INICIAR SESIÓNเสียงน้ำฝนภายนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงความเงียบสงัดยามดึก ภูผายืนถือแก้ววิสกี้มองวิวเมืองผ่านกระจกใส ในหัวยังคงจดจ่ออยู่กับภาพของพรีมและท่าทีท้าทายนั้น
ครืด… ครืด…
เสียงโทรศัพท์สั่นขัดจังหวะ เขาหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแจ้งเตือนข้อความสั้นๆ จากไลน์
แพท: ภูผาคืนนี้ว่างไหมคะ
ภูผามองข้อความของคู่นอนด้วยสายตาเรียบเฉย โดยไม่มีความคิดจะตอบรับ ตอนนี้ผู้หญิงคนอื่นกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปทันที เมื่อเทียบกับความถือดีของคนที่เพิ่งยืนสบตาเขาเมื่อครู่
ภูผา: คืนนี้ติดงานครับ ไว้โอกาสหน้า
เขากดส่งแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบ พลางมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกใส
“ดื้อใช้ได้…” เขาพึมพำเบาๆ ในความเงียบ มุมปากยกยิ้มเมื่อนึกถึงสายตาท้าทายตอนพรีมเอียงคอหลบสัมผัสจากเขา….
แสงไฟจากหลอดนีออนส่องกระทบแผ่นหลังที่เปียกชุ่มเหงื่อ คิมดันตัวขึ้นลงกับพื้นห้องด้วยความเร็วและหนักหน่วง ร่างกายตึงเกร็ง สายตาจ้องนิ่งอยู่ที่พื้นปูน เขาไม่ได้ออกไปหาความสุขชั่วคราวกับใครที่ไหน เพราะรู้ดีว่าสัมผัสจากคนอื่นไม่มีทางลบความยั่วยวนของพรีมที่ตั้งใจปั่นหัวเขาได้เลย
เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนพื้น ทอดสายตามองเพดาน พลางถอนหายใจยาวเพื่อคุมจังหวะหัวใจที่ยังเต้นรัวไม่ยอมลดระดับลง
คิมลุกเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวรดหัวโดยไม่รอให้น้ำอุ่นทำงาน ความเย็นจัดทำเอาเขาต้องสูดหายใจเข้าลึก คิมหลับตาลง แต่ภาพสายตาท้าทายของพรีมยังวนเวียนในหัวจนเขานึกหงุดหงิดตัวเอง
“แม่งเอ๊ย...”
เขายกมือยันกำแพงห้องน้ำ ก้มหน้ารับสายน้ำเย็นฉ่ำ…..
กระจกโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนภาพพรีมในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาติน เธอยกมือขึ้นทาครีมบำรุงผิวช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวเรียบสงบ ต่างจากจังหวะหัวใจที่ยังเต้นถี่รัว เธอนึกถึงสายตากดต่ำของภูผาที่จงใจแช่นิ่งบนร่างกายเธอ... และความเกร็งของคิมตอนที่เธอขยับนิ้วลงบนตัวเขา
พรีมไม่ได้โทรหาใคร ไม่มีความจำเป็นต้องเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพราะเกมนี้เป็นเรื่องของเธอ... และผู้ชายสองคนนั้น
“ก็ลองดู…”
เธอทิ้งคำนั้นไว้ในความเงียบ ก่อนจะเดินไปปิดไฟนอน ดื่มด่ำกับความตื่นเต้นที่เธอเป็นคนควบคุมไว้ทั้งหมดเพียงคนเดียว….
ห้องเข้าชมส่วนตัวแยกออกจากโชว์รูมหลัก ผนังกระจกนิรภัยสีชาช่วยตัดขาดโลกภายนอก แสงไฟถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงระดับที่ขับให้อัญมณีสว่างที่สุด ทว่ากลับทำให้คนในห้องชัดเจนน้อยลง
ภูผายืนอยู่ข้างตู้จัดแสดงในชุดสูทสีเข้ม ท่าทางผ่อนคลายแต่สายตาไม่เคยปล่อยรายละเอียดให้หลุดรอด
“วันนี้ไม่มีแขกแล้วครับ” เขาพูดขึ้น
“ผมอยากดูชิ้นนี้… ในแบบที่มันควรจะเป็นจริงๆ”
“แบบที่มีคนใส่?” พรีมขมวดคิ้วถาม
“ใช่ครับ”
กล่องกำมะหยี่สีดำถูกเปิดออก เผยสร้อยเพชรสีดำสะท้อนประกาย ภูผาหยิบมันขึ้นมาอย่างเบามือ
“ชิ้นนี้จะเป็นไฮไลต์ในงานกาล่าสัปดาห์หน้า” เขาพูดพลางก้าวเข้าหาช้าๆ
“ผมยังหาคนเปิดโชว์ที่ถูกใจไม่ได้...”
พรีมมองเขา ไม่ได้ขยับหนี
“แล้วคุณภูผาคิดว่า…”
“…ใครเหมาะคะ”
ภูผาไม่ตอบ เขายกสร้อยแล้วอ้อมไปด้านหลัง แกล้งให้ปลายนิ้วเฉียดไหล่เธอ
“ยืนเฉยๆ ครับ” เขากระซิบสั่ง
พรีมยืนนิ่ง ไม่ใช่ความกลัว แต่เธอรอดูว่าเขามีแผนอะไร
ภูผาก้มลงเล็กน้อยเพื่อเกี่ยวล็อกสร้อย ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอจนเธอรู้สึกสั่น
“ผมไม่ชอบใช้คำว่าเหมาะ”
ปลายนิ้วเขาแตะบนผิวเพื่อจัดตำแหน่งเพชร ครั้งนี้เขาแตะเธออย่างเปิดเผย
“ผมเลือก…. มากกว่า”
พรีมเงยหน้าเล็กน้อย สบตาเขาผ่านภาพสะท้อนในกระจกตรงหน้า วินาทีนั้นเธอเห็นชัดเจนว่าภูผาไม่ได้มองเครื่องประดับมูลค่ามหาศาล... เขากำลังจ้องเธอ
เมื่อเขายังไม่ยอมถอยห่าง พรีมขยับจะหันไปเผชิญหน้า แต่มือเขากลับจับไหล่เธอไว้แน่น
“ผมยังดูไม่เสร็จครับ”
ความเงียบกดทับลงมาเสี้ยววินาที ก่อนพรีมจะยิ้มช้าๆ สายตาที่มองผ่านกระจกยังคงนิ่งและไม่คิดจะหลบ
“คุณภูผาดูมั่นใจจังเลยนะคะ” น้ำเสียงเธอนุ่มนวล แต่กลับมีความดื้อรั้นชัดเจน
ภูผานิ่งฟังขณะพรีมมองลึกลงไปในตาเขาผ่านเงาสะท้อน
“แต่ปกติ…” เธอเว้นจังหวะ
“…พรีมเป็นฝ่ายเลือกมากกว่านะ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที สายตาของภูผาเข้มขึ้นอย่างคนที่ไม่เคยยอมใคร
“งั้นก็ดีครับ” ภูผากดเสียงต่ำ
มือที่จับไหล่เธออยู่ค่อยๆ เคลื่อนต่ำ... ปลายนิ้วลากไล้ผ่านแผ่นหลัง ก่อนจะรั้งเอวรวบตัวเธอให้ถอยมาแนบชิดกับอกเขา ลมหายใจอุ่นเป่ารดชิดข้างแก้ม
“ผมชอบคนที่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเลือก...” ภูผากระซิบชิดหู ขณะที่มืออีกข้างขยับขึ้นมาจับเชิดคางเธอให้เอียงรับสายตาเขาผ่านกระจก
“เพราะมันน่าตื่นเต้นดี... เวลาที่เห็นคนชอบเลือกอย่างคุณ ยอมเป็นฝ่ายถูกเลือกบ้าง”
คิมยืนเฝ้าที่เดิม สายตาที่คอยระวังความปลอดภัยถูกดึงไปที่เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่
สันกรามคิมเกร็งนูนชัด เขารู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเตรียมงานกาล่า แต่เป็นการขีดเส้นของภูผา... เส้นแบ่งที่ใช้กรอบของคำว่าหน้าที่ มาบังคับให้เขายืนมองอยู่ห่างๆ
ภูผาขยับถอยเพียงครึ่งก้าว
“ชิ้นนี้เหมาะกับเวทีใหญ่ครับ” ภูผาพูดเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“โดยเฉพาะ… กับคนที่ควบคุมสายตาคนทั้งห้องได้”
พรีมยกมือแตะสร้อยเพชรสีดำบนคอ ปลายนิ้วขยับเบาๆ บนตัวเรือน... คล้ายเช็กสัมผัสตกค้างจากคนที่เพิ่งละออกไป
เธอยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ รู้ดีว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไป ปั่นป่วนชายหนุ่มทั้งสองคนในห้องจนอยู่หมัด...
วินาทีนั้น คิมก็ดันตัวเองเข้าไปจนสุด ปลดปล่อยความอุ่นร้อนลึกเข้าไปข้างในตัวเธอจนหมด เขาทิ้งตัวลงมาทับร่างเธอไว้ ซบหน้าลงกับซอกคอ เสียงหอบหายใจดังอยู่ข้างหูเธอพรีมนอนนิ่งอยู่ใต้ตัวเขา สองมือยังคงลูบหลังที่เปียกเหงื่อของคิม รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับภูผาเลยสักนิดคิมค่อยๆ ขยับตัวลงมานอนตะแคง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคนไว้ พรีมขยับหันหน้าเข้าหาคิม สบตากับเขาในความมืดสลัว“พรุ่งนี้... คุณจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกใช่ไหม” พรีมถามขึ้นตรงๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยคิมจ้องตาเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออก“ผมไม่เคยคิดจะลืม” คิมตอบเสียงต่ำ “แต่คุณก็รู้ว่า... มันจะเป็นยังไง”“ค่ะ” พรีมก้มหน้าลง มองมือตัวเองที่แตะอยู่ตรงอกเขา “พรีมแค่กลัว... กลัวว่าคุณจะมองเรื่องคืนนี้เป็นแค่ความผิดพลาดอีก”คิมจับคางเธอขึ้น ให้สบตาเขาอีกครั้ง“ฟังผมนะ” คิมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่หลังจากนี้... คุณต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม”“ค่ะ”“เวลาอยู่ต่อหน้าเขา ทำตัวให้ปกติที่สุด อย่าแสดงอาการอะไรทั้งนั้น... ส่วนเรื่อง
หน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่นิดเดียว กลิ่นสบู่จากตัวเธอลอยแตะจมูกเขา คิมจ้องหน้าพรีม เลื่อนสายตามองปากที่กำลังสั่นของเธอ ก่อนจะสบตาเธอนิ่งๆ“ถ้าผมเกลียดคุณ...” คิมพูดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดข้างแก้มเธอ “ผมจะทิ้งเพื่อนแล้วมายืนเฝ้าคุณข้างถนนทำไม”พรีมชะงัก“อย่าถามอะไรแบบนี้” คิมพูดพลางมือที่จับเอวเธอเผลอบีบแรงขึ้นนิดนึง “คิม...”พรีมก้มมองคนที่นอนอยู่ใต้ตัวเธอ สายตาเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันดูอึดอัด โกรธ และเหมือนพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้“แล้วทำไมถึงไม่ยอมมองหน้าพรีมเลยล่ะ” พรีมถามกลับ“ทำไมต้องทำเหมือนพรีมเป็นแค่ภาระที่ต้องคอยจัดการตามคำสั่งภูผา”คิมยกมือขึ้นมาแตะแก้มเธอเบาๆ สัมผัสแค่นั้นทำเอาพรีมขนลุกไปทั้งตัว“เพราะถ้าผมมองคุณตรงๆ ...” คิมพูดเบาลงจนเกือบเป็นกระซิบ สายตาเลื่อนลงมองปากเธออีกรอบ “...ผมกลัวใจตัวเอง ว่าจะไม่ยอมปล่อยคุณไป”ทั้งห้องเงียบลงทันที มีแค่เสียงลมหายใจของทั้งคู่ ท่ามกลางระยะห่างที่ไม่มีเหลืออีกแล้วคิมจ้องริมฝีปากที่สั่นของพรีม ลมหายใจร้อนๆ รดกันในระยะประชิด วินาทีนั้นเขาหมดความอดทน มือเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยเธอแล้วรั้งใบหน้าลงมาบดจูบอย่างหนักหน่
แท็กซี่จอดหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ตัวตึกดูเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน คิมพาพรีมขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นสี่ เขาแตะคีย์การ์ดแล้วผลักประตูเปิดออกภายในเป็นห้องสตูดิโอขนาดกลาง ผนังปูนเปลือยกับเฟอร์นิเจอร์สีดำและเทาเข้ม ทุกอย่างถูกจัดวางเป็นระเบียบเหมือนค่ายทหาร บนโต๊ะทำงานไม่มีของเกะกะ มีเพียงแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง เตียงนอนปูผ้าสีเทาเรียบตึง ม่านทึบแสงปิดสนิท ไร้รูปถ่ายหรือของตกแต่งพรีมเดินก้าวเข้ามาอย่างเกร็งๆ เธอหยุดยืนอยู่กลางห้อง กลิ่นสบู่ผู้ชายผสมกลิ่นสะอาดลอยแตะจมูก“นั่งก่อนสิ” คิมบอกพลางพยักหน้าไปทางโซฟาหนังสีดำตัวยาวพรีมเดินไปนั่งลงตรงริมขอบโซฟา สองมือวางไว้บนตักอย่างไม่คุ้นชิน คิมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าขวดใหม่ออกมาเปิดฝาแล้วยื่นให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” พรีมรับขวดน้ำมาถือไว้“เดี๋ยวผมลงไปข้างล่างแป๊บเดียว…. คุณพักผ่อนตามสบาย ห้องน้ำอยู่ฝั่งนู้น”“คุณจะไปไหนเหรอคะ” “ไปซื้อของ” คิมตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป พรีมนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง พอดื่มน้ำไปสองอึก เธอก็วางขวดลงแล้วลุกขึ้นเดินสำรวจห้องเงียบๆห้องนี้แทบไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่มีขนม ไม่มีต้นไม้ ไม่มีของสะสม มีแต่ความเงียบกับ
ช่วงค่ำบนถนนใหญ่ แสงไฟหน้ารถเก๋งของพรีมส่องกระทบฝากระโปรงหน้าที่ยุบย่น น้ำในหม้อน้ำไหลนองลงพื้นถนน เสียงแตรและเสียงเครื่องยนต์ของรถคันอื่นดังผ่านไปมาอย่างเร่งรีบชายวัยสามสิบเศษรีบวิ่งลงมาจากรถกระบะคู่กรณี สีหน้าตื่นตระหนก ยกมือไหว้น้ำตาคลอ“คุณครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ! ผมรีบพาลูกไปส่งโรงพยาบาล น้องชักหมดสติอยู่ในรถ”หญิงสาวอีกคนเปิดประตูกระบะ วิ่งอุ้มเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังชักลงมา ร้องไห้กระวนกระวาย “พี่ เร็วเข้า ลูกดิ้นใหญ่แล้ว!”พรีมที่ยังมึนศีรษะจากแรงกระแทก มองภาพนั้นแล้วรีบโบกมือ“ไม่เป็นไรค่ะ รีบพาน้องไปโรงพยาบาลก่อนเลยค่ะ!” พรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ถ่ายรูปหน้ารถ ทะเบียน กับบัตรประชาชนพี่ไว้ก่อน แล้วพี่รีบไปเลยค่ะ เดี๋ยวทางนี้ฉันรอประกันเอง”“ขอบคุณครับคุณ ขอบคุณมากครับ!” ชายคนนั้นรีบยื่นบัตรประชาชนให้เธอถ่าย แลกเบอร์โทรศัพท์อย่างลนลาน แล้ววิ่งกลับขึ้นรถกระบะ ขับพุ่งออกไปทันทีถนนตรงนั้นกลับมาเหลือเพียงความเงียบ พรีมยืนกอดอกพิงข้างตัวรถที่พังยับ ลมดึกพัดมาจนรู้สึกหนาว ความเจ็บระบมจากทริปต่างจังหวัดเมื่อคืนผสมกับแรงกระแทกจากถุงลมนิรภัยทำให้เธอแทบยืนไม่ไหว เธอถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อรอ
“กูแค่อยากได้ยินเสียงมึงเฉยๆ ... มึงคุยกับกูก่อน อย่าเพิ่งด่ากูตอนนี้เลยนะ”“...เชี่ยเอ๊ย” นิกกี้สบถเสียงแผ่ว ความโมโหเมื่อกี้หายไปหมด เหลือแค่น้ำเสียงจุกๆ “มันจงใจทำขนาดนี้เลยเหรอวะ...”พรีมกอดเข่าตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ“พรีม มึงฟังกู” นิกกี้สูดหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเพื่อดึงสติเพื่อน “กูไม่ซ้ำเติมมึงแล้วนะ แต่มึงเห็นแล้วใช่ไหมว่าคิมมันช่วยเหี้ยอะไรมึงไม่ได้เลย ต่อให้มันได้ยิน มันก็ทำได้แค่นิ่ง”“กูรู้... กูก็แค่สมเพชตัวเอง”“หยุดสมเพชตัวเอง!” นิกกี้ดุสวน“ตอนนี้มึงต้องเอาตัวรอดก่อน ลุกไปกินข้าว กินยา แล้วหาอะไรปิดรอยพวกนั้นซะ อย่าให้ภูผามันเห็นว่ามึงจะตายเพราะเรื่องนี้”พรีมพยักหน้าทั้งน้ำตา“เรื่องภูผามึงถอยไม่ได้แล้ว แต่กับคิม... มึงต้องตัดใจเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมึงพังยับแน่พรีม” นิกกี้ผ่อนเสียงลงแต่จริงจัง “ทนให้จบทริปนี้ กลับมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่... ค่อยมาแหกปากร้องไห้ที่บ้านกู”ภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่ว คิมทำหน้าที่ขับรถ สายตามองตรงไปข้างหน้า มือสองข้างจับพวงมาลัยนิ่งสนิทภูผานั่งอยู่เบาะหลัง เขากดปิดหน้าจอไอแพด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส
“ส่วนคิม” ภูผาหันไปสั่ง“พักห้องฝั่งขวา เช็กความเรียบร้อยรอบบ้านให้เสร็จ แล้วคืนนี้ถ้าไม่ได้เรียก ก็ไม่ต้องออกมา”“ครับ” คิมตอบรับสั้นๆคิมถอดแว่นกันแดดออก สีหน้าเขายังนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาเขาสบเข้ากับพรีมตรงๆ ทั้งคู่รู้ดีว่าหลังประตูห้องใหญ่คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น และคิมก็รู้ว่าตัวเองทำได้แค่อยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามตามคำสั่ง“เข้าไปอาบน้ำก่อนสิ” ภูผาแตะแขนพรีมเบาๆ ดันให้เธอเดินนำไปที่ห้องนอนใหญ่ภูผาเดินตามเข้าไปแล้วปิดประตูลง ทิ้งให้คิมยืนอยู่คนเดียวตรงโถงกลาง…..พรีมก้าวเท้าออกจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงห้องแต่งตัว ภูผาก็คว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดันร่างเธอถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานประตูห้องนอนตึง!“คุณภูผา... อื้อ!”ภูผากดจูบลงมาหนักหน่วง มือกระตุกสายผูกชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกอย่างรวดเร็ว เขายกร่างเธอขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ดันสะโพกเธอแนบชิดกับบานไม้“ตรงนี้... ไม่เอาค่ะ” พรีมเบือนหน้าหนี ลมหายใจหอบถี่ พยายามใช้สองมือดันไหล่เขาออก “ไปที่เตียงเถอะนะคะ”“ทำไมล่ะ” ภูผากระซิบชิดซอกคอ “ตรงนี้ก็สะดวกดีออก”ร่างกายของเขารุกรานเข้ามาทันทีโดยไม่ให้เวลาเธอตั้งตัว พรีมสะ

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





