ลีโอสบตาคนตาใส รอยยิ้มนี้แหละ รอยยิ้มนี้เลยที่ทำให้เพื่อนเขาคลั่งจะเป็นจะตาย“ก็หนูรักเขานี่นา ก็เลยไม่อยากปิดบัง~” เสียงหวานพานจะทำให้ใจอ่อนสุดๆ แต่ผัวเมียคู่นี้ไว้ใจไม่ได้เลยว่ะ ร้ายแบบเกินไปมาก“เพิ่งรู้วันนี้ว่ากูมีเพื่อนเป็นมิจฉาชีพ” องศาแซวยิ้มๆ ไม่ได้เสียดายที่เสียตังค์ แต่ไม่คิดว่าจะโดนมันตลบหลัง วันนี้ก็เป็นอันสรุปได้แบบตรงกันนะ อย่าล้อเล่นกับมัน โปรดระวังเวลามันเอาคืนด้วย! “กูโอนไวฉิบหาย แทบร้องตามมันแต่มัน
ทัพพ์สงบสติอารมณ์อยู่ด้านนอกนานสองนานก่อนจะกลับเข้ามาในห้องถึงรู้ว่าคุณย่าตื่นแล้ว และคนที่ประกบคุณย่าแจก็เห็นจะเป็นหมอกที่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ"นี่ก็ดึกมากแล้วนะ กลับกันได้แล้วลูก ย่าก็จะพักผ่อนแล้ว""ม่านอยากได้อะไรบ้าง พี่จะกลับไปเตรียมให้แล้วจะกลับมาเฝ้าคุณย่าเป็นเพื่อน" ทัพพ์ถามม่
ทัพพ์ขับรถผ่านคนที่ทำตัวน่าหมั่นไส้ออกมาอย่างรวดเร็ว อยากอวดเก่งนักก็ลองลิ้มรสการเดินดูซะบ้าง คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ ทีนี้ยัยหมอกจะได้รู้ว่าไม่ควรมาลองดีกับคนอย่างเขา ร่างสูงเดินเข้ามาสั่งกาแฟในร้านและนั่งเล่นในห้องแอร์เย็นๆ ฉ่ำๆ จากนั้นก็ตั้งใจเลือกขนมกลับไปฝากม่าน มีบ้างที่เหลือบสายตาดูเวลาที่นาฬิกา
“เกลียดหมอกมากเลยเหรอพี่ทัพพ์” หมอกเอ่ยถามพร้อมกับยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน แต่ต่อให้เธอจะแสดงออกแบบนั้น ทว่ามันกลับตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง“ทนหน่อยละกันนะคะ แค่ทนเจอหน้ากันแค่ครั้งคราวแหละ หมอกก็ไม่ได้รักพี่เหมือนกัน”“ให้มันจริงเถอะ อย่าดีแต่พูด”“เดี๋ยวหมอกรีบมีแฟนนะ เอาให้ดีกว่าพ
ทัพพ์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่มันเงียบผิดวิสัย ก่อนจะสรุปเอาเองได้ในทันทีว่าเขาถูกบล็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยัยหมอกบอกว่าไม่อยากเจอเขา เหตุผลที่ยอมออกไปจากบ้านเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจอกัน ก็ให้มันได้แบบนั้นเถอะ เขาต้องการแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เขาไม่ได้อยากเห็นหน้าเธอเหมือนกัน“อ้าวพี่ทัพพ์ กลับมาถึงน







