Beranda / รักโบราณ / ยอดชีวาชายาพระราชทาน / เพื่อตอบแทนครอบครัว

Share

เพื่อตอบแทนครอบครัว

last update Tanggal publikasi: 2026-05-08 16:34:25

จ้าวสวี่มีความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับจวนอันเล่อโหวทั้ง ๆ ที่นางเป็นบุตรสาวของอันเล่อโหวคนนั้น ส่วนสิ่งที่นางจำได้เป็นอย่างดีคือความลำบากที่บ้านชนบทของตระกูลจ้าว เพราะมารดาของนางเป็นเพียงสตรีจากตระกูลที่ล่มสลาย บิดาหน้าบางมิอาจทนรับความอัปยศได้ จึงไล่ส่งมารดาและนางมายังบ้านชนบทอันไร้ความเจริญ อยู่ไปวัน ๆ อย่างไร้ความหมาย

ส่วนเหตุที่ตระกูลของมารดาล่มสลายก็เพราะท่านลุงใหญ่ของนางเลือกทางที่ผิด คบคิดกับคนชั่วช้าหวังแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทให้กับสหายผู้เป็นถึงชินอ๋อง สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องโทษกบฏจนตัวตาย ครอบครัวแตกฉานซ่านเซ็นไปทั่ว ถูกคนดูถูกเหยียดหยาม ใช้ชีวิตดั่งทาสชั้นต่ำ แม้กระทั่งบิดาสิ้นใจนางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปเคารพศพด้วยซ้ำ

ยิ่งหลังจากพี่ชายต่างมารดาของนางสืบทอดตำแหน่งอันเล่อโหว ก็เหมือนว่าตัดขาดกับพวกนางแม่ลูกไปอย่างสิ้นเชิง

ทว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยความลำบาก กลับมีโอกาสมาถึงที่หน้าประตู เมื่ออันเล่อโหวผู้เป็นท่านพี่ต่างมารดาของนางมาตามตัวนางให้กลับจวน...

นั่นมิใช่เพราะความเมตตาจากเล่ออันโหวคนใหม่ มิใช่ว่าความอับอายในวันนั้นหมดสิ้นไป แต่เพราะจวนเล่ออันโหวกำลังตกที่นั่งลำบาก

สตรีในจวนที่ยังไม่ได้ออกเรือน จะถูกส่งไปสมรสกับเจิ้นเป่ยอ๋องตามที่ฮ่องเต้มีราชโองการ เดิมทีนั้นอาจจะเป็นคุณหนูจากจวนไหนก็ได้ ทว่าเล่ออันโหวต้องการจะสร้างผลงานจึงเสนอตัว แต่เมื่อกลับไปที่จวนก็ไร้ผู้คนอาสา ทว่าเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ตนปรารถนาจึงได้แต่เรียกบุตรสาวของอนุภรรยาที่ต่ำต้อยเช่นตนกลับไป เพื่อชุบตัวเสียใหม่และส่งไปเป็นชายาเจิ้นเป่ยอ๋อง

มารดาของนางร่ำไห้ คุกเข่าต่อหน้าบ่าวรับใช้ที่อันเล่อโหวส่งมารับตัวนาง ไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของบุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างนางต้องเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะต่อให้ที่นี่จะอยู่ห่างไกลแต่ชื่อเสียงของเจิ้นเป่ยอ๋องก็แว่วดังมาถึงอยู่ดี กระนั้นก็ช่างน่าขันที่บ่าวผู้นั้นมองอย่างเหยียดหยันผลักไสมารดาของจ้าวสวี่จนล้มพับ ในตอนนั้นจ้าวสวี่ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าศักดิ์ศรีของนางและมารดานั้นไม่เหลือแม้แต่น้อย ต่อให้นางไม่ยินยอม หากไม่ตายไปเสียตอนนี้อย่างไรเสียตระกูลจ้าวก็จะจับตัวนางไปอยู่ดี

“ข้ายอมไปกับพวกท่าน”

“สวี่เอ๋อร์”

“ข้าขอเวลาพูดกับท่านแม่สักครู่เถิด”

เมื่อเอ่ยเช่นนั้น บ่าวของอันเล่อโหวที่เชิดหน้าชูคอก็ยอมถอยให้ ในขณะที่มารดาของจ้าวสวี่เอาแต่พร่ำพูดว่าไม่ได้ ไม่ถูกต้อง ไยตนต้องตัดสินใจโง่เขลาเช่นนี้ด้วย จ้าวสวี่ก็ทำเพียงประดับยิ้ม นางมีตัวเลือกมากมายนักหรือถึงจะทำอะไรก็ได้

ไม่เลยต่างหาก

นางค่อย ๆ ประคองมารดาของตัวเองที่ถูกผลักจนล้มให้ลุกขึ้น พาไปนั่งพัก และค่อย ๆ พูดอย่างใจเย็น

“ข้ายินดีทำตามที่อันเล่อโหวต้องการ”

“สวี่เอ๋อร์ แต่เจ้า—”

“ท่านแม่วางใจ ข้าจะถนอมชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด ท่านเคยสอนข้าว่าตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ยังยอมแพ้ไม่ได้ไม่ใช่หรือ วางใจเถิด”

สีหน้าของผู้เป็นมารดายังคงไม่สู้ดี ทว่านางกลับพยายามพูดปลอบให้มารดาอย่าได้กังวล หาข้ออ้างดี ๆ ขึ้นมาในเรื่องที่เกิดขึ้น

“อย่างน้อยแต่งให้เจิ้นเป่ยอ๋องก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแย่ เขาเป็นอ๋อง ข้าก็เป็นพระชายาของเขามิใช่หรือ”

“แต่เจิ้นเป่ยอ๋องโหดเหี้ยมอำมหิต ต่อให้เป็นวีรบุรุษแต่ด้วยนิสัยมีหรือที่เขาจะถนอมเจ้าดุจไข่มุกล้ำค่าในมือ คนอย่างเขา...คงไม่รู้จักวิธีถนอมสตรีด้วยซ้ำ แม้แต่มารดาของเขา เขายัง...”

มารดาของนางแม้จะพูดก็ยังพูดไม่ออก ชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมอำมหิตของเจิ้นเป่ยอ๋องนั้นยากจะยอมรับได้ แต่ถึงกระนั้นนางก็พยายามหาข้ออ้างมาทัดทานอคติในใจของผู้เป็นมารดา

“นั่นเพราะมารดาของเขาทำผิดต่อบิดาและเขาก่อนมิใช่หรือ”

นางมิได้ออกรับหน้าแทนเจิ้นเป่ยอ๋อง แค่ยกข้ออ้างมาทำให้มารดาของนางสบายใจ

“ก็ใช่ แต่คนผู้นี้นิสัยเด็ดขาด มิรู้ผ่อนหนักผ่อนเบา เกรงว่าหากเจ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะมีภัยถึงแก่ชีวิต”

“อย่างไรข้าก็เป็นชายาที่ฮ่องเต้พระราชทาน เขาต้องยำเกรงบ้าง อีกอย่างข้ายินยอมไปในครั้งนี้ สกุลจ้าวก็ถือว่าติดหนี้บุญคุณของเรา”

“เรื่องนั้นเทียบกับชีวิตของเจ้าได้หรือ เพื่อเรื่องพวกนั้นต้องแลกด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าคุ้มกันหรือ”

จ้าวสวี่ระบายยิ้มจาง เอื้อมไปกุมมือมารดาของตนเอาไว้ แล้วเอ่ยอย่างคนไร้สิ้นหนทาง “เดิมทีเราก็ไม่ได้มีทางเลือกมากมายอยู่แล้ว ขอท่านแม่อย่ากังวลไปเลย ครั้งนี้ลูกตัดสินใจแล้ว”

“สวี่เอ๋อร์...เพราะแม่เอง เพราะแม่เองที่ทำให้เจ้าต้องมาลำบาก”

“หาใช่ความผิดท่าน แต่ผิดของพี่น้องจึงทำให้ท่านต้องอยู่อย่างลำบากในวันนี้ ท่านแม่อย่าโทษตัวเองเลย ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วข้าอยากให้ท่านอวยพรข้า หากชีวิตนี้มีวาสนาข้าจะพาท่านออกจากที่นี่”

“...สวี่เอ๋อร์เป็นเด็กดี อย่างไรสวรรค์ต้องคุ้มครอง ขอให้เจ้าปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง”

“ขอบคุณท่านแม่”

สิ่งที่นางปรารถนาก็มีเพียงเท่านี้ นางไม่คิดหลบชะตาของตัวเองในครั้งนี้ เพียงต้องการจากที่นี่ไปโดยที่มารดาเข้าใจ และไม่ถือโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง ส่วนเรื่องต่อจากนี้จะดีหรือร้ายก็แล้วแต่สวรรค์เถิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน    ชีวิตที่สงบสุข (ตอนจบ)

    จ้าวสวี่เป็นคนส่งท่านอ๋องให้ออกเดินทางไปสมทบกับตวนอ๋อง หลังจากนั้นก็ได้รับข่าวมาเป็นเนือง ๆ ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไรบ้างถือว่าการกระทำในครั้งนี้ตวนอ๋องวางแผนมานานปีได้อย่างรอบคอบและรัดกุม เพราะใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็เข้าคุมราชสำนักของต้าจิ้นเอาไว้ได้ สำเร็จโทษฮ่องเต้ที่ไร้ความสามารถ เนรเทศขุนนางทรยศ และจัดสรรขุนนางในราชสำนักใหม่ พร้อมกับขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นชิงเหอฮ่องเต้ ส่วนจางหยาหรงก็ขึ้นเป็นฮองเฮานับว่าการใหญ่ในครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี และท่านอ๋องของจ้าวสวี่ก็มิได้แปดเปื้อนจากเรื่องนี้ เจิ้นเป่ยอ๋องยังคงเป็นเจิ้นเป่ยอ๋องที่ผดุงความถูกต้อง และได้เป็นผู้ปกครองดินแดนเจิ้นเป่ยแห่งนี้ต่อซึ่งเมื่อได้ข่าวการแต่งตั้งจากวังหลวงแล้ว คล้อยหลังจากนั้นได้เพียงครึ่งเดือน สตรีที่เฝ้ารอการกลับมาของสามีก็บรรลุความปรารถนาในวันที่ท้องฟ้าสดใส มีสายลมอ่อน ๆ โชยพัดมา แม้อากาศรอบตัวจะหนาวไม่คลาย แต่ร่างของจ้าวสวี่กลับอุ่นซ่านเพราะถูกตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนของท่านอ๋องที่กลับมาพร้อมกับชัยชนะ&ldquo

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   บ้านของเรา

    จ้าวสวี่จำได้ว่าตนนั่งทรมานอยู่ในรถม้าอันโคลงเคลง จนคุณชายเจิ้งต้องฝังเข็มให้นางนั้นหลับใหลมาตลอดทาง ในตอนนี้ที่ตื่นลืมตาขึ้นมาจึงพบว่าไม่ได้นั่งอยู่ในรถม้าอีกแล้วจึงนึกแปลกใจ แต่เพราะเพิ่งตื่นอะไรต่อมิอะไรจึงต้องใช้เวลาเพื่อตั้งสติ แต่สิ่งที่รั้งให้นางกลับมามีสติได้ดีที่สุดคือเสียงที่ดังก้องอยู่ข้าง ๆ หู“สวี่เอ๋อร์”เสียงเรียกที่นางคุ้นเคย...“สวี่เอ๋อร์”จ้าวสวี่หันไปยังต้นเสียงที่ดังอยู่ไม่ไกล ก็พบว่าเป็นท่านอ๋องของนางที่กำลังกุมมือและเอ่ยเรียกนางอย่างแผ่วเบา เมื่อนางหันมองเขารอยยิ้มบนใบหน้าก็เจิดจ้าราวกับดวงตะวัน“ทะ...ท่านอ๋อง”“ตื่นแล้วหรือ...เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนไหม ไม่สบายตรงไหนเร่งบอกข้าเร็ว”“ไม่...ไม่เจ้าค่ะ” จ้าวสวี่ปฏิเสธ ก่อนจะชันตัวขึ้น แต่ก็มีท่านอ๋องเร่งช่วยเหลือด้วยสีหน้ากังวล“รีบลุกขึ้นมาทำไม ไยไม่พักผ่อนต่อเล่า”จ้าวสวี่ประดับรอยยิ้มเอาไว้ไม่คลาย แ

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน    คืนสู่บ้าน

    เมื่อเจิ้นเป่ยอ๋องออกจากเมืองหลวง ก็เป็นไปตามคาด ฮ่องเต้ส่งคนติดตามเจิ้นเป่ยอ๋องไปตลอดทาง อาจเพราะคนที่ติดตามเจิ้นเป่ยอ๋องในครั้งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และเพื่อมาดูให้มั่นใจว่ามีเพียงเจิ้นเป่ยอ๋องที่กลับเหลียนเซียวมิได้มีการเจ้าเล่ห์ใช้แผนการใดเพื่อลักลอบพาตัวชายากลับไปพร้อมตนเพราะมีคนมากมายเล่าลือถึงความรักอันลึกซึ้งที่เจิ้นเป่ยอ๋องมีให้พระชายา ฮ่องเต้จึงนำเรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วางพระทัย ให้คนติดตามมาด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าอ๋องแห่งเจิ้นเป่ยจะไม่ทรยศแต่ก็ไม่รู้ว่าพระองค์มั่นใจได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นจะรอดพ้นสายตาของเจิ้นเป่ยอ๋อง และมีความสามารถมากพอจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านอ๋องแห่งเจิ้นเป่ยไปได้ เพราะเมื่อควบม้าเข้ามายังดินแดนเจิ้นเป่ย ขบวนม้าของเจิ้นเป่ยอ๋องก็หยุดลง เหล่าทหารแห่งกองทัพเจิ้นเป่ยก็ออกมาจากที่ซ่อนรอรับคำสั่งจากเจิ้นเป่ยอ๋อง“ใครเข้ามายังเขตแดนเจิ้นเป่ย...ฆ่าไม่เว้น”คำสั่งสั้น ๆ ที่ทำให้เหล่าทหารดาหน้าค้นหาที่ติดตามเจิ้นเป่ยอ๋อง

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   แผนการของท่านอ๋องทั้งสอง

    กู้เหิงตั้งสติอยู่ในรถม้าครู่หนึ่ง เมื่อรถม้ามาหยุดอยู่หน้าจวนตวนอ๋อง เขาพยายามรวบรวมสติ และลงจากรถม้า เดินไปตามทางพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้งหลี่เชียนกล่าวว่านางรับรู้ทุกอย่างมาโดยตลอด และสามารถตั้งรับกับเรื่องพวกนั้นทั้งหมดได้ สมกับเป็นชายาของเจิ้นเป่ยอ๋องแต่ใครจะรู้จักนางดีเท่าตนกัน...กู้เหิงยืนอยู่หน้าประตูห้องที่จ้าวสวี่อยู่ เมื่อครู่นี้สาวใช้ของนางเพิ่งออกมาและแจ้งว่านางอยู่ข้างใน กู้เหิงก็ไม่ได้ถามอะไร เข้าไปยังด้านในก็เห็นว่าจ้าวสวี่กำลังนั่งปักผ้าของนางไปพลาง แต่เมื่อได้ยินฝีเท้าของตนนางก็คิดว่าเป็นสาวใช้ของนางจึงเอ่ยปากสั่ง“ท่านพี่หยาหรงแจ้งว่าท่านอ๋องจะกลับมาพักที่นี่ก่อนคืนหนึ่งแล้วเร่งเดินทาง เจ้าไปเตรียมของท่านอ๋องให้พร้อม ขาดเหลืออะไรก็เร่งหา จะได้ไม่เสียเวลา”นางเอ่ยสั่งทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ใจ แต่บ่าเล็ก ๆ ของนางนั่นต่างหากที่กำลังแบกรับอะไรเอาไว้มากมายจนนางดูตัวเล็กลงถนัดตากู้เหิงเดินเข้าไปใกล้กับแผ่นหลังเล็ก ก่อนจะค่อย ๆ กอดนางจากด้านหลังแม้ว่าจ้าวสวี่จะสะดุ้งตกใจในคราแรก แต่เมื่อนาง

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน    สถานการณ์จวนตัว

    กู้เหิงอดทนอยู่ในคุกได้ราว ๆ ครึ่งเดือนก็มีเรื่องแว่วเข้าหูว่าชายแดนมีการเคลื่อนไหว มีศัตรูที่รู้ว่าเจิ้นเป่ยอ๋องถูกกักตัวไว้ที่เมืองหลวงเริ่มเคลื่อนพลมายังชายแดนอย่างย่ามใจ และนั่นจึงเป็นเหตุให้ขุนนางน้อยใหญ่เร่งเข้าหารือกับฮ่องเต้สงครามเกี่ยวกับชายแดนทางเหนือ มีเพียงเจิ้นเป่ยอ๋องที่เคยรับมือกับศัตรูพวกนั้น และมีเพียงเจิ้นเป่ยอ๋องที่ศัตรูพวกนั้นยำเกรงแต่ต้าจิ้นไม่คิดว่าแผ่นดินอันกว้างใหญ่จะไร้แม่ทัพผู้เก่งกาจ จึงได้ส่งสารไปยังอ๋องต่างแซ่ตามเมืองต่าง ๆ ให้เร่งรุดไปช่วยปราบศัตรูแต่อ๋องต่างแซ่พวกนั้นกลับแสร้งว่าไม่ได้ยิน และไม่รับรู้ ขุนนางที่ถูกส่งไปก็ล้วนถูกสังหารระหว่างทางทั้งหมดนี่คือการโต้ตอบที่ไม่ดีสำหรับราชสำนัก...หากอ๋องต่างแซ่คิดแข็งข้อขึ้นมา หัวเมืองใหญ่ ๆ ของต้าจิ้นอาจจะไม่ใช่ของต้าจิ้นอีก โดยเหตุที่ทำให้อ๋องต่างแซ่ทั้งหลายมีท่าทีเช่นนี้ก็ไม่พ้นว่ารู้เห็นเรื่องที่ราชสำนักทำกับเจิ้นเป่ยอ๋องภักดียอมพลีกายถวายชีวิตในสงครามครั้งแล้วครั้งเล่ายังถูกจับขังคุกในเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ แล้วอ๋องอื่น ๆ เล่าไยจะไม่สิ้นศรัทธา...ในเมื่อเรื่องจวนตัวก็ไม่พ้นวุ่นวายหาแม่ทัพอื่นไปต้านศ

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน    คำขอร้องของเจิ้นเป่ยอ๋อง

    เรื่องอื่น ๆ ยังต้องใช้เวลาจัดการและวางแผน แต่เรื่องเร่งด่วนที่หลี่เชียนต้องนำมาบอกกับสหายนั้นมิอาจรั้งรอได้ เขาใช้เส้นสายเพื่อให้ตัวเองไปยังคุกเพื่อได้พูดคุยกับกู้เหิงทันทีที่ได้พบหน้า ภายในใจของคนเป็นสหายก็หนักอึ้ง ต่อให้กู้เหิงจะยังอยู่ดีแต่สถานที่แบบนี้คู่ควรกับคนผู้นี้หรือ“มีอะไรหรือ ไยจึงมาด้วยตัวเอง”คนที่เห็นว่าหลี่เชียนมาหาตนถึงที่ก็เร่งถาม ด้วยสถานการณ์คนผู้นี้ไม่ควรมาอยู่ที่นี่เว้นเสียแต่จะมีเรื่องเร่งด่วน แล้วเรื่องใดจะเป็นเรื่องเร่งด่วนได้กันเล่า“ข้ามาแจ้งข่าวจ้าวสวี่”“นางเป็นอะไร ข้าบอกให้เจ้าดูแลนางไม่ใช่หรือ” คนที่ได้ยินก็ถามด้วยความร้อนรน และคาดคั้นกับคนเป็นสหาย“ใจเย็น ๆ กู้เหิง”“นางเป็นอะไร” กู้เหิงถามย้ำอีกครั้ง“ตั้งครรภ์...นางตั้งครรภ์”คนที่ได้ยินก็ผงะ นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องดี แต่กลับยินดีได้ไม่สุดเพราะรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังมีเรื่

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   ใช้ประโยชน์จากขบวนสินสอดนี้ (2)

    เมื่อได้รับฤกษ์ที่เหมาะสม ไม่นานเหล่าชาวเมืองก็ต้องตื่นตะลึงกับขบวนสินสอดที่ทอดยาวไปทั่วทั้งถนน งานสมรสพระราชทานที่ลือลั่นไปทั้งแว่นแคว้นถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อเห็นขบวนส่งสินสอดที่ยาวจนสุดสายตา หีบมากมายวางเรียงตั้งแต่ประตูจวนอันเล่อโหวยาวไปจนสุดถนน นั่นคือสินสอดที่เจิ้นเป่ยอ๋องเตรียมให้กับว่าที่พระ

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   ใช้ประโยชน์จากขบวนสินสอดนี้ (1)

    “สินสอดมากมายถึงเพียงนี้ต้องส่งคนไปคุ้มกันเท่าไรกันเล่า” เจิ้งเต๋อเสียงที่แวะเวียนมายังจวนอ๋องแล้วเห็นถึงความวุ่นวายในการตระเตรียมสินสอดก็เอ่ยขึ้น “ทหารมีตั้งมากมายจะมากังวลอะไร” “ที่ข้าพูดเพราะหวังดีทั้งสิ้น ช่วงนี้มีทั้งโจรป่า โจรภูเขา คนจากสำนักว่าการก็จัดการไม่

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   จำนวนสินสอดหนึ่งร้อยกับอีกหนึ่งหีบถือว่าเหมาะสม

    “จ้าวสวี่เป็นบุตรสาวที่เกิดจากสตรีแซ่เกา เป็นหลานของอดีตรองเจ้ากรมกลาโหมที่ต้องโทษประหารไปพร้อมกับชินอ๋อง ญาติพี่น้องอื่น ๆ ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย ได้ยินว่าสกุลจ้าวถึงขั้นส่งนางกับมารดาไปอยู่ยังบ้านที่ชนบทเพราะอับอายที่มีคนจากตระกูลทรยศอยู่ในจวน” เว่ยจงองครักษ์ข้างกายเจิ้นเป่ยอ๋องรายงานภูมิหลังของว่

  • ยอดชีวาชายาพระราชทาน   จวนสกุลจ้าวในความทรงจำ (2)

    “ข้าจ้าวสวี่คำนับอันเล่อโหว”“ลุกขึ้นเถิด...อย่างไรก็พี่น้องกันไยต้องมากพิธี”คำพูดที่เป็นมิตรของอันเล่อโหวนับเป็นการต้อนรับกลับจวนอย่างเป็นทางการของนางบุรุษตรงเบื้องหน้าคือจ้าวเฉิงเต๋อบุตรชายคนโตของภรรยาเอก ที่ได้รับสืบทอดตำแหน่งอันเล่อโหว ตอนยังเด็กนิสัยของเขาเย่อหยิ่งทระนงตน ไม่สนใจพี่น้องที่เก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status