Share

ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี
ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี
Penulis: ดอกถังร่วงหล่น

บทที่ 1

Penulis: ดอกถังร่วงหล่น
เฟิ่งชูอิ่งกำลังหลับสะลึมสะลือ แต่จู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่ามีมือข้างหนึ่งล้วงเข้ามาในอกของนาง

นางคว้ามือของคนผู้นั้นเอาไว้แล้วจับบิดสุดแรง ทั้งที่ดวงตาทั้งสองข้างยังปิดสนิท

“อ๊าก” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงสบถด่า “เฟิ่งชูอิ่ง เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ?”

เฟิ่งชูอิ่งพลันเบิกตาโพลง ก่อนจะมองเห็นใบหน้าซีดเซียวของใครคนหนึ่ง ที่แม้จะหล่อเหลา แต่กลับดูเจ้าชู้สำส่อน

ครู่ต่อมานางก็สังเกตเห็นลัคนาของเขา มันเป็นสีดำทมิฬไปทั้งแถบ มีเพียงคนที่ใกล้จะตายเท่านั้นถึงจะมีโหงวเฮ้งเช่นนี้

ความทรงจำช่วงหนึ่งพลันไหลบ่าเข้ามาในสมอง นางจึงทดลองเอ่ยเรียกออกไปว่า “เฉินเยี่ยนเซิง?”

เฉินเยี่ยนเซิงกุมมือที่เกือบจะถูกบิดจนหักของตัวเอง ตอบกลับด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ถึงกล้าบิดมือข้าเช่นนี้?”

“เจ้าอย่าลืมนะ อีกไม่กี่วันเจ้าจะต้องแต่งงานกับผีขี้โรคอย่างอ๋องฉู่ เจ้าเป็นคนขอร้องให้ข้าพาหนีเองนะ!”

เฟิ่งชูอิ่ง : “......”

คำพูดของเขาตรงกับความทรงจำที่ปรากฏขึ้นในสมองของนางพอดิบพอดี แล้วก็เหมือนกับบทในนิยายที่ญาติผู้น้องของนางอ่านเมื่อไม่กี่วันก่อนทุกกระเบียดนิ้วด้วย

เพราะว่านางร้ายในนิยายเล่มนั้นใช้ชื่อเดียวกับนางเป๊ะๆ ญาติผู้น้องก็เลยลากนางไปอ่านด้วยอยู่หลายบท

แต่เพราะนางรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันน้ำเน่าเกินไป จึงทนอ่านต่อไปไม่ไหว สุดท้ายกลับประสบเหตุโคลนถล่มตอนที่ออกไปเที่ยวชมฮวงจุ้ยกับอาจารย์ พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในเหตุการณ์สุดอุบาทว์สุดน้ำเน่าในนิยายไปเสียแล้ว...

ร่างเดิมมีดวงชะตาพิเศษ จึงถูกคนในตระกูลส่งไปเป็นพระชายาเอกของอ๋องฉู่เพื่อเสริมสิริมงคล นางไม่อยากแต่งงานกับอ๋องฉู่จึงตัดสินใจหนีตามเฉินเยี่ยนเซิง

เฉินเยี่ยนเซิงเป็นคนชั่วช้าสามานย์ นอกจากหวังร่างกายของนางแล้ว ยังคิดจะเอาเงินของนางอีก จึงบอกให้นางพกเงินไปที่ห้องวิปัสสนาของอารมแห่งหนึ่ง ขอหลับนอนกับนางคืนหนึ่งก่อนค่อยพานางหลบหนี

ซึ่งร่างเดิมผู้โง่เขลาก็ดันหลงเชื่อ พกเงินทองของมีค่าทั้งหมดไปให้เขาถึงที่

หลังเฉินเยี่ยนเซิงหลับนอนกับนางแล้วกลับขโมยเงินของนางหนีไป แล้วหาขอทานคนหนึ่งมาอยู่ในห้องกับนางแทน หลังจากนั้นนางก็ถูกญาติผู้พี่พาคนยกโขยงมาตามจับชู้...

แค่นี้เนื้อเรื่องก็น้ำเน่ามากพอแล้ว แต่จุดที่น้ำเน่าที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องราวพวกนี้ แต่เป็นเรื่องที่อ๋องฉู่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห้องข้างๆ ตลอดเวลา และรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น!

ตอนที่นางถูกจับว่ามีชู้แบบคาหนังคาเขานั้น อ๋องฉู่ที่ป่วยหนักจนเหมือนเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ใช้กระบี่แทงทะลุหัวใจนาง...

เมื่อเฟิ่งชูอิ่งนึกถึงเนื้อเรื่องตอนนี้ก็อดตัวสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้

อย่าเพิ่งตื่นตูมสิ ตอนนี้นางยังไม่ได้หลับนอนกับเฉินเยี่ยนเซิง แล้วก็ยังไม่โดนจับชู้ด้วย ชีวิตน้อยๆ ของนางยังรักษาเอาไว้ได้อยู่!

นางคิดจะยันกายขึ้นมา ทว่าเกือบจะถูกเชือกรัดคอตาย ตอนที่พยายามจะดิ้นรนก็พบว่าขาทั้งสองข้างขยับไม่ได้

นางพลันนึกขึ้นได้ว่าร่างเดิมยอมทำตามรสนิยมวิตถารของเฉินเยี่ยนเซิงเพื่อเอาอกเอาใจเขา โดนเขากล่อมจนยอมขึ้นไปนอนบนเตียงให้อีกฝ่ายเอาบ่วงเชือกรัดคอ ขณะที่ขาทั้งสองข้างถูกมัดติดกับปลายเตียง

ตอนนี้ศีรษะกับขาของนางไม่อาจขยับเขยื้อน มีเพียงสองมือเท่านั้นที่ยังใช้การใช้งานได้

ฉิบหาย!

ร่างเดิมจะทำตัวเสียสติไปถึงไหนเนี่ย!

เฉินเยี่ยนเซิงสอดมือเข้ามาในอกเสื้อของนางอีกครั้ง “เจ้าทำตัวว่านอนสอนง่ายสักหน่อยเถอะ เอาไว้ข้าสุขสมอารมณ์หมายเมื่อไหร่ อาจจะยังเต็มใจพาเจ้าหนีก็ได้”

คราวนี้เฟิ่งชูอิ่งแทบจะไม่ต้องยั้งคิด คว้ามือของเขาแล้วบิดแบบสุดแรงเกิด “หนีตามเจ้ากับผีน่ะสิ ข้าคนนี้จะแต่งงานกับท่านอ๋องฉู่!”

เฉินเยี่ยนเซิงกรีดร้องเสียงหลง สะบัดมือหลุดแล้วฟาดกลับมาทางนาง “นังแพศยานี่ ข้าอุตส่าห์ไว้หน้าเจ้าแล้วนะ!”

นางคว้ามือที่ฟาดลงมาของเขาแล้วจับบิดจนหัก เมื่อเขาถูกนางหักมือก็ใช้เท้าเหยียบสายเชือกที่รัดคอนางอยู่จนตึง คอของนางจึงถูกรัดแน่นจนเกิดอาการหายใจไม่ออก

เฟิ่งชูอิ่งจำต้องปล่อยมือแล้วคว้าเชือกที่อยู่ตรงคอ พยายามดึงเชือกให้คลายออก เฉินเยี่ยนเซิงก็อาศัยจังหวะนั้นฉีกทึ้งอาภรณ์ของนางทันที

เขาฉีกยิ้มชั่วร้าย : “ข้ายังไม่เคยเสพสังวาสกับศพเลยสักครั้ง วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายแล้วค่อยหลับนอนกับเจ้าก็แล้วกัน!”

เฟิ่งชูอิ่ง : “...ไอ้โรคจิตเอ๊ย!”

นางยกมือต่อยขมับของเฉินเยี่ยนเซิงอย่างรุนแรง จนมีเสียงวิ้งๆ ดังขึ้นในศีรษะของเขา ก่อนจะเซถอยหลังไปสองสามก้าว

ก่อนจะดิ้นรนอย่างสุดชีวิตจนเชือกที่มัดขาอยู่ถูกกระชากขาด เมื่อขาทั้งสองข้างเป็นอิสระ นางก็ใช้เท้ายันหน้าของเฉินเยี่ยนเซิงทันที

เขาถูกถีบจนเสียหลักถอยหลังไปอีกครั้ง ทำให้นางรู้สึกได้ว่าเชือกที่รัดคอคลายออก จึงรีบแก้ปมเชือกที่คอออกอย่างว่องไว แล้วกำหมัดชกใส่จมูกของเฉินเยี่ยนเซิงอีกครา

เฉินเยี่ยนเซิงเจ็บจนเผลอปล่อยมือ นางจึงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วใช้เท้าเหยียบร่างเขาไว้ “ไอ้โรคจิต พอพยัคฆ์ไม่แสดงความน่าเกรงขาม เจ้าเลยคิดว่าข้าเป็นแค่ลูกแมวป่วยอย่างนั้นหรือ?”

“วันนี้มารดาจะสั่งสอนเจ้าให้เป็นผู้เป็นคนเอง!”

นางกล่าวจบก็ใช้เท้ากระทืบหน้าอกของเฉินเยี่ยนเซิง เหยียบจนกระดูกซี่โครงของเขาหักไปหลายท่อน

ทันใดนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน เป็นหลินหว่านถิง ญาติผู้พี่ของเฟิ่งชูอิ่งที่พาคนบุกเข้ามาด้านใน

ตอนที่หลินหว่านถิงบุกเข้ามาในห้อง ปากของนางก็ตะโกนไปด้วยว่า “ญาติผู้น้อง ทำไมเจ้าถึงทำเรื่องเสื่อมเสียผิดต่อศีลธรรมเช่นนี้...”

ทว่าเมื่อนางมองเห็นภาพเหตุการณ์ภายในห้อง ก็ถึงกับตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

เฟิ่งชูอิ่งที่ถูกความโกรธครอบงำก็ได้สติคืนมา เมื่อนึกขึ้นไปว่าอ๋องฉู่ยังแอบฟังอยู่ห้องข้างๆ จึงตัดสินใจแสดงละครต่อให้ถึงที่สุด

มุมปากของนางยกสูงเล็กน้อย ท่าทางคล้ายมองเห็นแสงแห่งความหวัง ก่อนจะตะโกนด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ “พี่สาวช่วยข้าด้วย! เฉินเยี่ยนเซิงเขาคิดจะล่วงเกินข้า!”

หลินหว่านถิง : “......”

เรื่องในวันนี้เป็นแผนการที่นางกับเฉินเยี่ยนเซิงคิดกันมาเป็นอย่างดี

ตอนแรกนางคิดว่าด้วยนิสัยหัวอ่อนของเฟิ่งชูอิ่ง อย่างไรวันนี้นางก็จะต้องเสียตัวให้เฉินเยี่ยนเซิงแน่นอน ทว่าฉากที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้มันอะไรกัน?

นางแสร้งเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “น้องสาว เกิดอะไรขึ้นกับชุดของเจ้าอย่างนั้นหรือ ทำไมถึงขาดวิ่นขนาดนี้ล่ะ?”

เฟิ่งชูอิ่งรู้สึกว่าหลินหว่านถิงน่าจะตาบอด นางใช้เชือกรัดคอจะฆ่าคนหลินหว่านถิงกลับมองข้ามผ่าน ดันมาสนใจอาภรณ์ที่ถูกเฉินเยี่ยนเซิงฉีกทึ้งของนางเสียอย่างนั้น

นางกำลังคิดจะพูดบางอย่าง เฉินเยี่ยนเซิงกลับยกมือกุมอกแล้วชิงกล่าวออกมาก่อน “ยังจะเกิดเรื่องอะไรได้อีกล่ะ?”

“นางคิดจะหนีงานแต่ง ก็เลยล่อลวงข้าให้พานางหนีตามกันไป พอข้าตกลงจะทำตามที่นางขอ กลับถูกนางนัดหมายมาที่นี่เพื่อฆ่าทิ้ง!”

หลังกล่าวจบเขาก็คว้าตัวเฟิ่งชูอิ่งเข้าไปตวาด “เจ้ามันนางแพศยาไร้ยางอาย เปลื้องผ้าจนเปลือยเปล่าต่อหน้าข้าแท้ๆ ยังเสแสร้งทำตัวเป็นสตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องอีก?”

หลินหว่านถิงถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวว่า “น้องสาว ต่อให้เจ้าจะไม่อยากแต่งงานกับอ๋องฉู่ แต่ก็ไม่ควรจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้นะ!”

“เจ้าหนีตามบุรุษที่ไม่ได้มีสัญญาหมั้นหมายเช่นนี้ ต่อให้ข้าจะเป็นญาติผู้พี่ของเจ้าก็ทนเข้าข้างไม่ได้หรอกนะ! เจ้าทำเช่นนี้จะต้องถูกจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำ”

เฟิ่งชูอิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยว่า “ในใจของข้ามีเพียงอ๋องฉู่คนเดียวเท่านั้น นอกจากเขาแล้วข้าก็ไม่เคยชายตาแลบุรุษคนไหนอีก!”

“ชั่วชีวิตนี้ข้าจะแต่งงานกับอ๋องฉู่แค่คนเดียวเท่านั้น เฉินเยี่ยนเซิงต่างหากละที่พยายามจะขืนใจข้า!”

เฉินเยี่ยนเซิงแค่นเสียงเย็นชา “เจ้ากำลังโกหกให้ใครฟังกัน! ใครบ้างไม่รู้ว่าอ๋องฉู่เป็นพวกผีขี้โรค เจ้าจะเต็มใจแต่งงานกับเขาได้อย่างไร!”

“ข้าเป็นผีขี้โรค? ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยละ” เสียงนุ่มนวลของบุรุษดังแว่วขึ้นมา ประตูฝั่งตรงข้ามห้องวิปัสสนาพลันถูกมือเรียวยาวข้างหนึ่งผลักเปิดออก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
รังสิยา
อ่านแต่ปีที่แล้ว มาดูอีกทีปีนี้ทำไมยังไม่จบอีก
goodnovel comment avatar
เรณู มากดี
เริ่มเบื่อละ เบื่อที่ต้องมาเลื่อนหน้าจอไปทีละตอนๆตั้งแต่ตอนที่1บ่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
goodnovel comment avatar
Pimpee Rada
......สนุกดี
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 997

    เฟิ่งชูอิ่งพูดต่อว่า “แต่ตอนนี้ข้าไม่เหลือทั้งบิดามารดาแล้ว เจ้าห้ามรังแกข้าเชียวนะ!”จิ่งโม่เยี่ยยกมือสาบานต่อฟ้าทันที “หากข้าทำไม่ดีกับเจ้าในภายภาคหน้า ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ส่งฟ้ามาผ่าให้ตาย!”เฟิ่งชูอิ่งหัวเราะ “เรื่องฟ้าผ่าไม่ต้องถึงมือสวรรค์หรอก ข้าก็ทำได้”จิ่งโม่เยี่ย “......”เขาเกือบลืมไปแล้วว่านางวาดยันต์ได้เก่งมาก ตราบใดที่นางต้องการ ใช้ฟ้าผ่าเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเฟิ่งชูอิ่งเห็นท่าทางของเขาก็แอบหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือไปกอดแล้วซุกศีรษะพิงอกเขา กล่าวว่า “ข้าเชื่อใจท่าน”“ตอนนี้เราทั้งสองล้วนไม่มีพ่อแม่แล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ก็มีเพียงกันและกัน”“ต่อไปข้าจะดูแลเจ้าอย่างเต็มที่ จะไม่ระแวงเจ้าอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะเชื่อใจเจ้า”หัวใจที่ตึงเครียดของจิ่งโม่เยี่ยก็ผ่อนคลายลงในทันทีเขากอดนางตอบ “กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของเจ้าถูกต้อง”เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากนางเบาๆ เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักเจ้า”เมื่อเฟิ่งชูอิ่งได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็สั่นไหว นางช้อนตามองขึ้นไปที่เขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนนางรู้ว่าคำพูดของเขาในตอนนี้ล้วนมาจ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 996

    ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ฐานะของจิ้งจอกสือซานเหนียง แต่ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจได้หลังจากได้ยินบทสนทนาระหว่างจิ้งจอกสือซานเหนียงและเฟิ่งชูอิ่งจิ้งจอกสือซานเหนียงเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปเฟิ่งชูอิ่งถามว่า “เจ้าจะไปไหน? ข้ายังมีเรื่องอยากจะถามเจ้าอีกมาก”จิ้งจอกสือซานเหนียงตอบว่า “ข้าจะไปหาที่ขับไล่พลังชั่วร้ายออกจากร่างกาย พอขับไล่เสร็จแล้วข้าจะกลับมาหาเจ้า”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางฝึกฝนวิชาสายชั่วร้ายมากมาย ทำให้พลังชั่วร้ายในร่างกายมีมากเกินไป หากอยู่ใกล้ใครนานๆ จะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างเฟิ่งชูอิ่งจึงเตือนนางว่า “เจ้าอย่าผิดคำพูดล่ะ ข้าจะรอเจ้ากลับมา!”จิ้งจอกสือซานเหนียงโบกมือแล้วบอกว่า “วางใจเถอะ ข้าจะกลับมาแน่นอน”หลังจากนางเดินออกไปไกลแล้ว เฟิ่งชูอิ่งก็ถอนหายใจยาวๆ และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากแยกทางกันให้จิ่งโม่เยี่ยฟังหลังจากที่จิ่งโม่เยี่ยได้ยินเรื่องของเหมยตงยวน เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เพราะรักถลำลึกจึงไม่ยืนยาว เรื่องระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ช่างน่าเศร้า”เฟิ่งชูอิ่งกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ดังนั้นการสื่อสารจึงสำคัญ ต่อไปไม่ว่าจะมี

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 995

    สิ้นเสียงของนาง สายฟ้าก็ฟาดลงมาอีกครั้ง ทำให้พลังที่พุ่งพล่านของเขาสลายไปจิ่งสือเยี่ยน “!!!!!!!!”หลังจากถูกอสนีบาตฟาดใส่อย่างต่อเนื่องห้าครั้ง ร่างวิญญาณของเขาก็จางลงอย่างมากแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ตายเฟิ่งชูอิ่งถึงกับตกใจ ชีวิตของจิ่งสือเยี่ยนช่างแข็งแกร่งเสียจริง!นางอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะกลายเป็นเทียนซือคนที่สอง และจะกลายเป็นภัยพิบัติในอนาคตนางกำลังจะม้วนแขนเสื้อขึ้นเพื่อเสกยันต์ใส่จิ่งสือเยี่ยนอีกครั้ง แต่กลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาแล้วกลืนเขาเข้าไปทั้งตัวเฟิ่งชูอิ่ง “!!!!!!”จิ้งจอกสือซานเหนียงเรอออกมาคำโตแล้วบอกว่า “เขาเป็นอาหารที่ข้าหมายตาไว้แต่แรก”“การปล่อยให้อาหารหลุดมือไป เป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้”เฟิ่งชูอิ่ง “......”นางเคยจินตนาการถึงความตายของจิ่งสือเยี่ยนไว้หลายแบบ แต่ไม่มีฉากจบแบบนี้อยู่เลยนางได้คงบอกได้แค่ว่าจิ้งจอกสือซานเหนียงเจ๋งสุดยอด!ขณะเดียวกันนั้นจิ่งโม่เยี่ยก็เดินเข้ามา เขาจ้องมองจิ้งจอกสือซานเหนียงด้วยความระแวดระวัง มือจับกระบี่เอาไว้ เตรียมพร้อมที่จะฟันจิ้งจอกสือซานเหนียงได้ทุกเมื่อเฟิ่งชูอิ่งบีบมือเขาเบาๆ ให้เขาผ่อนคลายจิ้งจอก

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 994

    แต่ทว่าคันธนูของจิ่งสือเยี่ยนเพิ่งจะยกขึ้นมา ก็มีลูกธนูที่เร็วกว่าพุ่งทะลุหัวใจของเขาในทันทีจิ่งสือเยี่ยนมองลูกธนูที่ปักอยู่บนอกด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองและเห็นดวงตาที่เย็นชาของจิ่งโม่เยี่ยเมื่อครู่นี้พวกเขาทั้งสองยังมีระยะห่างต่อกันอยู่แท้ๆ และตำแหน่งที่เขาหลบอยู่ก็เป็นมุมอับที่จิ่งโม่เยี่ยยิงมาไม่ถึงทว่าเพียงแค่อึดใจเดียว จิ่งโม่เยี่ยก็ปรับตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและยิงธนูทะลุหัวใจเขาได้ในนัดเดียวในตอนนี้จิ่งสือเยี่ยนกับจิ่งโม่เยี่ยไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก แต่ถ้าพูดคุยกันตามปกติก็คงไม่ได้ยินทว่าในเวลาเช่นนี้ จิ่งสือเยี่ยนกลับได้ยินเสียงของจิ่งโม่เยี่ย “คนที่กล้าทำร้ายชูอิ่งต้องตาย!”ก่อนหน้านี้จิ่งสือเยี่ยนคิดแค่ว่าจิ่งโม่เยี่ยดีต่อเฟิ่งชูอิ่งมาก ทว่าตอนนี้เขาเพิ่งได้รู้ซึ้งเรื่องบางอย่างเฟิ่งชูอิ่งไม่ใช่แค่จุดอ่อนของจิ่งโม่เยี่ย แต่เป็นทั้งชีวิตของเขาแต่มาเข้าใจเอาป่านนี้ก็สายไปแล้วในตอนนี้เฟิ่งชูอิ่งยังคงนอนคว่ำอยู่บนพื้นหิมะ นางได้ยินเสียงวัตถุแหวกอากาศจึงหันไปมอง และเห็นภาพของจิ่งสือเยี่ยนล้มลงกับพื้นในเวลานี้ เฟิ่งชูอิ่งก็เข้าใจใด้ทันทีว่าในโลกน

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 993

    ในเมื่อเขาไม่ได้ราชบัลลังก์และเฟิ่งชูอิ่งมาครอบครอง ราชบัลลังก์เขาอาจจะทำลายไม่ได้ แต่เฟิ่งชูอิ่งแค่คนเดียวเขาทำลายได้แน่นอนองครักษ์สองคนของเขารีบเปลี่ยนมาง้างคันธนูเล็งไปที่เฟิ่งชูอิ่ง ทว่าลูกธนูยังไม่ทันได้ยิงออกไป ก็ถูกบางสิ่งบางอย่างปัดออกไปอีกครั้งในตอนนี้จิ่งสือเยี่ยนก็พลันเข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันทีตลอดทางที่ผ่านมา วิญญาณร้ายของเฟิ่งชูอิ่งถึงจะมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงมือ นั่นก็น่าจะมีเหตุผลที่ลงมือไม่ได้วิญญาณร้ายโจมตีองครักษ์ของเขา แต่กลับไม่โจมตีเขา นั่นก็หมายความว่าวิญญาณร้ายเหล่านั้นโจมตีเขาไม่ได้เขานึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมาว่า พลังมังกรของผู้เป็นฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ปราบภูตผีปีศาจได้วิญญาณร้ายไม่โจมตีเขา นั่นแสดงว่าวิญญาณร้ายทำอะไรเขาไม่ได้ แปลว่าเขามีพลังมังกรอยู่ในตัว?ความคิดนี้ทำให้จิตใจเขาฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขารีบหยิบธนูของตัวเองขึ้นมา อดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลแล้วยิงธนูไปที่หลังของเฟิ่งชูอิ่งเฉี่ยวหลิงเห็นภาพนี้ก็ตกใจ รีบยื่นมือออกไปเพื่อจะรับลูกธนูนั้นทว่าลูกธนูนั้นเปื้อนเลือดของจิ่งสือเยี่ยน เลือดนั้นเป็นอันตรายต่อวิญญาณร้ายอย่างมาก มือของนางแค่เพียงสัมผ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 992

    หิมะยังคงโปรยปรายลงมา โลกนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นหิมะดังฟุ่บฟั่บช่วงใกล้รุ่งสาง ชวีเหลียงอวี่ก็มาปรากฏตัวและเอ่ยขึ้นทันทีว่า "ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการรออยู่ข้างนอกแล้ว"เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งชูอิ่งก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยนางหันไปบอกกับจิ่งสือเยี่ยนว่า "เมื่อครู่ข้าลองคิดดูดีๆ แล้ว รู้สึกว่าที่เจ้าพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง การมีชีวิตอยู่ก็ไม่เลว"จิ่งสือเยี่ยน “......”หลังจากผ่านมาทั้งคืน นางกลับปลงตกในเรื่องเช่นนี้ได้ ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อยแต่การที่นางคิดได้ในตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีเขาจึงพูดว่า "หลายสิ่งหลายอย่างทำได้ตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น ตายไปแล้วทำไม่ได้""ตราบใดที่เจ้าพาข้าออกจากค่ายกลแห่งนี้ ข้าจะไม่สร้างความลำบากให้เจ้าอีก”เฟิ่งชูอิ่งพยักหน้า "ก็ได้ งั้นตอนนี้ข้าจะพาเจ้าไปทำลายค่ายกล"พูดจบนางก็ควบม้านำหน้าไป จิ่งสือเยี่ยนรีบนำทหารตามไปทันทีเพียงแต่พวกเขาเดินวนเวียนอยู่ที่นี่ทั้งคืน ทั้งเหนื่อยทั้งหิว พลังจึงลดลงไปมากเฟิ่งชูอิ่งมียันต์ป้องกันความหนาวติดตัวอยู่จึงไม่รู้สึกหนาว ก่อนหน้านี้ก็นอนหลับมาตลอดทาง ทำให้รักษาพลังงานไว้ได้มากที่สุ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 109

    จิ่งโม่เยี่ย “......”จู่ๆ เขาก็นึกเสียใจที่วันนี้พานางเข้าวังมาด้วยเฟิ่งชูอิ่งพูดแบบนี้ไม่ได้มีความหมายแอบแฝงอะไรนางรู้ว่าในวังหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายมากมาย การอยู่ข้างกายเขาย่อมปลอดภัยกว่าอย่างน้อยหากต้องมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่น สองหัวย่อมต้องดีกว่าหัวเดียวอยู่แล้วจิ่งโม่เยี่ยหรี่ตาถามว่า

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 106

    เฟิ่งชูอิ่งกล่าวถึงตรงนี้ก็หันไปถามจิ่งโม่เยี่ย “ท่านอ๋อง เจ้าอาวาสกล่าวเช่นนี้ ถูกต้องไหมเพคะ?”จิ่งโม่เยี่ยอยากจะตอบมากกว่า “ถูกกับผีน่ะสิ เมื่อไม่กี่วันก่อนยังคิดจะทิ้งงานแต่งหนีตามผู้ชายอยู่เลย มาตอนนี้กลับบอกว่าจะมีลูกให้เขาเต็มบ้าน เจ้าเด็กเลี้ยงแกะ!”ทว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาหักหน้านาง เขาลอบมองน

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 78

    หลังจากเฟิ่งชูอิ่งเดินเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี นางก็ตกใจจนสะดุ้งเฮือกเพราะภายในห้องของนางมีจิ่งโม่เยี่ยในอาภรณ์สีขาวหิมะ กำลังเอนตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักของนาง ขายาวของเขายกพาดบนโต๊ะตัวเล็กข้างๆ ขณะที่ในมือถือจอกชาและยกขึ้นจิบเล็กน้อยกลิ่นหอมของชาฟุ้งทั่วห้อง ไอน้ำลอยขึ้นมาจากถ้วยชาอย่างช้าๆ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 91

    ทว่าในใจนางกลับสนุกสนานมาก นางชอบนักแหละที่ฮว๋าซื่อมาจับชู้เองถึงที่!น่าเสียดายที่นางถูกผ้าเช็ดหน้าปิดทับอยู่ ก็เลยมองไม่เห็นสถานการณ์ในห้องจิ่งโม่เยี่ยปรายตามองนางแวบหนึ่ง เขาเติบโตมาในวัง จึงคุ้นเคยกับกลอุบายของสตรีพวกนั้นเป็นอย่างดี ถึงวิธีการของฮว๋าซื่อจะไม่ได้ปราดเปรื่อง แล้วยังดูเป็นการหาเรื่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status