Masukคืนนั้นจินเยว่แอบเข้าไปในมิติอีกครั้ง นางได้เข้าไปคุยกับภูตน้อยที่กำลังนั่งแกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี
“เป็นอย่างไรบ้างเจียวเจี้ย อยู่คนเดียวเหงาหรือไม่”
“เหงานิดหน่อยขอรับท่านแม่ แต่ข้าก็มีเพื่อนเล่นเป็นพี่ๆ ปลาในลำธารด้วยขอรับ”
จินเยว่ส่งยิ้มอบอุ่นไปให้ “ดีแล้วแหละลูก วันนี้แม่มีอะไรให้เจ้าช่วย”
“อะไรหรือขอรับท่านแม่” เด็กน้อยถามด้วยความตื่นเต้น
“พวกเรามาปลูกแตงโมกันเถิด”
“จริงหรือขอรับท่านแม่ ข้าจะได้ปลูกพืชผักแล้วหรือขอรับ” เด็กน้อยมีความสุขยิ่งนัก ยิ่งพืชในมิติมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเติบโตและมีพลังมากขึ้น
“จริงสิ เรามาเริ่มกันเลยเถอะ”
ทั้งสองช่วยกันขุดดินและหยอดเมล็ดลงไป ปิดท้ายด้วยการรดน้ำจากน้ำตกผิงอาน
“แม่ฝากเจ้าดูแลแตงโมของพวกเราด้วยนะ คอยรดน้ำมันทุกวันด้วยเล่า” จินเยว่บอกภูตน้อยก่อนจะออกจากมิติและกลับไปนอนดังเดิม
หลังจากที่จินเยว่นำเมล็ดแตงโมที่ซื้อมาไปปลูกในมิติและฝากเจียวเจี้ยรดน้ำทุกวันก็ผ่านมาได้ราวเกือบสัปดาห์แล้ว หลายวันที่ผ่านมาจินเยว่ออกไปช่วยครอบครัวทำสวนทุกวันมีบางครั้งที่เข้าไปดูแตงโมในมิติบ้างพวกมันเจริญเติบโตไวยิ่งนัก
วันนี้ครอบครัวจินเยว่ก็มาทำงานที่สวนดังเดิม พวกเขาช่วยกันขยันทำงานทุกวันแต่น่าเสียดายที่ต่อให้ทำมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ได้ค่าตอบแทนอย่างที่ควรเป็น
“ท่านแม่ ท่านว่าข้าวแปลงนี้เมล็ดมันดูอวบอ้วนกว่าแปลงอื่นๆ หรือไม่ขอรับ” เจียวจิ้นที่เห็นข้าวแปลงที่จินเยว่แอบเอาน้ำจากน้ำตกผิงอานรดทุกวันถามขึ้น อีกทั้งข้าวในแปลงนี้ยังดูเหมือนมีผลผลิตเยอะกว่าแปลงอื่นๆ อีกด้วย
หนิงเทียนหันมาตามทางที่เจียวจิ้นบอก “จริงด้วยลูก ปีนี้พวกเราโชคดีแล้ว ข้าวเยอะขึ้นพวกเราก็จะได้ส่วนแบ่งอาหารมากขึ้นด้วย ดีจริงๆ” ลูกๆ ของนางผอมซูบเกินไปแล้ว ปีนี้ผลผลิตเยอะขึ้นก็ต้องขุนให้อ้วนขึ้นเสียหน่อย
เจียวจิ้นจะดีใจก็ไม่เต็มอก ผลผลิตเยอะขึ้นก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้ค่าตอบแทนจากพวกมันเพิ่มขึ้นเสียเมื่อไหร่อย่างดีก็แค่ได้ส่วนแบ่งอาหารเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น
จินเยว่ที่เห็นคนอื่นกำลังมีความสุขนางก็แอบอมยิ้มไปด้วย ร่างเล็กเดินหลบไปหลังต้นไม้และหลบเข้าไปในมิติ ทักทายภูตน้อยและเป็นไปตามคาดการณ์ แตงโมที่นางลงเมล็ดไว้และฝากเจียวเจี้ยดูแลบัดนี้ผลผลิตโตเต็มที่แล้ว เจียวจิ้นลงเมล็ดพันธุ์ไปแค่หนึ่งส่วนเท่านั้นอีกอีกเก้าส่วนไว้ปลูกในภายหลัง
จินเยว่เอามีดพกที่แอบเหน็บไว้ในเสื้อออกมาผ่าแตงโมและยื่นให้เด็กน้อยที่ยืนอ้าปากน้ำลายไหลอยู่ตรงหน้า
“แตงโมมันอร่อยหอมหวานจริงๆ ขอรับท่านแม่ ข้าไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ” เด็กน้อยเคี้ยวแก้มตุ่ย พลางเอ่ยชมไม่หยุดปาก
“อร่อยก็ดีแล้ว ส่วนนี้ของเจ้า ส่วนที่เหลือนี้แม่จะเอาไปแบ่งคนอื่นๆ กิน”
“ข้าขอปลูกอีกได้หรือไม่ขอรับท่านแม่ข้าชอบมันยิ่งนัก”
“ได้สิ แต่เหลือไว้ปลูกวันหลังด้วยเล่า ถ้างั้นแม่ไปก่อนนะ” ล่ำลา
ภูตน้อยแล้วก็อุ้มแตงโมสามลูกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ออกจากมิติ จินเยว่ตัดแตงโม มาทั้งหมด5ผลโดยหนึ่งในนั้นนางเอาไปเก็บไว้ในช่องว่างมิติ จินเยว่เดินไปยังจุดที่ครอบครัวนางยืนอยู่“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ หยุดพักก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้าเก็บผลไม้มาได้จาก
ในป่า เรามาแบ่งกันกินเถอะ” จินเยว่กวักมือเรียกทุกคนพวกเขามองไปตามทางที่จินเยว่กำลังเดินมา เมื่อร่างเล็กพูดจบ
พวกเขาก็เดินไปพักใต้ต้นไม้ใหญ่กิ่งก้านของมันแผ่ร่มเงาเป็นวงกว้าง“มันคืออะไรหรือเยว่เอ๋อร์ พ่อไม่เคยเห็นมาก่อน” กู้ซีห่าวถามด้วยความสงสัยแทนทุกคน
“สิ่งนี้เรียกว่าแตงโมเจ้าค่ะ เปลือกด้านนอกของมันจะมีสีเขียวแต่ถ้าผ่าข้างในออกมาแล้วจะมีสีแดง รสชาติของมันหวานฉ่ำมากเจ้าค่ะ” ร่างเล็กบรรยายไปมือก็ผ่าแตงโมออกเป็นชิ้นๆ ยื่นให้กับทุกคน
“แต่เม็ดสีดำข้างในมันกินไม่ได้นะเจ้าคะ” นางเอ่ยเตือนก่อน
หนิงเทียนยิ้ม “เจ้าไปเอามาจากที่ใดหรือเยว่เอ๋อร์”
“เมื่อกี้ข้าไปเดินเล่นที่ทางเข้าป่าแล้วเจอเข้าก็เลยตัดผลมันมาเจ้าค่ะ” จินเยว่รีบแก้ตัว
“พวกท่านชิมแล้วรสชาติเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ก่อนที่จะมีใครสงสัย
ไปมากกว่านี้ร่างเล็กก็รีบถามตัดบทก่อน“หวานอร่อยจริงๆ ตามที่เจ้าบอก” เจียวจิ้นเอ่ยชมไปตามความจริง
“รสชาติดีมากเลยลูก” หนิงเทียนพูดน้ำเสียงอบอุ่น สายตาเอ็นดูบุตรสาว
“ลูกพ่อเก่งจริงๆ รู้จักของอร่อยแบบนี้ด้วย”
“ที่เหลืออีกสองลูกเจ้าก็เก็บไปให้คนที่บ้านเถอะเยว่เอ๋อร์” กู้ซีห่าวยังไม่วายนึกถึงคนอื่นๆ ในครอบครัว
“ข้าให้ท่านปู่กับท่านย่าได้หนึ่งลูกเจ้าค่ะ ส่วนอีกลูกข้าจะเอาไปให้
ท่านหมอเกาตอบแทนที่เขาเคยรักษาข้าและให้ยามารักษาแผลของท่านแม่คราวก่อน” ที่จริงมันก็แบ่งให้ได้อยู่แหละแต่นางหมั่นไส้จางลี่อดกินไปเถอะ“ตามใจเจ้าเถอะ นี่เป็นของที่เจ้าหามาได้พ่อไม่อาจบังคับเจ้าได้”
จินเยว่ส่งยิ้มไร้เดียงสาให้คนเป็นพ่อ “งั้นเดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ”
ร่างเล็กเดินออกไปตามทางที่นึกขึ้นมาได้ในความทรงจำของร่างเดิม
บ้านของท่านหมอเกานี้อาจจะไม่ไกลมากแต่ก็เหนื่อยหอบอยู่เหมือนกันระหว่างทางที่เดินไปโฉมสะคราญก็รับรู้ได้ถึงสายตาหลากหลายที่มองเข้ามา ว่างกันนักหรือไงไม่เอาเวลาไปทำมาหากินกันนะ วันๆ มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่นอยู่ได้ ข้ารู้แล้วว่าข้าเป็นหญิงสารเลวในสายตาพวกเจ้า ถึงข้าไม่ได้ทำผิดอะไรเลยข้าก็จะรับมันไว้แล้วกัน ถ้าข้าชั่วร้ายนักพวกเจ้าก็อย่าเข้ามาใกล้ข้าเล่า จินเยว่คิดในหัวพลาง
เบะปากคว่ำ บางคนจ้องมองนางจนจินเยว่อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มกลับไปแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาสักนิดบทที่ 82 รักษาหลังจากที่พูดคุยอยู่กับมารดาของเยี่ยนเฉินอยู่นานสองนานก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับแล้ว เยี่ยนเฉินมายืนส่งร่างเล็กขึ้นรถม้า“ที่จริงข้าคิดว่าข้าพอจะมีทางช่วยมารดาของท่านได้นะเจ้าคะ” จินเยว่ไม่แน่ใจนักว่าจะบอกเขาดีไหม เจียวเจี้ยอาจจะไม่อยากให้นางบอก“จริงหรือ!” แววตาของเขามีความหวังขึ้นมา“ข้าก็ไม่แน่ใจนะเจ้าคะว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่”“บอกมาเถอะ ให้ทำอะไรข้าก็ยอม”“เจียวเจี้ยเขาสามารถรักษาสิ่งมีชีวิตได้ เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่งแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถรักษามารดาของท่านได้หรือไม่ และอีกอย่างคือท่านจะต้องขอให้เขาช่วยเองเพราะข้าไม่อยากบังคับลูก”“ขอบใจมากนะ ข้าจะลองไปขอร้องเขาดู แต่หากเขาไม่เต็มใจข้าก็จะไม่รบเร้าให้รำคาญใจ”“ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ”จินเยว่ขึ้นรถม้าของจวนแม่ทัพเพื่อกลับไปยังตำหนักของชินอ๋อง ในหัวก็ผุดความคิดขึ้นมามากมาย ทำไมอยู่ดีๆมารดาของเยี่ยนเฉินถึงล้มป่วยมาหลายปี ทำไมหมอถึงรักษาไม่ได้ มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมดเมื่อมาถึงตำหนักจินเยว่ก็เข้าไปในมิติและนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวออกมาจำนวนหนึ่ง เจียวเจี้ยลงมือช่วยมารดาของเขาขุดดินและทำการหยอดเมล็ดพันธุ์เ
บทที่ 81 กล่าวหาลอยๆ“ไม่เห็นต้องขู่กันเลย ข้าก็เป็นลูกขุนนางคนหนึ่งไม่ใช่สามัญชนทั่วไปที่จะให้ท่านมาขู่เข็ญได้ง่ายดายเช่นนี้” เรื่องมาถึงจุดนี้แล้วนางก็คงจะถอยไม่ได้เยี่ยนเฉินกัดฟันกรอด แม่นางผู้นี้นี่เป็นอะไรกันถึงได้พลิกลิ้นได้ถึงเพียงนี้ เขากำลังจะพูดตอกกลับไปแต่จินเยว่จับแขนเขาไว้คล้ายห้ามปราม“ไม่ทราบว่ามีหลักฐานไหมเจ้าคะว่าข้าแย่งคนรักขององค์หญิงสิบสี่มา หรือแค่หลักฐานอะไรสักอย่างก็ได้เจ้าค่ะว่าองค์หญิงทรงคบหาดูใจกับท่านแม่ทัพอยู่” จินเยว่แบมือไปตรงหน้าสตรีผู้นั้นด้วยท่าทางยียวน“ข้าจะไปมีได้อย่างไร” นางขึ้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ต่อให้จินเยว่เป็นหลานสาวท่านอ๋องแต่บิดาของนางก็เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา ถ้าวัดกันตอนนี้นางมีฐานะสูงกว่าเสียอีก“ท่านกำลังบอกข้าว่าท่านไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างแต่ท่านกล้าใส่ร้ายว่าข้าแย่งคนรักของคนอื่นมาหรือเจ้าคะ”สตรีผู้นั้นเริ่มตัวสั่นด้วยความอาย นางสอดส่องสายตามองหาองค์หญิงสิบสี่อย่างขอความช่วยเหลือ แต่องค์หญิงเข่อซิงกลับหนีไปแล้วจริงๆ“นี่ครอบครัวของท่านไม่ได้มีความแค้นอะไรกับท่านอ๋องใช่ไหมเจ้าคะ”“เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า”“เราไม่รู้จักกันและไม่เ
บทที่ 80 ข่าวลือแพร่สะพัดณ จวนเสนาบดีหวังบริเวณห้องรับรองของจวนได้รับการตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์และผ้าหลากสี เสนาบดีหวังจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาเพื่อฉลองที่หลานชายของเขาสอบจอหงวนได้อันดับต้นๆหลังจากที่พากเพียรร่ำเรียนมาหลายปีงานเลี้ยงถูกแบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งสตรีก็จะประกอบไปด้วยเหล่าคุณหนูจากหลายตระกูลและบรรดาฮูหยิน ส่วนฝั่งบุรุษก็จะมีทั้งคุณชายและขุนนางหลายคน“ยินดีด้วยนะเสนาบดีหวัง หลานชายของท่านนี่เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ ปู่ของเขาเก่งอย่างไรหลานก็เป็นเช่นนั้น”“ขอบใจๆ” แขกในงานหลายคนต่างเดินเข้าร่วมแสดงความยินดีกับเขา“ท่านโชคดีจริงๆที่มีหลานชายว่านอนสอนง่าย ไม่เหมือนลูกชายข้าวันๆเอาแต่ทำตัวลอยไปลอยมาไม่เป็นหลักเป็นแหล่งเสียที” เสนาบดีเฉินจับมือแสดงความยินดีกับเขา“เสนาบดีเฉินไม่ต้องกังวลไป หนุ่มสาวสมัยนี้ก็รักอิสระเช่นนี้แหละเดี๋ยวพอถึงเวลาเขาก็จะรู้เองว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”เสนาบดีเฉินคือปู่ของเฉินจือหาน เขาต้องผิดหวังกับบุตรชายคนโตหรือก็คือพ่อของจือหานมาครั้งหนึ่งแล้ว บุตรชายผู้นั้นไม่ยอมรับตำแหน่งขุนนางที่เขามอบให้แล้วยังจะคิดตีปีกหนีไปอยู่เมืองอื่นอีก เสนาบดีเฉินจึงได้บ
บทที่ 79 ร้านฟาไฉ “ท่านยายให้คนไปตามข้ามามีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ” “เจ้าชอบการค้าขายใช่หรือไม่” “เพคะ” จินเยว่เอียงคอด้วยความสงสัย “ยายว่าจะยกร้านเครื่องประทินโฉมของยายให้เจ้าดีหรือไม่” พระชายามองหลานสาวด้วยความเอ็นดู ร้านเครื่องประทินโฉมนี้เป็นร้านที่ท่านอ๋องมอบให้นางตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองก็แก่ชรามากแล้วควรส่งต่อให้ลูกหลานได้ดูแลต่อเสียที นางไม่อยากให้ร้านที่นางรักต้องตายไปพร้อมกับตนเอง “ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะข้าเกรงใจ” จินเยว่ยังคงใช้การพูดคุยแบบสามัญชนทั่วไปกับชินอ๋องและพระชายาของเขาเพราะทั้งคู่ขอไว้ เพียงแต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะต้องใช้คำพูดให้ถูกต้อง “รับไปเถอะ ร้านนี้ยายรักมันมากและยายก็แก่มากแล้วคงดูแลไม่ไหว” จินเยว่ต้องคิดหนักกับคำขอของอีกฝ่าย นางไม่อยากได้ของที่ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่นี่เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวของนางเป็นผู้มอบให้ หากรับไว้ก็คงจะไม่เสียหายอะไร “แต่อีกไม่กี่วันข้าก็ต้องกลับเมืองเฉิงกงแล้วนะเจ้าคะ” “ไม่ต้องกังว
บทที่ 78 จูถิงฟาง ณ ร้านต้าลี่ กู้เจียวจิ้นต้องเริ่มเรียนรู้วิธีการดำเนินกิจการทั้งหมดของน้องสาวเขาภายในเวลาอันสั้น ถึงนางจะมีบันทึกวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆไว้ให้เขา แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆจะมานั่งเปิดตำรากันตลอดก็คงจะไม่ได้ “เจียวจิ้น! โต๊ะนั้นเรียกคิดเงิน” จูถิงฟางตะโกนเรียกเขา “กำลังไป” ในร้านต้าลี่วันนี้ก็คนเยอะเหมือนทุกวัน เจียวจิ้นต้องใช้ความพยายามในการปรับตัวสูงมาก เขาไม่มีเวลาให้เรียนรู้มากนักจึงต้องอาศัยการทำงานจริง “ทั้งหมดหนึ่งร้อยอีแปะขอรับ” เจียวจิ้นบอกลูกค้าด้วยความสุภาพ “ทำไมแพงจังล่ะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว” ชายวัยกลางคนที่เจียวจิ้นคาดว่าน่าจะเป็นพ่อของเด็กๆอีกสองคนที่นั่งข้างกันโวยวายขึ้นมา ลูกค้าในร้านมองมาที่เขาเป็นตาเดียว “ข้าต้องขออภัยด้วยนะขอรับ ตอนพวกท่านสั่งอาหารเสี่ยวเอ้อของเราได้แจ้งราคาไหมขอรับ” เขาพยายามใจเย็นให้ถึงที่สุดอย่างไรนี่ก็คือลูกค้า “แจ้งแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรมันก็แพงเกินไปอยู่ดี” เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้แต่เสียงดังเรียกร้องความสนใจของลูกค้าคนอื่น
บทที่ 77 หมู่บ้านบนเขา ทหารหลายสิบคนถูกเรียกตัวด่วนโดยท่านแม่ทัพของพวกเขา เยี่ยนเฉินได้รับรายงานว่ามีโจรดักซุ่มโจมตีหมู่บ้านบนเขาเพื่อบุกเข้าไปปล้น ตอนนี้ชาวบ้านถูกพวกมันกักขังไว้เขาจึงต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ “ท่านแม่ทัพ! ท่านรอทหารที่เหลือมาสมทบเถอะขอรับ” จุนเฟิงเอ่ยเตือนเขา ทหารเพียงเท่านี้จะไปช่วยชาวบ้านได้อย่างไร “ให้พวกเขาตามไปทีหลังแล้วกัน กว่าจะรอรวมพลได้คงไม่เหลือชาวบ้านให้เราช่วยเหลือได้แล้ว” เขากล่าวเสียงเย็น เยี่ยนเฉินเร่งความเร็วของม้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บนหมู่บ้านมีแต่คนแก่กับเด็กทั้งนั้นพวกเขาจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร จุนเฟิงหมดปัญญาจะรั้ง เยี่ยนเฉินมักใจร้อนวู่วามเช่นนี้ตลอด เมื่อเขาได้รับภารกิจมาเขาก็จะต้องเร่งทำมันให้สำเร็จลุล่วงให้เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า เบื้องหน้าของพวกเขาคือหมู่บ้านขนาดเล็ก บ้านหลายหลังถูกไฟเผามอดไหม้จนเหลือแต่ซาก เยี่ยนเฉินกัดฟันกรอด มือแกร่งกำดาบแน่น เขากระโดลงจากหลังม้าและเดินลัดเลาะเข้าไปในหมู่บ้าน “แล้วเราจะทำอย่างไรกับชาวบ้านพวกนี้ล่ะพี่ใหญ่” เสียงหน







