Share

บทที่ 4

Author: นิจนิรันดร์
สองสามวันต่อมา เหลียงซิวหย่วนไม่ได้กลับบ้านเลย แค่ส่งข้อความมาบอกว่าไปทำงานข้างนอก

แต่เย่เสี่ยวเสี่ยวดันเปิดเผยที่อยู่ของเขาซะอย่างนั้น

เจียงอี่ฮว่าไม่ตอบข้อความพวกนี้เหมือนเดิม แค่พรินต์ออกมาแล้วเก็บไว้เหมือนที่เคยทำ

เมื่อมีเวลาว่างเธอก็จะไปทำรายการสิ่งที่อยากทำก่อนตายทีละเรื่อง

เมื่อทำได้ถึงเรื่องที่สิบ เธออ่านข้อความที่เขียนไว้ว่าชมดอกไม้ จากนั้นเปิดมือถือแล้วค้นหาอยู่แป๊บหนึ่ง สุดท้ายเธอตัดสินใจไปชมดอกเหมยที่เพิ่งจะเริ่มผลิบานในสวนสาธารณะชื่อดัง

วันทำงานที่สวนสาธารณะไม่ค่อยมีคน เธอค่อยๆ เคลื่อนรถเข็นไปตามทางเล็กๆ

ช่วงบ่ายสามถึงสี่โมง มีนักร้องเปิดหมวกมาที่ลานกว้างเยอะมาก พวกเขาดีดกีตาร์ และร้องเพลงรักแสนไพเราะ

เจียงอี่ฮว่าหันไปมองตามเสียง เห็นเหลียงซิวหย่วนอยู่ไม่ไกล รวมถึงเย่เสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ข้างๆ เขา

ทั้งสองคนถือถ้วยของกินเล่น กินไปคุยไป

เย่เสี่ยวเสี่ยวใช้ไม้จิ้มของตัวเองจิ้มผลไม้ป้อนเขา เขาก็อ้าปากกินมันอย่างเป็นธรรมชาติ

เห็นใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เจียงอี่ฮว่าอึ้งเล็กน้อย

เธอไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอพวกเขาที่นี่

เธอดูเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เห็นเหลียงซิวหย่วนลุกขึ้นแล้วเดินไปหานักร้องที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก้มลงไปพูดกับนักร้องไม่กี่ประโยค นักร้องก็ลุกออกไป

เขาปรับไมค์เรียบร้อย แล้วก็ดีดกีตาร์ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน

“ขอมอบเพลงนี้ให้กับเย่เสี่ยวเสี่ยว ผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด”

เมื่อสิ้นเสียง เสียงร้องใสๆ และนุ่มนวลดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงกีตาร์อันไพเราะ

เมื่อได้ยินเพลงที่อบอวลไปด้วยความรักเพลงนี้ เสียงรอบๆ เงียบลงทันที

ผู้หญิงสองสามคนที่อยู่ข้างๆ ตาเป็นประกายระยิบระยับ พากันเอ่ยชมเบาๆ

“หล่อมาก อิจฉาผู้หญิงคนนี้จัง แฟนฉันไม่มีทางทำเรื่องโรแมนติกแบบนี้หรอก”

“เพลงนี้ซึ้งมากเลย ฉันเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก เขาแต่งเองเหรอ?”

“ใช่”

เจียงอี่ฮว่าตอบโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าตอบเธอหรือกำลังคิดถึงเรื่องในอดีต

ตอนอายุ 16 ปี เธอเคยฟังเพลงนี้ในงานเลี้ยงวันปีใหม่

เหลียงซิวหย่วนแต่งเนื้อเพลงและทำนองเอง ขึ้นแสดงเป็นโชว์ปิดท้าย เขายิ้มแล้วพูดประโยคเมื่อกี้ต่อหน้าครูและนักเรียนทั้งโรงเรียน

แต่ตอนนั้นตัวเอกคือเธอ

ในหอประชุมเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา พวกนักเรียนมัธยมปลายผิวปากและกรี๊ดไม่หยุด

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขายังสมัครเข้าชมรมกระจายเสียง

ตั้งแต่นั้นมาเจียงอี่ฮว่าก็ได้ยินเพลงนี้ในช่วงพักกลางวันทุกวัน

ทุกอย่างในตอนนั้นช่างงดงามเหลือเกิน

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพลงนี้ไม่ใช่เพลงของเธออีกต่อไป

คนที่อยู่ในใจเขาก็ไม่ใช่เธอแล้ว

ผู้หญิงสองสามคนได้ยินเสียงแล้วก้มหน้าลง นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจ พวกเธอรีบยื่นกระดาษทิชชูมาให้ “พี่สาวร้องไห้ทำไม? เพลงนี้ซึ้งมากเลยเหรอ?”

เจียงอี่ฮว่าเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้น้ำตานองหน้าตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

เธอรับกระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำตาแล้วส่ายหน้าไปมา จากนั้นเคลื่อนรถเข็นออกไป

เรื่องที่สิบเก้าก็คือกลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่า

เจียงอี่ฮว่าถือบัตรนักเรียนใบเก่าเข้าไปในโรงเรียนที่คุ้นเคย

ลู่วิ่ง 800 เมตรที่เหลียงซิวหย่วนเคยจับมือเธอวิ่ง ห้องสมุดที่เคยมาทำโจทย์ด้วยกัน อาคารเรียนที่เขาแบกเธอขึ้นไปตอนเธอข้อเท้าแพลง......

ทุกๆ ที่เคยมีความทรงจำของพวกเขาสองคน แต่ตอนนี้เธอเดินไม่ได้ ทำได้แค่มองดูจากไกลๆ

หลังจากนั้นเธอเคลื่อนรถเข็นมาที่มุมหนึ่งในสวนดอกไม้ มองต้นหงส์ฟู่สีขาวที่สูงพอๆ กับเธออย่างเหม่อลอย

วันปลูกต้นไม้ในตอนนั้น ชั้นเรียนได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เหลียงซิวหย่วนเป็นคนปลูกต้นไม้ต้นนี้ด้วยตัวเอง

ต้นไม้ที่เพื่อนในห้องปลูกไว้ตายหมด รอบๆ มีเพียงความว่างเปล่า เหลือแค่ต้นกล้าต้นนี้เท่านั้น

มันไม่ใช่ต้นไม้ที่แข็งแกร่ง แต่เหลียงซิวหย่วนมาดูมันทุกวัน แล้วก็รดน้ำใส่ปุ๋ยเป็นประจำ

แม้ฤดูกาลผันแปร เขาก็ไม่เคยหยุดทำ

หลังจากเธอรู้เรื่องนี้ เธอถามเขาว่าทำไมต้องตั้งใจดูแลต้นไม้ขนาดนี้

เขาจูงมือเธอมายืนข้างหน้าต้นไม้ เอามือแหวกหญ้าที่อยู่รอบๆ เมื่อเธอเพ่งมอง ถึงรู้ว่ามีตัวอักษรหนึ่งบรรทัดสลักอยู่ที่รากต้นไม้

เวลาผ่านไปแปดปี ต้นไม้สูงถึงเอวของเธอ อยู่ในระดับเดียวกับเธอที่นั่งอยู่บนรถเข็น

เธอเอามีดเล่มเล็กๆ ที่พกมาจากบ้านค่อยๆ ลบตัวอักษรบรรทัดนั้น

“เหลียงซิวหย่วนรักเจียงอี่ฮว่าตลอดไป”

เจียงอี่ฮว่าจ้องเปลือกไม้ที่ลอกออกมาอยู่นาน เธอหัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา

เหลียงซิวหย่วน

นายทำมันไม่ได้ ตลอดไปไม่มีอยู่จริง

แล้วนายก็ไม่ได้รักฉันด้วย

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นแบบนี้ ทำไมนายต้องโกหกฉันพร้อมกันถึงสองเรื่องล่ะ

ผ่านไปนานก่อนที่เธอจะเคลื่อนรถเข็นออกจากโรงเรียน เรียกแท็กซี่ไปสำนักงานทะเบียน

เธอจะมาเอาชื่อออกจากทะเบียนบ้าน เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว “ต้องมีเอกสารแจ้งตายถึงจะเอาชื่อออกจากทะเบียนบ้านได้”

เจียงอี่ฮว่าเอาเอกสารรับรองการทำการุณยฆาต และเอกสารทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงออกมาจากกระเป๋า เธอยื่นให้เจ้าหน้าที่แล้วพูดด้วยเสียงราบเรียบเหมือนคุยเรื่องทั่วไป

“คนในครอบครัวฉันตายหมดแล้ว อีกไม่นานฉันก็จะหย่าแล้ว หลังตายไม่มีใครจัดการเรื่องพวกนี้ให้ฉันแล้ว ฉันก็เลยมาจัดการด้วยตัวเอง จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น”

เจ้าหน้าที่ฟังจบแล้วเปิดเอกสารดู จากนั้นไปสอบถามหัวหน้า สุดท้ายก็รับเอกสารของเธอไว้เป็นกรณีพิเศษ รอเธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ทางโรงพยาบาลส่งใบมรณบัตรมาที่นี่

เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จ เธอพูดขอบคุณเจ้าหน้าที่แล้วออกมา

พอออกมาข้างนอก ขณะที่เธอกำลังจะเรียกแท็กซี่ ดันได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

เหลียงซิวหย่วนลงมาจากรถด้วยสีหน้าตกใจ

“ฮว่าฮว่า เธอมาทำอะไรที่นี่?!”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 27

    ใบหน้าอีกซีกหนึ่งของเย่เสี่ยวเสี่ยวบวมเป่งขึ้นมาทันทีเธอรู้ว่าตอนนี้เหลียงซิวหย่วนสูญสิ้นความเป็นคนแล้ว ถึงอธิบายขนาดไหนก็เปล่าประโยชน์แต่เธอเจ็บใจ เจ็บใจที่ต้องตายแบบนี้ เจ็บใจที่ต้องตายเพราะคนที่เคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเจอเขาขู่เอาชีวิตแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอไปเอาแรงมาจากไหน สะบัดมือเขาออกแล้วยื้อยุดฉุดกระชากกับเขาเธอกัดเขาพร้อมกับร้องตะโกนเหมือนคนบ้า“เธอฆ่าตัวตายเอง ทำไมฉันต้องตายไปพร้อมกับเธอ! ทำไม! เธอคิดสั้นเอง เธอตัดสินใจเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน?”“ฉันแค่บอกความจริงทุกอย่างให้เธอรู้ ถ้าไม่ได้ฉัน เธอคงโดนนายหลอกไปตลอดชีวิต! แค่สูญเสียขาชีวิตเธอก็พังแล้ว ยังมาโดนสามีที่นอกใจหลอกอีก ฮ่าๆๆๆ ชีวิตเธอช่างน่าสงสารจริงๆ!”“ฉันกำลังช่วยเธออยู่ นายเข้าใจไหม! ถ้าไม่ได้ฉัน เธอต้องทรมานต่อไปเรื่อยๆ ต้องฟังคำโกหกน่าขยะแขยงของนายต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตแบบนั้นทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก!”แต่ละคำเหมือนลูกธนูแหลมคมแทงทะลุหัวใจเหลียงซิวหย่วนสมองเขาขาวโพลน เหลือเพียงเสียงกรีดร้องของเธอดังวนอยู่ในหัวมือสองข้างที่จับตัวเธอแน่นคลายออก ตกลู่ลงข้างลำตัวอย่างไร้สิ้นเรี่ยวแรงหลังจากเป็นอิสระอีกครั้ง

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 26

    ในรถเงียบอยู่นานมากเหลียงซิวหย่วนเห็นเธอปิดซิปด้วยท่าทางตื่นตระหนก โยนกระเป๋ากลับไปที่เบาะหลังเหมือนมันคือระเบิด เขายกมือขึ้นมากดปุ่มล็อกประตูและหน้าต่างรถ“คุ้นตามากเหรอ?”ตอนเขาพูด น้ำเสียงยังราบเรียบเหมือนเดิม ราวกับกำลังคุยกันว่าจะทำอะไรต่อ ไม่มีความรู้สึกที่ผิดแปลกไปเลยแต่เมื่อเย่เสี่ยวเสี่ยวได้ยินเสียงสัญญาณล็อกประตูรถเธอเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาทันทีความรู้สึกเย็นยะเยือกกว่าลมหนาวข้างนอกแผ่ซ่านขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ค่อยๆ พุ่งขึ้นมาที่ท้ายทอยของเธอเธอหดมือหดเท้า ขยับเข้าไปชิดประตูรถ รอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืนมาก“ซิวหย่วน นายเป็นอะไรไป เจ็บตาไม่ใช่เหรอ?”เมื่อเห็นว่าเธอยังทำเป็นไม่รู้เรื่อง เหลียงซิวหย่วนยิ้มออกมาเช่นกัน เขาเลียนแบบน้ำเสียงสดใสและไร้เดียงสาของเธอ“ใช่ ฉันเห็นแชตพวกนี้ ฉันก็เลยเจ็บตามาก”“แล้วเธอล่ะ เห็นแชตพวกนี้แล้วรู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า? เจ็บตาไหม? หรือเจ็บหัวใจ? หรือเจ็บตรงอื่น?”น้ำเสียงที่เขาเลียนแบบเธอกับรอยยิ้มขนหัวลุกบนใบหน้า ทำให้เย่เสี่ยวเสี่ยวอยากกรี๊ดมากเธอเสแสร้งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว สีหน้าหวาดผวาเหมือนเจอผีอย่างไรอย่างนั้น“ซิวหย่วน ฉันไ

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 25

    เย่เสี่ยวเสี่ยวลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หลังจากเห็นเหลียงซิวหย่วนที่มารออยู่ด้านล่างนานแล้ว เธอรีบโผไปกอดเขาทันที“ซิวหย่วน ฉันนึกว่านายยังโกรธฉันอยู่ ขอโทษนะ วันนั้นฉันผิดเอง ฉันพูดไม่ดี ขอบคุณที่นายยกโทษให้ฉัน”น้ำหอมกลิ่นฉุนที่อยู่บนผมเธอลอยเข้าจมูกเหลียงซิวหย่วน ทำให้เขาเริ่มคลื่นไส้อีกแล้วแต่เขาไม่พูดอะไรสักคำ พยายามอดกลั้นอาการพะอืดพะอมมือหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีกมือโอบเอวเธอค่อยๆ เดินไปที่รถเย่เสี่ยวเสี่ยวมองมือเขาที่วางอยู่ตรงเอวตัวเอง เธอแอบดีใจเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อตั้งแต่พวกเขารู้จักกันมาห้าเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียงซิวหย่วนเป็นฝ่ายแตะเนื้อต้องตัวเธอก่อนเธอนึกว่าเขาก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดมาได้แล้ว นึกว่าเขาคิดได้แล้ว นึกว่าเขาตัดสินใจใช้ชีวิตกับเธอแล้ว น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความดีใจ“ช่วงนี้นายไม่ค่อยได้กินข้าวเหรอ ผอมจนจำไม่ได้แล้วเนี่ย ฉันเห็นแล้วปวดใจมาก”เหลียงซิวหย่วนขานรับแล้วเปิดฝากระโปรงหลังรถเย่เสี่ยวเสี่ยวเป็นห่วงเลยอยากถามอีก แต่ดันปรายตาไปเห็นท้ายรถที่ว่างเปล่า นัยน์ตาเธอฉายแววประหลาดใจ“จะไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ? ซิวหย่วน ทำไมนายไม

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 24

    เช้าวันที่ทำพิธีฝังให้เจียงอี่ฮว่า เหลียงซิวหย่วนออกจากบ้านเขาโกนหนวดบนใบหน้า ตัดผมสั้น อาบน้ำ แล้วก็ใส่ชุดดำทั้งตัวเมื่อลงมาข้างล่าง เขาทิ้งขยะที่เก็บมาจากในห้อง เงยหน้ามองห้องที่มีผ้าม่านสีฟ้าที่ชั้นเจ็ดอยู่นานมากเมื่อเห็นแสงแรกของวัน เขาละสายตาออกจากห้องนั้น หยิบกุญแจในกระเป๋าเสื้อ ดึงตุ๊กตาที่ห้อยกุญแจออกมา แล้วโยนกุญแจลงไปในคูน้ำจากนั้นก็เข้าไปในรถ ขับรถมุ่งหน้าไปภูเขาทางใต้เขาไม่รู้ว่าหลุมศพของเจียงอี่ฮว่าอยู่ตรงไหน จึงต้องดูตั้งแต่หลุมศพที่อยู่ด้านล่างสุดเมื่อเขาเดินมาถึงกลางภูเขา เห็นแม่กำลังคำนับอยู่ เขาถึงกับโล่งอกเขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ค่อยๆ เดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่แล้วเอ่ยเสียงเบา “แม่”แม่ไม่สนใจเขาเธอนั่งยองๆ แล้วเอาช่อดอกลิลลี่วางไว้หน้าป้ายหลุมศพ แล้วก็เอาผ้าออกมาเช็ดเศษฝุ่นเศษดินที่ติดอยู่บนนั้นเมื่อเช็ดป้ายหลุมศพจนสะอาดหมดจด เธอลุกขึ้นมามองมือที่ว่างเปล่าของเหลียงซิวหย่วน“นายมาทำไม?”เสียงเธอเย็นชามาก เหมือนกำลังถามคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมาแต่เหลียงซิวหย่วนไม่แคร์สักนิดตั้งแต่เขาเห็นแม่ เขาก็ไม่ละสายตาจากเธอเลยแต่แม่ไม่มองหน้าเขา จึงไม่รู้ว่าตอน

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 23

    บนกระดาษ 26 แผ่นเป็นข้อความในแชตที่ถูกพรินต์ออกมารูปขาวดำสลับกับตัวอักษรยาวเหยียดสะท้อนอยู่ในดวงตาเหลียงซิวหย่วนข้อความและรูปภาพพวกนี้หลั่งไหลเข้ามาในหัว ดึงความทรงจำมากมายในอดีตที่ถูกลืมไปนานแล้วกลับมาอีกครั้งเขาค่อยๆ ดูทีละแผ่น กวาดตาดูรูปขาวดำเป็นอันดับแรกรูปที่อยู่บนกระดาษทุกแผ่น เป็นรูปที่เหลียงซิวหย่วนคุ้นตามากรูปถ่ายหลายรูปยังอยู่ในมือถือที่เขาไม่ได้เปิดเครื่องมาเป็นเวลานานเมื่อดูรูปหมดแล้ว เขาเริ่มรู้สึกชาและปวดจี๊ดตรงขมับมันไม่เจ็บ แต่ทำให้เขาได้สติขึ้นมาเขาเก็บกระดาษที่หล่นอยู่บนพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล แล้วกลับมาเปิดไฟที่ห้องนอนจากนั้นเก็บมือถือที่หล่นอยู่ตรงมุมมาชาร์จแบตแล้วกดปุ่มเปิดเครื่องภาพพักหน้าจอเป็นภาพของเจียงอี่ฮว่า รหัสปลดล็อกหน้าจอคือวันเกิดของเธอส่วนรูปของเจียงอี่ฮว่ากับเหลียงซิวหย่วนที่อยู่ในอัลบั้มสิบกว่ารูป เป็นรูปที่ถ่ายก่อนเดือนกันยายนตั้งแต่เดือนกันยายนก็ไม่มีรูปคู่อีกเลยเพราะสายตาเขามัวแต่มองใครอีกคน กล้องมือถือเขาก็ถ่ายแต่คนคนนั้นเขาซ่อนรูปที่ถ่ายไว้ ต้องใส่รหัสถึงจะเปิดดูได้รหัสคือวันเกิดของเย่เสี่ยวเสี่ยวเมื่อเขาใส่ร

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 22

    ช่วงนี้แม่ของเหลียงซิวหย่วนหาสุสานฝังศพให้เจียงอี่ฮว่าแม้เจียงอี่ฮว่าไม่ได้เหลือเถ้ากระดูกไว้ แต่เธอคิดว่าเจียงอี่ฮว่าตัวคนเดียว ยังไงก็ต้องทำพิธีฝังให้เรียบร้อย เธอจะได้จากไปอย่างสงบเลือกไปเลือกมาได้สักพัก ในที่สุดเธอก็เลือกที่ดินที่หันหน้ารับแสงอาทิตย์บนภูเขาทางใต้ แล้วก็ซื้อที่ดินตรงนี้ไว้เธอรู้ว่าเจียงอี่ฮว่าทำลายข้าวของทุกอย่างก่อนตาย แต่โชคดีตอนที่พวกเขาแต่งงานกัน ลูกสะใภ้คนนี้มอบกำไลให้เธอหนึ่งวงแม่ของเหลียงซิวหย่วนจะเอากำไลวงนี้ฝังลงไปในหลุมศพของเจียงอี่ฮว่า ใช้กำไลนี้ระลึกถึงเธอครั้งนี้เธอมาเอาภาพของเจียงอี่ฮว่าไปอัดเพิ่มหนึ่งใบ เพื่อนำไปติดที่ป้ายหลุมศพช่วงเทศกาลเธอจะได้แวะไปเยี่ยมเจียงอี่ฮว่าที่สุสานคิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญรู้ความจริงเรื่องที่เจียงอี่ฮว่าจากโลกนี้ไปในใจเธอเต็มไปด้วยความสับสน ไม่รู้จะรับมือเรื่องนี้ยังไง แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าลูกชายคนนี้อีกหลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง ไม่มองเหลียงซิวหย่วนที่ทรุดอยู่บนพื้นสักนิดไม่ได้มาสองสามวัน ห้องรกอีกแล้วเธอไม่ทำความสะอาดห้องให้เขาแล้ว เดินตรงไปที่ห้องนอนเพื่อหารูปถ่ายรูปนั้นเธอหา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status