LOGINรถยุโรปของภูผาจอดเทียบหน้าหอพักเก่าซอมซ่อท้ายซอยเปลี่ยว ออฟเดินนำขึ้นบันไดแคบๆ ที่มีไฟกะพริบติดๆ ดับๆ ขึ้นมาจนถึงชั้นสี่ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหล้าโชยออกมาตามช่องว่างใต้ประตูห้องริมสุด
“แน่ใจนะคุณภูผา” ออฟหยุดยืนหน้าประตู หันมาถามย้ำ
“ถ้าเข้าไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ผมอาจจะช่วยดึงมันไม่อยู่นะ”
“เคาะเถอะครับ” ภูผาตอบเสียงเรียบ ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็กอย่างใจเย็น
ออฟเคาะประตูสามครั้งก่อนจะใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป
กริ๊ก!
ทันทีที่บานประตูแง้มออก ในห้องมืดสนิท ทั้งสองเดินเข้าไป ลมหายใจยังไม่ทันทั่วท้อง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากมุมมืดหลังประตูด้วยความเร็วระดับสัญชาตญาณสัตว์ป่า มีดพับเล่มสั้นจ่อประชิดเข้าที่ข้างลำคอของภูผาในเสี้ยววินาที ห่างจากเส้นเลือดใหญ่ไม่ถึงครึ่งเซนติเมตร
“เฮ้ย! ไอ้คิม หยุด!” ออฟตะโกนสั่งเสียงกร้าว เขาพุ่งเข้าล็อกตัวคิมทันที
แสงสลัวจากระเบียงส่องให้เห็นสภาพของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปี คิมใส่เพียงกางเกงวอร์มตัวเดียว ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ตาแดงก่ำ เบิกกว้างและคลุ้มคลั่งเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายวัน ลมหายใจของเขาหอบถี่และพร้อมจะกดคมมีดลงมาได้ทุกวินาที
แต่ภูผาไม่แม้แต่จะถอยหลัง เขายืนนิ่งสนิท สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของคิมอย่างไม่กะพริบ ไม่มีความกลัว ไม่มีความตกใจ มีเพียงความเย็นชาที่สะกดทุกอย่างให้หยุดนิ่ง
“จะแทงไหม” ภูผาถามขึ้นช้าๆ
คิมที่ถูกออฟล็อกไว้ ปลายนิ้วที่กำด้ามมีดสั่นจากสภาวะตึงเครียดของประสาท
“ถ้าจะแทง... ก็ลงมือเลย” ภูผาพูดต่อ ไม่ได้ขยับคอหนีคมมีด
“แต่ถ้าไม่แทง... เก็บมีด แล้วมาคุยกัน”
ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าครอบงำห้องแคบๆ ออฟเหงื่อตก คิมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่สายตานิ่งสนิทไร้ความลังเล แววตาแบบที่ไม่เคยมีใครใช้มองเขามาก่อน
ผ่านไปอึดใจใหญ่ คิมค่อยๆ คลายแรง ปล่อยให้ออฟหยิบมีดออกมาช้าๆ เขาก้าวถอยหลังไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ยกมือกุมขมับที่ปวดตุบ
ภูผากวาดสายตามองกองขวดเหล้าและซองบุหรี่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมาที่คนนั่งก้มหน้า
“ผมชื่อภูผา กำลังจะเปิดบริษัท” เขาพูดเข้าประเด็น
“ผมต้องการบอดี้การ์ด คนที่ไม่พูดมาก ไม่สนใจเงิน และไม่หักหลังผม”
“...มึงมาผิดที่แล้ว กูเป็นบ้า ควบคุมตัวเองไม่ได้ กูฆ่าคนได้ตลอดเวลา” คิมแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่า
“ผมไม่สนว่าคุณเคยฆ่าใครมา” ภูผาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าคิม ก้มมองคนที่แตกสลายอยู่บนเตียง
“และผมไม่ได้มาเพื่อรักษาคุณ แต่ถ้าคุณมาอยู่กับผม กฎของผมคือสิ่งเดียวที่คุณต้องฟัง... แลกกับการที่คุณจะได้นอนหลับบนเตียงปกติ ได้กินข้าวอิ่ม และได้กลับมาเป็นคนปกติอีกครั้ง”
คิมเงยหน้าขึ้น สายตาสับสนปนความเจ็บปวดลึกๆ
“ทำไมต้องเป็นกู”
“เพราะคุณไม่มีที่ไป” ภูผายื่นมือข้างหนึ่งออกไปตรงหน้า
“และผมไม่เคยทิ้งคนที่ยอมอยู่ใต้คำสั่งผม”
คิมจ้องมองมือคู่นั้นที่สะอาดสะอ้าน มือที่กำลังยื่นลงมาดึงเขาขึ้นจากนรกที่เขาสร้างขึ้นมาขังตัวเอง
ผ่านไปหลายนาที คิมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปสบตาภูผา ไม่ได้ยื่นมือไปจับ สายตาที่เคยก้าวร้าวเหลือเพียงความว่างเปล่าและการยอมรับความพ่ายแพ้
“...ถ้าผมคุมตัวเองไม่ได้” คิมพูดเสียงแหบ
“คุณจะยิงผมทิ้งไหม”
“ถึงตอนนั้น ผมจะตัดสินใจเอง” ภูผาตอบกลับราบเรียบ
“ลุกขึ้น... เก็บของ แล้วตามผมมา”
คิมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ ร่างกายโซเซเล็กน้อยแต่สายตาจับจ้องที่แผ่นหลังของภูผา
“ครับ”
กลับมาที่ปัจจุบัน....
กลิ่นเหงื่อปนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ฟุ้งทั่วห้องนอนใหญ่ พรีมนอนหงาย สายตาเหม่อมองเพดานมืดสลัว หายใจหอบนิดหน่อย เธอขยับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหน้าอกโดยไม่รู้ตัว
ภูผายันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ร่างกายยังคงเปลือยเปล่า หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะวางลงตรงตำแหน่งเดิม
เขามองผู้หญิงข้างตัวด้วยสายตานิ่งเรียบ
“เป็นอะไร”
พรีมสะดุ้งเล็กน้อย ดึงสติตัวเองกลับมา
“...เปล่าค่ะ แค่เหนื่อยเฉยๆ”
“เหนื่อย หรือใจลอย” ภูผาไม่ปล่อยผ่าน เอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่เปียกเหงื่อข้างแก้มเธอ สัมผัสนั้นดูทะนุถนอมแต่แฝงน้ำหนักกดดัน
“ตอนอยู่ข้างบน คุณไม่มองหน้าผมเลยสักครั้ง”
พรีมหัวใจกระตุกวูบ พยายามสบตาเขาเพื่อไม่ให้มีพิรุธ
“พรีมแค่เครียดเรื่องแพลนเปิดตัวแบรนด์อาทิตย์หน้าค่ะ งานมันเยอะ”
ภูผามองลึกเข้าไปในตาเธอ นิ่งนานจนความเงียบเริ่มบีบคั้น ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใกล้ ใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ บนปากที่เจ่อแดงของเธอ
“เรื่องแบรนด์ ผมให้เงิน ให้ทีมงาน ให้พื้นที่คุณทำทุกอย่างเต็มที่” ภูผากระซิบเสียงนุ่ม แต่เด็ดขาด
“หน้าที่ของคุณคือโฟกัสอยู่กับสิ่งที่ผมให้... เข้าใจใช่ไหม”
“...เข้าใจค่ะ”
“ดี” ภูผาตบแก้มเธอเบาๆ สองทีอย่างเอ็นดูกึ่งสั่งการ
“คืนนี้ก็นอนที่นี่ ไม่ต้องกลับบ้าน”
สัมผัสของภูผาทำเอาพรีมรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว สายตานิ่งๆ ของเขาทำให้เธอรู้ตัวทันทีว่าตัวเองกำลังจนมุม เรื่องงาน เงิน ทุนเปิดแบรนด์ที่เขามอบให้ มันไม่ใช่แค่ความหวังดี แต่มันคือข้อผูกมัดที่เธอเป็นคนยอมรับมันเข้ามาเองตั้งแต่แรก
พรีมนอนนิ่ง บนเตียงนี้เธอได้ทุกอย่างที่อยากได้ ยกเว้นอย่างเดียวคือการคิดถึงคิม คนที่ผลักไสเธอออกมาด้วยคำว่าผิดพลาด เพื่อกลับไปก้มหัวรับใช้คนที่นอนอยู่ข้างเธอตอนนี้…..
วินาทีนั้น คิมก็ดันตัวเองเข้าไปจนสุด ปลดปล่อยความอุ่นร้อนลึกเข้าไปข้างในตัวเธอจนหมด เขาทิ้งตัวลงมาทับร่างเธอไว้ ซบหน้าลงกับซอกคอ เสียงหอบหายใจดังอยู่ข้างหูเธอพรีมนอนนิ่งอยู่ใต้ตัวเขา สองมือยังคงลูบหลังที่เปียกเหงื่อของคิม รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับภูผาเลยสักนิดคิมค่อยๆ ขยับตัวลงมานอนตะแคง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคนไว้ พรีมขยับหันหน้าเข้าหาคิม สบตากับเขาในความมืดสลัว“พรุ่งนี้... คุณจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกใช่ไหม” พรีมถามขึ้นตรงๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยคิมจ้องตาเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออก“ผมไม่เคยคิดจะลืม” คิมตอบเสียงต่ำ “แต่คุณก็รู้ว่า... มันจะเป็นยังไง”“ค่ะ” พรีมก้มหน้าลง มองมือตัวเองที่แตะอยู่ตรงอกเขา “พรีมแค่กลัว... กลัวว่าคุณจะมองเรื่องคืนนี้เป็นแค่ความผิดพลาดอีก”คิมจับคางเธอขึ้น ให้สบตาเขาอีกครั้ง“ฟังผมนะ” คิมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่หลังจากนี้... คุณต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม”“ค่ะ”“เวลาอยู่ต่อหน้าเขา ทำตัวให้ปกติที่สุด อย่าแสดงอาการอะไรทั้งนั้น... ส่วนเรื่อง
หน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่นิดเดียว กลิ่นสบู่จากตัวเธอลอยแตะจมูกเขา คิมจ้องหน้าพรีม เลื่อนสายตามองปากที่กำลังสั่นของเธอ ก่อนจะสบตาเธอนิ่งๆ“ถ้าผมเกลียดคุณ...” คิมพูดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดข้างแก้มเธอ “ผมจะทิ้งเพื่อนแล้วมายืนเฝ้าคุณข้างถนนทำไม”พรีมชะงัก“อย่าถามอะไรแบบนี้” คิมพูดพลางมือที่จับเอวเธอเผลอบีบแรงขึ้นนิดนึง “คิม...”พรีมก้มมองคนที่นอนอยู่ใต้ตัวเธอ สายตาเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันดูอึดอัด โกรธ และเหมือนพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้“แล้วทำไมถึงไม่ยอมมองหน้าพรีมเลยล่ะ” พรีมถามกลับ“ทำไมต้องทำเหมือนพรีมเป็นแค่ภาระที่ต้องคอยจัดการตามคำสั่งภูผา”คิมยกมือขึ้นมาแตะแก้มเธอเบาๆ สัมผัสแค่นั้นทำเอาพรีมขนลุกไปทั้งตัว“เพราะถ้าผมมองคุณตรงๆ ...” คิมพูดเบาลงจนเกือบเป็นกระซิบ สายตาเลื่อนลงมองปากเธออีกรอบ “...ผมกลัวใจตัวเอง ว่าจะไม่ยอมปล่อยคุณไป”ทั้งห้องเงียบลงทันที มีแค่เสียงลมหายใจของทั้งคู่ ท่ามกลางระยะห่างที่ไม่มีเหลืออีกแล้วคิมจ้องริมฝีปากที่สั่นของพรีม ลมหายใจร้อนๆ รดกันในระยะประชิด วินาทีนั้นเขาหมดความอดทน มือเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยเธอแล้วรั้งใบหน้าลงมาบดจูบอย่างหนักหน่
แท็กซี่จอดหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ตัวตึกดูเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน คิมพาพรีมขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นสี่ เขาแตะคีย์การ์ดแล้วผลักประตูเปิดออกภายในเป็นห้องสตูดิโอขนาดกลาง ผนังปูนเปลือยกับเฟอร์นิเจอร์สีดำและเทาเข้ม ทุกอย่างถูกจัดวางเป็นระเบียบเหมือนค่ายทหาร บนโต๊ะทำงานไม่มีของเกะกะ มีเพียงแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง เตียงนอนปูผ้าสีเทาเรียบตึง ม่านทึบแสงปิดสนิท ไร้รูปถ่ายหรือของตกแต่งพรีมเดินก้าวเข้ามาอย่างเกร็งๆ เธอหยุดยืนอยู่กลางห้อง กลิ่นสบู่ผู้ชายผสมกลิ่นสะอาดลอยแตะจมูก“นั่งก่อนสิ” คิมบอกพลางพยักหน้าไปทางโซฟาหนังสีดำตัวยาวพรีมเดินไปนั่งลงตรงริมขอบโซฟา สองมือวางไว้บนตักอย่างไม่คุ้นชิน คิมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าขวดใหม่ออกมาเปิดฝาแล้วยื่นให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” พรีมรับขวดน้ำมาถือไว้“เดี๋ยวผมลงไปข้างล่างแป๊บเดียว…. คุณพักผ่อนตามสบาย ห้องน้ำอยู่ฝั่งนู้น”“คุณจะไปไหนเหรอคะ” “ไปซื้อของ” คิมตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป พรีมนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง พอดื่มน้ำไปสองอึก เธอก็วางขวดลงแล้วลุกขึ้นเดินสำรวจห้องเงียบๆห้องนี้แทบไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่มีขนม ไม่มีต้นไม้ ไม่มีของสะสม มีแต่ความเงียบกับ
ช่วงค่ำบนถนนใหญ่ แสงไฟหน้ารถเก๋งของพรีมส่องกระทบฝากระโปรงหน้าที่ยุบย่น น้ำในหม้อน้ำไหลนองลงพื้นถนน เสียงแตรและเสียงเครื่องยนต์ของรถคันอื่นดังผ่านไปมาอย่างเร่งรีบชายวัยสามสิบเศษรีบวิ่งลงมาจากรถกระบะคู่กรณี สีหน้าตื่นตระหนก ยกมือไหว้น้ำตาคลอ“คุณครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ! ผมรีบพาลูกไปส่งโรงพยาบาล น้องชักหมดสติอยู่ในรถ”หญิงสาวอีกคนเปิดประตูกระบะ วิ่งอุ้มเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังชักลงมา ร้องไห้กระวนกระวาย “พี่ เร็วเข้า ลูกดิ้นใหญ่แล้ว!”พรีมที่ยังมึนศีรษะจากแรงกระแทก มองภาพนั้นแล้วรีบโบกมือ“ไม่เป็นไรค่ะ รีบพาน้องไปโรงพยาบาลก่อนเลยค่ะ!” พรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ถ่ายรูปหน้ารถ ทะเบียน กับบัตรประชาชนพี่ไว้ก่อน แล้วพี่รีบไปเลยค่ะ เดี๋ยวทางนี้ฉันรอประกันเอง”“ขอบคุณครับคุณ ขอบคุณมากครับ!” ชายคนนั้นรีบยื่นบัตรประชาชนให้เธอถ่าย แลกเบอร์โทรศัพท์อย่างลนลาน แล้ววิ่งกลับขึ้นรถกระบะ ขับพุ่งออกไปทันทีถนนตรงนั้นกลับมาเหลือเพียงความเงียบ พรีมยืนกอดอกพิงข้างตัวรถที่พังยับ ลมดึกพัดมาจนรู้สึกหนาว ความเจ็บระบมจากทริปต่างจังหวัดเมื่อคืนผสมกับแรงกระแทกจากถุงลมนิรภัยทำให้เธอแทบยืนไม่ไหว เธอถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อรอ
“กูแค่อยากได้ยินเสียงมึงเฉยๆ ... มึงคุยกับกูก่อน อย่าเพิ่งด่ากูตอนนี้เลยนะ”“...เชี่ยเอ๊ย” นิกกี้สบถเสียงแผ่ว ความโมโหเมื่อกี้หายไปหมด เหลือแค่น้ำเสียงจุกๆ “มันจงใจทำขนาดนี้เลยเหรอวะ...”พรีมกอดเข่าตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ“พรีม มึงฟังกู” นิกกี้สูดหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเพื่อดึงสติเพื่อน “กูไม่ซ้ำเติมมึงแล้วนะ แต่มึงเห็นแล้วใช่ไหมว่าคิมมันช่วยเหี้ยอะไรมึงไม่ได้เลย ต่อให้มันได้ยิน มันก็ทำได้แค่นิ่ง”“กูรู้... กูก็แค่สมเพชตัวเอง”“หยุดสมเพชตัวเอง!” นิกกี้ดุสวน“ตอนนี้มึงต้องเอาตัวรอดก่อน ลุกไปกินข้าว กินยา แล้วหาอะไรปิดรอยพวกนั้นซะ อย่าให้ภูผามันเห็นว่ามึงจะตายเพราะเรื่องนี้”พรีมพยักหน้าทั้งน้ำตา“เรื่องภูผามึงถอยไม่ได้แล้ว แต่กับคิม... มึงต้องตัดใจเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมึงพังยับแน่พรีม” นิกกี้ผ่อนเสียงลงแต่จริงจัง “ทนให้จบทริปนี้ กลับมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่... ค่อยมาแหกปากร้องไห้ที่บ้านกู”ภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่ว คิมทำหน้าที่ขับรถ สายตามองตรงไปข้างหน้า มือสองข้างจับพวงมาลัยนิ่งสนิทภูผานั่งอยู่เบาะหลัง เขากดปิดหน้าจอไอแพด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส
“ส่วนคิม” ภูผาหันไปสั่ง“พักห้องฝั่งขวา เช็กความเรียบร้อยรอบบ้านให้เสร็จ แล้วคืนนี้ถ้าไม่ได้เรียก ก็ไม่ต้องออกมา”“ครับ” คิมตอบรับสั้นๆคิมถอดแว่นกันแดดออก สีหน้าเขายังนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาเขาสบเข้ากับพรีมตรงๆ ทั้งคู่รู้ดีว่าหลังประตูห้องใหญ่คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น และคิมก็รู้ว่าตัวเองทำได้แค่อยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามตามคำสั่ง“เข้าไปอาบน้ำก่อนสิ” ภูผาแตะแขนพรีมเบาๆ ดันให้เธอเดินนำไปที่ห้องนอนใหญ่ภูผาเดินตามเข้าไปแล้วปิดประตูลง ทิ้งให้คิมยืนอยู่คนเดียวตรงโถงกลาง…..พรีมก้าวเท้าออกจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงห้องแต่งตัว ภูผาก็คว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดันร่างเธอถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานประตูห้องนอนตึง!“คุณภูผา... อื้อ!”ภูผากดจูบลงมาหนักหน่วง มือกระตุกสายผูกชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกอย่างรวดเร็ว เขายกร่างเธอขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ดันสะโพกเธอแนบชิดกับบานไม้“ตรงนี้... ไม่เอาค่ะ” พรีมเบือนหน้าหนี ลมหายใจหอบถี่ พยายามใช้สองมือดันไหล่เขาออก “ไปที่เตียงเถอะนะคะ”“ทำไมล่ะ” ภูผากระซิบชิดซอกคอ “ตรงนี้ก็สะดวกดีออก”ร่างกายของเขารุกรานเข้ามาทันทีโดยไม่ให้เวลาเธอตั้งตัว พรีมสะ







