Mag-log inแต่งงานจัดพิธีมาแล้วสามปี แต่ภรรยาที่เป็นนักบินกลับยกเลิกการจดทะเบียนสมรสกับผมถึง 18 ครั้ง ครั้งแรก ลูกศิษย์หนุ่มของเธอต้องทำการฝึกบินทดสอบ ผมยืนรออยู่ที่หน้าสำนักงานเขตตลอดทั้งวัน ครั้งที่สอง ระหว่างทางเธอได้รับสายจากลูกศิษย์หนุ่มคนนั้นแล้วรีบกลับรถทันที ทิ้งผมไว้ข้างทางอย่างไม่ใยดี หลังจากนั้นเป็นต้นมา ขอเพียงแค่ผมกับเธอนัดแนะกันไปจดทะเบียน ลูกศิษย์หนุ่มของเธอก็จะมีปัญหาต่างๆ นานาเกิดขึ้นเสมอ ในที่สุด ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินจากเธอไป แต่เมื่อผมก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ปารีส เธอกลับตามมาถึงปารีสอย่างคลุ้มคลั่งเหมือนคนเสียสติ
view moreหากเป็นเมื่อสามปีก่อน สำหรับการตัดสินใจนี้ของบริษัท ผมคงจะเลือกปฏิเสธอย่างแน่นอน ต่อให้บริษัทจะเสนอเงินเดือนและตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมให้ก็ตามแต่หลังจากผ่านเวลามาสามปีนี้ หัวใจของผมได้เยียวยาจนหายดีโดยสมบูรณ์ตั้งนานแล้วดังนั้นผมจึงตอบตกลงตามการจัดสรรของบริษัทด้วยความเต็มใจหนึ่งวันก่อนเดินทางกลับประเทศ ผมได้ส่งข้อความไลน์ไปหาเจียงเช่อ เพื่อนร่วมงานเก่าที่เป็นเหมือนพี่น้องของผม"พรุ่งนี้ฉันจะกลับประเทศแล้วนะ พวกผู้จัดการเซี่ยเป็นยังไงกันบ้าง?"พอได้ยินข่าวว่าผมจะกลับประเทศ เพื่อนคนนี้ก็ตื่นเต้นยกใหญ่ เขาคุยกับผมยาวถึงสามชั่วโมงเต็ม ราวกับอยากจะให้ผมรีบขึ้นเครื่องบินกลับมาถึงเดี๋ยวนี้เลย เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น เครื่องบินก็ลงจอดเพื่อนคนนั้นพุ่งตัวมาหาผมเป็นคนแรก และคนที่มารอรับผมยังมีผู้จัดการคนก่อน รวมถึงเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนเวลาสามปีทำให้ทุกคนดูเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่พอพวกเขาเห็นผม ทุกคนกลับแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเพราะในช่วงสามปีที่ผมใช้ชีวิตเพื่อตัวเองนี้ ผมไม่เพียงไม่แก่ลง แต่กลับดูเด็กลงด้วยซ้ำและหลังจากที่เครื่องลงจอดนี่เอง ผมถึงได้รับรู้ว่าทำไมหลินซีถึงหายตัวไปอย
วันรุ่งขึ้น หลินซีบินกลับประเทศไป แต่เป็นไปตามที่เธอพูดไว้ เธอเริ่มบินเฉพาะเส้นทางปารีส แทบจะทุกสัปดาห์ที่เธอจะมาถึงปารีส และทุกครั้งเธอก็จะมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านผมตลอดทั้งคืน แต่ผมก็ไม่เคยเปิดประตูให้เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่อมา ชีวิตของผมในปารีสก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ผมไปสอบใบประกาศนียบัตรดำน้ำ ใบอนุญาตการบิน และใบอนุญาตเครื่องร่อนในช่วงฤดูร้อน ผมไปเที่ยวที่แม่น้ำมิสซิสซิปปีในช่วงฤดูหนาว ผมไปที่เทือกเขาแอลป์ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงปลายปีนั้น ผมได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่นประจำปีของแอร์ฟรานซ์ และได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินในปารีสทั้งหมดในช่วงเวลานี้ มีหญิงสาวที่ร่าเริงและใจกล้าไม่น้อยเริ่มเข้ามาขายขนมจีบผม แต่ผมก็ไม่สนใจใครเลยสักคนเดียวหัวใจที่เคยบาดเจ็บ แม้จะรักษาจนหายดีแล้ว แต่มันก็ยังคงหลงเหลือรอยแผลเป็นเอาไว้อยู่ดีสำหรับผมแล้ว หน้าที่การงานต้องมาเป็นอันดับหนึ่งหลังจากนั้นอีกนาน ผมก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมวันแล้ววันเล่า และหลินซีก็เช่นกัน ทุกครั้งที่มาปารีส เธอจะมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านผมทั้งคืนดูเหมือนว่ากิจวัตรประจำวันแบบนี้จะดำเนิน
ในขณะเดียวกัน ผมก็เดินทางถึงสนามบินปารีสโดยสวัสดิภาพทันทีที่เครื่องลงจอด เพื่อนร่วมงานกว่าสิบคนจากสายการบินแอร์ฟรานซ์ก็เดินเข้ามาต้อนรับผมอย่างอบอุ่นนี่เป็นครั้งที่สามที่ผมมาปารีสตามหลักแล้วผมไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับเมืองนี้มากนัก แต่เมื่อมองไปรอบๆ กายที่เต็มไปด้วยสิ่งแปลกตา ผมกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเพราะผมรู้ดีว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมแค่ต้องใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเท่านั้นตอนอยู่ประเทศจีน ผมสามารถเป็นนักบินยอดเยี่ยมของสายการบินติดต่อกันได้ถึงเจ็ดปี ที่นี่ผมก็ทำได้เช่นกันไม่เพียงเท่านั้น หลายๆ อย่างที่ตอนอยู่กับหลินซีไม่มีโอกาสได้ทำ ผมสามารถบรรจุลงในแผนการเดินทางได้หมดเล่นสกี ปีนเขา กระโดดร่ม ไปดูแสงเหนือ และอีกมากมาย หลายอย่าง...แต่ผมคิดไม่ถึงว่า ในวันที่สองที่ผมมาถึงปารีส ตอนที่เลิกงานกลับถึงบ้าน หลินซีจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าผมในฐานะนักบิน เธอไม่เคยดื่มเหล้าเลยแต่เธอในวันนี้ กลับมีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัวไม่ได้เจอกันแค่สองวัน เธอดูโทรมและแก่ลงไปมาก พอเธอเห็นผมมา ก็ลุกขึ้นเหมือนจะเข้ามาใกล้ส่วนผมถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณไปสองสามก้าว"หมิงเซวียน ฉันผิ
"อะไรนะ?" "หลินซี คุณพูดว่าอะไรนะ? เธอจะบินเส้นทางปารีสเหรอ? พี่ไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม ไหนเธอเคยสาบานว่าจะไม่บินไปปารีสอีกตลอดชีวิตไง? เมื่อห้าปีก่อนก็เพราะเรื่องนี้แหละ พี่ถึงขั้นต้องทำเรื่องเสนอสำนักงานใหญ่ให้เธอเป็นพิเศษ จนโดนเบื้องบนตำหนิยกใหญ่เลยนะ"หลังจากหลินซีส่งข้อความไปไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีสายโทรเข้ามา ปลายสายเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ เมื่อห้าปีก่อน นับตั้งแต่เที่ยวบินไปปารีสที่หลินซีปฏิบัติหน้าที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น เธอก็ยื่นเรื่องต่อสำนักงานใหญ่ว่าจะไม่บินไปปารีสตลอดไป และถ้าสำนักงานใหญ่ไม่ตกลงตามคำขอ เธอก็จะลาออกเรื่องนี้ พนักงานเก่าแก่ในสายการบินทุกคนต่างก็รู้ดีในตอนนั้นแต่ตอนนี้ เธอกลับเป็นฝ่ายเสนอตัวขอบินไปปารีสเสียเอง จะไม่ให้คนอื่นตกใจได้อย่างไร "ฉันพูดจริงค่ะพี่หลี่ รบกวนช่วยทำเรื่องเสนอสำนักงานใหญ่ให้ฉันอีกครั้งนะคะ ต้องเร็วที่สุดด้วย!" น้ำเสียงของหลินซีนั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่"มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?" ปลายสายถามต่อ"พี่หลี่คะ ฉันขอถามอะไรหน่อย ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกคนมองว่าฉันทำเกินไปกับลู่เฉินใช่ไหม? ทุกคนคิดว่าฉันทำผิดต่อหมิงเซวียนใช่ไหม?" ห
เวลาห้าทุ่ม หลินซีกลับบ้านอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยเมื่อเข้าประตูมาและถอดเสื้อคลุมออก ขณะที่เธอกำลังจะแขวนเสื้อไว้หลังประตู เธอเห็นที่ที่เคยแขวนรูปคู่ของเราว่างเปล่า เธอก็ชะงักนิ่งอยู่กับที่ไปทั้งตัว“รูปคู่ของเราที่หลังประตูหายไปไหนแล้ว?”เธอยังไม่ทันวางเสื้อคลุมด้วยซ้ำ แล้วรีบเดินเข้ามาถามผม
ช่วงพลบค่ำ หลังจากจัดการเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็เอนกายลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิท"หลินซีนี่มันยังไงกันแน่ ทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า นายดูในฟีดโซเซียลสิ ยัยนั่นดันไปลงรูปโชว์หวานกับไอ้หน้าจืดลู่เฉินนั่นเฉยเลย""พวกนายยังไม่ได้หย่ากันเลยนะ เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!"
เช้าวันต่อมา เมื่อตื่นขึ้นผมก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางเพิ่งเก็บไปได้ครึ่งเดียว หลินซีก็กลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าสิ่งที่ตามเธอเข้ามาในประตูบ้านด้วย คือกลิ่นน้ำหอมโคโลญจน์ที่เข้มข้นผมถูกกลิ่นนั้นรมจนชะงักไปครู่หนึ่งผิวของหลินซีละเอียดและแพ้ง่าย เธอแพ้เครื่องสำอางหลายชนิด และสิ่งที่
ช่วงบ่าย ผมตรงกลับไปที่บริษัทและยื่นใบลาออกต่อหัวหน้างาน“เรื่องที่คุณจะลาออก หลินซีรู้เรื่องนี้หรือยัง?”หัวหน้าประหลาดใจกับการลาออกของผมมาก เพราะอย่างไรเสียผมก็เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินระดับเหรียญทองต่อเนื่องกันถึงเจ็ดปี หากยังอยู่กับสายการบินต่อไปย่อมมีอนาคตที่รุ่งโรจน์แน่นอนผมยิ้มอย่างข





