تسجيل الدخولบทที่ 9
หลายอาทิตย์ที่จ้าวยังคงพยายามเข้าไปอยู่ในสายตาของมาเก๊าอย่างไม่ลดละ แม้เธอจะรู้ดีว่าเขาเลือกที่จะมองข้ามเธอไปก็ตาม กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนหัวแข็งอย่างจ้าวยอมได้ง่าย ๆ และอะไรที่มันได้มากยาก ๆ ก็เหมาะกับคนอย่างเธออยู่แล้ว ถ้าหากว่าเธอไม่ได้ ก็จะไม่มีใครได้เขาไปเหมือนกัน มาเก๊านั่งอยู่ด้านหลังห้องเหมือนทุกครั้ง และเขาเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาของหญิงสาวที่จ้องมองมาเป็นระยะ มาเก๊าพยายามไม่คิดเกินเลยไปมากกว่านั้น เขาอยากหยุดความสัมพันธ์ไว้เพียงแค่เพื่อน ไม่อาจทำใจได้ถ้าหากเกินเลยไปมากกว่านี้ อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้เธอต้องเข้ามารับรู้ว่าเบื้องหลังชีวิตของเขาเป็นอย่างไร เสียงหัวเราะของกลุ่มหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าห้องทำให้เขาหลุดออกมาภวังค์ เป็นขณะเดียวกับที่ไนท์และอาชิเดินเข้ามาพอดี "อีกสองสามวันอาจารย์จะให้จับกลุ่มหกคนทำโปรเจกต์ใหญ่" ไนท์เอ่ยขึ้น สีหน้าของเพื่อนดูหนักใจไม่น้อย ปัญหาหลักคือพวกเขามีกันอยู่เพียงแค่สามคน และอีกสามคนที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาเพิ่มเติมหรือเปล่า... "ตั้งหกคน!" คราวนี้อาชิถอนหายใจออกมา "ทำไมวะ มึงก็ไล่ถามคนในห้องดิว่ามีใครอยากอยู่ไหม" มาเก๊าพูดโดยที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ "ดูตาเปล่าก็รู้ว่าแม่งครบกันหมดแล้ว" ไนท์เท้าเอว ก่อนจะมองไปรอบ ๆ และเขาก็ได้สะดุดเข้ากับกลุ่มหนึ่งที่มั่นใจได้เลยว่า พวกเธอก็กำลังตามหาอีกสามคนที่เหลือเหมือนกัน "แต่ถ้าพวกมึงไม่ติดอะไร จะทำงานกับพวกไอ้จ้าวไหมล่ะ" ข้อเสนอนั้นทำให้มาเก๊าเงยหน้าขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เมื่อเป็นชื่อของเธอแล้วกลับทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อีกอย่างการที่จะอยู่กลุ่มด้วยกันมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเริ่มถอยห่างจากเธอ "กูว่าก็โอเคนะ พวกมันต่างหากที่จะอยู่กับพวกเราได้ไหม" อาชิเอ่ย "เดี๋ยวเอาไว้ใกล้ ๆ ถึงเวลากูจะไปถามเอง ระหว่างนี้ก็หาคนอื่นไปด้วย" นั่นเป็นทางออกที่มาเก๊าคิดว่าดีที่สุด เขาภาวนาให้คนอื่นเข้ามาอยู่ในกลุ่มให้ครบตามจำนวน เพื่อที่จะได้ออกห่างจากผู้หญิงคนนั้นได้เสียที เขาไม่ได้รังเกียจเธอ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหน้า แต่เขากำลังห้ามความรู้สึกของตัวเองอยู่ต่างหาก และไม่เห็นว่าวิธีไหนจะดีเท่ากับวิธีนี้ด้วยซ้ำ การที่เขาถูกส่งให้มาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพื่อให้มาหาความรักที่ดูเป็นไปไม่ได้ "แต่วันนี้กูไปแดกเหล้าร้านมึงนะ" ไนท์ตบไหล่เขาเบา ๆ "ไม่มีลดราคานะมึง" มาเก๊าแค่นหัวเราะ "ระดับกู เสี่ยไนท์ จะให้ทิปมึงด้วยซ้ำ" ไนท์ทำท่าราวเป็นเจ้าสัวเงินหนา อาชิถึงกับต้องกุมขมับแล้วหันไปตบไหล่ไนท์แทน "มึงอะ ติดค่าหมูปิ้งกูอยู่ ยี่สิบบาทยังไม่มีจะแดกทำเป็นพูด" "มึงจะพูดทำไมวะ" ไนท์พูดเบา ๆ มาเก๊าที่เห็นดังนั้นจึงหัวเราะออกมา ตั้งแต่เขามีเพื่อนเข้ามาเติมเต็มความเหงาทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคมของมหาวิทยาลัย แม้จะยังไม่คุ้นชินกับอะไรอีกมากมาย แต่สำหรับเขาเพียงแค่นี้มันก็ทำให้อยู่ต่อไปได้ โดยที่ไม่ต้องคิดถึงการอยู่ประเทศจีนเลยด้วยซ้ำ เขามีความสุขกับเรื่องเล็กน้อย มีความสุขกับการที่ได้อยู่กับเพื่อน แม้จะมีกันแค่สามคนก็ตาม เป็นชีวิตที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่มันก็ดีเกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้... ชีวิตของนักศึกษาปีสามไม่มีอะไรมากมาย เรียนเช้าเลิกบ่ายทั้งยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นอีกเยอะ แต่สำหรับมาเก๊าเขาเลือกที่จะกลับห้องเพื่อที่จะทำงานเสริมที่เพิ่งรับมาให้เสร็จ อย่างน้อยก็ทำเพื่อรอเวลาเข้างานในตอนหกโมงเย็น ขณะที่กำลังจะเดินไปรอรถเมล์เขาก็นึกคิดเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในงานของลูกค้า ทว่าเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก "ตี๋" เขาหันกลับไปมองก็พบกับร่างบอบบางของจ้าวที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ว่าไง" น้ำเสียงของเรียบนิ่ง "จะไปไหนเหรอ ไปด้วยได้ไหมพอดีว่าวันนี้เค้าว่าง ๆ " "จะกลับไปทำงานที่ห้อง" เขาตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะหันกลับมาเดินต่อ ทว่าเธอก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น จ้าวยังคงเดินตามมาอย่างไม่ลดละ "มีอะไร ตามเรามาทำไม ปกติจ้าวไม่ได้กลับทางนี้ไม่ใช่เหรอ" เขาเลิกคิ้ว "ก็ใช่ แต่อยากคุยด้วยก็เลยเดินตามมา" เธอยิ้มกว้างจนตาหยี มาเก๊าหยุดชะงักตรงทางเดินพอดี เมื่อเห็นว่าทางสะดวกไม่มีใครเดินมาอีก เขาก็เริ่มเปิดประเด็นเพราะไม่อยากให้เธอตามไปมากกว่านี้ "จ้าว เราขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย" จ้าวได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกลับชะงัก ลมหายใจติดขัดเล็กน้อยแต่ก็พยายามควบคุมสีหน้าให้เหมือนเดิม "ทำอะไร?" "การที่จ้าวตามตื๊อเราแบบนี้ คิดว่าเราไม่รู้เหรอว่าจ้าวกำลังคิดอะไร" เขาพูดออกไปตรง ๆ หัวใจของจ้าวสั่นสะท้าน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นเข้าที่ขั้วหัวใจอย่างจัง สีหน้าของมาเก๊าบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ชอบการกระทำของเธอ แต่แล้วอย่างไรล่ะ คนอย่างเธอน่ะหรือจะสน! "เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย" เธอทำราวกับคำพูดของเขาไม่ได้เข้าหูสักนิด "เราไม่ดีพอให้จ้าวมาคิดอะไรด้วยหรอกนะ" "เรื่องนั้นเค้าต้องเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่ตี๋ตัดสินด้วยตัวเองว่าดีหรือไม่ดี" เธอแย้งอย่างไม่ยอม มาเก๊านิ่งไป ก่อนจะจ้องมองไปในแววตาที่จริงจังของหญิงสาว "เอาเป็นว่าเราไม่มีทางชอบจ้าวได้หรอก เอาเวลาไปให้คนอื่นดีกว่า" เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ไม่สนสักนิดว่าตอนนั้นเธอจะรู้สึกอย่างไร หากจะเกลียดเขาในตอนนี้เขาก็ยอมเสียเพื่อนคนหนึ่งไปจากความใจร้ายของตัวเอง แต่แม้ว่าจ้าวจะเจ็บปวดกับคำปฏิเสธของรักแรกเธอมากแค่ไหน ก็ใช่ว่าเธอจะถอยออกมาให้เขาได้เดินตามทางของตัวเอง เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแน่น "ต่อให้จะพูดจาทำร้ายจิตใจเค้ามากกว่านี้ เค้าก็ไม่ยอมถอยหรอกนะ" เธอยืนยันเสียงแข็ง เป็นมาเก๊าเองที่เกือบจะควบคุมสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็คงจะตัดใจจากเขาได้แล้ว ทว่าเขาคงจะประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ ความเงียบเข้าปกติคุม มีเพียงแค่เสียงลมที่พัดผ่านร่างกายของทั้งสองไปเบา ๆ "อีกอย่างยังไม่ได้ลองเรียนรู้กันเลย ตี๋จะบอกว่าตัวเองไม่ดีได้ยังไง" "เรารู้จักตัวเองดีกว่าจ้าวอีก ไม่ต้องลองอะไรทั้งนั้น ถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกันก็พอเถอะ" เขาย้ำอีกครั้ง แววตาที่แข็งกร้าวนั้นไม่ได้ทำให้จ้าวเกรงกลัว แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าจริง ๆ ก็เจ็บใจอยู่ไม่น้อย "เราไม่อยากให้จ้าวมาเสียเวลากับคนอย่างเรา" "ถ้ายังไม่ได้ลองเรียนรู้กัน เค้าไม่นับว่าเป็นการเสียเวลาหรอกนะ" มาเก๊าคิ้วขมวดทันที เธอสู้มือแทบจะไม่ยอมถอย ไม่ว่าเขาจะสรรหาคำไหนมาเป็นเรื่องเด็ดขาดกับเธอก็ตาม "นี่เค้าก็เพิ่งจะเริ่มต้น ถ้านานไปมากกว่านี้แล้วตี๋ยังไม่รู้สึกอะไรก็ค่อยมาคุยกันใหม่ก็แล้วกัน" เธอลอบถอนหายใจ "เค้าต้องไปแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้มาจีบใหม่" คำพูดมากมายของเขาที่ได้พูดไป ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลอะไรกับเธอเลยสักนิดเพียงแค่เขาได้ยินประโยคสุดท้าย ร่างบอบบางของจ้าวเดินหันหลังกลับไปที่ทางคณะ เขามองเธอไปจนลับสายตาก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด รู้ดีว่าจ้าวไม่มีทางยอมตัดใจจากเขาง่าย ๆ แน่ และเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะควบคุมหัวใจไปได้นานอีกสักเท่าไหร่ น้ำหยดลงหินทุกวันก็ย่อมกร่อนอยู่แล้ว แล้วเขาล่ะจะเหลืออะไร... เข้าเข้มแข็งกับทุกอย่าง แต่ก็ยังหัดอ่อนในเรื่องของความรัก และที่สำคัญการที่เขาปฏิเสธเธอไปแบบนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง ถ้าหากทางฝั่งจีนได้รู้เรื่องเข้ามันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอ เขาไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้อง...บทที่ 481 ปีผ่านไปเสียงชัตเตอร์ดังรัวพร้อมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มายืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะ เสียงพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วปะปนไปกับเสียงหัวเราะของชายหญิง“อีจ้าว มานี่เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เส้นด้ายกวักมือเรียกอีกฝ่ายรัว ๆจ้าวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจากที่รุ่นพี่และรุ่นน้องนำเอามาให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เธอเรียนจบ แม้วันนี้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมขึ้นรับใบปริญญาก็ตาม ทว่าผู้คนที่รักและชื่นชอบในตัวของเธอกลับมีอยู่ไม่น้อยจึงต้องเตรียมใจรับของขวัญทั้งสองรอบ“มึงไม่เดินมาหากูล่ะ ของกูก็เยอะ” จ้าวบนอุบแต่ก็ยังสาวเท้าเดินไปหาเพื่อน“โอ๊ย แล้วไอ้มาเก๊ามันไปไหน ไม่มาช่วยมึงล่ะ” ผิงผิงเท้าเอว“นู่นไง สาว ๆ รุมล้อมจนมองไม่เห็นแล้ว” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ วันดี ๆ แบบนี้จ้าวเองก็ไม่อยากขัดขวางหรือทำตัวหวงก้างมากเกินไปที่จะมีคนนำของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้กับเขา“ครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่มึงไม่ตาเขียว” เส้นด้ายหัวเราะร่า“ถ้าแค่มาแสดงความยินดีกูก็ไม่โกรธหรอก แต่อย่าให้รู้ว่าอีไหนมันทำตัวน่าสงสัย”“แหม ใครจะกล้า ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้วว่าฤทธิ์มึงเยอะ
บทที่ 47ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันภายในคอนโดส่วนตัวของมาเก๊ามาร่วมหนึ่งเดือนกว่า ความเขินที่มีก็เริ่มน้อยลงมากกว่าตอนแรกแม้จะเพิ่งคุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงด้วยกันก็ตาม ในทุก ๆ คืนจ้าวจะได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากมาเก๊าอยู่เสมอแม้ว่าเธอจะหลับใหลไปก่อนเขาก็ตามมาเก๊ากลับไปทำงานที่บาร์หลังมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการ เพราะเจ้าของบาร์นั้นเล็งเห็นถึงความตั้งใจของมาเก๊ามาโดยตลอด แต่ถึงหน้าที่การงานของเขาจะต้องหนักขึ้นเป็นเท่าตัวแต่เขาก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของแฟนสาวเลยสักครั้งเดียวโดยเฉพาะวันนี้ที่มาเก๊าตั้งใจกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ…“แล้วมันไม่รู้เหรอว่าแกกลับเร็ว”เส้นด้ายเอ่ยถามพลางยื่นกล่องเค้กสั่งทำพิเศษให้กับมาเก๊า เพื่อนทุกคนรู้แผนการเซอร์ไพรส์เป็นอย่างดีและคนที่ได้รับหน้าที่ที่สำคัญก็คือเส้นด้ายที่เพิ่งไปเรียนทำเค้กมาเมื่อเดือนก่อน มาเก๊าอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานวันเกิดของจ้าวในปีนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดก็คือให้ทุกคนร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ“ไม่หรอก เราบอกว่ากลับดึกเพราะมีงานด่วนด้วยซ้ำ”“แบบนี้มันไม่น้อยใจแย่รึไง”“เมื่อ
บทที่ 46พ่อกับแม่มองหน้าสลับกันไปมาต่างจากมาเก๊าที่ยิ้มหน้าระรื่นราวกับตอนนี้เขาไม่ได้สนใจคำตอบที่จะได้รับเสียเท่าไหร่ เพราะต่อให้พ่อและแม่ของเธอจะปฏิเสธแต่เขาก็จะหาวิธีมาเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอยู่ดีถ้าเป็นเรื่องของจ้าวแล้วคนอย่างมาเก๊าสู้ไม่ถอยแน่นอน เขายอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์อันตรายเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับเธออย่างอิสระ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดหวังเด็ดขาด“ตี๋…” จ้าวกระตุกแขนมาเก๊าเบา ๆ“ไม่เป็นไรหรอก” มาเก๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“จริง ๆ ข้าก็ไม่ได้อยากขัดขวางความสุขของเอ็งหรอกนะ” พ่อลอบถอนหายใจ “แต่มันก็อดเป็นห่วงจ้าวไม่ได้ มันไม่เคยออกไปใช้ชีวิตกับคนอื่น มันจะเป็นภาระแกเปล่า ๆ “สีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความรักและความเป็นห่วงที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นแฟนของจ้าวเองก็ตาม ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของมาเก๊าเลยสักนิด เธอไม่ใช่ภาระแต่กลับกันเขาจะไม่ให้เธอลำบากเลยสักนิดเลยต่างหาก“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับพ่อ จ้าวไม่ต้องทำอะไรเลยผมต่างหากที่พร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง” มาเก๊ารับปากอย่างหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว
บทที่ 45รถยนต์หรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาสู่สนามบินของประเทศจีนหลายคันโดยที่คันแรกมาเก๊าและจีนนั่งมาด้วย ส่วนเถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่คันที่สองเพราะอยากให้พี่น้องได้พูดคุยความในใจกันก่อนที่มาเก๊าจะกลับประเทศไทยในวันนี้ไม่เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เฉิงยังเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้ลูกชายคนเล็กเพื่อการนี้โดยเฉพาะ นักบินมากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้ตระกูลหานมาหลายปีก็พร้อมที่จะไปส่งนายน้อยด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ ทว่าคนที่ดูจะอาลัยอาวรณ์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นจีนที่สรรหาเรื่องต่าง ๆ มาเพื่อเปลี่ยนใจมาเก๊าให้อยู่กับเขาที่นี่แต่ความแน่วแน่ของมาเก๊าก็ไม่อาจจะทำให้คำขอร้องของจีนมีผลต่อเขาได้“แล้วมึงจะกลับมาอีกเมื่อไหร่” จีนเอ่ยถามแม้สายตาเว้าวอนอยู่ก็ตาม“ไม่รู้หรอก ก็เรียนจบนู่นแหละมั้ง” มาเก๊ากระจับกระเป๋าเดินทางของตัวเองแน่น“กว่ามึงจะเรียนจบ เอาเป็นว่ากูไปหามึงเองดีกว่า”“เอาเวลาไปดูแลพ่อเถอะ ที่นั่นไม่ค่อยมีอะไร”ที่มาเก๊าเลือกจะพูดอย่างนั้นก็เพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไปสร้างเรื่องที่ประเทศไทยให้เถ้าแก่เฉิงมาตามเช็ดตามล้างต่างหาก ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นของพวกเขาแม้แต่มาเก๊าเองก็ยังเจียมตัวอยู่นานกว่าที่จะกล้าเอ
บทที่ 44คฤหาสน์ตระกูลหานกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มานาน การพูดคุยกันโดยปกติอย่างที่ครอบครัวอื่นเป็นกันพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่รู้เลยว่าพี่น้องจะกลับมารักใคร่กันได้อีกเมื่อไหร่มาเก๊าต้องอยู่รักษาตัวตามที่หมอสั่งทั้งที่ความจริงเขาอยากจะกลับประเทศไทยเพื่อไปหาจ้าวเสียตอนนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะรักษาตัวเพื่อกลับไปหาเธออย่างปลอดภัยมากที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามากไปกว่านี้หากเธอได้เห็นรอยแผลที่ยังไม่หายดีของเขา มีหวังความสดใสของเธอต้องหายไปอีกครั้งเพราะเขาอย่างแน่นอน“ช่วงนี้มันหนีไปคุยโทรศัพท์บ่อยนะพ่อ” จีนว่าพลางจิบชาเบา ๆ“คงเป็นเรื่องสำคัญ” เถ้าแก่เฉิงยกยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างจีนจับสังเกตนั้นได้ดีและรู้ว่าพ่อต้องคิดไม่ต่างจากตัวเองเสียเท่าไหร่“น่าแปลกนะครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปลี่ยนมันได้มากขนาดนี้”“แต่ก็ดีแล้ว จะได้ตามทันโลกสักที วัน ๆ ทำตัวเหมือนไม่รับรู้โลกภายนอก” เถ้าแก่เฉิงว่า“เพราะแบบนี้ผมถึงมีเรื่องมาเสนอพ่อ”จีนว่าพลางยกยิ้มเบา
บทที่ 43สองอาทิตย์ผ่านไปอาการของจีนดีขึ้นตามลำดับและคนที่มาคอยดูแลเขาไม่ห่างก็คือมาเก๊าที่มาทำหน้าที่แทนเถ้าแก่เฉิงอย่างไม่ขาดตกด้วยความเต็มใจ ทว่าวันนี้เถ้าแก่เฉิงกลับอยากมาดูอาการลูกชายคนโตด้วยตัวเองมาเก๊าจึงขัดต่อความต้องการไม่ได้“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” มาเก๊าว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ“จริง ๆ ก็อยากให้หมอประจำตระกูลเข้าไปดูแลที่บ้านนะ แต่อาการมันหนักไปต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น” เถ้าแก่เฉิงว่า“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” จีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และการกระทำที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทำให้เถ้าแก่เฉิงแปลกใจไม่น้อย“นี่ไอ้หยวนมันกระแทกระบบประสาทรึไง อยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนใจเย็นไปได้” เขาแค่นหัวเราะ“ต่อให้มันไม่ทำแต่โดนแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างนั่นแหละครับ”มาเก๊าส่ายหน้าเบา ๆ ที่เห็นหน้าที่อันหวาดหวั่นของพี่ชายเมื่อพูดถึงศัตรูคู่แค้น หลังจากนี้จีนคงเข็ดขยาดไปอีกนานในเรื่องการทำอะไรไม่คิด และมันทำให้เขารับรู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสู้กับใครได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการต่อสู้หรือเรื่องการทำธุรกิจที่ความรู้ของเขาน







