LOGINวาจาของหลิงอวี๋ประโยคนี้ ทำเอาอวี๋ฟางถึงกับพูดมิออกทางหลิงอวี๋มีบุตรชายแล้วหนึ่งคน ทว่าตัวนางนั้นยังมิได้ออกเรือน หากต้องกลายเป็นสตรีที่มิอาจตั้งครรภ์ได้ไปชั่วชีวิต เมื่อเทียบกับหลิงอวี๋แล้วนับว่าสูญเสียหนักหนากว่ามากนักในฐานะผู้ใช้พิษ นางจะมิรู้ได้อย่างไรว่าใต้หล้านี้ยังมีโอสถที่ทำให้นางมิอาจตั้งครรภ์ไปชั่วชีวิตได้จริง ๆทว่าอวี๋ฟางเพียงชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะสบถด่าทอออกมาว่า “เหตุใดเจ้าจึงได้จิตใจอำมหิตถึงเพียงนี้!”หึหึ!หลิงอวี๋อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา “อวี๋ฟาง ข้าอำมหิตกระนั้นรึ?”“มิใช่เจ้าหรอกรึ ที่ยกทารกในครรภ์ของข้ามาข่มขู่ก่อน ข้าเพียงเอาคืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน มันจะเป็นกระไรเล่า?”“ไฉนกัน เจ้าเมินเฉยต่อชีวิตคนได้ ทว่าพอข้าตอบโต้กลับ กลายเป็นข้าที่อำมหิตงั้นรึ?”บทสนทนานี้ล้วนตกอยู่ในโสตประสาทของผู้คนรอบข้าง ทว่าพวกเขากลับมิรู้สึกว่าหลิงอวี๋ทำสิ่งใดผิดไปเมื่อวานนี้เป็นอวี๋ฟางที่เปิดโปงเรื่องการตั้งครรภ์ของหลิงอวี๋ก่อน จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้เข้าประลองในรอบนี้รุมโจมตีหลิงอวี๋พร้อมกันผู้ใดอำมหิตกว่ากัน เพียงปรายตามองย่อมกระจ่างแจ้งแก่ใจเมื่ออวี๋ฟางเห็นว่าเถียงห
เมื่อทุกอย่างสงบลง เมื่อถึงวันที่พวกเขากลับคืนสู่แผ่นดินของตน และค่อย ๆ แก่ชราลงตามกาลเวลาเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวที่พานพบในวันนี้ หลิงหว่านรู้สึกว่านางย่อมต้องปลาบปลื้มใจยิ่งนักที่โลกของนางเคยมีสีสันงดงามถึงเพียงนี้หลิงหว่านปรุงอาหารมื้อดึกให้หลิงอวี๋ และคอยอยู่เป็นเพื่อนนางมิได้ห่างหลิงอวี๋อดตาหลับขับตานอนอ่านข้อมูลเหล่านี้อยู่หลายชั่วยามจนจบ จากนั้นจึงได้พักผ่อนนางหลับใหลไปเพียงมิกี่ชั่วยามก็ถูกหลิงหว่านปลุกให้ตื่นขึ้นการประลองรอบที่สองกำหนดไว้ในยามซื่อ[footnoteRef:0] หลังจากทุกคนกินอาหารเช้าเสร็จสิ้นก็มารวมตัวกันที่ลานกว้าง [0: ยามซื่อ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.00 น.] แม้การประลองเมื่อวานจะคัดผู้คนออกไปเป็นจำนวนมาก ทว่าวันนี้ผู้คน ณ ลานกว้างกลับยังคงเนืองแน่นเช่นเดิมผู้ที่ถูกคัดออกเหล่านี้มิได้จากไปไหน เพียงแต่อยากรั้งอยู่เพื่อเปิดหูเปิดตาเมื่อวานอวี๋ฟางได้เปิดโปงเรื่องที่หลิงอวี๋ตั้งครรภ์ และผู้คนมากมายต่างก็ได้ยินกันทั่วยามที่คนเหล่านี้เห็นว่าวันนี้หลิงอวี๋ยังคงมาเข้าร่วมการประลอง จึงพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาบางคนเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “อยากได้ลาภยศชื
ยามหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนเอ่ยถึงอวี๋ฟาง หลิงอวี๋ก็พาลนึกถึงใบหน้าอันเยียบเย็นและอำมหิตของท่านย่าของอวี๋ฟางขึ้นมานางพยักหน้า “ผู้ที่มองออกว่าข้าตั้งครรภ์มิใช่อวี๋ฟาง แต่เป็นท่านย่าของนาง!”“ท่านย่าผู้นี้ก็มากเล่ห์ร้ายกาจนัก สั่งสอนหลานสาวอย่างอวี๋ฟางออกมาได้เยี่ยงนี้ก็มิใช่เรื่องน่าแปลกอันใด!”“ข้าคิดว่าท่านย่าของนางผู้นี้คงจะถ่ายทอดเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจให้อวี๋ฟางอีกมิใช่น้อย วันพรุ่งหากเจ้าต้องประมือกับนาง ก็จงระวังตัวให้ดีเถิด!”ก่อนหน้านี้อวี๋ชิงเคยกล่าวว่าอวี๋ฟางเลี้ยงดูราชาแมงป่องเอาไว้ตัวหนึ่ง เรื่องนี้หลิงอวี๋ได้บอกกล่าวแก่หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนแล้ว ทั้งยังมอบโอสถต้านราชาแมงป่องที่ตนคิดค้นขึ้นให้หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนไปอีกด้วยทว่าหากอวี๋ฟางมีเล่ห์กลมากเกินไปก็อาจจะป้องกันได้ยากนัก ทำได้เพียงพลิกแพลงตามสถานการณ์ในยามนั้นเท่านั้นทั้งสองปรึกษาหารือกันถึงท่วงท่าฝีมือของผู้เข้าประลองที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในวันนี้อีกคราหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนได้ถ่ายทอดข้อมูลที่ตนรับรู้เกี่ยวกับคนเหล่านั้นให้หลิงอวี๋ฟังเช่นกันรอจนกระทั่งเซียวหลินเทียนนำข้อมูลที่คัดลอกเสร็จแล้วกลับมา พวกนางทั้งสองจึงได้หยุดการสนทนาห
เซียวหลินเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่นว่า “หากทำได้ ข้ายินดีลงประลองแทนเจ้า!”เช่นนี้หลิงอวี๋จะได้มิต้องอุ้มครรภ์ไปเสี่ยงภยันตรายหลิงอวี๋แย้มยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หม่อมฉันเชื่อว่าหากเปลี่ยนเป็นท่าน ท่านก็คงจะทุ่มเททำเรื่องนี้โดยมิกลัวเกรงสิ่งใดเช่นกัน!”“เซียวหลินเทียน ขอบคุณท่านมากเพคะ!”การที่เซียวหลินเทียนเอ่ยเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเขายินยอมให้นางเข้าร่วมการประลองต่อไปแล้วหลิงอวี๋รู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งนัก นางเอื้อมมือไปสวมกอดเซียวหลินเทียนและซบอิงแนบแอบอกเขา“หม่อมฉันเชื่อว่า ลูกของเราก็จะเข้าใจในตัวหม่อมฉันเช่นกัน!”“ในภายภาคหน้าลูกของเราก็จะเป็นดั่งเช่นท่าน ที่มีจิตใจห้าวหาญเด็ดเดี่ยว และยึดมั่นในคุณธรรมอันยิ่งใหญ่!”เซียวหลินเทียนหลุบตาลง มองเห็นท่าทีอันอ่อนโยนของหลิงอวี๋ เขาจึงค่อย ๆ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบามิจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก เขารู้ดีว่าความรู้สึกรักที่หลิงอวี๋มีต่อลูกนั้นมิได้น้อยไปกว่าตนเลยในฐานะมารดาผู้หนึ่ง นางย่อมปรารถนาให้บุตรของตนปลอดภัยมากกว่าผู้ใดนางจะต้องปกป้องดูแลลูกของพวกเขาเป็นอย่างดีแน่นอนขณะที่ทั้งสองกำลังต
เหตุผลเหล่านี้ที่เซียวหลินเทียนกล่าวมา หลิงอวี๋ล้วนขบคิดมาหมดแล้วทว่าความจริงก็คือ ตำแหน่งเจ้าสำนักแห่งสำนักเซียนแพทย์นั้นสำคัญยิ่งนักโรงหมอของสำนักเซียนแพทย์ตั้งอยู่ทุกหย่อมหญ้าในแคว้นซิงลั่ว ทั้งสำนักเซียนแพทย์ยังมีอิทธิพลในราชสำนักมิใช่น้อยเจ้าสำนักเซียนแพทย์ก็เปรียบดั่งจักรพรรดิแห่งแคว้นซิงลั่ว หากมิชิงตำแหน่งเจ้าสำนักมา เช่นนั้นจะช่วยเหลือจักรพรรดิพลิกผันสถานการณ์ได้อย่างไรกัน?หากสำนักเซียนแพทย์ยังคงให้คนของตระกูลเซวียนหยวนดำรงตำแหน่งต่อไป เช่นนั้นสิ่งที่พวกเขากระทำมาก่อนหน้านี้ก็สูญเปล่าหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนและผู้ที่สนับสนุนการปฏิรูปอีกมากมาย ล้วนต้องเผชิญกับการล้างแค้นอย่างบ้าคลั่งของสำนักเซียนแพทย์เหล่าราษฎรที่เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลง ล้วนต้องทนรับการขูดรีดของสำนักเซียนแพทย์ต่อไปหลิงอวี๋จะถอนตัวในยามนี้ได้อย่างไรกัน!หลิงอวี๋อธิบายเหตุผลเหล่านี้ให้เซียวหลินเทียนฟังอย่างใจเย็นมิใช่ว่าเซียวหลินเทียนจะมิรู้ถึงเหตุผลเหล่านี้ ทว่าการรับรู้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การต้องนำชีวิตลูกของตนไปเสี่ยงอันตราย ภายในใจเขาย่อมมิอาจก้าวผ่านอุปสรรคนี้ไปได้“เซียวหลินเทียน หม่อมฉันจะพยายามอย่
แม้อวี๋ฟางจะเปิดโปงเรื่องที่หลิงอวี๋ตั้งครรภ์ด้วยเจตนาร้าย ทว่านางกล่าวถูกต้องอยู่ประโยคหนึ่งโอสถล้วนมีพิษสามส่วน!หัวข้อการประลองในวันพรุ่งยังคงเป็นการปรุงพิษนั่นหมายความว่า หลิงอวี๋ต้องกลืนกินยาพิษเข้าไปเป็นจำนวนมากยาพิษเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ของหลิงอวี๋เป็นแน่!เผยอวี้และหลิงหว่านล้วนทราบดีว่า ยามที่หลิงอวี๋ตั้งครรภ์คราก่อน ทารกในครรภ์อายุได้สองเดือนแล้ว ทว่ากลับถูกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเตะทำลายไปอย่างโหดเหี้ยมหลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนเพิ่งจะมีเซียวเยวี่ยเพียงคนเดียว การที่หลิงอวี๋ตั้งครรภ์อีกครา ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับพวกเขาทั้งสองทว่าหากทำร้ายทารกในครรภ์ นั่นมิได้หมายความว่าหลิงอวี๋ต้องสูญเสียลูกไปอีกคนหรอกหรือ?เผยอวี้และหลิงหว่านต่างพูดมิออก มิรู้ว่าควรจะเกลี้ยกล่อมหลิงอวี๋เช่นไรเกลี้ยกล่อมให้นางมิเข้าร่วมการประลองหรือ?พวกเขาต่างทราบดีว่า การที่หลิงอวี๋เข้าร่วมการประลองของสำนักเซียนแพทย์นั้นก็เพื่อช่วยเหลือหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่ราษฎรแห่งแคว้นซิงลั่วหากหลิงอวี๋ถอนตัวจากการประลอง นั่นมิได้หมายความว่า สำนักเซียนแพทย์จะยังคงผูกขาดอำนาจใ
ซ่งเสี่ยวเจินบุตรีอีกคนจากตระกูลตำแหน่งผู้บัญชาการเจ้าพนักงานก็ได้พูดอย่างเที่ยงธรรมเช่นกัน“ใช่แล้ว! ดีดพิณคือการผ่อนคลายจิตใจ ทั้งยังฝึกกายบ่มใจ แม้เจ้าจะไร้ความรู้พื้นฐานการดีดพิณ แต่เจ้าก็มีสิทธิ์เข้าใจมัน!”“เอะอะกระไรกัน? นี่คือที่ที่ให้พวกเจ้ามาทะเลาะกันรึ?”แม่นางชางที่เป็นผู้ดูแลกำลังนั่งอยู่ก
เซียวหลินเทียนพยักหน้า “ฉางซุ่นอี้หลบอยู่ลึกถึงเพียงนี้ ย่อมมีวิธีการของเขา สืบหาคนผู้นี้ต่อไป!”“เรื่องเร่งด่วนที่สุดก็คือ พวกเราต้องกำจัดสายสืบในตำหนักอ๋องอี้ก่อน จากนั้นค่อยดึงตัวสหายของพวกเขาในฉินตะวันตกออกมาให้ได้มากที่สุด!”เซียวหลินเทียนเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้าได้คิดแผนการที่สามารถบังคับพวกเขาส่วนใ
องค์ชายคังถูกหลิงอวี๋บีบจนทำอะไรไม่ถูก จึงหัวเราะเจ้าเล่ห์“พระชายาอ๋องอี้ นี่มิใช่ว่ากำลังแสดงความคิดเห็นเรื่องคดีหรือ? ข้าแค่พูดไปตามเนื้อผ้าเท่านั้น มิได้กล่าวโทษว่าเจ้ามีชู้นี่!”“หากเจ้ามีหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเจ้าก็เอาออกมาสิ! หากไม่มีก็ยอมรับผิดแต่โดยดีเถอะ!”หลิงอวี๋มององค์ชายคังอย
หลิงอวี๋ผงะไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็นึกถึงคราที่ไปจวนเสนาบดีในครั้งก่อน ฉากที่ท่านป้าสะใภ้ใหญ่สวมเสื้อผ้าคนรับใช้กำลังทำความสะอาดผุดขึ้นมาครานั้นนางค่อนข้างสับสน ท่านป้าสะใภ้ใหญ่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ แล้วเหตุใดต้องทำงานเก็บกวาด?ทว่าครานั้นนางถูกหลิงเสียงเซิงเรียกไป จึงไม่ได้สนใจถาม“เกิดอะไรขึ้นกับท่านป้







