ログインเมื่อออกมาถึงหน้าคลับ พอร์ชก็อาสาเป็นสาวิถีที่จะไปส่งคนสวยตรงหน้า ด้วยใบหน้าที่เบิกบาน แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อมีเสียงเล็กของใครบางคนดังขึ้น
"พี่พอร์ช!" "..." แม่งมาอะไรตอนนี้วะ! "จะไปไหนคะ ดีน่าตามหาตั้งนาน" "เอ่อ..." "แบบนี้พอร์ชก็ไม่ว่างไปส่งเราแล้วสิ" ถึงแม้จะรู้สึกขุ่นเคืองในใจ และไม่ชอบคนแบบนี้มาก แต่ด้วยที่เธอมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่านั้น ก็เลยทำทีแสดงแววตาแสนเศร้าออกมา เพื่อให้เขารู้สึกว่าเธอเองก็ต้องการเขา เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เขาเข้าหา "เอ่อ ไปส่ง..." "จะไปไหนคะพี่พอร์ช เรามาด้วยกันนะ" ดีน่าที่อยากแสดงความเป็นเจ้าของ ก็รีบเข้าไปกอดแขนเขาไว้ เหมือนกลัวว่าจะหายไป ทั้งยังแสดงสีหน้าและแววตาที่ไม่ชอบทั้ง 3 คนตรงหน้า ที่สวยกว่าเธอมาก ๆ ออกมาอย่างชัดเจน "ดีน่า เอาไว้วันหลัง..." "ถ้าอย่างนั้น พวกเรากลับก่อนนะ" วันใหม่ส่งยิ้มหวานทั้งยังโบกมือลา ด้วยสายตาที่เย้ายวน "แก..." เพื่อนทั้งสามคนก็มองอย่างไม่เข้าใจ "กลับกันเถอะ กลับ!" เธอเพียงแต่ส่งซิกให้เพื่อน ก่อนจะพากันไปรถที่จอดอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมาก “เอ่อ วันใหม่...คือ” พอร์ชได้แต่มองตามด้วยความเสียดาย จากที่ต้องการผู้หญิงข้างกายมาก ตอนนี้แทบไม่ต้องการใครเลย ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงสวย ๆ ที่เดินจากไป 'วันนี้เขาแม่งพลาดไปแล้ว' “วันใหม่ แกจะยอมมาง่าย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง หมอนั่นอุตส่าห์ติดกับเราแล้วนะ” มินนี่ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ ก็รีบถามทันทีที่มาถึงรถ “หึ ไม่ต้องห่วง ฉันคิดมาดีแล้ว” เธอก็ได้แต่หันไปมองตาม เขากับผู้หญิงคนนั้นที่เดินกลับเข้าไปในคลับด้วยกัน “ยังไง” ทั้งสองสาวก็พูดขึ้นพร้อมกัน “ก็อย่างน้อย วันนี้ก็ได้อ่อยแล้วไง พวกแกก็เห็นว่าหมอนั่นสนใจฉันขนาดไหน ได้เจอกันอีกสักครั้ง เขาจะพลาดเหรอ” “เจอ? แล้วแกจะมาเจอเขาวันไหนอีก ให้มาเต้นแบบนี้ฉันไม่เอาแล้วนะ ปวดหัวปวดตัวไปหมดแล้วเนี่ย” มิเกลก็ไม่วายบ่น เพราะปกติเธอก็ไม่ใช่คนชอบเต้นอะไรขนาดนี้ “ไม่! ฉันกับเขาต้องเจอกันอีก แต่คงไม่ใช่ร้านเหล้าแบบนี้” เพราะเธอมีวิธีที่ดีกว่านั้น คนมากผู้หญิงอย่างเขา ก็ต้องตามจากผู้หญิงของเขานั่นแหละ หลายวันต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพราะวันนั้นเขาทำให้ผู้หญิงตรงหน้าไม่พอใจ และวิธีง้อผู้หญิงของคนอย่างพชร ก็มีแค่ไม่กี่อย่าง เช่นวันนี้ที่เขาพาผู้หญิงข้างกายมาซื้อของที่อยากได้ “ขอบคุณพี่พอร์ชมากเลยนะคะ แต่ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย” ถึงแม้จะพอใจมาก ๆ แต่สาวเจ้าก็ทำที บ่นอุบอิบ “ได้ยังไงล่ะ พี่ทำให้น้องดีน่าไม่พอใจนะ ให้พี่ได้ทำอะไรตอบแทนบ้างสิ” เขาพูดจาหยอกเย้าอย่างเอาใจ “ค่ะ ก็ได้ แต่ทีหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ” “ครับ” “สัญญากับดีน่าก่อน” “อือ พี่สัญ...” แต่ในตอนที่กำลังชูนิวก้อยขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสัญญา ก็ต้องรีบเก็บมือลงพร้อมกับชะงักคำพูดที่จะพูดไว้ เพราะในตอนนั้นสายตาคม ดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เลือกของอยู่ในร้านแบรนด์เนมชื่อดังพอดี “พี่พอร์ช” “เอ่อ ดีน่า พี่นึกออกว่าพี่มีธุระต้องไปทำ เราแยกกันตรงนี้เลยดีไหม” “ได้ยังไงคะ ไหนว่าวันนี้ เราจะไปดูหนังกันที่ห้องพี่พอร์ชไงคะ” ดีน่าก็ไม่วายจ้องเขาเขม่ง วันนี้เธออุตส่าห์เตรียมตัวมาทุกอย่างเพื่อเขาเลย แต่เขาจะปล่อยเธอลอยแพแบบนี้อีกได้ยังไง “พี่ลืมสนิทเลย ว่าวันนี้น้องสาวพี่อยู่ห้องด้วย” “น้องสาว?” “ใช่ ยัยพั้นช์ไง น้องดีน่าก็คงรู้จัก” “อ่อค่ะ” “ครับ วันนี้ในห้องพี่ก็เลยไม่สะดวกแล้ว” เขาพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง แต่ก็ไม่วายเหลือบไปมองหญิงสาว ที่เขาสนใจมากกว่าคนที่อยู่ตรงหน้า เพราะกลัวว่าเธอจะหายไปจากสายตา “แต่ความจริง เราไปดูหนังกันที่โรงแรมก็ได้นะคะ” ดีน่าที่ไม่อยากยอมแพ้ก็ยังพูดต่อ “เอ่อ...พี่กลัวว่าจะเสียเวลาน่ะสิ พี่ต้องทำธุระนานด้วย เอาไว้วันหลังเรานัดกันใหม่ดีไหม” “แต่...” “นะครับ พี่ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวรอบหน้าพี่ซื้อกระเป๋าอีกใบที่น้องดีน่าชอบให้ดีไหม” “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เห็นแก่วันนี้พี่พอร์ชไม่ว่างหรอกนะ” ถึงแม้จะพลาดวันนี้ แต่เธอก็มั่นใจว่ารอบหน้า จะไม่พลาดจากเขาและกระเป๋าราคาแพงที่อยากได้แน่นอน “ครับ” แล้วเขาก็ยิ้มให้อย่างฝืน “ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้เลยนะคะ ดีน่าจะได้ไปหาเพื่อนต่อ” “ครับ ไว้พี่โทรหานะ” “ค่ะ” แล้วดีน่าก็โบกมือให้เขา อย่างคนที่ว่าง่าย จนทั้งคู่เดินแยกออกจากกันตรงนั้น “ใบไหนดีนะ ราคาแพงจัง” คนที่เลือกกระเป๋าอยู่ก็ทำทีบ่นเสียงดัง เหมือนคนที่ไม่มีเงินซื้อ “ชอบใบนี้เหรอ” “อ้าว...พอร์ช” เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง วันใหม่ก็ทำทีตกใจ เหมือนไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาอยู่ที่นี่ “อืม ดีใจจังที่วันใหม่จำเราได้” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มให้อย่างมีเสน่ห์ “...” เธอที่เห็นแบบนั้นก็ชะงักไป ใจดวงน้อยที่แข็งแกร่งก็วูบไหวลง เพราะแบบนี้หรือเปล่าผู้หญิงหลายคนถึงชอบเขากันนัก “วันใหม่” “อ่อ เอ่อ...” แต่เมื่อได้สติเธอก็ต้องรีบส่ายหน้า และเตือนสติตัวเอง ว่าไม่ควรหลงมัวเมาอะไรกับเสน่ห์จอมปลอมของเขา “เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย” เขาก็ยังคงถามพร้อมกับยิ้มให้ อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าจะเจอเธอที่นี่ “เปล่า ๆ แค่ไม่คิดว่าจะเจอพอร์ชที่นี่” เธอพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และทำเหมือนว่าเป็นเรื่องบังเอิญซะเหลือเกิน ความจริงคือเธอตั้งใจตามเขามา เมื่อรู้ว่าวันนี้เขามีนัดกับผู้หญิงของเขาที่นี่ เธอก็พยายามพาตัวเองเข้ามาอยู่ในระดับสายตาเขา จนในที่สุดก็สำเร็จ “อ่อ เรามาทำธุระนิดหน่อย” “ธุระอะไรนะ คงไม่ได้พาใครมาช้อปปิ้งหรอกใช่ไหม” เธอทำทีถามอย่างติดตลก “เอ่อ...ก็นิดหน่อย” เขาตอบอย่างไม่ปิดบัง “...” ชิ! ไอ้ผู้ชายเจ้าชู้ ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นเธอก็ยังคงยิ้ม อย่างคนที่เข้าใจและไม่คิดอะไร “ว่าแต่วันใหม่เถอะ อยากได้ใบนี้เหรอ” “ก็สวยดีนะ แต่มาดูไว้เฉย ๆ ราคามันแพงไป เราไม่มีเงินซื้อหรอก” เธอพูดพร้อมกับถอนหายใจ อย่างเสียดายกับสิ่งตรงหน้า และกำลังจะวางไว้ที่เดิม “เหรอ” แล้วมือหนาก็ดึงกระเป๋าในมือเธอขึ้นมาดูราคา “พอร์ช” เธอที่เห็นแบบนั้นก็ต้องขมวดคิ้ว “เอาใบนี้ครับ” แล้วเขาก็เรียกพนักงานมา ก่อนจะยื่นกระเป๋าที่อยู่ในมือของเธอไปให้ “ได้ค่ะ เชิญคุณลูกค้านั่งรอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวบอกอย่างนอบน้อม ก่อนจะหยิบกระเป๋าที่อยู่ในมือไปเตรียมห่อให้ “เอ่อ...พอร์ช ซื้อให้เราได้ไง มันแพงมากเลยนะ” ถึงแม้เธอจะรวยมาก แต่ก็ตกตะลึงมากเช่นกัน กระเป๋าที่เธอจับอยู่มันเป็นคอลเลคชั่นใหม่ ถึงแม้ราคาสำหรับเธอจะไม่แพงเลย แต่เพราะเพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ ผู้ชายคนนี้กลับยอมควักเงินเป็นแสน มาจ่ายค่ากระเป๋าให้เธออย่างง่ายดาย “ไม่เป็นไร แค่นี้เอง ถือเป็นการทำความรู้จักกัน” เขายิ้มให้อย่างมีเลศนัย ก่อนจะเดินไปเช็คบิลที่เคาน์เตอร์ ปล่อยให้เธอนั่งรออยู่ตรงนั้น แล้วเธอเองก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ผู้ชายอย่างเขาไม่เห็นจะมีอะไรยุ่งยากเลยณ เกาะส่วนตัวที่กระบี่สายลมพัดเอากลิ่นอายทะเลที่แสนสดชื่นมาปะทะใบหน้า เกาะส่วนตัวที่กระบี่ ของครอบครัว อัครพัฒนกุลชัย คือสวรรค์บนดิน น้ำทะเลใสราวกับกระจกสะท้อนแต่ความลับที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงคือ... เกาะแห่งนี้ส่วนหนึ่งเคยเป็นสมบัติของตระกูล อัคราคินน์ที่เคยขายออกไปในอดีต และผู้ที่ซื้อมันไว้เพื่อเก็บรวมกันเป็นผืนใหญ่ เพื่อรอเวลามอบกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงก็คือตะระกูล อัครพัฒนกุลชัย นั่นเอง“ที่นี่จะเป็นของพอร์ชกับวันใหม่...ถือเป็นของขวัญจากป๊า ป๊าให้หนูวันใหม่นะ” เพิร์ธพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความเมตตา มือหนาก็ยื่นโฉนดที่ดินที่ถือมาไว้ให้เจ้าของตัวจริงได้ครอบครองนั่นก็ทำเอานายน์ อึ้งไปเหมือนกันกับสิ่งที่ได้รับรู้ ในช่วงที่ตัดสินใจขายเขาก็ทำใจนาน แต่ด้วยเพราะตั้งใจจะไปอยู่ต่างประเทศ และไม่อยากให้ลูกสาวต้องอยู่ที่เมืองไทยด้วย และคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว จึงอยากยกให้เจ้าของที่เหมาะสมมากกว่า ใครจะคิดว่าอนาคตยังไงก็ต้องกลับมาเป็นของลูกสาวกับลูกเขยจนได้ ทั้งมันยังยิ่งใหญ่มากขึ้นอีกต่างหาก“ขอบคุณนะคะป๊า” วันใหม่ขอบคุณเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่คลอหน่วย“มันคือของวันใหม่น
1 ปีผ่านไปหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการเติบโตของความรักที่มั่นคงราวกับหินผา ในที่สุดพอร์ชและวันใหม่ก็เรียนจบด้วยความภาคภูมิใจแต่เมื่อกำแพงทิฐิของรุ่นพ่อยังคงตั้งตระหง่านอยู่ปฏิบัติการลับเพื่อความมั่นคง ของชีวิตคู่จึงเริ่มต้นขึ้นณ สำนักงานเขตในเช้าวันที่อากาศสดใส พอร์ชและวันใหม่ยืนอยู่หน้าสำนักงานเขตด้วยแววตามุ่งมั่น โดยมี นาบี และ ฟ้าใส คุณแม่ของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นพยาน และต้นคิดในแผนการครั้งนี้ ทันทีที่ปลายปากกาจรดลงบนใบทะเบียนสมรส ทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์“นาง กัญญากร อัครพัฒนกุลชัย หรือ อัคราคินน์ เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ของนาย พชร อัครพัฒนกุลชัย” พอร์ช อ่านชื่อในทะเบียนสมรสซ้ำ ๆ พร้อมกับกุมมือภรรยาสาวป้ายแดงมาจูบไว้แน่น“พอแล้ว” เธอที่เห็นเขาเห่อขนาดนั้น ก็ต้องตีมือเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองจนแม่ทั้งสองที่หันมองลูกมีความสุข ต่างก็ต้องยิ้มอย่างเอ็นดู เพราะเรื่องของพวกเธอก็ไม่ต่างกัน กว่าจะผ่านอุปสรรคมาได้และมีความสุขแบบนี้ ก็ทำเอาเหนื่อยใช่เล่น ก็เลยต้องเข้าใจลูกมาก ๆ และแนะนำให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องแบบนี้เมื่อข่าวการจดทะเบี
ถึงแม้จะได้รับคำอ้อนวอนจากลูก ๆ แต่อคติที่สูงเสียดฟ้า เลยน่าเศร้าที่เสียงสะอื้นและคำขอร้องของลูก ๆ กลับไปไม่ถึงใจของผู้เป็นพ่อที่ถูกบดบังด้วยทิฐิมานานหลายสิบปี“รักงั้นเหรอ? หึ มันเชื่อไม่ได้หรอกวันใหม่ ป๊าไม่มีวันเอาลูกศัตรูมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด!” นายน์ตวาดกลับ“กูก็เหมือนกัน! กูไม่มีทางรับลูกสาวมึงเข้ามาอยู่ในตระกูลกูได้” เพิร์ธสวนกลับอย่างไม่ลดละพูดจบสองเสือที่อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ และไม่มีทางก้มหัวให้กันก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าออกจากห้องพักฟื้นไปคนละทิศละทาง ทิ้งเสียงประตูปิดดังปังที่บาดลึกเข้าไปในใจของลูกทั้งสองคนภายในห้องตอนนี้จึงเหลือเพียงความเงียบ และเสียงสะอื้น นาบี และ ฟ้าใส หันมามองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างถอนหายใจยาว และส่ายหัวให้กับความดื้อรั้นของสามีตัวเอง ที่ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต“ขอโทษนะนาบี ที่เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้” ฟ้าใสจับมืออดีตเพื่อนจนแน่นเพื่อเป็นการขอโทษ“ไม่เป็นไรนะฟ้าใส ทุกอย่างคงเป็นผลจากการกระทำ”“แม่ ฮึก ๆ” วันใหม่ที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งร้องไห้ เพราะเธอสำนึกผิดจริง ๆ ว่าเรื่องทุกอย่างมันเกิดมาจากเธอ“แม่ขอโทษนะพอร์ช วันใหม่...” นาบีเดินเข้ามาลูบหัวลูกชา
ก๊อก ก๊อก ก๊อกและผ่านไปไม่นานหลังจากที่เธียรกับมินนี่กลับไปแล้ว เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยพ่อกับแม่ของวันใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกหลายคน ที่ถือกระเช้าผลไม้และของกินเข้ามาก่อนที่จะเดินออกไป“ฟื้นแล้วเหรอพอร์ช เป็นยังไงบ้าง” ฟ้าใสถามว่าที่ลูกเขยด้วยความเป็นห่วง“...” นายน์เองก็มองเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่ก็ปะปนความไม่พอใจให้เห็นได้ชัด“เอ่อ...สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับป๊า ดีขึ้นแล้วครับไม่มีอะไร” ถึงแม้จะยังเจ็บอยู่แต่เขาก็เคารพทั้งสองคนไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะพ่อของเธอถึงแม้จะลงมือกับเขารุนแรงขนาดนั้น นั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องการเองเหมือนกัน“ป๊าครับแม่ครับ ผมขอโทษนะครับที่ทำให้วันใหม่ต้องเสียใจ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง รู้ว่าพ่อเธอโกรธแต่ก็หวังว่าจะอภัยให้ได้บ้าง“จ้ะ ไม่เป็นไรนะไม่ต้องคิดมากแค่สองคนคุยกันได้ป๊ากับแม่ก็...”“ก็ดีที่มึงยังไม่ตาย”“คุณ/ป๊า” สองสาวในห้องก็พูดขึ้นพร้อมกัน ถึงแม้จะรู้ว่าพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ในใจลึก ๆ แล้ว ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นซะทีเดียว“อือ ป๊านั่งรอ” พูดแค่นั้นก็ถือเอา iPad ไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ได้จะมาเสวนาอะไรด้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยคุณหมอหนุ่มสุดหล่อวัยกลางคนที่เดินเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวสะสวยคนหนึ่ง ที่เขาก็คุ้นหน้าดีว่าเป็นใคร“ไงคนไข้ เป็นยังไงบ้าง”“ลุงกันต์ ป้าอันดา สวัสดีค่ะ” วันใหม่ที่เห็นทั้งสองคนก็รีบโถมตัวเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง“เป็นยังไงบ้างเรา จากที่เกียจโรงพยาบาลช่วงนี้ได้มาบ่อยเชียวนะ” คุณลุงหมอก็ไม่วายเอ่ยแซวหลานสาว“...” เขาที่เห็นเธอกับหมอหนุ่มคนนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้ว เพราะตอนนั้นเขาไม่พอใจในท่าทางสนิทสนม และคิดเลยเถิดว่าเธออาจจะเป็นเหมือนน้ำมนต์เพื่อนของเธอ“ก็ไม่คิดว่าจะได้มาบ่อยเหมือนกันค่ะ นี่พอร์ชค่ะ” แล้วเธอก็แนะนำเขาให้ลุงกับป้าได้รู้จัก“อืม แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง พอรู้เรื่องป้ากับลุงก็รีบมาเลย” อันดาพูดอย่างคนใจดี“คะ...ครับ สวัสดีครับ ดีขึ้นแล้วครับ” แล้วได้จังหวะเขาก็ทักทายคนทั้งสอง พร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม“อือ มาเป็นลูกเขยบ้านนี้ก็อดทนหน่อยนะ พ่อตายิ่งใช้แต่กำลังอยู่ด้วย ต้อนรับว่าที่ลูกเขยด้วยลำแข้งซะงั้น” หมอกันต์หัวเราะรวน เมื่อนึกถึงความบ้าดีเดือดของน้องชายทั้งสอง“เอ่อ...” เขาเพียงมองหน้าทุกคนสลับกัน อย่างทำตัวไม่ถูก“นี่หมอกันต์ เป็
พอร์ชขับรถตามรถของเธียรไปอย่างกระชั้นชิด มือที่กำพวงมาลัยสั่นเทา เขาหึงจนลืมความเงียบขรึมและเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น ในหัวมีแต่ภาพวันใหม่กับเธียรที่ดูสนิทสนมกันเกินเพื่อนRrr Rrr Rrr“ครับแม่”(แม่ : วันมะรืนนี้แม่กับป๊ากลับไปนะ กลับมาบ้านด้วยล่ะป๊าเขาถามหา)“ครับ ๆ แม่” เขาตอบอย่างร้อนรนเพราะตอนนี้กำลังตั้งใจขับรถเพื่อไม่ให้คลาดกับรถของเธียรอยู่(แม่ : เป็นอะไรหรือเปล่า)“เปล่า ๆ ครับแม่ ตอนนี้ผมทำธุระอยู่เดี๋ยวยังไงผมกลับไปเจอ” เขาพูดอย่างตัดบท(แม่ : โอเค มานะป๊าเขาบอกว่าฝันไม่ค่อยดี อยากเจอพอร์ชมาก มาให้ป๊ารู้สึกดีหน่อยก็แล้วกัน)“ฝันอะไรเหรอแม่”(แม่ : ฝันเห็นพอร์ชโดนทำร้าย นี่ก็เร่งแม่โทรมาบอกอยู่เนี่ย)“หึ ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ใครจะมาทำร้ายผมได้” เมื่อได้ยินคำพูดของแม่เขาก็ถึงกับหลุดขำ ก่อนจะวางสายไปด้วยความห่วงใยจากแม่แต่แล้วก็รู้ว่าในตอนนี้ได้คลาดกับเธอไปแล้ว เขาแค่หัวเสียเมื่อไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะไปไหน แต่ก็จำได้ว่าแถวนี้คือทางกลับบ้านเธอได้ เขาก็เลยตัดสินใจจะขับรถตามกลับไปที่บ้านเธอเพราะยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะบอบช้ำจากความเย็นชา สักเพียงใดก็ตาม หวังแค่ว่าสักวันเธอจะอภัย และเขา
Rrr Rrr Rrrแต่ในตอนนั้นเสียงโทรศัพท์จาก LINE ของเขาก็ดังขึ้น พร้อมกับรูปหญิงสาวสุดสวยที่กำลังคุยอยู่โชว์หวือขึ้นมา“ถ้าพอร์ชไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ กินข้าวเสร็จไปส่งเราเลยก็ได้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเธอสังเกต เขาก็รีบเก็บโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะ ใ
วันต่อมาณ คณะบริหารธุรกิจหลังลงมาจากรถตู้คันหรู ที่คนรถที่บ้านขับมาส่ง ร่างบางก็เดินเข้าไปในอาคารอย่างอารมณ์ดี โดยด้านหน้ามีเพื่อนทั้งสองคนกำลังนั่งรออยู่“แหมหน้าตาสดชื่นแจ่มใสมาเลยนะยะ” มิเกลที่เห็นก่อนก็ไม่วายเอ่ยแซว“ก็แน่นอน” ร่างบางไหวไหล่ ก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่าง“อือ แล้วนี่น้ำมนต์ล่ะยังไม่
ณ บ้านอัคราคินน์“กลับค่ำอีกแล้วนะคะวันนี้” ทันทีที่หลานสาวคนสวยเดินเข้ามาภายในบ้าน ยายมลที่นั่งรออยู่ก็เอ่ยเสียงเรียบ ถึงแม้จะบ่นบ้าง แต่ก็เข้าใจดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงวัยรุ่น หลานสาวก็มักจะออกไปพบปะกับเพื่อน ๆ บ้างตามประสา“อ้าวสวัสดีค่ะคุณยาย ทำไมวันนี้ถึงมานั่งรออยู่ละ” คนขี้อ้อนก็ไม่วาย เดินเข้าไ
ณ ร้านกาแฟชื่อดังหลังจากที่จัดการเรื่องกระเป๋าเสร็จ ทั้งคู่ก็มานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟต่อ“ขอบใจมากเลยนะพอร์ช ไม่เห็นต้องให้ขนาดนี้เลย มันมากไป”“ไม่เป็นไรเลย แค่วันใหม่ชอบเราก็ดีใจ” เขายิ้มให้อย่างไม่คิดอะไร“แต่เราเกรงใจนี่นา ราคามันแพงมากเลยนะ เป็นแสนแหนะ” มือบางก็ลูบกระเป๋าใบนั้นไปมา อย่างคิดไม่







