LOGINการตอบโต้ของจินเยว่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเพราะปกติ
จินเยว่แทบไม่เคยตอบโต้นางเลย แต่ก็ดีเหมือนกันมันจะได้สนุกขึ้นมาหน่อย คิดในใจพลางตอบกลับ “โถ่น้องสาวของพี่ จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเล่า พี่สาวคนนี้เป็นห่วงเจ้าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะ” จางลี่ยิ้มเยาะด้วยความลำพองใจ“อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย หญิงหน้าหนาไร้ยางอายเช่นเจ้าไม่มีทางสงสารผู้อื่นอยู่แล้วกู้จางลี่” ข้าก็อยากจะเล่นด้วยต่ออยู่หรอกนะแต่ตอนนี้ข้าไม่ว่าง
“นี่เจ้า!” สำหรับจางลี่นั้นจินเยว่เป็นแค่คนที่อยู่ต่ำกว่านางหลายเท่า เมื่อโดนอีกฝ่ายด่าก็ทำให้อารมณ์โกรธปะทุขึ้นมา จนยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่าย
“อะไร เจ้าชี้หน้าข้าทำไม” ส่งยิ้มพร้อมน้ำเสียงยียวนชวนให้จางลี่ยิ่งเลือดขึ้นหน้า
กู้จินเยว่นางคนชั้นต่ำกล้าพูดจากับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร “ข้าเป็นพี่สาวเจ้านะ ในเมื่อเจ้าไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรกับคนที่อาวุโสกว่าข้าก็จะสั่งสอนแทนแม่ชั้นต่ำของเจ้าเอง” พูดเสร็จก็ยกมือขึ้นมาตบหน้าอีกฝ่าย
เพียะ!
เสียงตบไม่ดังมากนักเพราะจินเยว่เอี้ยวตัวหลบจึงโดนแค่ปลายนิ้วเท่านั้น
เจียวจิ้นที่เห็นว่าน้องสาวกำลังจะโดนทำร้ายก็รีบแทรกตัวมาบังจินเยว่ไว้แต่เขาขยับตัวช้าเกินไป น้องสาวของเขาโดนจางลี่ตบไปหนึ่งครั้ง ชายหนุ่มที่เงียบมาตลอดหันหน้ากลับมามองจางลี่ตาขวาง
“มันเกินไปแล้วนะจางลี่” เขาเค้นเสียงออกมาเสียงแข็ง
“เจ้าไม่ต้องมาพูดหรอกคนชั้นต่ำเช่นพวกเจ้าไม่มีสิทธิมาสั่งสอนข้า”
จินเยว่ที่เห็นว่าท่าจะไม่ดีเลยดันพี่ชายออก “ข้าจัดการเองเจ้าค่ะท่านพี่”
จินเยว่ไม่อยากเป็นคนเริ่มก่อนในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเริ่มจินเยว่ก็กระตุกยิ้มมุมปากทันที จางลี่มีสีหน้างงเล็กน้อย นี่นางเป็นบ้าไปแล้วหรือโดนตบไปแค่ครั้งเดียวแต่เหมือนนางจะเสียสติไปแล้วใยถึงฉีกยิ้มขนาดนั้นกันเล่า
ผัวะ!
จินเยว่ยกกำปั้นขึ้นมาต่อยจางลี่ไปเต็มแรงและคิดในใจว่าหมัดนี้ถือว่าฉัน
ยกให้เธอนะจินเยว่จางลี่ที่สติแตกไปแล้วตะคอกใส่สองพี่น้องว่า “เจ้า! พวกเจ้าสองพี่น้องรังแกข้า ข้าจะไปบอกท่านย่า คอยดูเถอะพวกเจ้าต้องโดนโบยแน่”
“เจ้ารีบไปเลย สู้ไม่ได้ก็ฟ้องคนโน้นทีคนนี้ทีเจ้านี่มันขี้ขลาดจริงๆ” พูดเสร็จก็กระตุกแขนพี่ชายวิ่งหนีไปที่แปลงผักทันทีระหว่างทางจินเยว่หัวเราะออกมาเสียงดัง
เมื่อมาถึงแปลงผักหนิงเทียนและสามีที่เห็นลูกสาวและลูกชายวิ่งมาทางนี้รีบทิ้งอุปกรณ์ในมือทันที ทั้งดีใจที่ลูกชายกลับบ้านทั้งตกใจที่ลูกสาวที่ป่วยอยู่วิ่งมาด้วยความเร็ว ยังป่วยอยู่ใช้แรงขนาดนั้นถ้าล้มป่วยลงไปอีกจะทำอย่างไร
“เจียวจิ้นกลับมาแล้วหรือลูก เป็นอย่างไรบ้าง เรียนสนุกหรือไม่” หนิงเทียนถามลูกชายคนโตด้วยความคิดถึง
“ข้าสบายดีขอรับท่านแม่ การเรียนก็ดีขอรับ”
“แล้วลูกสาวพ่อเล่าทำไมถึงวิ่งมาอย่างนี้ล่ะเกิดล้มป่วยไปอีกจะไม่แย่เอาหรือ”
“ข้าดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะข้าอยากช่วยพวกท่านทำงานเจ้าค่ะ”
หนิงเทียนแสดงสีหน้ากังวล “เดี๋ยวจะล้มป่วยลงไปอีกพ่อกับแม่ทำกันสองคนได้”
จินเยว่ยังดื้อรั้น “ให้ข้าช่วยเถอะนะเจ้าคะ” พูดช้าๆ พร้อมส่งสายตาออดอ้อนให้คนเป็นแม่
“งั้นก็ตกลง แต่เจ้าไม่ควรทำงานหนักช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ”
จินเยว่พยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ” พูดจบก็เดินไปทางที่มีหญ้ารกชัฏ นางเริ่มลงมือถอนหญ้าไปเรื่อยๆ ส่วนพี่ชายก็ช่วยพ่อแม่ทำส่วนอื่นๆ พวกเขาทำงานกันอย่างมีความสุข นานแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อก่อน
จินเยว่เอาแต่วิ่งไล่ตามเฟยหรงไม่เคยมาช่วยงานที่สวนเลย เมื่อลูกสาวเสนอตัวช่วยทำงานส่งผลให้พ่อแม่อุ่นใจยิ่งนักที่ลูกสาวของพวกเขาเริ่มที่จะทำใจได้แล้วจินเยว่นึกอะไรขึ้นมาได้เลยหันไปบอกกับหนิงเทียน “ข้าขอตัวสักครู่
นะเจ้าคะท่านแม่” หนิงเทียนที่คิดว่าลูกอาจจะเหนื่อยเลยอยากพักจึงพยักหน้ารับ เมื่ออีกฝ่ายอนุญาตจินเยว่จึงเดินหลบไปหลังต้นไม้ขนาดใหญ่เพื่อเข้าไปในมิติวิเศษ“เจียวเจี้ย แม่มาแล้ว” หญิงสาวเอ่ยทักทายภูตตัวน้อย
เมื่อได้ยินเสียงจินเยว่ภูตน้อยก็รีบวิ่งมาหาทันที “ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านมากเลยขอรับ” เด็กตัวน้อยโผเข้ากอดจินเยว่เต็มรัก
จินเยว่กอดตอบและส่งมือไปหยิกแก้มน่ารักพลางถามเด็กน้อยว่า “เจ้าเคยบอกแม่ว่าถ้านำน้ำจากน้ำตกผิงอานนี้ไปรดน้ำต้นไม้มันจะเจริญเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ใช่หรือไม่”
“ขอรับท่านแม่”
“แม่จะเอาไปทดลองดูข้างนอกได้หรือไม่”
“ได้ขอรับท่านแม่ น้ำจากน้ำตกนี้สามารถนำไปใช้นอกมิติได้ขอรับ”
พอได้ฟังแบบนั้นจินเยว่ก็นำกระบอกใส่น้ำที่พกติดตัวมากรอกน้ำจากลำธาร เข้าไปเต็มกระบอกเมื่อรู้สึกว่าเข้ามานานแล้วเดี๋ยวคนข้างนอกจะสงสัยหญิงสาวก็ล่ำลาภูตน้อยและออกจากมิติโดยไม่ทันมองแววตาอาลัยอาวรณ์ของเด็กน้อยที่นางหันหลังให้
เมื่อออกมาจากมิติจินเยว่ก็เดินไปที่แปลงนาที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวซึ่งต้นข้าวในแปลงนี้ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว เธอลองเอาน้ำจากน้ำตกผิงอานในกระบอกน้ำตัวเองเทลงไปจากนั้นก็นำน้ำที่เหลือไปให้สมาชิกในครอบครัวดื่มกัน
เมื่อเจียวจิ้นได้ดื่มเข้าไปก็รู้สึกประหลาดใจ “เจ้าเอาน้ำนี่มาจากไหนจินเยว่ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก” ความเมื่อยล้าที่มีก่อนหน้าปลิวหายไปทันที
จินเยว่ส่งยิ้มไปให้พี่ชาย “ท่านก็พูดเกินไปท่านพี่ ข้าก็ตักมาจากที่บ้าน
นั่นแหละเจ้าค่ะ”“อย่างนั้นหรือ สงสัยพวกเราจะทำงานตากแดดนานไป” เขาพยักหน้าส่งๆ และหันไปทำงานต่อ
เมื่อถึงเวลาบ่ายแล้วเจียวจิ้นก็เอ่ยกับครอบครัวว่า “ท่านพ่อนี่มันบ่ายแล้วกลับบ้านกันเถิดขอรับ”
“พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิดพ่อกับแม่ยังต้องอยู่ทำต่อ” คำตอบของเขาสร้างความประหลาดใจให้กับเจียวจิ้นเป็นอย่างยิ่ง
“แต่นี่ไม่ใช่เวลาเลิกงานของเราหรือขอรับก่อนหน้านี้ก็เลิกเวลานี้
มาตลอด”ซีห่าวทำหน้าลำบากใจ “ก่อนหน้านี้น้องสาวเจ้าป่วยหนัก พ่อกับแม่เลยไปขอร้องให้ปู่ของเจ้าตามหมอมารักษา ท่านย่าของเจ้าจึงให้พวกเราทำงานเพิ่มเพื่อแลกกับเงินที่พวกเขาใช้รักษาจินเยว่”
เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กทั้งสองรู้สึกสลดใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจินเยว่ถึงคนที่เลือกจะกินยาพิษไม่ใช่เธอแต่มันก็สร้างความรู้สึกผิดให้กับเธออย่างมาก พวกเขาช่วยกันทำงานจดถึงยามอิ่ว (17:00น.-18:59น.) ก็พากันกลับบ้านพักผ่อน
บทที่ 82 รักษาหลังจากที่พูดคุยอยู่กับมารดาของเยี่ยนเฉินอยู่นานสองนานก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับแล้ว เยี่ยนเฉินมายืนส่งร่างเล็กขึ้นรถม้า“ที่จริงข้าคิดว่าข้าพอจะมีทางช่วยมารดาของท่านได้นะเจ้าคะ” จินเยว่ไม่แน่ใจนักว่าจะบอกเขาดีไหม เจียวเจี้ยอาจจะไม่อยากให้นางบอก“จริงหรือ!” แววตาของเขามีความหวังขึ้นมา“ข้าก็ไม่แน่ใจนะเจ้าคะว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่”“บอกมาเถอะ ให้ทำอะไรข้าก็ยอม”“เจียวเจี้ยเขาสามารถรักษาสิ่งมีชีวิตได้ เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่งแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถรักษามารดาของท่านได้หรือไม่ และอีกอย่างคือท่านจะต้องขอให้เขาช่วยเองเพราะข้าไม่อยากบังคับลูก”“ขอบใจมากนะ ข้าจะลองไปขอร้องเขาดู แต่หากเขาไม่เต็มใจข้าก็จะไม่รบเร้าให้รำคาญใจ”“ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ”จินเยว่ขึ้นรถม้าของจวนแม่ทัพเพื่อกลับไปยังตำหนักของชินอ๋อง ในหัวก็ผุดความคิดขึ้นมามากมาย ทำไมอยู่ดีๆมารดาของเยี่ยนเฉินถึงล้มป่วยมาหลายปี ทำไมหมอถึงรักษาไม่ได้ มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมดเมื่อมาถึงตำหนักจินเยว่ก็เข้าไปในมิติและนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวออกมาจำนวนหนึ่ง เจียวเจี้ยลงมือช่วยมารดาของเขาขุดดินและทำการหยอดเมล็ดพันธุ์เ
บทที่ 81 กล่าวหาลอยๆ“ไม่เห็นต้องขู่กันเลย ข้าก็เป็นลูกขุนนางคนหนึ่งไม่ใช่สามัญชนทั่วไปที่จะให้ท่านมาขู่เข็ญได้ง่ายดายเช่นนี้” เรื่องมาถึงจุดนี้แล้วนางก็คงจะถอยไม่ได้เยี่ยนเฉินกัดฟันกรอด แม่นางผู้นี้นี่เป็นอะไรกันถึงได้พลิกลิ้นได้ถึงเพียงนี้ เขากำลังจะพูดตอกกลับไปแต่จินเยว่จับแขนเขาไว้คล้ายห้ามปราม“ไม่ทราบว่ามีหลักฐานไหมเจ้าคะว่าข้าแย่งคนรักขององค์หญิงสิบสี่มา หรือแค่หลักฐานอะไรสักอย่างก็ได้เจ้าค่ะว่าองค์หญิงทรงคบหาดูใจกับท่านแม่ทัพอยู่” จินเยว่แบมือไปตรงหน้าสตรีผู้นั้นด้วยท่าทางยียวน“ข้าจะไปมีได้อย่างไร” นางขึ้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ต่อให้จินเยว่เป็นหลานสาวท่านอ๋องแต่บิดาของนางก็เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา ถ้าวัดกันตอนนี้นางมีฐานะสูงกว่าเสียอีก“ท่านกำลังบอกข้าว่าท่านไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างแต่ท่านกล้าใส่ร้ายว่าข้าแย่งคนรักของคนอื่นมาหรือเจ้าคะ”สตรีผู้นั้นเริ่มตัวสั่นด้วยความอาย นางสอดส่องสายตามองหาองค์หญิงสิบสี่อย่างขอความช่วยเหลือ แต่องค์หญิงเข่อซิงกลับหนีไปแล้วจริงๆ“นี่ครอบครัวของท่านไม่ได้มีความแค้นอะไรกับท่านอ๋องใช่ไหมเจ้าคะ”“เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า”“เราไม่รู้จักกันและไม่เ
บทที่ 80 ข่าวลือแพร่สะพัดณ จวนเสนาบดีหวังบริเวณห้องรับรองของจวนได้รับการตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์และผ้าหลากสี เสนาบดีหวังจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาเพื่อฉลองที่หลานชายของเขาสอบจอหงวนได้อันดับต้นๆหลังจากที่พากเพียรร่ำเรียนมาหลายปีงานเลี้ยงถูกแบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งสตรีก็จะประกอบไปด้วยเหล่าคุณหนูจากหลายตระกูลและบรรดาฮูหยิน ส่วนฝั่งบุรุษก็จะมีทั้งคุณชายและขุนนางหลายคน“ยินดีด้วยนะเสนาบดีหวัง หลานชายของท่านนี่เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ ปู่ของเขาเก่งอย่างไรหลานก็เป็นเช่นนั้น”“ขอบใจๆ” แขกในงานหลายคนต่างเดินเข้าร่วมแสดงความยินดีกับเขา“ท่านโชคดีจริงๆที่มีหลานชายว่านอนสอนง่าย ไม่เหมือนลูกชายข้าวันๆเอาแต่ทำตัวลอยไปลอยมาไม่เป็นหลักเป็นแหล่งเสียที” เสนาบดีเฉินจับมือแสดงความยินดีกับเขา“เสนาบดีเฉินไม่ต้องกังวลไป หนุ่มสาวสมัยนี้ก็รักอิสระเช่นนี้แหละเดี๋ยวพอถึงเวลาเขาก็จะรู้เองว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”เสนาบดีเฉินคือปู่ของเฉินจือหาน เขาต้องผิดหวังกับบุตรชายคนโตหรือก็คือพ่อของจือหานมาครั้งหนึ่งแล้ว บุตรชายผู้นั้นไม่ยอมรับตำแหน่งขุนนางที่เขามอบให้แล้วยังจะคิดตีปีกหนีไปอยู่เมืองอื่นอีก เสนาบดีเฉินจึงได้บ
บทที่ 79 ร้านฟาไฉ “ท่านยายให้คนไปตามข้ามามีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ” “เจ้าชอบการค้าขายใช่หรือไม่” “เพคะ” จินเยว่เอียงคอด้วยความสงสัย “ยายว่าจะยกร้านเครื่องประทินโฉมของยายให้เจ้าดีหรือไม่” พระชายามองหลานสาวด้วยความเอ็นดู ร้านเครื่องประทินโฉมนี้เป็นร้านที่ท่านอ๋องมอบให้นางตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองก็แก่ชรามากแล้วควรส่งต่อให้ลูกหลานได้ดูแลต่อเสียที นางไม่อยากให้ร้านที่นางรักต้องตายไปพร้อมกับตนเอง “ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะข้าเกรงใจ” จินเยว่ยังคงใช้การพูดคุยแบบสามัญชนทั่วไปกับชินอ๋องและพระชายาของเขาเพราะทั้งคู่ขอไว้ เพียงแต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะต้องใช้คำพูดให้ถูกต้อง “รับไปเถอะ ร้านนี้ยายรักมันมากและยายก็แก่มากแล้วคงดูแลไม่ไหว” จินเยว่ต้องคิดหนักกับคำขอของอีกฝ่าย นางไม่อยากได้ของที่ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่นี่เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวของนางเป็นผู้มอบให้ หากรับไว้ก็คงจะไม่เสียหายอะไร “แต่อีกไม่กี่วันข้าก็ต้องกลับเมืองเฉิงกงแล้วนะเจ้าคะ” “ไม่ต้องกังว
บทที่ 78 จูถิงฟาง ณ ร้านต้าลี่ กู้เจียวจิ้นต้องเริ่มเรียนรู้วิธีการดำเนินกิจการทั้งหมดของน้องสาวเขาภายในเวลาอันสั้น ถึงนางจะมีบันทึกวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆไว้ให้เขา แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆจะมานั่งเปิดตำรากันตลอดก็คงจะไม่ได้ “เจียวจิ้น! โต๊ะนั้นเรียกคิดเงิน” จูถิงฟางตะโกนเรียกเขา “กำลังไป” ในร้านต้าลี่วันนี้ก็คนเยอะเหมือนทุกวัน เจียวจิ้นต้องใช้ความพยายามในการปรับตัวสูงมาก เขาไม่มีเวลาให้เรียนรู้มากนักจึงต้องอาศัยการทำงานจริง “ทั้งหมดหนึ่งร้อยอีแปะขอรับ” เจียวจิ้นบอกลูกค้าด้วยความสุภาพ “ทำไมแพงจังล่ะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว” ชายวัยกลางคนที่เจียวจิ้นคาดว่าน่าจะเป็นพ่อของเด็กๆอีกสองคนที่นั่งข้างกันโวยวายขึ้นมา ลูกค้าในร้านมองมาที่เขาเป็นตาเดียว “ข้าต้องขออภัยด้วยนะขอรับ ตอนพวกท่านสั่งอาหารเสี่ยวเอ้อของเราได้แจ้งราคาไหมขอรับ” เขาพยายามใจเย็นให้ถึงที่สุดอย่างไรนี่ก็คือลูกค้า “แจ้งแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรมันก็แพงเกินไปอยู่ดี” เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้แต่เสียงดังเรียกร้องความสนใจของลูกค้าคนอื่น
บทที่ 77 หมู่บ้านบนเขา ทหารหลายสิบคนถูกเรียกตัวด่วนโดยท่านแม่ทัพของพวกเขา เยี่ยนเฉินได้รับรายงานว่ามีโจรดักซุ่มโจมตีหมู่บ้านบนเขาเพื่อบุกเข้าไปปล้น ตอนนี้ชาวบ้านถูกพวกมันกักขังไว้เขาจึงต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ “ท่านแม่ทัพ! ท่านรอทหารที่เหลือมาสมทบเถอะขอรับ” จุนเฟิงเอ่ยเตือนเขา ทหารเพียงเท่านี้จะไปช่วยชาวบ้านได้อย่างไร “ให้พวกเขาตามไปทีหลังแล้วกัน กว่าจะรอรวมพลได้คงไม่เหลือชาวบ้านให้เราช่วยเหลือได้แล้ว” เขากล่าวเสียงเย็น เยี่ยนเฉินเร่งความเร็วของม้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บนหมู่บ้านมีแต่คนแก่กับเด็กทั้งนั้นพวกเขาจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร จุนเฟิงหมดปัญญาจะรั้ง เยี่ยนเฉินมักใจร้อนวู่วามเช่นนี้ตลอด เมื่อเขาได้รับภารกิจมาเขาก็จะต้องเร่งทำมันให้สำเร็จลุล่วงให้เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า เบื้องหน้าของพวกเขาคือหมู่บ้านขนาดเล็ก บ้านหลายหลังถูกไฟเผามอดไหม้จนเหลือแต่ซาก เยี่ยนเฉินกัดฟันกรอด มือแกร่งกำดาบแน่น เขากระโดลงจากหลังม้าและเดินลัดเลาะเข้าไปในหมู่บ้าน “แล้วเราจะทำอย่างไรกับชาวบ้านพวกนี้ล่ะพี่ใหญ่” เสียงหน







