LOGIN
ครั้งแรกที่เห็นเธอ
เช้าตรู่ของอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหุบเขา หมอกบาง ๆ ลอยคลออยู่เหนือทุ่งนาสีเขียวเข้ม กลิ่นดินชื้นจากฝนเมื่อคืนอบอวลไปทั่วอากาศ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงมอเตอร์ไซค์คันเก่า ๆ ที่ชาวบ้านทยอยขี่ไปตลาดเช้า เป็นภาพความคึกคักที่คุ้นตาของคนที่นี่มานานหลายปี
แต่สำหรับ ปลัดกุลเชษฐ์ ภัทรนันท์ หรือเรียกสั้น ๆว่า ปลัดเชษฐ์ คนที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้ไม่กี่สัปดาห์ ทุกอย่างยังใหม่ไปหมด
ตั้งแต่ถนนลูกรังคดเคี้ยว ไปจนถึงเสียงทักทายตามรายทางของคนท้องถิ่นที่ชอบพูดเสียงดังฟังชัดราวกับเกรงว่าเขาจะไม่ได้ยิน
เชษฐ์เป็นชายวัยสามสิบสอง สูงโปร่ง ผิวสีแทนแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดวงตาเรียบนิ่งและคมจนหลายคนเผลอกลัว
ถึงบุคลิกจะดูสุขุม เคร่งครัด และพูดจาตรงจนบางทีกระแทกใจเกินไป แต่คนที่ทำงานกับเขารู้ดี เขาไม่ได้เป็นคนเย็นชา เขาแค่ไม่ค่อยรู้วิธีแสดงออกแบบอ่อนหวานเหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง
ในตำแหน่งปลัดใหม่ เขามักเริ่มงานแต่เช้า ออกตรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เพราะชอบความเป็นระเบียบ แต่เพราะเขามีความตั้งใจจริงที่จะดูแลชุมชนนี้ให้ดีที่สุด เหมือนที่ครอบครัวความเป็น “ภัทรนันท์” สอนมาแต่เด็กว่า “ทำอะไรต้องรอบคอบ และต้องรับผิดชอบในทุกคำพูดของตัวเอง”
วันนี้ก็เช่นกัน เชษฐ์เดินในตลาดเช้าพร้อมสมุดบันทึกเล่มเล็ก เขาตั้งใจลงพื้นที่ตรวจดูความเรียบร้อยของผู้ค้า หลังจากมีรายงานเรื่องเด็กวัยรุ่นบางคนก่อกวนแม่ค้าในตลาดช่วงวันหยุดที่ผ่านมา
เขากำลังก้มลงดูสภาพพื้นตลาดที่ลื่นจากน้ำฝน ยังไม่ทันจะคิดอะไร เสียงล้อเลียนทุ้ม ๆ ของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้น
“โอ๊ยยย มาแล้ว ๆ แม่ค้าคนสวยไขมันเยอะของตลาดเรา! ระวังเดินสะดุดไขมันตัวเองนะพี่ลิน~”
เสียงหัวเราะดังตามมาเป็นชุด
เชษฐ์เงยหน้าเพราะไม่ชอบใจตั้งแต่คำแรกที่ได้ยิน และนั่นเอง…ที่เขาเห็นเธอครั้งแรก
หญิงสาวร่างอวบ ผิวขาวนวลเหมือนน้ำนมอ่อน ๆ ใบหน้ากลมใสมีแก้มแดงระเรื่อเพราะทั้งเหนื่อยและอาย ดวงตาทอประกายอ่อนโยนแต่แฝงความเศร้าเหมือนกำลังกลืนน้ำตา
เธอก้มหน้าลงต่ำจนผมยาวสีน้ำตาลเข้มปิดแก้มไว้ครึ่งหนึ่ง เสื้อผ้าก็ธรรมดา เสื้อยืดสีซีด กระโปรงผ้าถุงลายเรียบ และผ้ากันเปื้อนเก่าที่มีรอยดินติดนิดหน่อย
เธอใช้สองมือกำชายเสื้อแน่นอย่างพยายามกลั้นตัวเองไม่ให้ร้องโต้ตอบ
ลิน ธิดาลิน ไพศาลกิจ
ลูกสาวกำนันผู้ล่วงลับ ที่ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่หนึ่งคน
เด็กสาวที่ต้องตื่นตีสี่ทุกเช้าเพื่อเก็บไข่ไก่ เด็ดผักหลังบ้าน แล้วเอามาขายที่ตลาด
เด็กสาวที่ชาวบ้านบางคนล้อเรื่องรูปร่างจน “ชินชา” แต่ไม่เคยชินกับความเจ็บในใจเลยแม้สักครั้งเดียว คนตรงหน้าปลัดเชษฐ์…คือเธอคนนั้น
ภาพแรกที่เห็นนั้นทำให้หัวใจเขาหยุดไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะเธอสวยแบบคนในเมืองแต่เพราะเธอมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เขาดึงสายตากลับไม่ได้
…ทว่าอารมณ์แรกที่เด่นชัดกลับเป็น “หงุดหงิด”
“โดนล้อก็เงียบ?” เขาคิด “ทำไมไม่สู้เขาบ้าง?”
เด็กพวกนั้นยังไม่หยุดแค่นั้น
“พี่ลินจ๋า ขายผักหรือขายไขมันตัวเองล่ะเนี่ย~”
เสียงหัวเราะดังเหมือนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
เชษฐ์ขบกรามแน่น สองขาเดินเข้าไปโดยไม่รู้ตัวจนกลุ่มเด็กวัยรุ่นเห็นเขาพอดี
“เอ่อ…ปลัดมาเหรอครับ!”
“ผะ…ผมไม่ได้ทำอะไรนะ!”
พวกนั้นรีบแตกฮือออกเหมือนโดนลมพายุพัด เชษฐ์ยังคงยืนขวางหน้าลินอยู่ น้ำเสียงเขาต่ำและเฉียบจนทำตลาดนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ตลาดไว้ขายของ ไม่ใช่ที่ให้พวกเธอมาก่อกวนคนอื่น ถ้าเห็นอีก…ผมจัดการตามกฎหมาย”
เด็กพวกนั้นพูดไม่ออก ทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ แล้วรีบหายไปจากสายตาทั้งหมด
เชษฐ์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหันกลับมาหาเธอ
ลินยังคงก้มหน้า ไหล่สั่นเล็กน้อย มือกำกระโปรงผ้าถุงแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็พยายามไม่ให้มันไหลออกมา
เขาเงียบไปวินาทีหนึ่งก่อนพูดออกไป
…แต่ประโยคที่หลุดออกมามันไม่ใช่คำปลอบใจอย่างที่ใจเขาต้องการ
“ทำไมปล่อยให้เขาล้ออยู่แบบนั้น” เขาพูดเสียงนิ่ง
“เด็กผู้หญิงอะไร…โดนล้อก็ยืนก้มหน้า ไม่เถียงสักคำ น่าหงุดหงิดชะมัด”
ลินสะดุ้ง
เงยหน้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหลบสายตาอีกครั้ง
“ละ…ลินไม่ได้อยากมีเรื่องค่ะปลัด”
เสียงเธอเบาเหมือนคนไม่มั่นใจในตัวเอง
“เขาล้อมาตลอด ลินก็เลย…ชินแล้วค่ะ”
คำว่า “ชินแล้ว” ทำให้เชษฐ์เงียบไปทันที ความรู้สึกบางอย่างจุกขึ้นมาที่อก คนแบบนี้…เขาเคยเจอเยอะ แต่ไม่เคยรู้สึกอยากปกป้องใครเท่านี้มาก่อน
แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังทำงานแบบปากปลัดเชษฐ์อยู่ดี
“หัดสู้บ้างก็ดี คนแบบเธอ ปล่อยให้ใครว่าก็โดนย่ำยีไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ”
ลินเม้มปากแน่น เธอไม่ได้โกรธแต่คำของเขาเหมือนกดซ้ำลงไปบนแผลใจที่อยู่กับเธอมานาน
เชษฐ์สังเกตเห็นแววตาเจ็บแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะก้มหน้าหนี เขารู้ทันทีว่า…ตัวเองพูดแรงเกินไป
เขาถอนหายใจเบามาก จนแทบไม่ได้ยิน จากนั้นก็เปลี่ยนไปถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“นี่…ขายผักทุกวันเหรอ”
ลินพยักหน้า
“ค่ะ ลินต้องตื่นตีห้าครึ่ง…เก็บไข่ เก็บผักค่ะ แล้วก็เอามาขายตอนเช้า แล้วตอนเย็นขายอีกรอบค่ะ”
เชษฐ์เลิกคิ้วนิด ๆ
เขาเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้แค่ใจดี แต่ยัง…ขยันจนเขาเริ่มนับถือ
“เรียนจบอะไร” เขาถามต่อ
“ปวส.ค่ะ ลินอ่านหนังสือเตรียมสอบราชการด้วย แต่…ยังไม่ค่อยเก่งค่ะ ก็เลยพยายามอยู่”
เชษฐ์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง บางอย่างในตัวเขาอ่อนลงอย่างประหลาดเพราะเขารู้ว่าเส้นทางราชการไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่สำหรับคนที่ไม่มีใครสนับสนุน
เธอดู…ตัวเล็กสำหรับเขา อ่อนโยนแต่มีความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่
ดวงตาเชษฐ์จับจ้องเธอโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง มองนานเกินไปจนลินเริ่มทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ…ปลัดจะซื้อผักเหรอคะ”
คำถามนั้นทำให้เชษฐ์รู้ตัวรีบเบือนหน้า
“ก็…ใช่” เขาตอบเสียงเรียบ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยสักนิด
“มีอะไรขายบ้าง”
ลินยิ้มบาง ๆ อย่างเกรงใจ
ก่อนชี้ให้ดูตะกร้าผักตัดสดที่เพิ่งเก็บเมื่อเช้า
“มีผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง แล้วก็ไข่ไก่ค่ะ สดมากนะคะ”
เชษฐ์ไม่ได้สนใจว่าผักสดหรือไม่ เขาแค่ไม่อยากให้เธอมองตัวเองต่ำกว่าใครอีกแล้ว
“ผมเอาหมดนี่แหละ” เขาว่า
ลินเงยหน้าขึ้น ตาเบิกกว้างเล็กน้อย
“เอ่อ…ปลัดจะเอาหมดเลยเหรอคะ มันเยอะนะคะ”
“ก็ผมบอกว่าเอาหมด” เขาตอบเสียงนิ่ง
“หรือจะให้ผมพูดย้ำ”
ลินส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่ค่ะ ๆ ขอบคุณมากนะคะ”
ตอนเธอเงยหน้ายิ้มขอบคุณ…แก้มแดง ๆ กับรอยยิ้มเขิน ๆ นั้นทำเชษฐ์เผลอมองค้างไปอีกทีต่ออีกที
และเขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเอง…เต้นแปลกไปนิดหนึ่ง ไม่นิดด้วย แปลกมากทีเดียว
เขารีบหันหนีแล้วพูดราวกับกำลังกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“ไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวตลาดคนเยอะ เดี๋ยวโดนใครมาว่าอีก”
ลินพยักหน้า
“ค่ะ ลินจะรีบทำค่ะ ขอบคุณปลัดมากเลยนะคะ”
เชษฐ์อยากตอบแบบสุภาพ
แต่สุดท้าย…สิ่งที่หลุดออกมาคือประโยคแบบปลัดเชษฐ์อีกแล้ว
“…ก็ทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าไปให้ใครว่าได้อีก”
ลินหัวเราะเบา ๆ เหมือนชินแล้วกับความปากร้ายของเขา และเป็นอีกครั้งที่เชษฐ์รู้สึกว่าเสียงหัวเราะแบบนี้…ฟังแล้วสบายหูผิดปกติ
เขาเดินออกจากแผงผักอย่างนิ่ง ๆ แต่หัวใจยังติดอยู่ตรงนั้นเต็ม ๆ
ขาก้าวออกมาได้ไม่กี่ก้าว เขาก็รู้ตัวว่า…กำลังแอบมองเธออยู่อีกครั้ง
ตอนเธอก้มจัดผัก จัดไข่
ตอนเธอปัดปอยผมออกจากหน้า
ตอนเธอยิ้มให้ลูกค้า
เขามองจนรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง
“ผู้หญิงอะไร…น่าหงุดหงิดจริง ๆ” เขาบ่นพึมพำ แต่ปลายประโยคที่เผลอหลุดออกมาในใจเบา ๆ คือ น่ามองชะมัด
และนั่น…คือครั้งแรกที่ปลัดเชษฐ์เห็นเธอ ครั้งแรกที่บางอย่างในหัวใจเขาเริ่มขยับ ครั้งแรกที่เขาไม่อาจละสายตาจากผู้หญิงคนหนึ่งได้
ของขวัญจากสรวงสวรรค์สองเดือนหลังค่ำคืนวิวาห์ที่เร่าร้อน ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และธิดาลินก็เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา ลินเริ่มงานในฐานะผู้ช่วยปลัดเชษฐ์ในโครงการพัฒนาชุมชนตามที่เขาวางแผนไว้ ความฉลาดและความละเอียดอ่อนของเธอทำให้เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพียงเพราะเป็นภรรยาของปลัดทุกเช้าของบ้านพักปลัดอำเภอจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าที่ลินบรรจงทำ“พี่เชษฐ์คะ! เสร็จแล้วค่ะ” เธอเรียกเขาที่กำลังแต่งเครื่องแบบราชการเขารีบเดินลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่โกนหนวดอย่างเกลี้ยงเกลาหอมแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหาร“วันนี้ทำอะไรครับ ภรรยาของพี่”“ทำข้าวผัดกุ้งค่ะ แล้วนี่ก็เป็นกล่องข้าวเที่ยงของพี่เชษฐ์ หนูทำผัดกะเพราปลาหมึกไข่ดาวไปให้”“โอ้โห! น่ากินที่สุดเลยครับ” เขากล่าวชมด้วยความจริงใจ “พี่รู้ไหมว่าข้าวกล่องฝีมือหนูนี่แหละ เป็นสิ่งที่ข้าราชการทั้งอำเภออิจฉาพี่ที่สุด”“โม้ไปเรื่อยค่ะ!” เธอหัวเราะ “รีบทานนะคะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”“ไม่สายหรอกครับ เพราะหนูต้องไปทำงานพร้อมพี่”เขาใช้ชีวิตอยู่กับเธอแทบจะตลอดเวลา ในที่ทำงานเธอก็อยู่
ราตรีเข้าหอแสงเทียนอ่อน ๆ ในห้องนอนทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้ ปลัดเชษฐ์ได้ปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวที่สวยงามออกจากร่างของลินจนหมดสิ้น เหลือเพียงความบริสุทธิ์และเรือนร่างอวบอิ่มที่เขาหลงใหลที่สุดเขาเฝ้ามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความต้องการอย่างรุนแรง“หนูรู้ไหมครับ” ปลัดเชษฐ์กระซิบเสียงพร่า ขณะที่เขาก้มลงจูบริมฝีปากของเธออย่างเนิ่นนาน “วันนี้พี่เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก”“หนูก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบอย่างอ่อนหวาน “หนูดีใจที่ได้เป็นภรรยาของพี่เชษฐ์”ปลัดเชษฐ์ไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขาใช้เวลาสำรวจร่างกายของภรรยาอย่างช้า ๆ มือที่เคยสั่นเทาตอนเซ็นทะเบียนสมรส กลับกลายเป็นมือที่มั่นคงและเชี่ยวชาญในการมอบสัมผัสอันเร้าใจ เขาต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ลินจดจำไปตลอดชีวิตเธอส่งเสียงครางกระเส่าออกมาทันที เมื่อปลัดเชษฐ์เริ่มมอบความสุขให้เธออย่างลึกซึ้งและเอาใจใส่“อื้อ… พี่เชษฐ์” เธอเรียกชื่อเขาอย่างขาดห้วง“เรียกชื่อพี่อีกสิครับ” เขาขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “เรียกออกมาดัง ๆ ว่าหนู
งานวิวาห์การกลับมาของ มะลิษา (มะลิ) เปรียบเสมือนพายุบุญที่พัดเข้ามาในชีวิตของปลัดเชษฐ์และลิน เธอประกาศอย่างเด็ดขาดว่าด้วยประสบการณ์ในฐานะ ออร์แกไนซ์และดีไซเนอร์ ของครอบครัว งานแต่งงานนี้จะต้องออกมาสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่สุดในอำเภอเพียงแค่สามวันหลังจากเดินทางมาถึง มะลิษาก็เข้าควบคุมการเตรียมงานทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ การวางแผนที่เคยดูวุ่นวายของปลัดเชษฐ์และลินก็ถูกจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางอย่างมืออาชีพ“ยัยลิน! งานแต่งงานแกต้องไม่เหมือนงานกาชาดที่ไหนนะ!” มะลิษากล่าวอย่างดุดันขณะที่กำลังจัดวางผังโต๊ะ “ปลัดเขารักแกขนาดนี้ แกต้องฉายแสงให้คนทั้งอำเภอเห็นว่าแกคือเจ้าสาวที่สวยที่สุด!”“มะลิ! ไม่ต้องจัดเต็มขนาดนั้นก็ได้นะ” เธอบอกเพื่อนอย่างเกรงใจ“ไม่ได้! ฉันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้แกทางอ้อม!” มะลิษายิ้มอย่างมีเลศนัย “คนพวกนั้นที่เคยดูถูกแก จะต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากไปเลย!”มะลิษานำเสนอคอนเซ็ปต์งานที่เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา โดยใช้สวนรอบบ้านพักของปลัดเชษฐ์เป็นฉากหลัก เน้นดอกไม้โทนสีขาวและเขียวอ่อน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของชนบทที่สงบเงียบภารกิจเลือกชุดวิวาห์มะลิษาลากทั้งคู่ไปยัง
การกลับมาของเพื่อนเจ้าสาวหลังจากจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และลินก็เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบที่บ้านพักของปลัดอำเภอ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่บ้านพักกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสุขเช้าวันแรกในสถานะสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปลัดเชษฐ์และลินตื่นขึ้นมาพร้อมกันบนเตียงนุ่ม ๆ ของบ้านพัก พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างอ่อนโยนที่สุดก่อนที่จะต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับ ภารกิจเตรียมงานแต่งงาน ภายในหนึ่งเดือน“นี่มันสนุกกว่าทำงานในอำเภอเยอะเลยนะครับ” เขาพูดขณะที่กำลังยืนกอดเธอจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังทำอาหารเช้า“สนุกเหรอคะ?” เธอหัวเราะ “ตอนนี้มีรายการที่ต้องทำเกือบยี่สิบอย่างแล้วนะคะพี่เชษฐ์!”“ก็มันวุ่นวายน่ารักดีครับ” เขาจูบไหล่เธอเบา ๆ “พี่ชอบที่เราต้องทำทุกอย่างด้วยกัน”ภารกิจแรกคือการคัดเลือกคนที่จะมาช่วยงานและเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว“พี่ตัดสินใจแล้วครับ” เขาบอกขณะที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ เธอ “พี่จะให้ สารวัตรโจ้ มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวคนสำคัญของพี่”“สารวัตรโจ้เหรอคะ?” เธอถามอย่างแปลกใจ “แต่พี่เชษฐ์กับสารวัตร… ไม่ได้สนิทกันมากไม่ใช่เหรอคะ”“อาจจะไม่ใช่เพื่อนสมัยเรียน”
ขอเมียและลายเซ็นที่สั่นเทาปลัดเชษฐ์และลินขับรถกลับถึงบ้านพักในอำเภอในช่วงเย็นของวันนั้น ความสุขที่ล้นปรี่จากการได้รับคำมั่นสัญญาตลอดการพักผ่อนทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด“ถึงบ้านแล้วครับคุณนายปลัด” เขาพูดขณะที่ช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ“คุณนายปลัดเหรอคะ” เธอหัวเราะ “ยังไม่ทันจดทะเบียนเลยนะคะ”“ก็แล้วทำไมครับ? ใจพี่นี่จดทะเบียนไปตั้งนานแล้วนะ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พักผ่อนนะครับ พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำตั้งแต่เช้า”เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดเชษฐ์ตื่นแต่เช้าตรู่ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่เขาก็ดูมีพลังงานล้นเหลือ วันนี้เธอเลือก ชุดเดรสสีขาวสะอาดตา มีลายปักดอกไม้เล็ก
คำมั่นสัญญาใต้แสงอรุณรุ่งอรุณแรกหลังค่ำคืนแห่งการเยียวยามาถึงอย่างเงียบสงบ แสงสีส้มอมชมพูค่อย ๆ แต้มขอบฟ้าเหนือผืนทะเลที่สงบนิ่ง ปลัดเชษฐ์ลืมตาตื่นขึ้นก่อน เขาเฝ้ามองใบหน้าอิ่มเอิบของคนรักที่กำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างหูเธอ“ลินครับ… ตื่นได้แล้วนะ” เสียงทุ้มแหบพร่า “พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วครับ”เธอขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาปรือ ๆ ค่อย ๆ เปิดออกพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน“พี่เชษฐ์… กี่โมงแล้วคะ?”“เพิ่งจะหกโมงเช้าครับ แต่เราจะพลาดวิวสวยที่สุดของทะเลไม่ได้นะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวกันเถอะ” เขาพูดพลางจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พี่อยากให้หนูเห็นมันพร้อมกับพี่”เธอไม่ขัดขืน เธอรู้สึกราวกับร่างกายถูกชาร์จพลังงานจนเต็มเปี่ยมจากความรักที่เขาได้มอบให้ตลอดทั้งคืน เธอเองก็อยากใช้ทุกวินาทีกับผู้ชายคนน







