مشاركة

บทที่ 3

last update تاريخ النشر: 2026-03-05 07:03:28

บทที่ 3

กลางดึกของคืนนั้นภายในซอยแคบ ๆ ทอดยาวเข้าไปด้านในเงียบสงบต่างจากช่วงเช้าราวฟ้าเหว ไฟถนนสีส้มสลัว ๆ เผยให้เห็นกำแพงของบ้านเช่าที่เรียงรายกันอยู่สองข้างทาง ทว่าร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยยังเปิดให้บริการอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมง และเป็นจุดเดียวที่ดูมีชีวิตชีวามากกว่าที่อื่น ๆ

ประตูอัตโนมัติเลื่อนออกเสียงต้อนรับที่คุ้นหูดังขึ้นเบา ๆ มาเก๊าก้าวเข้าไปภายในร้าน ไหล่ของเขาลู่ลงเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า เพราะเพิ่งเลิกงานจากบาร์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย กลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก

แม้การแต่งตัวจะดูดีกว่าการใช้ชีวิตวันอื่น ๆ แต่เขาก็เป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร ไม่มีใครรู้เด็กหนุ่มที่กำลังทำงานรองรับอารมณ์ของผู้คนนั้นคือลูกขายคนเล็กของมาเฟียตระกูลหาน ผู้ทรงอำนาจที่สุดในประเทศจีน

ทว่าการอยู่ที่นี่ของเขาไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แม้แต่ชื่อของเขาเองก็ยังไม่มีใครมาให้ความสนใจ

มาเก๊าเดินไปหยิบข้าวกล่องราคาถูกพร้อมกับน้ำเปล่าอีกหนึ่งขวด แม้มันจะไม่ได้อร่อยเหมือนอาหารเคยทาน ทว่าชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก ทุกอย่างต้องประหยัด เงินทุกบาทที่ติดตัวต้องใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากที่สุด...

ขณะที่เขากำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์ ก็เหมือนว่ามีใครบางคนยืนอยู่ก่อนแล้ว และท่าทางของเธอราวกับกำลังกังวลอะไรบางอย่าง

"เอ่อ... สักครู่นะคะพี่" หญิงสาวเอ่ยบอกกับพนักงาน พร้อมกับท่าทางของเธอที่กำลังหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพาย

มาเก๊าคุ้นเสียงนั้นเป็นอย่างมาก แต่ไม่แน่ใจว่าเธอคือใครกันแน่ จนกระทั่งเขาหยุดยืนที่เคาน์เตอร์ข้าง ๆ

"เมื่อกี้ยังใช้อยู่เลยอะ" น้ำเสียงของหญิงสาวดูกระวนกระวาย

เขาเหลือบมองก็รู้ว่านั่นคือจ้าว หญิงสาวที่เขาแอบมองเมื่อตอนเช้า ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เจอกับเธอในที่แบบนี้

เธอยังค้นหาของสำคัญในกระเป๋าสะพาย ท่ามกลางสายตากดดันของพนักงานร้านสะดวกซื้อ

"กระเป๋าเงินฉันหายเหรอเนี่ย โอ๊ย..." เธอพึมพำกับตัวเอง แต่มันก็ดังพอที่มาเก๊าจะได้ยินทุกอย่าง

พนักงานมองเธออย่างลำบากใจ เพราะของทั้งหมดถูกสแกนไปแล้ว ทั้งยอดเงินยังโชว์อยู่ชัดเจน

"เอ่อ ขอโทษนะครับถ้าลูกค้ายังไม่พร้อมจ่าย..."

"ไม่ ๆ ค่ะพี่ คือหนูน่าจะทำหล่นไว้ข้างนอก เดี๋ยวขอออกไปดูแป๊บนึงนะคะ" จ้าวรีบโพล่งขึ้นมาทันที นั่นก็เพราะเธอทั้งอายและไม่อยากเสียหน้าไปมากกว่านี้

มาเก๊ายืนมองอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปเขาก็เอาของทั้งหมดไปวางรวมกับเธอ พร้อมกับเอ่ยขึ้นจนทำให้หญิงสาวต้องหยุดชะงัก

"รวมครับ" เขาเอ่ยเสียงทุ้ม ไม่ดังมากแต่มันก็ชัดพอที่จะทำให้จ้าวเข้าใจ

พนักงานพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่เธอก็หันกลับมาพอดี

"อะ เอ่อ" ดวงตากลมเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกใจ

"เดี๋ยวเราจ่ายให้" มาเก๊าพูด

"เฮ้ย ไม่เป็นไร ๆ เราน่าจะทำกระเป๋าเงินตก..." เธอโบกมือไปมา พยายามอธิบาย

"เราเห็นเธอเรียนคณะเดียวกันอะ ถือว่าช่วยแล้วกันนะ" เขาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

คำว่าคณะเดียวกัน ทำให้จ้าวเงียบไปก่อนจะตั้งใจมองหน้าเขาให้ชัดเจนขึ้น หน้าหล่อ ขาว ตี๋ อย่างนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่เธอจะจำเพื่อนในคณะตัวเองไม่ได้ เธอเป็นถึงที่ปรึกษาให้กับทุกคนจะพลาดคนหน้าหล่อ ๆ อย่างนี้ไปได้อย่างไร

เธอพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งมาเก๊าเห็นอย่างนั้นจึงรู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไร

"อ๋อ เราเพิ่งย้ายมาวันแรก"

"อ๋อ ถึงว่าล่ะไม่เคยเห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้มาก่อน ปกติคนในคณะไม่มีหน้าตาแบบนี้หรอก" จ้าวหัวเราะแก้เขิน

หลังจากที่พนักงานคิดเงินหมดทุกอย่าง มาเก๊ารับถุงมาพร้อมกับยื่นของคืนให้กับเธอ

"ขอบคุณนะ" จ้าวพูดพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

มาเก๊าพยักหน้ารับเล็กน้อย และทำท่าจะเดินออกจากร้านสะดวกซื้อไป

"เอ๋อ เดี๋ยวก่อนสิ" จ้าวเอ่ยเรียกเขาไว้ก่อน

มาเก๊าหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองยังต้นเสียง

"เราจะคืนเงินให้อะ ขอไอจีไว้ได้ไหมอะ"

เขานิ่งไป ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ช่องทางการติดต่อส่วนตัว แต่เป็นเพราะไม่คุ้นชินกับการที่มีคนมาขอตรง ๆ แบบนี้มากกว่า...

"ไม่เป็นไร"

"บ้า ไม่ได้นะ เราไม่ชอบติดหนี้ใคร" เธอส่ายหน้ารัว

มาเก๊ามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ

"ก็ได้ สแกนคิวอาร์ได้ปะ"

จ้าวพยักหน้ารัวพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใสของเธอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาสแกนคิวอาร์โค้ดอินสตาแกรมของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

"เออ เราชื่อจ้าวนะ" เธอแนะนำตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา "นายชื่ออะไรเหรอ"

"มาเก๊า"

"แหม หน้าหล่อไม่พอ ชื่อยังเท่อีก" เธอหัวเราะเล็กน้อย

มาเก๊าชะงัก เกิดมายังไม่เคยโดนผู้หญิงชมต่อหน้าอย่างนี้เลยสักครั้ง จ้าวเป็นคนแรกที่ทำให้โลกของเขาเปลี่ยนไป อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น...

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถยนต์คันหนึ่งมาจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อพอดี

"พ่อมาแล้วอะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะ เดี๋ยวคืนนี้เราทักไปขอเลขบัญชี" จ้าวโบกมือลาคนตรงหน้า ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถคันนั้น

มาเก๊าพยักหน้ารับ พร้อมกับมองเธอวิ่งไปขึ้นรถ ประตูค่อย ๆ ปิดลงและรถยนต์ของพ่อเธอก็เคลื่อนตัวออกไปทันที

ภายในร้านสะดวกซื้อกลับมาเงียบอีกครั้ง มาเก๊าเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เรื่องราวของเธอไม่ได้อยู่ในสมองของเขา ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องเช่าท้ายซอยของเขาตามเดิม...

ภายในรถจ้าวนั่งกอดถุงที่ใส่ของเอาไว้แน่น หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกบางอย่างมันเปลี่ยนไปเพียงแค่ได้มองใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนร่วมคณะคนใหม่ เพียงครั้งแรกที่ได้เห็นเธอก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่ยิ้มยาก แถมยังไม่ค่อยพูดเท่าไหร่

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทำให้เธอประทับใจได้ตั้งแต่แรกเจอ...

แค่การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลับได้ใจเธอไปเต็ม ๆ แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอพูดออกมาได้เต็มปากว่าตกหลุมรักเขาเข้าอย่างจัง

มันกลายเป็นรักครั้งแรกทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ...

"เหม่ออะไร ไอ้ลูกคนนี้" เสียงท้วงของพ่อ ทำให้เธอได้สติ

"อะไรกัน เปล่าสักหน่อย" เธอปฏิเสธ พร้อมกับบุ้ยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

"คิดถึงผู้ชายที่ไหนอยู่หรือเปล่า" น้ำเสียงของพ่อลากยาว เอ่ยแซวทั้งที่เขาก็รู้ดีว่าถ้าหากตอบความจริงไป ก็จะโกรธลูกเป็นฟืนเป็นไฟอีก

"แหม ถ้าคิดถึงจะอนุญาตเหรอคะคุณพ่อ" คราวนี้จ้าวเป็นฝ่ายหันกลับไปแซวบ้าง พ่อก็มุ่ยใส่เธอทันที

จ้าวหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทักไปหาคนที่เธอเพิ่งจะได้อินสตาแกรมของเขามาเมื่อครู่

'เราจ้าวนะ ค่าของเท่าไหร่เหรอ'

'หนึ่งร้อยพอดี'

จ้าวยิ้มกว้าง เมื่อฝ่ายนั้นตอบกลับทันทีราวกับรอข้อความของเธออยู่แล้ว

'เอาเลขมาเลย'

มาเก๊าส่งหมายเลขบัญชีให้กับเธอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นแทบยิ้มในทุกประโยคที่เขาได้ส่งกลับมา

หลังจากที่จ้าวโอนเงินให้มาเก๊าเรียบร้อย เธอก็เลือกที่จะกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของมาเก๊า แม้จะมีเพียงแค่รูปเดียวแต่นั่นก็เป็นรูปที่ได้รับยอดไลก์เยอะมากอย่างน่าประหลาดใจ ผู้ติดตามของเขาก็มีอยู่ไม่น้อย ทว่ามาเก๊าเลือกที่จะติดตามกลับอยู่คนเดียว

นั่นก็คือเธอ...

"คนเป็นดังด้วยเหรอ" จ้าวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความแปลกใจ

แต่เธอก็เลือกที่จะมองข้ามเรื่องนั้นไป ก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วหันกลับไปยิ้มอยู่คนเดียว ราวกับมีเรื่องราวดี ๆ เข้ามาเติมเต็มหัวใจที่แห้งเหี่ยวของเธอ จ้าวไม่คิดจะหาคำตอบว่าเพราะอะไรจู่ ๆ มาเก๊าถึงได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนที่ไม่คิดจะมีความรักได้มากขนาดนี้

เพราะทุกอย่างในตัวของเขา เป็นสิ่งที่เธอตามหามานาน หรือหมายความว่า ผู้ชายที่ตรงสเปคนั่นแหละ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 48

    บทที่ 481 ปีผ่านไปเสียงชัตเตอร์ดังรัวพร้อมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มายืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะ เสียงพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วปะปนไปกับเสียงหัวเราะของชายหญิง“อีจ้าว มานี่เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เส้นด้ายกวักมือเรียกอีกฝ่ายรัว ๆจ้าวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจากที่รุ่นพี่และรุ่นน้องนำเอามาให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เธอเรียนจบ แม้วันนี้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมขึ้นรับใบปริญญาก็ตาม ทว่าผู้คนที่รักและชื่นชอบในตัวของเธอกลับมีอยู่ไม่น้อยจึงต้องเตรียมใจรับของขวัญทั้งสองรอบ“มึงไม่เดินมาหากูล่ะ ของกูก็เยอะ” จ้าวบนอุบแต่ก็ยังสาวเท้าเดินไปหาเพื่อน“โอ๊ย แล้วไอ้มาเก๊ามันไปไหน ไม่มาช่วยมึงล่ะ” ผิงผิงเท้าเอว“นู่นไง สาว ๆ รุมล้อมจนมองไม่เห็นแล้ว” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ วันดี ๆ แบบนี้จ้าวเองก็ไม่อยากขัดขวางหรือทำตัวหวงก้างมากเกินไปที่จะมีคนนำของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้กับเขา“ครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่มึงไม่ตาเขียว” เส้นด้ายหัวเราะร่า“ถ้าแค่มาแสดงความยินดีกูก็ไม่โกรธหรอก แต่อย่าให้รู้ว่าอีไหนมันทำตัวน่าสงสัย”“แหม ใครจะกล้า ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้วว่าฤทธิ์มึงเยอะ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 47

    บทที่ 47ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันภายในคอนโดส่วนตัวของมาเก๊ามาร่วมหนึ่งเดือนกว่า ความเขินที่มีก็เริ่มน้อยลงมากกว่าตอนแรกแม้จะเพิ่งคุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงด้วยกันก็ตาม ในทุก ๆ คืนจ้าวจะได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากมาเก๊าอยู่เสมอแม้ว่าเธอจะหลับใหลไปก่อนเขาก็ตามมาเก๊ากลับไปทำงานที่บาร์หลังมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการ เพราะเจ้าของบาร์นั้นเล็งเห็นถึงความตั้งใจของมาเก๊ามาโดยตลอด แต่ถึงหน้าที่การงานของเขาจะต้องหนักขึ้นเป็นเท่าตัวแต่เขาก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของแฟนสาวเลยสักครั้งเดียวโดยเฉพาะวันนี้ที่มาเก๊าตั้งใจกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ…“แล้วมันไม่รู้เหรอว่าแกกลับเร็ว”เส้นด้ายเอ่ยถามพลางยื่นกล่องเค้กสั่งทำพิเศษให้กับมาเก๊า เพื่อนทุกคนรู้แผนการเซอร์ไพรส์เป็นอย่างดีและคนที่ได้รับหน้าที่ที่สำคัญก็คือเส้นด้ายที่เพิ่งไปเรียนทำเค้กมาเมื่อเดือนก่อน มาเก๊าอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานวันเกิดของจ้าวในปีนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดก็คือให้ทุกคนร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ“ไม่หรอก เราบอกว่ากลับดึกเพราะมีงานด่วนด้วยซ้ำ”“แบบนี้มันไม่น้อยใจแย่รึไง”“เมื่อ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 46

    บทที่ 46พ่อกับแม่มองหน้าสลับกันไปมาต่างจากมาเก๊าที่ยิ้มหน้าระรื่นราวกับตอนนี้เขาไม่ได้สนใจคำตอบที่จะได้รับเสียเท่าไหร่ เพราะต่อให้พ่อและแม่ของเธอจะปฏิเสธแต่เขาก็จะหาวิธีมาเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอยู่ดีถ้าเป็นเรื่องของจ้าวแล้วคนอย่างมาเก๊าสู้ไม่ถอยแน่นอน เขายอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์อันตรายเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับเธออย่างอิสระ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดหวังเด็ดขาด“ตี๋…” จ้าวกระตุกแขนมาเก๊าเบา ๆ“ไม่เป็นไรหรอก” มาเก๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“จริง ๆ ข้าก็ไม่ได้อยากขัดขวางความสุขของเอ็งหรอกนะ” พ่อลอบถอนหายใจ “แต่มันก็อดเป็นห่วงจ้าวไม่ได้ มันไม่เคยออกไปใช้ชีวิตกับคนอื่น มันจะเป็นภาระแกเปล่า ๆ “สีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความรักและความเป็นห่วงที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นแฟนของจ้าวเองก็ตาม ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของมาเก๊าเลยสักนิด เธอไม่ใช่ภาระแต่กลับกันเขาจะไม่ให้เธอลำบากเลยสักนิดเลยต่างหาก“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับพ่อ จ้าวไม่ต้องทำอะไรเลยผมต่างหากที่พร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง” มาเก๊ารับปากอย่างหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 45

    บทที่ 45รถยนต์หรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาสู่สนามบินของประเทศจีนหลายคันโดยที่คันแรกมาเก๊าและจีนนั่งมาด้วย ส่วนเถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่คันที่สองเพราะอยากให้พี่น้องได้พูดคุยความในใจกันก่อนที่มาเก๊าจะกลับประเทศไทยในวันนี้ไม่เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เฉิงยังเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้ลูกชายคนเล็กเพื่อการนี้โดยเฉพาะ นักบินมากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้ตระกูลหานมาหลายปีก็พร้อมที่จะไปส่งนายน้อยด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ ทว่าคนที่ดูจะอาลัยอาวรณ์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นจีนที่สรรหาเรื่องต่าง ๆ มาเพื่อเปลี่ยนใจมาเก๊าให้อยู่กับเขาที่นี่แต่ความแน่วแน่ของมาเก๊าก็ไม่อาจจะทำให้คำขอร้องของจีนมีผลต่อเขาได้“แล้วมึงจะกลับมาอีกเมื่อไหร่” จีนเอ่ยถามแม้สายตาเว้าวอนอยู่ก็ตาม“ไม่รู้หรอก ก็เรียนจบนู่นแหละมั้ง” มาเก๊ากระจับกระเป๋าเดินทางของตัวเองแน่น“กว่ามึงจะเรียนจบ เอาเป็นว่ากูไปหามึงเองดีกว่า”“เอาเวลาไปดูแลพ่อเถอะ ที่นั่นไม่ค่อยมีอะไร”ที่มาเก๊าเลือกจะพูดอย่างนั้นก็เพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไปสร้างเรื่องที่ประเทศไทยให้เถ้าแก่เฉิงมาตามเช็ดตามล้างต่างหาก ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นของพวกเขาแม้แต่มาเก๊าเองก็ยังเจียมตัวอยู่นานกว่าที่จะกล้าเอ

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 44

    บทที่ 44คฤหาสน์ตระกูลหานกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มานาน การพูดคุยกันโดยปกติอย่างที่ครอบครัวอื่นเป็นกันพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่รู้เลยว่าพี่น้องจะกลับมารักใคร่กันได้อีกเมื่อไหร่มาเก๊าต้องอยู่รักษาตัวตามที่หมอสั่งทั้งที่ความจริงเขาอยากจะกลับประเทศไทยเพื่อไปหาจ้าวเสียตอนนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะรักษาตัวเพื่อกลับไปหาเธออย่างปลอดภัยมากที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามากไปกว่านี้หากเธอได้เห็นรอยแผลที่ยังไม่หายดีของเขา มีหวังความสดใสของเธอต้องหายไปอีกครั้งเพราะเขาอย่างแน่นอน“ช่วงนี้มันหนีไปคุยโทรศัพท์บ่อยนะพ่อ” จีนว่าพลางจิบชาเบา ๆ“คงเป็นเรื่องสำคัญ” เถ้าแก่เฉิงยกยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างจีนจับสังเกตนั้นได้ดีและรู้ว่าพ่อต้องคิดไม่ต่างจากตัวเองเสียเท่าไหร่“น่าแปลกนะครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปลี่ยนมันได้มากขนาดนี้”“แต่ก็ดีแล้ว จะได้ตามทันโลกสักที วัน ๆ ทำตัวเหมือนไม่รับรู้โลกภายนอก” เถ้าแก่เฉิงว่า“เพราะแบบนี้ผมถึงมีเรื่องมาเสนอพ่อ”จีนว่าพลางยกยิ้มเบา

  • ยัยจ้าวอย่าซ่า!   บทที่ 43

    บทที่ 43สองอาทิตย์ผ่านไปอาการของจีนดีขึ้นตามลำดับและคนที่มาคอยดูแลเขาไม่ห่างก็คือมาเก๊าที่มาทำหน้าที่แทนเถ้าแก่เฉิงอย่างไม่ขาดตกด้วยความเต็มใจ ทว่าวันนี้เถ้าแก่เฉิงกลับอยากมาดูอาการลูกชายคนโตด้วยตัวเองมาเก๊าจึงขัดต่อความต้องการไม่ได้“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” มาเก๊าว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ“จริง ๆ ก็อยากให้หมอประจำตระกูลเข้าไปดูแลที่บ้านนะ แต่อาการมันหนักไปต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น” เถ้าแก่เฉิงว่า“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” จีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และการกระทำที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทำให้เถ้าแก่เฉิงแปลกใจไม่น้อย“นี่ไอ้หยวนมันกระแทกระบบประสาทรึไง อยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนใจเย็นไปได้” เขาแค่นหัวเราะ“ต่อให้มันไม่ทำแต่โดนแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างนั่นแหละครับ”มาเก๊าส่ายหน้าเบา ๆ ที่เห็นหน้าที่อันหวาดหวั่นของพี่ชายเมื่อพูดถึงศัตรูคู่แค้น หลังจากนี้จีนคงเข็ดขยาดไปอีกนานในเรื่องการทำอะไรไม่คิด และมันทำให้เขารับรู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสู้กับใครได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการต่อสู้หรือเรื่องการทำธุรกิจที่ความรู้ของเขาน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status