Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-03-05 07:03:57

บทที่ 4

เช้าวันวันต่อมา จ้าวเดินเข้าตึกคณะด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากทุกวัน นั่นก็เพราะว่าเธอกำลังมองหาใครบางคนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วทางเดิน รวมถึงที่นั่งต่าง ๆ ภายใต้ตึกอาคารเพื่อหวังจะเจอกับคนที่เธอกำลังมองหาทว่าก็ไร้วี่แววของเขา

ตั้งแต่ที่ได้เจอกับเขาเมื่อคืนก็ทำเอาเธอลืมสายตานั้นไม่ลง มันแทบจะฝังอยู่ในสมองของเธอเลยด้วยซ้ำ การอยากเจอกับเขาอีกครั้งเธอไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย เพียงแค่ขอเห็นใบหน้าหล่อ ๆ เป็นกำลังใจในการเรียนก็ยังดี...

เธอหวังว่าการเดินเข้ามาในคลาสเรียนนั้นจะได้เจอกับเขา ทว่าก็ต้องผิดหวังเพราะที่นั่งแถวหลังห้องมีแต่ความว่างเปล่า

"มึงมองหาไรวะ" ผิงผิงเอ่ยถาม

"เปล่า ไม่มีไรว่ะ" เธอสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับตอบปฏิเสธเพื่อนไป

ผิงผิงทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาจารย์ประจำรายวิชาเดินเข้ามาพอดี ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบก่อนที่คลาสเรียนจะเริ่มขึ้น ระหว่างนั้นจ้าวก็แอบเหลือบไปมองทางแถวหลังเป็นระยะแม้ว่าจะไร้ซึ่งเงาของมาเก๊าก็ตาม

หลังจากเลิกคลาสจ้าวลงมานั่งกับเพื่อน ๆ ที่ม้านั่งหินอ่อนตัวเดิมเพื่อหวังว่าครั้งนี้ได้จะเจอกับเขา แต่มันก็เป็นแค่ความคิดลม ๆ แล้ง ๆ ของเธอเท่านั้นเพราะก็ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเดิมสักนิด ความเหม่อลอยของเธอนั้นแม้เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยกันของเพื่อน ก็ไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของเธอ

แต่หัวใจกลับมีคำถามมากมายวนเวียนไปมา ทั้งที่อยากเจอหน้าแท้ ๆ แต่กลับหายไปเสียอย่างนั้น

หรือความจริงแล้วเขาจะไม่ได้มาเรียน และอาจจะมากกว่านั้นคือการที่เขาเข้าใจผิดว่าอยู่คณะเดียวกับเธอ...

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตในอินสตาแกรมที่ค้างไว้เมื่อคืน เห็นการขึ้นใช้งานของเขาเมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว เธอพิมพ์ข้อความไปแล้วก็ลบ ลบแล้วก็พิมพ์ใหม่อยู่อย่างนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งกดอะไรไปหาเขาเลยสักอย่าง...

"เฮ้อ..." จ้าวพรูลมหายใจออกมา

เส้นด้ายและผิงผิงสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนรัก จึงหันมามองเธอเป็นสายตาเดียวกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

"แหม เป็นอะไรจ๊ะ แล้ววันนี้เงียบผิดปกติเลยเนอะ" เส้นด้ายพูดจายียวน

"คือ... กูกำลังมองหาผู้คนหนึ่ง" จ้าวกระซิบเบา ๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้

"ห๊า ใครวะ" ผิงผิงไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากของเพื่อน ยิ่งเป็นจ้าวแล้วยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องผู้ชาย

"เออ คนในสาขาเราเหรอ คลาสเดียวกันด้วยไหม" เส้นด้ายถามอย่างตื่นเต้น

"มาเก๊า" เธอตอบอย่างไม่ลังเล และไม่คิดที่จะปิดบังเพื่อนอยู่แล้ว

"คนที่เพิ่งเข้าใหม่เมื่อวานปะ กูเห็นอยู่กับพวกไอ้อาชิ หน้าตาอยู่นะมึง" ผิงผิงทำท่าทางเขินอาย

"อีผิง เบาหน่อย อีจ้าวมันจองแล้ว" เส้นด้ายตีเพื่อนเบา ๆ "แล้วเป็นไงมาไงถึงเข้าตามึงได้วะ ปกติเดือนมหาลัยหล่อ ๆ มาจีบยังไม่เอาเขาเลย"

จ้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เพื่อนของเธอฟัง

"เมื่อคืนกูเจอมาเก๊าที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วแบบกระเป๋าเงินกูหายกูไม่รู้จะทำยังไง แล้วตอนนั้นมาเก๊าก็เข้ามาช่วยจ่ายเงินให้พอดี"

เธอเล่าไปก็เริ่มใบหน้าเห่อแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่แม้แต่จะเก็บอาการ เพราะความรู้สึกอย่างนี้ก็ต้องเปิดเผยให้คนอื่นได้รู้อยู่แล้ว

"แต่วันนี้กูคิดว่าเขาหลบหน้ากูว่ะ..." จากสีหน้าที่มีรอยยิ้ม ก็แปรเปลี่ยนอารมณ์ในเสี้ยววินาที

"ทำไมคิดงั้น" เส้นด้ายวางแก้วน้ำปั่นลง ก่อนจะมองเพื่อนอย่างตั้งอกตั้งใจฟังคำตอบ

"ไม่รู้ดิ ความรู้สึกกูบอกอย่างนั้นอะ มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอวะเกือบจะทั้งวันแล้วไม่เจอหน้ากัน ทั้งที่อยู่ในคลาสเดียวกันแท้ ๆ " จ้าวเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดทั้งวันให้เพื่อนฟัง

เธอยอมรับกับตัวเองตามตรงว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และคิดไม่ถึงด้วยว่าคนคนหนึ่งจะมีอิทธิพลต่อใจของเธอมากขนาดนี้

"คิดมากไปแล้วมึง มันอาจจะยังไม่มาก็ได้" ผิงผิงแค่นหัวเราะ

"เขาก็อาจจะเขินมึงเหมือนกันหรือเปล่า" เส้นด้ายเสริม "ผู้ชายแบบนี้มีเยอะแยะไป"

จ้าวหลุบตาลงเล็กน้อย เพราะแอบคิดตามคำพูดของเส้นด้าย หากเป็นแบบนั้นจริง ๆ เธอจะควบคุมหัวใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงได้อย่างไร

"มึงจะบ้าเหรอ เขาจะมาเขินกูทำไม" จ้าวแสร้งเฉไฉไปอย่างนั้น

"แหม กูรู้นะยะว่าแอบเขินที่อีด้ายมันพูด" ผิงผิงรีบแย้ง

"เออ แต่กูก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานะเว้ย เพื่อนกูจะไม่ต้องอยู่บนคานไปจนแก่" เส้นด้ายหัวเราะร่า ทำให้จ้าวต้องเบ้ปากมองบนทันที

"แล้วกูควรทำไงต่อ" จ้าวถาม

"คือ? ยังไงก็จะเอาคนนี้ว่างั้น"

จ้าวไม่ตอบ เพียงแค่พยักหน้าให้เพื่อนรับรู้เท่านั้น

"ก็... ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ถ้ามึงกล้าทำก็ไม่มีอะไรยากหรอก ไม่ต้องห่วงเรื่องคู่แข่ง เข้ามาใหม่แบบนี้ไม่มีใครรู้จักหรอก"

จ้าวยกยิ้มขึ้นราวกับมีแผนอะไรบางอย่าง คนอย่างเธอน่ะเหรอจะไม่กล้ากับเรื่องแค่นี้ อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องยากกับการที่จะทำให้ผู้ชายตายใจ สวยระดับที่เดือนมหาลัยมาขายขนมจีบให้ไม่เว้นวัน แค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจะไปยากอะไร

"แต่ระวังนะมึง อย่าใจร้อนผู้ชายเขาชอบอะไรที่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ถ้ารีบมากเดี๋ยวแตกตื่นกันหมดพอดี" เส้นด้ายเสริม

จ้าวหัวเราะออกมาความอึดอัดบางอย่างในใจของเธอค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย เพราะแม้จะไม่ได้เจอหน้าเขาในวันนี้ แต่วันต่อไปเธอจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างแน่นอน มั่นใจได้เลยว่าตรงไหนมีมาเก๊า ตรงนั้นก็ต้องมียัยจ้าวคอยขวางคออยู่ด้วย

เธอจะพยายามเอาตัวเองไปซึมซับเข้ากับชีวิตเขาให้ได้ ในสายตาของเขาจะต้องมีเธออยู่บ้างไม่มากก็น้อย รอดูเลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 48

    บทที่ 481 ปีผ่านไปเสียงชัตเตอร์ดังรัวพร้อมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มายืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะ เสียงพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วปะปนไปกับเสียงหัวเราะของชายหญิง“อีจ้าว มานี่เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เส้นด้ายกวักมือเรียกอีกฝ่ายรัว ๆจ้าวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจากที่รุ่นพี่และรุ่นน้องนำเอามาให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เธอเรียนจบ แม้วันนี้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมขึ้นรับใบปริญญาก็ตาม ทว่าผู้คนที่รักและชื่นชอบในตัวของเธอกลับมีอยู่ไม่น้อยจึงต้องเตรียมใจรับของขวัญทั้งสองรอบ“มึงไม่เดินมาหากูล่ะ ของกูก็เยอะ” จ้าวบนอุบแต่ก็ยังสาวเท้าเดินไปหาเพื่อน“โอ๊ย แล้วไอ้มาเก๊ามันไปไหน ไม่มาช่วยมึงล่ะ” ผิงผิงเท้าเอว“นู่นไง สาว ๆ รุมล้อมจนมองไม่เห็นแล้ว” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ วันดี ๆ แบบนี้จ้าวเองก็ไม่อยากขัดขวางหรือทำตัวหวงก้างมากเกินไปที่จะมีคนนำของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้กับเขา“ครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่มึงไม่ตาเขียว” เส้นด้ายหัวเราะร่า“ถ้าแค่มาแสดงความยินดีกูก็ไม่โกรธหรอก แต่อย่าให้รู้ว่าอีไหนมันทำตัวน่าสงสัย”“แหม ใครจะกล้า ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้วว่าฤทธิ์มึงเยอะ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 47

    บทที่ 47ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันภายในคอนโดส่วนตัวของมาเก๊ามาร่วมหนึ่งเดือนกว่า ความเขินที่มีก็เริ่มน้อยลงมากกว่าตอนแรกแม้จะเพิ่งคุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงด้วยกันก็ตาม ในทุก ๆ คืนจ้าวจะได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากมาเก๊าอยู่เสมอแม้ว่าเธอจะหลับใหลไปก่อนเขาก็ตามมาเก๊ากลับไปทำงานที่บาร์หลังมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการ เพราะเจ้าของบาร์นั้นเล็งเห็นถึงความตั้งใจของมาเก๊ามาโดยตลอด แต่ถึงหน้าที่การงานของเขาจะต้องหนักขึ้นเป็นเท่าตัวแต่เขาก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของแฟนสาวเลยสักครั้งเดียวโดยเฉพาะวันนี้ที่มาเก๊าตั้งใจกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ…“แล้วมันไม่รู้เหรอว่าแกกลับเร็ว”เส้นด้ายเอ่ยถามพลางยื่นกล่องเค้กสั่งทำพิเศษให้กับมาเก๊า เพื่อนทุกคนรู้แผนการเซอร์ไพรส์เป็นอย่างดีและคนที่ได้รับหน้าที่ที่สำคัญก็คือเส้นด้ายที่เพิ่งไปเรียนทำเค้กมาเมื่อเดือนก่อน มาเก๊าอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานวันเกิดของจ้าวในปีนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดก็คือให้ทุกคนร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ“ไม่หรอก เราบอกว่ากลับดึกเพราะมีงานด่วนด้วยซ้ำ”“แบบนี้มันไม่น้อยใจแย่รึไง”“เมื่อ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 46

    บทที่ 46พ่อกับแม่มองหน้าสลับกันไปมาต่างจากมาเก๊าที่ยิ้มหน้าระรื่นราวกับตอนนี้เขาไม่ได้สนใจคำตอบที่จะได้รับเสียเท่าไหร่ เพราะต่อให้พ่อและแม่ของเธอจะปฏิเสธแต่เขาก็จะหาวิธีมาเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอยู่ดีถ้าเป็นเรื่องของจ้าวแล้วคนอย่างมาเก๊าสู้ไม่ถอยแน่นอน เขายอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์อันตรายเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับเธออย่างอิสระ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดหวังเด็ดขาด“ตี๋…” จ้าวกระตุกแขนมาเก๊าเบา ๆ“ไม่เป็นไรหรอก” มาเก๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“จริง ๆ ข้าก็ไม่ได้อยากขัดขวางความสุขของเอ็งหรอกนะ” พ่อลอบถอนหายใจ “แต่มันก็อดเป็นห่วงจ้าวไม่ได้ มันไม่เคยออกไปใช้ชีวิตกับคนอื่น มันจะเป็นภาระแกเปล่า ๆ “สีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความรักและความเป็นห่วงที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นแฟนของจ้าวเองก็ตาม ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของมาเก๊าเลยสักนิด เธอไม่ใช่ภาระแต่กลับกันเขาจะไม่ให้เธอลำบากเลยสักนิดเลยต่างหาก“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับพ่อ จ้าวไม่ต้องทำอะไรเลยผมต่างหากที่พร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง” มาเก๊ารับปากอย่างหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 45

    บทที่ 45รถยนต์หรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาสู่สนามบินของประเทศจีนหลายคันโดยที่คันแรกมาเก๊าและจีนนั่งมาด้วย ส่วนเถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่คันที่สองเพราะอยากให้พี่น้องได้พูดคุยความในใจกันก่อนที่มาเก๊าจะกลับประเทศไทยในวันนี้ไม่เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เฉิงยังเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้ลูกชายคนเล็กเพื่อการนี้โดยเฉพาะ นักบินมากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้ตระกูลหานมาหลายปีก็พร้อมที่จะไปส่งนายน้อยด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ ทว่าคนที่ดูจะอาลัยอาวรณ์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นจีนที่สรรหาเรื่องต่าง ๆ มาเพื่อเปลี่ยนใจมาเก๊าให้อยู่กับเขาที่นี่แต่ความแน่วแน่ของมาเก๊าก็ไม่อาจจะทำให้คำขอร้องของจีนมีผลต่อเขาได้“แล้วมึงจะกลับมาอีกเมื่อไหร่” จีนเอ่ยถามแม้สายตาเว้าวอนอยู่ก็ตาม“ไม่รู้หรอก ก็เรียนจบนู่นแหละมั้ง” มาเก๊ากระจับกระเป๋าเดินทางของตัวเองแน่น“กว่ามึงจะเรียนจบ เอาเป็นว่ากูไปหามึงเองดีกว่า”“เอาเวลาไปดูแลพ่อเถอะ ที่นั่นไม่ค่อยมีอะไร”ที่มาเก๊าเลือกจะพูดอย่างนั้นก็เพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไปสร้างเรื่องที่ประเทศไทยให้เถ้าแก่เฉิงมาตามเช็ดตามล้างต่างหาก ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นของพวกเขาแม้แต่มาเก๊าเองก็ยังเจียมตัวอยู่นานกว่าที่จะกล้าเอ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 44

    บทที่ 44คฤหาสน์ตระกูลหานกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มานาน การพูดคุยกันโดยปกติอย่างที่ครอบครัวอื่นเป็นกันพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่รู้เลยว่าพี่น้องจะกลับมารักใคร่กันได้อีกเมื่อไหร่มาเก๊าต้องอยู่รักษาตัวตามที่หมอสั่งทั้งที่ความจริงเขาอยากจะกลับประเทศไทยเพื่อไปหาจ้าวเสียตอนนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะรักษาตัวเพื่อกลับไปหาเธออย่างปลอดภัยมากที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามากไปกว่านี้หากเธอได้เห็นรอยแผลที่ยังไม่หายดีของเขา มีหวังความสดใสของเธอต้องหายไปอีกครั้งเพราะเขาอย่างแน่นอน“ช่วงนี้มันหนีไปคุยโทรศัพท์บ่อยนะพ่อ” จีนว่าพลางจิบชาเบา ๆ“คงเป็นเรื่องสำคัญ” เถ้าแก่เฉิงยกยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างจีนจับสังเกตนั้นได้ดีและรู้ว่าพ่อต้องคิดไม่ต่างจากตัวเองเสียเท่าไหร่“น่าแปลกนะครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปลี่ยนมันได้มากขนาดนี้”“แต่ก็ดีแล้ว จะได้ตามทันโลกสักที วัน ๆ ทำตัวเหมือนไม่รับรู้โลกภายนอก” เถ้าแก่เฉิงว่า“เพราะแบบนี้ผมถึงมีเรื่องมาเสนอพ่อ”จีนว่าพลางยกยิ้มเบา

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 43

    บทที่ 43สองอาทิตย์ผ่านไปอาการของจีนดีขึ้นตามลำดับและคนที่มาคอยดูแลเขาไม่ห่างก็คือมาเก๊าที่มาทำหน้าที่แทนเถ้าแก่เฉิงอย่างไม่ขาดตกด้วยความเต็มใจ ทว่าวันนี้เถ้าแก่เฉิงกลับอยากมาดูอาการลูกชายคนโตด้วยตัวเองมาเก๊าจึงขัดต่อความต้องการไม่ได้“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” มาเก๊าว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ“จริง ๆ ก็อยากให้หมอประจำตระกูลเข้าไปดูแลที่บ้านนะ แต่อาการมันหนักไปต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น” เถ้าแก่เฉิงว่า“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” จีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และการกระทำที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทำให้เถ้าแก่เฉิงแปลกใจไม่น้อย“นี่ไอ้หยวนมันกระแทกระบบประสาทรึไง อยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนใจเย็นไปได้” เขาแค่นหัวเราะ“ต่อให้มันไม่ทำแต่โดนแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างนั่นแหละครับ”มาเก๊าส่ายหน้าเบา ๆ ที่เห็นหน้าที่อันหวาดหวั่นของพี่ชายเมื่อพูดถึงศัตรูคู่แค้น หลังจากนี้จีนคงเข็ดขยาดไปอีกนานในเรื่องการทำอะไรไม่คิด และมันทำให้เขารับรู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสู้กับใครได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการต่อสู้หรือเรื่องการทำธุรกิจที่ความรู้ของเขาน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status