Share

บทที่ 10 ผูกมิตร

last update Last Updated: 2025-12-11 11:37:54

บทที่ 10 ผูกมิตร

จินเยว่เดินทางมาถึงหน้าบ้านท่านหมอเกาแต่เขาไม่อยู่มีเพียงภรรยาของเขาเท่านั้นที่ออกมาต้อนรับ

“ว่าไงแม่หนูมีธุระอะไรหรือ” เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาน่าเอ็นดูภรรยาของหมอเกาก็เอ่ยทักทายจินเยว่อย่างเป็นมิตร

“ข้าชื่อกู้จินเยว่เจ้าค่ะ ข้านำผลไม้มาให้ ตอบแทนที่คราวก่อนท่านหมอเกาช่วยรักษาข้า” ร่างเล็กพูดพร้อมยื่นแตงโมให้

“นี่มันคือผลไม้อะไรกันป้าไม่เคยเห็นมาก่อน” ภรรยาหมอเการับแตงโมมาและเอ่ยถาม

“มันเรียกว่าแตงโมเจ้าค่ะ เนื้อสัมผัสของมันจะชุ่มฉ่ำและหวานมาก ท่านต้องผ่าแล้วลองกินเนื้อสีแดงๆข้างในอย่าลืมคายเมล็ดมันทิ้งด้วยนะเจ้าคะ” จินเยว่บอกพร้อมรอยยิ้มสดใส

“ขอบใจนะแม่หนู ไว้ข้าจะบอกท่านหมอให้” หญิงชราส่งยิ้มเอ็นดูบนใบหน้าปรากฏรอยเหี่ยวย่นน้อยๆ

หลังจากนั้นจินเยว่ก็เดินไปที่บ้านอีกหลังที่ตั้งไม่ห่างกันมาก บ้านหลังนี้มีขนาดค่อนข้างเล็กแต่ไม่ได้เก่าทรุดโทรมแต่อย่างใด มันเป็นบ้านของอาสี่ของจินเยว่ อาสี่ของนางมีนามว่ากู้ป๋อเหวิน เขาแต่งงานกับภรรยามาได้เกือบปีแล้ว ท่านอาเล็กเป็นคนที่ใจดีที่สุดในบรรดาเหล่าพี่น้องของท่านพ่อของนาง ภรรยาของเขาก็เป็น

คนใจดีเช่นกัน 

พ่อของจินเยว่มีพี่น้องทั้งหมดสี่คนรวมตัวเขาด้วย กู้ซีห่าวเป็นลูกคนที่สอง เขามีน้องสาวหนึ่งคนนางแต่งงานออกไปอยู่บ้านสามีแต่ก็มักจะกลับมาเยี่ยมเยียนครอบครัวบ่อยครั้ง และน้องชายคนสุดท้องก็คือกู้ป๋อเหวิน

อาสี่มักจะไม่ค่อยถูกกับพี่น้องคนอื่นๆยกเว้นกู้ซีห่าว พวกเขามักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเสมอ เมื่อเขาและภรรยาแต่งกันจึงแยกบ้านออกมาทันทีพวกเขาไม่ค่อยกลับไปเยี่ยมที่บ้านเดิมเท่าไหร่นักหากไม่มีเรื่องจำเป็น

“ท่านอาป๋อเหวินอยู่ไหมเจ้าคะ” นางตะโกนเรียกคนในบ้าน เป็นภรรยาของป๋อเหวินที่เปิดประตูมา

“อาเจ้ายังไม่กลับจากงานเลย เจ้ามีธุระอะไรหรือ” 

กู้ป๋อเหวินมีอาชีพเป็นผู้ทำบัญชีให้ภัตตาคารแห่งหนึ่งในตลาด รายได้ของเขาอาจจะไม่มากมายนักแต่สุขสบายกว่าการทำไร่นาแน่นอน ในบรรดาพี่น้องสี่คน

มีแค่พี่ชายคนโตและน้องชายคนเล็กอย่างป๋อเหวินเท่านั้นที่ได้เรียนหนังสือ แต่

กู้จางหย่งหัวไม่ค่อยดีจึงลาออกกลางคันมีแค่กู้ป๋อเหวินที่ได้เรียนจนอ่านออกเขียนได้

จินเยว่และภรรยาของกู้ป๋อเหวินมีอายุไม่ห่างกันมากเนื่องจากป๋อเหวินเป็นลูกคนเล็กที่อายุห่างจากพี่ๆของเขาเป็นสิบปี เขาจึงมีอายุมากกว่าจินเยว่แค่สามปีเท่านั้น 

“ข้านำแตงโมมาฝากเจ้าค่ะ” จินเยว่ส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า

“เจ้าไปเอามาจากไหน ข้าเคยได้ยินชื่อมันแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” เจียลี่ขมวดคิ้ว

พ่อของนางเป็นเคยพ่อค้ามาก่อนเขามักเล่าเรื่องราวของเมืองต่างๆให้

นางฟัง แตงโมนี้เขาก็เคยเล่าว่ามันขึ้นแค่ในเมืองที่ห่างไกลด้วยสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่

“ข้าเก็บได้จากปากทางเข้าป่าเจ้าค่ะ”

“งั้นหรือ น่าแปลกจังข้าไม่เคยเห็นมันในเมืองนี้มาก่อน” ถึงจะสงสัยแต่ก็เอื้อมมือมารับไว้ 

“เจ้ารอตรงนี้ก่อนนะ ข้าฝากของไปให้แม่เจ้าหน่อย” นางเรียกจินเยว่ไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับ

หญิงสาวเดินหายเข้าไปในบ้านสักครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมไข่ในมือสี่ฟอง เจียลี่ยื่นไข่ในมือให้จินเยว่รับไว้

เจียลี่กำชับกับจินเยว่ว่า “เจ้าซ่อนมันให้ดีเล่า ข้ารู้ว่าพวกนั้นให้พวกเจ้ากินแต่ผักใช่หรือไม่ มันอาจจะไม่มากมายแต่เจ้าเก็บไว้เถอะ”

 “ขอบคุณมากเจ้าค่ะท่านอาสะใภ้” จินเยว่ขอบคุณพร้อมค้อมหัวให้หลายครั้ง 

ถึงนางจะมีมิติวิเศษก็จริงแต่นางไม่มีอะไรจะใส่เข้าไป อยู่บ้านกับข้าวที่ได้รับส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกผักนานๆจะมีไข่สักมื้อ ไม่ต้องพูดถึงเนื้อสัตว์ตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้นางไม่ได้กินเนื้อสัตว์สักครั้ง มื้อที่มีไข่ถือเป็นมื้อที่พิเศษอย่างยิ่ง สกุลกู้ไม่ใช่สกุลที่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ยากจนขัดสนดั่งคนอื่นๆ แต่กู้ฮุ่ยชิวที่มีอำนาจรองจากกู้ซีฮันมีใจลำเอียงไปทางลูกชายคนโต มีอะไรก็ให้เขาก่อนลูกคนอื่นๆด้วยหวังพึ่งลูกชายคนโตยามแก่ชรา

“ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ ข้าต้องไปช่วยท่านแม่ทำงานต่อ” นางเดินออกมาพอพ้นสายตาก็รีบเอาไข่เข้าไปเก็บในมิติทันที

ณ บ้านสกุลกู้

ตอนนี้เป็นเวลาอาหารเย็นแล้วจินเยว่และพี่ชายช่วยกันยกอาหารจากในครัวที่แม่พวกเขาพึ่งทำเสร็จมาวางบนโต๊ะ ส่วนของบ้านจินเยว่จะแยกไปกินอีกโต๊ะหนึ่งข้างๆกัน

 จินเยว่มองไปรอบห้องเพื่อสำรวจกู้ซีฮันและและกู้ฮุ่ยชิวนั่งที่โต๊ะตัวใหญ่ ใกล้กันมีครอบครัวของลุงใหญ่แต่ไม่พบกู้จางลี่

“จางลี่ไปไหนเสียล่ะซูฮวา” หญิงชราเอ่ยถามสะใภ้ใหญ่

“นางไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเลยให้นางพักอยู่ที่ห้อง” ซูฮวาตอบพลางส่งสายตาโกรธเคืองมาทางจินเยว่ แต่นางก็หาได้สนใจไม่ทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ใช่เรื่องของตนเอง

หญิงชราไม่ได้กล่าวอะไรต่อแค่พยักหน้าสองสามทีและหันมาส่งสายตาเย็นให้หลานสาว

“กินข้าวกันได้แล้ว กับข้าวเย็นหมดแล้ว” ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถ้ากินข้าวเสร็จแล้วเจ้าเข้าไปหยิบพู่กันให้ปู่หน่อยนะจินเยว่ ข้าจะเขียนจดหมายซะหน่อย” ชายชราหันไปสั่งจินเยว่ที่กำลังใช้ตะเกียบคีบผักขึ้นมา

จินเยว่วางตะเกียบลง หันไปทางอีกโต๊ะ “ได้เจ้าค่ะท่านปู่” ตกปากรับคำแล้วก็หันมากินข้าวต่อ

ร่างเล็กรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป แค่โดนน้ำราดซูฮวาจะถึงกับจับไข้เลยหรือ บางทีอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น แต่ถึงคิดมากไปตอนนี้นางก็ทำอะไรไม่ได้

ขณะนี้เป็นเวลายามซวี(19:00น.- 20:59น.)แล้ว หลังจากทานข้าวเสร็จ

หนิงเทียนและจินเยว่ก็ไปช่วยกันล้างจานชามก่อนจะกลับไปนอนที่บ้านตัวเอง จินเยว่กำลังใช้หวีสางผมก่อนนอนอยู่หน้ากระจกในหัวก็คิดไปเรื่อยเปื่อย

ปัง!

เสียงดังออกมาจากห้องของกู้ซีฮันและภรรยา ตามมาด้วยเสียงเดินกระแทกเท้าดังๆมาทางห้องของจินเยว่ ภายในใจของจินเยว่สั่นระรัวเหมือนมันกำลังเตือนนางว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 100 บทส่งท้าย

    บทที่ 100 บทส่งท้ายกาลเวลาล่วงเลยมากว่าสามปี เจียวจิ้นและจูถิงฟางแต่งงานกันเมื่อสองปีก่อนพวกเขามีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนอยู่ในวัยกำลังน่ารักน่าชังจินเยว่และเยี่ยนเฉินแต่งงานกันหลังจากเจียวจิ้นไม่กี่เดือน แม่ทัพหนุ่มทุ่มเงินปลูกบ้านอีกหลังข้างๆกันกับบ้านของพ่อแม่นาง จินเยว่ให้เหตุผลกับเขาว่านางไม่อยากอยู่ห่างจากบิดามารดา ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้กันจินเยว่ก็จะไม่แต่ง จะครองโสดตลอดชีวิต ทำเอาเยี่ยนเฉินต้องกุมขมับสุดท้ายก็ตัดสินใจปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมา“ท่านแม่!” เสียงคุ้นเคยของเจียวเจี้ยตะโกนเรียกมารดาของเขาด้วยความร้อนรนจินเยว่รีบวิ่งไปตามเสียงของบุตรชาย น้ำเสียงของเขาร้อนรนขนาดนี้นางก็กลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะเกิดอุบัติเหตุ“เป็นอะไรลูก!” จินเยว่จับเจียวเจี้ยพลิกตัวไปมาเพื่อหาร่องรอยของบาดแผล“ท่านแม่ ข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับ” เจียวเจี้ยจับแขนจินเยว่ไว้เพื่อทำให้นางใจเย็นลง“แล้วเจ้าจะตะโกนเรียกแม่ทำไม แม่ตกใจหมดเลย” นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาปลอดภัยดี“ท่านแม่ดูนั่นสิ”เขาชี้ไปข้างหลังของจินเยว่บนเตียงเล็กมีทารกเพศชายวัยหนึ่งขวบกำลังนอนลืมตาโตจ้องมองมาทางนางและเจียวเจี้ย“เจ้าจะให้แม่ดูอะไรห

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 99 ท่านผู้นั้น

    บทที่ 99 ท่านผู้นั้นมือบางยื่นไปข้างหน้าเพื่อจะสัมผัสกลุ่มหมอกควันนั้น มือของนางนั้นสั่นเทาน้อยๆ เมื่อนางได้สัมผัสถึงมันก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นพรึ่บ!กลุ่มหมอกควันกลายเป็นร่างของบุรุษรูปงาม ผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยจนถึงกลางหลัง ที่บอกว่ารูปงามคือใบหน้าของเขางามหยดย้อยอย่างกับสตรีจนจินเยว่อ้าปากค้างด้วยความตะลึง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” เจียวเจี้ยที่เห็นมารดาของเขาเงียบไปก็สะกิดเรียกนาง นิ้วของจินเยว่ยังค้างอยู่ที่เอวของคนตรงหน้า“ห้ะ! อ๊ะ ขออภัยเจ้าค่ะ” จินเยว่รีบดึงมือกลับด้วยความตกใจ“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า”“เจียวเจี้ยบอกว่าท่านเรียกข้ามามีอะไรหรือเจ้าคะ”“ก่อนอื่นข้าก็คงต้องแนะนำตัวก่อนสินะ ข้าคือเทพผู้ควบคุมข้าเป็นคนส่งเจ้ามาที่โลกนี้และมอบมิติวิเศษให้กับเจ้า”“ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ”“ช้าก่อน ตอนนี้เจ้าสามารถผ่านด่านเคราะห์ทั้งปวงได้หมดแล้ว เหลือเพียงด่านเคราะห์ครั้งสุดท้ายที่เจ้าตะต้องผ่านไปให้ได้ ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนครั้งก่อนๆแต่อาจจะลำบากใจสักหน่อย”“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” จินเยว่ขมวดคิ้วมุ่น พูดมาตรงๆเลยไม่ได้หรือไงกันทำไมต้องลีลาด้วย“ข้าก็แค่

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 98 คำสั้นๆ

    บทที่ 98 คำสั้นๆ“แล้วคุณชายจะปล่อยเขาไปหรือขอรับ” จุนเฟิงถามเยี่ยนเฉิน“นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้น้องชายคนนี้” เยี่ยนเฉินตัดสินใจที่จะปล่อยซื่อเหลียนไปครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะสงสารที่เขาโดนมารดาของตัวเองหลอกลวงมาทั้งชีวิต“แล้วแม่นางจินเยว่…”“ข้าจะไปขอโทษนางด้วยตัวเอง” จินเยว่คงจะไม่พอใจที่เขาปล่อยให้คนที่ทำเรื่องเลวร้ายกับนางลอยนวล“ข้าเชื่อว่านางจะเข้าใจคุณชายขอรับ”“ข้าไม่กล้าคาดหวังให้นางเข้าใจหรอก ขอแค่ได้พูดขอโทษนางก็พอ”เยี่ยนเฉินให้ซื่อเหลียนกลับเมืองหลวงและไปอยู่บ้านของบิดาของพวกเขา น้องชายของเขายอมทำตามแต่โดยดี แววตาคู่นั้นเจือปนความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยณ บ้านหนิงเทียนเยี่ยนเฉินที่จัดการเรื่องของน้องชายเสร็จก็เดินทางมาหาจินเยว่ต่อเมื่อได้พบหน้ากันจินเยว่ก็มองหาซื่อเหลียนแต่ไม่พบ“น้องชายของท่านเล่าเจ้าคะ” นางเลิกคิ้วสูง“ข้าปล่อยตัวเขาไปแล้ว”“ทำไมล่ะ” จินเยว่ถามด้วยน้ำเสียงปกติ นางไม่ได้โกรธเคืองที่เขาปล่อยตัวคนร้ายไปเพราะเรื่องร้ายๆยังไม่ได้เกิดขึ้น คนที่มาจับตัวนางก็ดูจะระวังไม่ให้จินเยว่เจ็บตัว เขาไม่ได้ใช้กำลังกับนางเหมือนกับตอนเฟยหรง“ข้ากับเขาได้ปรับค

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 97  พี่น้องพบหน้า

    บทที่ 97 พี่น้องพบหน้า“เจ้าจะเอาอย่างไรต่อจินเยว่” เจียวจิ้นหันไปถามความเห็นของน้องสาว เรื่องนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าที่เขาคิด เรื่องของนางก็ควรให้นางตัดสินใจเอง“รอเยี่ยนเฉินกลับมาก่อนเถิดเจ้าค่ะ คงมีเรื่องให้คุยกันมากทีเดียว” จินเยว่อยากจัดการให้มันจบๆไปเสียที“ข้าเห็นด้วย งั้นก็นำตัวเขาไปให้ทางการก่อนแล้วรอเยี่ยนเฉินมาค่อยถามเขาว่าจะเอาอย่างไรกับน้องชายของเขา”จือหานให้คนงานของเขามาคุมตัวคนร้ายไปส่งทางการก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไป“เยี่ยนเฉินมีน้องชายด้วยหรือ” ระหว่างทางกลับบ้านเจียวจิ้นก็พูดคุยกับจินเยว่ไปเรื่อยเปื่อย“ใช่เจ้าค่ะ เขามีน้องชายอยู่หนึ่งคนชื่อซื่อเหลียน ข้าได้เจอเขาอยู่สองสามครั้งเท่านั้นดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยถูกกัน”“แปลกนะเป็นพี่น้องกันแต่เกลียดกัน” สำหรับชาวบ้านธรรมดาแบบเขาเป็นพี่น้องกันก็ต้องรักกันดูแลกัน เจียวจิ้นไม่เคยเจอสังคมที่คนเป็นพี่น้องต้องถูกนำมาเปรียบเทียบและแข่งขันกันเองก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่เข้าใจ“ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ แต่ละครอบครัวก็มีการเลี้ยงดูที่ต่างกันเราไม่สามารถนำสิ่งที่เราเจอไปตัดสินครอบครัวของคืนอื่นได้”จินเยว่ที่ได้รับรู้เรื่องราวของครอบครัว

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 96 อีกแล้วหรือ

    บทที่ 96 อีกแล้วหรือสองสามวันมานี้จินเยว่รู้สึกแปลกๆเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา ทำให้เวลาจะไปไหนก็จะมีเยี่ยนเฉินหรือไม่ก็เจียวจิ้นไปด้วยเสมอ นางเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง“วันนี้ข้าจะต้องเดินทางไปเมืองข้างกันเพื่อปราบปรามพวกโจรคงไปไม่นานนัก เจ้าดูแลตัวเองดีๆนะ” เขาเป็นห่วงนางมากแต่หน้าที่ก็คือหน้าที่“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ”“ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปข้าแล้วข้าจะอยู่อย่างไร”นี่เขาเป็นห่วงหรือแช่งนางจินเยว่ก็ไม่มั่นใจ แค่ไปไม่กี่วันต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้เลยหรือ ทำอย่างกับจะไปเป็นเดือนงั้นแหละ“ข้าจะดูแลตัวเองอย่าดี ท่านนั้นแหละต้องไปปราบโจร ระวังตัวดีๆนะเจ้าคะ อย่าบาดเจ็บกลับมาเล่า”ว่าแต่เขาตัวนางเองก็ห่วงเขาเช่นกัน จินเยว่ถึงกับเตรียมน้ำจากน้ำตกผิงอานให้เขาหลายกระบอกเผื่อไว้เยี่ยนเฉินกระโดดขึ้นหลังม้าจากไปแล้ว จินเยว่โบกมือลาจนเขาลับตาถึงหยุดมือ“เดินทางปลอดภัยนะ” นางพึมพำกับตัวเอง และกลับไปทำงานของตัวเองต่อซื่อเหลียนตามเฝ้าดูจินเยว่มาหลายวัน วันนี้สบโอกาสลงมือเสียที อะไรก็ดูจะเป็นใจไปเสียหมด เยี่ยนเฉินไปแค่สองวันหากเขารู้ว่าคนรักของเขาหายตัวไปเยี่ยนเฉินจะรู้สึกอย่างไรกันนะจินเยว่ไปทำงา

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 95 ไม่สำนึก

    บทที่ 95 ไม่สำนึกมนุษย์เรามักจะมาสำนึกได้ในวันที่สายไปแล้วเสมอจางห่าวอู๋ก็เช่นกัน เขาไม่เคยพอใจในสิ่งที่มีและมักจะขวนขวายทุกสิ่งและทุกอย่างมาตลอดชีวิตโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังเลยว่าเขามีสิ่งใดอยู่ในชีวิตบ้าง“ท่านพี่ไปหาพวกมันมาหรือเจ้าคะ” อันฉีหรือฮูหยินรองของเขาพูดอย่างไม่พอใจ ใบหน้านางงอง้ำ“อืม หลบหน่อยข้าเหนื่อยข้าจะไปพัก” เขาดันตัวนางที่ขวางอยู่ออกไปแต่นางกลับไม่ยอมและยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น“แล้วเป็นอย่างไรบ้างท่านพี่บอกข้ามาก่อน” หากห่าวอู๋และเนี่ยนเจินหย่ากันตอนนี้นางก็จะอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเนี่ยนเจิน ใครจะไปยอมกันมาถึงขนาดนี้แล้ว“อันฉี เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งที่เราทำมันผิดและมันก็เลวร้ายมาก” ห่าวอู๋มีท่าทีสลดใจ“เลวร้ายแล้วอย่างไร ข้าไม่สนหรอกว่าสิ่งที่ข้าทำมันจะดีหรือร้ายขอแค่ให้ข้าได้สิ่งที่ต้องการมาก็พอ”เหมือนกับสามีคนนี้ เดิมทีห่าวอู๋ซื่อสัตย์ต่อภรรยามากแต่อันฉีก็ใช้สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันก็คือชะตากรรมของพวกเขาคอยเป่าหูว่านางเข้าใจเขาที่สุด ลูกขุนนางใหญ่โตอย่างฮูหยินเอกของเขาไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของเขา“งั้นเจ้าก็เตรียมตัวรับกรรมสิ่งที่ทำลงไปได้เลย”“หม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status