Share

ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก
ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก
Author: เต้าหู้ยิ้ม

บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย

last update Last Updated: 2026-01-14 20:45:55

‘โม่จิ้นอิ๋ง’ ชอบอ่านนิยายเป็นงานอดิเรก เธออ่านนิยายมานานหลายสิบปี ไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย อย่างเช่นตอนนี้...เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักแสนเรียบง่ายที่มีเพียงสีเดียวทั่วทั้งห้อง ลักษณะของห้องแบบนี้จะพบได้ก็แค่ในยุคสมัยนี้เท่านั้น

มือเล็กกำกระจกในมือแน่น ภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนจะอายุมากกว่าความเป็นจริงสัก5-6 ปี แต่ความเป็นจริงแล้ว...เธอเพิ่งจะ 24 เท่านั้น มากกว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพียง 3 ปี

แต่ในยุคนี้...จิ้นอิ๋งกลับกลายเป็นแม่ลูกสองไปแล้ว ชีวิตในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยข้อจำกัด ถึงจะมีเงินก็ใช่ว่าจะหาของดี ๆ กินได้ หน้าตาจึงดูหม่นหมอง เหน็ดเหนื่อย เมื่อมองดี ๆ แล้วเธอก็เหมือนคนที่แก่กว่าอายุจริงอยู่ไม่น้อย

หลังจากที่ประมวลความทรงจำในหัว จิ้นอิ๋งก็พบว่า...เธอเคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาแล้วหลายรอบ และนั่นก็ทำให้เธอจำตอนจบของนิยายเรื่องนี้ได้ดี นิยายแนวย้อนยุคทุกเรื่องมักจะมีตัวละครหญิงที่เติบโตในเมืองชอบจู้จี้ เอาแต่ใจ และชอบหาเรื่องคนอื่นเขาไปทั่ว และคราวนี้...จิ้นอิ๋งดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างตัวประกอบนางร้ายไร้ค่าเข้าจนได้

เนื้อหาในนิยาย...เจ้าของร่างเดิมจะนอกใจสามีไปมีความสัมพันธ์กับชายคนหนึ่งชื่อว่า ‘หวังเจี้ยนกั๋ว’ ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเคมีซ่างลี่ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า...วิถีชีวิตของผู้คนในยุคนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด การแอบมีชู้ ทำเรื่องผิดศีลธรรมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ถ้าถูกจับได้จะมีจุดจบแบบไหนไม่บอกก็คงจะรู้

สุดท้าย...เจ้าของร่างเดิมทนไม่ไหวกับคำประณามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง เจ้าของร่างเดิมจากไป...ลูกทั้งสองกลายเป็นเด็กกำพร้า ‘หานเหวินหง’ สูญเสียภรรยาไปไม่พอ ต้องมาทนกับคำติฉินนินทาของผู้คน จนไม่อาจเงยหน้าสู้ชีวิตต่อได้

แต่ว่าตอนนี้...จิ้นอิ๋งได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นมันซ้ำรอยเป็นครั้งที่สองแน่ หานเหวินหงคืออดีตทหารปลดประจำการ และยังเป็นสามีของเธอด้วย ปีนี้เขาอายุ 25 ปี มากกว่าเธอหนึ่งปี

เขาทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกอยู่ที่กรมขนส่ง ขับรถวิ่งไปกลับระหว่างอำเภอกับตัวเมืองใหญ่ เดือนหนึ่งมีวันหยุดแค่สามวันเท่านั้น ถ้าช่วงไหนงานยุ่งก็อาจจะได้หยุดแค่สองวัน หรือบางครั้งก็ไม่มีวันหยุดเลย

เมื่อก่อน...ตอนที่เขาเพิ่งปลดประจำการ มีคนแนะนำให้เขาทำความรู้จักกับจิ้นอิ๋ง ตอนนั้นจิ้นอิ๋งยังไม่มีงานทำ เพิ่งจะได้งานในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้เอง ทั้งสองแต่งงานกันปี 1961 ซึ่งเป็นปีที่ข้าวของในเมืองขาดแคลนอย่างหนัก ถึงแม้ว่าครอบครัวของจิ้นอิ๋งจะมีฐานะพอสมควร แต่ด้วยความที่มีพี่น้องหลายคน และในยุคนั้นลูกสาวก็ไม่มีค่า

จึงมีแม่สื่อมาทาบทามให้จิ้นอิ๋งแต่งงานกับเหวินหง และในตอนนั้น...ครอบครัวของฝ่ายชายก็ยอมจ่ายค่าสินสอดจำนวนมาก เพียงเพื่อให้ได้ลูกสาวในเมืองใหญ่มาเป็นลูกสะใภ้ ในปีนั้น...ครอบครัวหานถึงกับควักข้าวสารสดถึง 50 ชั่งออกมาเป็นค่าสินสอดให้กับจิ้นอิ๋ง

ต้องเข้าใจก่อนว่า...ในยุคนั้น ‘ข้าว’ เป็นของล้ำค่า แม้มีเงินซื้อก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ แต่ครอบครัวหานกลับกล้าลงทุนกับเธอเหตุผลก็เพราะหานเหวินหงเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน แถมยังเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อกับแม่ ครั้นถึงคราวเขาจะแต่งงาน...ทุกคนในบ้านจึงทุ่มเทเต็มที่เพื่อให้เขาได้ภรรยาสวยจากเมืองใหญ่มาเคียงคู่

แต่สิ่งที่ต่างจากนิยายแนวย้อนยุคทั่วไปก็คือ...หานเหวินหงไม่ใช่ลูกชายคนเล็กที่ไร้ความรับผิดชอบ ไม่ได้เกาะพ่อแม่หรือพี่น้องกินไปวัน ๆ เหมือนตัวละครชายที่พบได้บ่อยในนิยายประเภทนี้ เขารับใช้ชาติเมื่ออายุ 15 หลังจากตั้งหลักในกองทัพได้ ก็ค่อย ๆ ส่งเงินกลับมาช่วยเหลือครอบครัว

จนกระทั่งอายุ 20...เขาประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บจนต้องปลดประจำการ แต่เมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้ว เขาก็ถือจดหมายแนะนำตัวเดินทางเข้าเมืองและได้แต่งงานกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง เรื่องนี้เคยเป็นความภาคภูมิใจของพ่อกับแม่ของเขา แต่...เนื้อหาในนิยาย...ชะตากรรมของเขากลับจบไม่สวย

ประมาณช่วงปี 1970...เหวินหงก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหัน เพราะมีแม่อย่างจิ้นอิ๋งที่เคยก่อเรื่องเสื่อมเสียไว้ ลูกชายทั้งสองคนจึงต้องเติบโตมาท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้าง พอเหวินหงผู้เป็นพ่อจากไปอีกคน พวกเขาก็ถูกส่งไปอยู่กับปู่ย่า แต่...สภาพแวดล้อมเช่นนั้น เด็กทั้งสองคนจะเติบโตเป็นคนดีได้อย่างไร ? สุดท้ายก็จบลงด้วยชะตาที่น่าเวทนาไม่ต่างจากโศกนาฏกรรม

แต่นั่น...คือเรื่องของอนาคตนี่นา ตอนนี้...เวลาก็ผ่านไปแล้ว6 ปี หานเหวินหงกับจิ้นอิ๋งก็แต่งงานกันมาหลายปี ลูกชายคนโตอายุ4 ขวบ ส่วนคนเล็กเพิ่งจะ 1 ขวบ จิ้นอิ๋งไม่เลี้ยงลูกเองเลยสักคนไม่ว่าจะเป็นลูกคนโตหรือคนน้อง ทั้งคู่ถูกส่งไปให้แม่สามีดูแลเลี้ยงดูแทน และทุก ๆ เดือน เธอจำเป็นต้องส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้แม่สามีจำนวน 3 หยวน แต่...จิ้นอิ๋งกลับไม่ยอมส่งเงินนั้นให้พ่อกับแม่สามี

เจ้าของร่างเดิมคิดว่า...เด็กทั้งสองเป็นหลานของตระกูลหาน ปู่กับย่าย่อมต้องเลี้ยงหลานของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา จะมายื่นมือขอเงินจากเธอเพื่ออะไร ? เจ้าของร่างเดิมมองว่าเรื่องนี้มันไร้สาระจนรับไม่ได้

ทว่า...หานเหวินหงได้รับเงินเดือนทุกเดือน และเขาก็ต้องส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวทุกเดือนอยู่แล้ว ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง สุดท้าย...ก็ทำอะไรไม่ได้ เหวินหงจำใจต้องส่งเงินเลี้ยงดูกลับมาให้จิ้นอิ๋งทุกเดือน

“แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างของ จิ้นอิ๋งได้ล่ะ ? ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนกันนะ หน้าตาก็ยังเหมือนกันเป๊ะ พ่อแม่ก็เหมือนกัน แม้แต่ไฝเม็ดเล็กใต้คางก็ยังมีเหมือนกัน”

จิ้นอิ๋งพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะจ้องมองเงาตัวเองในกระจก ความรู้สึกตอนนี้...ทุกอย่างดูสมจริงมาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 15 เจี้ยนกั๋วมาหว่านล้อม

    หลังจากกลับมาถึงบ้าน...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก เธอเข้าใจดีว่า พ่อกับแม่รักลูกชายมากก็เพราะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียว แต่ถึงจะรักมากแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ก็คงหวังว่าลูกชายจะกตัญญูตอบแทนตนบ้าง ถ้าหากลูกชายไม่รู้จักเห็นใจหรือใส่ใจพ่อแม่จริง ๆ ล่ะก็ หัวอกของคนเป็นพ่อแม่คงไม่มีวันที่จะรู้สึกสบายใจได้เลยแต่การจะเปลี่ยนความคิดของพวกท่านในทันทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ จิ้นอิ๋งจึงเลือกที่จะไม่เร่งรีบ เธอรู้ว่า...การค่อย ๆ ปรับทีละนิดอย่างพอดีจึงจะได้ผล เธอได้หว่านเมล็ดเล็ก ๆ ลงบนผืนดินแห่งความคิดของแม่แล้ว ตอนนี้...ก็แค่รอวันมันเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเองจากนั้น...จิ้นอิ๋งก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน กลับบ้าน และในระหว่างนั้น...เธอก็เริ่มสอบถามรายละเอียดของสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้โรงงานผลิตยาสีฟันที่เธอทำงานอยู่ ค่าเล่าเรียนเดือนละ 2 หยวน ซึ่งก็ไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่ถ้าเพิ่มเงินอีก 1 หยวน เด็กจะสามารถกินข้าวกลางวันและนอนกลางวันที่โรงเรียนได้เลย ตอนกลางวันไม่ต้องกลับบ้าน กลับบ้านทีเดียวตอนเย็นจิ้นอิ๋งรู้สึกว่า...แบบนี้เหมาะมากกับการให้ต้าเป่าไปเ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 14 ความกลัวภายในใจได้ก่อตัวขึ้น

    เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่แม่ของจิ้นอิ๋งจะเอ่ยปากเชิญลูกเขยมาร่วมโต๊ะอาหารถึงที่บ้าน ดูท่าว่าความพยายามของจิ้น อิ๋งในการแสดงความใส่ใจและอ่อนน้อมจะไม่สูญเปล่า“อีกสองสามวันค่ะแม่ พอเขากลับมา หนูจะพาเขามาทานข้าวที่บ้านเรานะคะ” จิ้นอิ๋งเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มละมุน แต่แฝงด้วยไหวพริบ“หนูไม่ให้เขามาทานข้าวที่บ้านเราฟรี ๆ โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยหรอกนะคะ หนูจะซื้อของกลับมาฝากแม่แน่นอนค่ะ”ประโยคนั้น...ทำให้แม่ของจิ้นอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มากแค่ไหนหลังจากที่คุยกันเสร็จ...จิ้นอิ๋งก็ได้ถามถึงความเป็นอยู่ของพี่สาวคนโต ส่วนน้องสาวคนเล็กยังคงทำงานอยู่ในเมือง ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนน้องชายคนเล็ก ‘โม่หวังเฉิง’ ก็กำลังจะกลับมาจากโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่ทันไร...เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาถึงหน้าประตู เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าระรื่น“แม่~ ผมขอเงินหน่อย ผมอยากเข้ากลุ่ม” หวังเฉิงเข้ามาในบ้านก็รีบวิ่งมาขอเงินแม่“กลุ่มอะไรของลูก ?”“แม่ไม่เข้าใจหรอก ที่โรงเรียนจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวครับแม

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 13 กลับไปเยี่ยมแม่

    เดิมทีจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ตั้งใจจะนำไก่ย่างมาด้วย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนที่เธอจะนำของไปให้คือแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องจำใจนำไก่ย่างติดไม้ติดมือมาด้วย ในยุคที่ผู้คนยังต้องกินข้าวคลุกเกลือ ร่างกายอ่อนแรงเพราะอดมื้อกินมื้อ เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีไม่ได้หรอกนะ จะปล่อยให้ผู้เป็นแม่อดอยากไม่มีเนื้อสัตว์กินได้ยังไงทว่า...จิ้นอิ๋งกลับคาดไม่ถึงว่าแม่จะพูดว่า “เก็บไว้ให้น้องชายลูกกินดีกว่า”จิ้นอิ๋งถึงกับอึ้งตะลึงงัน ในใจแอบคิด...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? แม้ภายในใจจะเดือดปุด ๆ ราวน้ำมันเดือดบนกระทะ แต่จิ้นอิ๋งกลับยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“แม่ หนูเคยพูดกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วยังไม่ลืมครอบครัวตัวเองมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนูพูดถูกใช่ไหม ?”แม่ของจิ้นอิ๋งไม่ชอบที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“มันคือหน้าที่ของลูกไง แม่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต จะไม่ตอบแทนเลยก็คงไม่ถูก” จิ้นอิ๋งยังคงยิ้ม พลางพยักหน้าเบา ๆ“แม่พูดถูกค่ะ หนูเองก็อยากตอบแทนให้ดีที่สุดเหมือนกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนูทำอะไรให้

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 12 ใช้ชีวิตเหมือนไม่ใช่สามีภรรยา

    จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ ทว่า...ความขมขื่นในดวงตาของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าแววตาใด“พี่หงฮา ทำไมอยู่ดี ๆ พี่ถึงพูดเรื่องฉันขึ้นมาล่ะคะ ?”“ก็พี่เห็นน่ะสิ” หงฮาวางของในมือลง พลางถอนหายใจแรง“เวลาเห็นเธอกับสามีอยู่ด้วยกัน มันดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่เหมือนสามีภรรยาทั่วไป เหมือนคนสองคนที่แค่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผูกพันกันเลย เหมือนต่างคนต่างอดทนใช้ชีวิตไปวัน ๆ มากกว่า”หงฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเต็มเปี่ยมว่า“แต่พูดตรง ๆ นะจิ้นอิ๋ง พี่ว่าเหวินหงเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ยุคนี้จะหาคนอย่างเหวินหงได้จากที่ไหน ถ้าเธอปล่อยเขาหลุดมือไป เธอหาผู้ชายดี ๆ อย่างเขาไม่ได้อีกแล้วนะ” จิ้นอิ๋งถอนหายใจยาว ดวงตาพลันหม่นแสง“พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดีกับเขาเหมือนกันนะ เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคน จะไม่อยากมีชีวิตดี ๆ ด้วยกันได้ยังไงเล่า แต่ปัญหาคือ...เขาไม่เคยแสดงความรักให้ฉันได้เห็นเลยน่ะสิ”จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่วราวลม แต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้า“เขากลับบ้านมาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่า...พอมีลูกชายสองคนแล้ว ก็ถือว่าครบแล

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 11 เรื่องราวในอดีต

    หวังเจี้ยนกั๋วกลับมาที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเล็กนี้มีลานบ้านกว้างขวาง คือที่พักอาศัยซึ่งเขาเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมแต่ในอดีต...บ้านหลังนี้คือสถานที่ที่เขากับจิ้นอิ๋งชาวบ้านแจ้งทางการให้มาจับตัวไปในข้อหาทำเรื่องผิดศีธรรมในตอนนั้น...เขายังหนีรอดออกมาได้ ส่วนจิ้นอิ๋ง...ถูกจับกุมแล้วทนความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงอย่างเงียบงันหลายปีต่อมา...เขาได้เดินทางไปสร้างตัวที่ฮ่องกง เมื่อกลับมายังแผ่นดินแม่ในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล เขาถึงทราบเรื่องการตายของจิ้นอิ๋งความรู้สึกผิดฝังแน่นในใจของเขานับแต่นั้นมา หากวันนั้นเขาไม่ปล่อยมือเธอ เดินหนีไปด้วยกัน บางที...เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ถึงจะไม่สุขสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่ใช่จุดจบแบบนั้น เพราะเหตุนี้เอง...ชีวิตในชาตินี้เขาจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพาจิ้นอิ๋งติดตามเขาไปฮ่องกงให้ได้เร็ว ๆ นี้...กำลังจะมีนโยบายใหม่ถูกประกาศลงมาสถานการณ์ภายในประเทศจะสั่นคลอนยิ่งขึ้น เขาจึงต้องรีบขยับ เดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปวันนี้...ที่เขาอดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปหาจิ้นอิ๋ง ก็เพราะความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างหนัก แต่...สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ จิ้น อ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 10 ชายที่มีนามว่าหวังเจี้ยนกั๋ว

    หลี่หงฮวากับหวังเจี้ยนกั๋วเป็นเพื่อนบ้านกัน พอเจอหน้าก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ส่วนจิ้นอิ๋ง….เมื่อเห็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบก้มหน้าก้มตาทำงานในทันทีผู้ชายคนนี้…เธอควรหลีกให้ไกลที่สุดถึงจะดี แต่คนอย่างหวังเจี้ยนกั๋ว กลับไม่ปล่อยให้เธอเมินเฉยได้ง่าย ๆ เขาเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คนสวยครับ รบกวนชั่งลูกกวาดให้ผมครึ่งชั่งหน่อยครับ” จิ้นอิ๋งไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบถุงมาแล้วลงมือชั่งอย่างเงียบ ๆ พอเจี้ยนกั๋วรับถุงไป ก็ทำทีเป็นรีบร้อนเลื่อนมือมาดูนาฬิกา เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ แสดงถึงถานะทางบ้านว่ามีหน้ามีตาแค่ไหนในยุคนี้“จ่ายเงินด้วยค่ะ” หวังเจี้ยนกั๋วยื่นเงินส่งให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มีนัยแฝง“ผมดูเหมือนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหรอครับ ?” สายตาเขาแน่นิ่งแต่ลึกซึ้ง คล้ายมีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล หากเป็นจิ้นอิ๋งคนเดิมคงเผลอหวั่นไหวไปแล้ว แต่ตอนนี้…เธอไม่ใช่จิ้นอิ๋งคนนั้น คนที่เคยผิดพลาดเพราะในอดีต…หลังจากที่จิ้นอิ๋งยอมตกลงมีอะไรกับเขา พวกเขาก็ถูกจับได้และถูกประณามอย่างรุนแรง จิ้นอิ๋งทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงด้วยความสิ้นหวังส่วนเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status