Share

ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก
ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก
Author: เต้าหู้ยิ้ม

บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย

last update Last Updated: 2026-01-14 20:45:55

‘โม่จิ้นอิ๋ง’ ชอบอ่านนิยายเป็นงานอดิเรก เธออ่านนิยายมานานหลายสิบปี ไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย อย่างเช่นตอนนี้...เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักแสนเรียบง่ายที่มีเพียงสีเดียวทั่วทั้งห้อง ลักษณะของห้องแบบนี้จะพบได้ก็แค่ในยุคสมัยนี้เท่านั้น

มือเล็กกำกระจกในมือแน่น ภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนจะอายุมากกว่าความเป็นจริงสัก5-6 ปี แต่ความเป็นจริงแล้ว...เธอเพิ่งจะ 24 เท่านั้น มากกว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพียง 3 ปี

แต่ในยุคนี้...จิ้นอิ๋งกลับกลายเป็นแม่ลูกสองไปแล้ว ชีวิตในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยข้อจำกัด ถึงจะมีเงินก็ใช่ว่าจะหาของดี ๆ กินได้ หน้าตาจึงดูหม่นหมอง เหน็ดเหนื่อย เมื่อมองดี ๆ แล้วเธอก็เหมือนคนที่แก่กว่าอายุจริงอยู่ไม่น้อย

หลังจากที่ประมวลความทรงจำในหัว จิ้นอิ๋งก็พบว่า...เธอเคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาแล้วหลายรอบ และนั่นก็ทำให้เธอจำตอนจบของนิยายเรื่องนี้ได้ดี นิยายแนวย้อนยุคทุกเรื่องมักจะมีตัวละครหญิงที่เติบโตในเมืองชอบจู้จี้ เอาแต่ใจ และชอบหาเรื่องคนอื่นเขาไปทั่ว และคราวนี้...จิ้นอิ๋งดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างตัวประกอบนางร้ายไร้ค่าเข้าจนได้

เนื้อหาในนิยาย...เจ้าของร่างเดิมจะนอกใจสามีไปมีความสัมพันธ์กับชายคนหนึ่งชื่อว่า ‘หวังเจี้ยนกั๋ว’ ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเคมีซ่างลี่ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า...วิถีชีวิตของผู้คนในยุคนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด การแอบมีชู้ ทำเรื่องผิดศีลธรรมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ถ้าถูกจับได้จะมีจุดจบแบบไหนไม่บอกก็คงจะรู้

สุดท้าย...เจ้าของร่างเดิมทนไม่ไหวกับคำประณามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง เจ้าของร่างเดิมจากไป...ลูกทั้งสองกลายเป็นเด็กกำพร้า ‘หานเหวินหง’ สูญเสียภรรยาไปไม่พอ ต้องมาทนกับคำติฉินนินทาของผู้คน จนไม่อาจเงยหน้าสู้ชีวิตต่อได้

แต่ว่าตอนนี้...จิ้นอิ๋งได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นมันซ้ำรอยเป็นครั้งที่สองแน่ หานเหวินหงคืออดีตทหารปลดประจำการ และยังเป็นสามีของเธอด้วย ปีนี้เขาอายุ 25 ปี มากกว่าเธอหนึ่งปี

เขาทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกอยู่ที่กรมขนส่ง ขับรถวิ่งไปกลับระหว่างอำเภอกับตัวเมืองใหญ่ เดือนหนึ่งมีวันหยุดแค่สามวันเท่านั้น ถ้าช่วงไหนงานยุ่งก็อาจจะได้หยุดแค่สองวัน หรือบางครั้งก็ไม่มีวันหยุดเลย

เมื่อก่อน...ตอนที่เขาเพิ่งปลดประจำการ มีคนแนะนำให้เขาทำความรู้จักกับจิ้นอิ๋ง ตอนนั้นจิ้นอิ๋งยังไม่มีงานทำ เพิ่งจะได้งานในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้เอง ทั้งสองแต่งงานกันปี 1961 ซึ่งเป็นปีที่ข้าวของในเมืองขาดแคลนอย่างหนัก ถึงแม้ว่าครอบครัวของจิ้นอิ๋งจะมีฐานะพอสมควร แต่ด้วยความที่มีพี่น้องหลายคน และในยุคนั้นลูกสาวก็ไม่มีค่า

จึงมีแม่สื่อมาทาบทามให้จิ้นอิ๋งแต่งงานกับเหวินหง และในตอนนั้น...ครอบครัวของฝ่ายชายก็ยอมจ่ายค่าสินสอดจำนวนมาก เพียงเพื่อให้ได้ลูกสาวในเมืองใหญ่มาเป็นลูกสะใภ้ ในปีนั้น...ครอบครัวหานถึงกับควักข้าวสารสดถึง 50 ชั่งออกมาเป็นค่าสินสอดให้กับจิ้นอิ๋ง

ต้องเข้าใจก่อนว่า...ในยุคนั้น ‘ข้าว’ เป็นของล้ำค่า แม้มีเงินซื้อก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ แต่ครอบครัวหานกลับกล้าลงทุนกับเธอเหตุผลก็เพราะหานเหวินหงเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน แถมยังเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อกับแม่ ครั้นถึงคราวเขาจะแต่งงาน...ทุกคนในบ้านจึงทุ่มเทเต็มที่เพื่อให้เขาได้ภรรยาสวยจากเมืองใหญ่มาเคียงคู่

แต่สิ่งที่ต่างจากนิยายแนวย้อนยุคทั่วไปก็คือ...หานเหวินหงไม่ใช่ลูกชายคนเล็กที่ไร้ความรับผิดชอบ ไม่ได้เกาะพ่อแม่หรือพี่น้องกินไปวัน ๆ เหมือนตัวละครชายที่พบได้บ่อยในนิยายประเภทนี้ เขารับใช้ชาติเมื่ออายุ 15 หลังจากตั้งหลักในกองทัพได้ ก็ค่อย ๆ ส่งเงินกลับมาช่วยเหลือครอบครัว

จนกระทั่งอายุ 20...เขาประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บจนต้องปลดประจำการ แต่เมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้ว เขาก็ถือจดหมายแนะนำตัวเดินทางเข้าเมืองและได้แต่งงานกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง เรื่องนี้เคยเป็นความภาคภูมิใจของพ่อกับแม่ของเขา แต่...เนื้อหาในนิยาย...ชะตากรรมของเขากลับจบไม่สวย

ประมาณช่วงปี 1970...เหวินหงก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหัน เพราะมีแม่อย่างจิ้นอิ๋งที่เคยก่อเรื่องเสื่อมเสียไว้ ลูกชายทั้งสองคนจึงต้องเติบโตมาท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้าง พอเหวินหงผู้เป็นพ่อจากไปอีกคน พวกเขาก็ถูกส่งไปอยู่กับปู่ย่า แต่...สภาพแวดล้อมเช่นนั้น เด็กทั้งสองคนจะเติบโตเป็นคนดีได้อย่างไร ? สุดท้ายก็จบลงด้วยชะตาที่น่าเวทนาไม่ต่างจากโศกนาฏกรรม

แต่นั่น...คือเรื่องของอนาคตนี่นา ตอนนี้...เวลาก็ผ่านไปแล้ว6 ปี หานเหวินหงกับจิ้นอิ๋งก็แต่งงานกันมาหลายปี ลูกชายคนโตอายุ4 ขวบ ส่วนคนเล็กเพิ่งจะ 1 ขวบ จิ้นอิ๋งไม่เลี้ยงลูกเองเลยสักคนไม่ว่าจะเป็นลูกคนโตหรือคนน้อง ทั้งคู่ถูกส่งไปให้แม่สามีดูแลเลี้ยงดูแทน และทุก ๆ เดือน เธอจำเป็นต้องส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้แม่สามีจำนวน 3 หยวน แต่...จิ้นอิ๋งกลับไม่ยอมส่งเงินนั้นให้พ่อกับแม่สามี

เจ้าของร่างเดิมคิดว่า...เด็กทั้งสองเป็นหลานของตระกูลหาน ปู่กับย่าย่อมต้องเลี้ยงหลานของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา จะมายื่นมือขอเงินจากเธอเพื่ออะไร ? เจ้าของร่างเดิมมองว่าเรื่องนี้มันไร้สาระจนรับไม่ได้

ทว่า...หานเหวินหงได้รับเงินเดือนทุกเดือน และเขาก็ต้องส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวทุกเดือนอยู่แล้ว ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง สุดท้าย...ก็ทำอะไรไม่ได้ เหวินหงจำใจต้องส่งเงินเลี้ยงดูกลับมาให้จิ้นอิ๋งทุกเดือน

“แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างของ จิ้นอิ๋งได้ล่ะ ? ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนกันนะ หน้าตาก็ยังเหมือนกันเป๊ะ พ่อแม่ก็เหมือนกัน แม้แต่ไฝเม็ดเล็กใต้คางก็ยังมีเหมือนกัน”

จิ้นอิ๋งพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะจ้องมองเงาตัวเองในกระจก ความรู้สึกตอนนี้...ทุกอย่างดูสมจริงมาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   ตอนพิเศษ 2 ชีวิตของทุกคนในบ้านโม่

    เมื่อก่อน…ตอนที่มี่อวี้ยังใช้ชีวิตอยู่กับจางเซิ่ง หล่อนเคยขนของจากบ้านเขาไปไม่น้อย พอได้ข่าวว่า…ตอนนี้จางเซิ่งหายดีแล้ว ขาที่เคยหักก็กลับมาเดินได้ปกติ และเขายังกลับไปทำงานขับรถได้ แบบนี้...ถ้าคิดจะกลับไปแต่งงานใหม่กับเขา ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่างไร…จางเซิ่งก็เคยรักหล่อนมาก ทั้งสองยังมีลูกสาวด้วยกันอีกหนึ่งคนถ้าเป็นคนอื่น…คงคิดว่าจางเซิ่งต้องกลับไปหามี่อวี้แน่ ๆ เพราะแบบนี้…บ้านหยางก็ได้พาญาติ ๆ แห่ไปดักรอสามีมี่อวี้ที่หน้าบ้าน อ้างว่ามาทวงความยุติธรรม สุดท้าย…ก็ทำเรื่องหย่ากับสามีคนที่สองได้สำเร็จ หลังจากนั้น…แม่ของมี่อวี้ก็ได้ส่งมี่อวี้กลับไปที่บ้านจางเซิ่ง ยังแนะนำให้มี่อวี้โยนความผิดเรื่องหย่าร้างทั้งหมดให้ครอบครัวหยาง บอกว่า…หล่อนโดนแม่บังคับให้แต่งงานกับคนอื่นแม้แต่แม่หยางเองก็รู้สึกเสียดายลูกเขยอย่างจางเซิ่ง แต่หลังจากเห็นว่าจางเซิ่งจริงใจขนาดไหน ถึงได้รู้ว่า…คนดี ๆ อย่างจางเซิ่งหาได้ไม่ง่าย มี่อวี้ผ่านอะไรมามาก ก็มองครอบครัวถูเปลี่ยนไปต่างจากเดิม หล่อนเริ่มคิดถึงจางเซิ่ง ชายผู้เคยดูแลหล่อนอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่า แม่บอกให้หล่อนตามสืบเรื่องของจางเซิ่งว่าเขาเลิกงานกี่โมง แล

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   ตอนพิเศษ 1 เรื่องเกิดขึ้นในบ้านโม่

    โม่หวังเฉิง…ปีนี้เพิ่งอายุ 18 เขากำลังนั่งรถไฟเพื่อเดินทางเข้ากองทัพ ระหว่างที่เผลอหลับอยู่บนรถไฟนั้น เขากลับฝันเห็นตัวเองในวัย 12 อีกครั้ง ในฝัน…เขากลับไปเป็นเด็กชายที่ยังไร้เดียงสา ความคิดยังไม่โตเต็มวัย ยังเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าตัวเองยิ่งใหญ่รองจากสวรรค์ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เขาทำไม่ได้เขาในวัยนั้นเคยเดินตามกลุ่มเพื่อนที่มีพฤติกรรมไม่ดี ทำเรื่องเลวร้ายโดยเข้าใจว่าตัวเองทำเพื่อความถูกต้อง ตอนแรก…เขาก็ยังมีความกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่อคบกับพวกนั้นนานเข้า ก็ค่อย ๆ เรียนรู้พฤติกรรมไม่ดีและเริ่มเลียนแบบ เขาทำเรื่องผิดมากมาย และยังคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วยซ้ำแล้วสุดท้ายเป็นยังไงน่ะเหรอ ? เขาถูกแทงเข้าอย่างจัง แม้จะไม่เสียชีวิตในตอนนั้น แต่เพราะก่อเรื่องไว้มาก ในที่สุด…ก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหา ถูกส่งเข้าคุก และจบชีวิตลงในนั้น ความฝันนั้นสมจริงเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน พอเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย ภาพในฝันยังคงชัดเจนจนเขารู้สึกกลัวแม้จะลืมตาแล้วตอนนี้เขาอายุ 18 แล้ว ช่วงหลายปีที่ผ่านมา…ทางบ้านก็ดีขึ้น และเขาเองก็ใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น รูปร่างสูงถึง 182 เซนติเมตร หน

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทส่งท้าย บทสรุปของแต่ละคน

    “ฉันรักคุณนะ ฉันจะพาครอบครัวเราย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งค่ะ”วันต่อมา…จิ้นอิ๋งตื่นแต่เช้ามืด ก่อนจะไปตามหาโส่วเจียที่แผนกซ่อมบำรุง นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของเธอ เป็นเส้นทางที่เธอเลือกเอง และเธอจะพาคู่หูของเธอติดตามเธอไปทุกที่ โส่วเจียจะได้เปิดหูเปิดตา และเส้นทางข้างหน้า คืออนาคตของทุกคน…หมู่บ้านอู่ซิง…นับเป็นทีมผลิตที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดในอำเภอ เดิมที…ที่นี่เป็นแค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร จะบอกว่าดีก็ไม่มีจุดแข็ง จะบอกว่าแย่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ชาวบ้านก็แค่ทำงานขยันขันแข็ง พอประทังชีวิตไปวัน ๆ แต่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี หมู่บ้านอู่ซิงกลับกลายเป็นที่รู้จักทั้งอำเภอทุกครั้งที่มีการประชุมประจำอำเภอ หัวหน้าหมู่บ้านอู่ซิงจะได้ขึ้นเวทีใหญ่ พูดปลุกขวัญและให้กำลังใจชาวบ้าน หัวหน้าหมู่บ้านจากหมู่บ้านอื่นที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขา พอเห็นเขายืนอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าเปี่ยมพลัง กลับรู้สึกไม่ชอบขี้หน้า แต่…ลึก ๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้ เพราะพวกเขาเองก็อยากได้โอกาสนั้นบ้าง ทว่า…ไม่มีผลงานอย่างเขา ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีหลายปีที่ผ่านมา…รายได้หลักของหมู่บ้านอู่ซิงมาจากผักป่า พวกเขารู้จักวิธีเก็บและดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 187 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด

    หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยบอกพลางอธิบายว่า เขาเองเก็บไว้เล่มหนึ่ง และสะใภ้ใหญ่ของบ้านหานก็เก็บไว้อีกหนึ่งเล่ม ส่วนเรื่องรายรับรายจ่ายนั้น โส่วไห่เป็นคนบันทึกไว้ แต่…สมุดบัญชีสะใภ้ใหญ่จะเป็นคนเก็บไว้ ซึ่งก็ไม่แปลก…เพราะตอนนี้ฟาร์มไก่ อยู่ภายใต้การดูแลของเหล่าสะใภ้บ้านหาน จินอิ๋งก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แค่ยืนฟังเฉย ๆหลังจากคุยเรื่องสำคัญกับหัวหน้าหมู่บ้านเสร็จ เธอกับน้าฟางก็พากันเดินออกมา เธอบอกให้น้าฟางกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอเองจะแวะไปหาพวกพี่สะใภ้ที่บ้านหานก่อน แต่…พอมาถึงไม่เห็นมีใครอยู่บ้านเลย เธอหันไปเห็นโส่วชุ่ยเด็กหญิงตัวน้อยลูกของพี่ชายสาม กำลังนั่งเล่นอยู่“โส่วชุ่ย” จิ้นอิ๋งเอ่ยเรียก โส่วชุ่ยอายุ 7 ขวบ แต่…เป็นเด็กหัวไว ฉลาดมาก ทำงานบ้านเป็นแล้ว หนูน้อยชอบอาสะใภ้เล็กคนนี้มาก พอเห็นจิ้นอิ๋งมาหาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“อาสะใภ้เล็กมาแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ อากลับมาดูงานน่ะ” จิ้นอิ๋งคลี่ยิ้มแล้วล้วงเอาลูกอมในกระเป๋าออกมาให้โส่วชุ่ย“ทุกคนอยู่ที่ฟาร์มไก่กันเหรอ ?” โส่วชุ่ยมีท่าทางเขินอายเล็กน้อย แต่…ก็ยื่นมือมารับลูกอมไป“ค่ะ พ่อกับแม่หนูก็อยู่ที่นั่นค่ะ”“อายังไม่รู้เลยว่าฟาร์มไก่อยู่ตรงไหน หนูพาอาไปที

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 186 วางรากฐานไว้

    สำหรับจิ้นอิ๋งแล้ว…จางเซิ่งคือเพื่อนร่วมงานของเหวินหงก็จริง แต่…ถ้าจะให้มาเป็นสามีของพี่สาวเธอยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ชัดเจนและน่าสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้น…การแต่งงานครั้งที่สองของพี่สาวเธอจะพังพินาศไม่ได้ ต้องเลือกให้ดี ดูให้แน่ใจเสียก่อนหลังจากอาบน้ำเสร็จ…จิ้นอิ๋งก็เดินออกมาจากโรงอาบน้ำ เห็นสามพ่อลูกกำลังรอเธออยู่พอดี เธอเอาตะกร้าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วแขวนไว้บนรถจักรยานก่อนจะขึ้นนั่งแล้วปั่นกลับบ้านไปด้วยกัน ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดมากแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน ต้าเป่าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“พ่อครับ คืนนี้ผมกับเอ้อร์เป่าจะนอนกับแม่ พ่อห้ามอุ้มผมกับน้องไปนอนที่ห้อง ย่านะครับ”“อืม” พอได้คำตอบที่ต้องการ ต้าเป่าก็ยิ้มร่า แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้พ่อกับแม่ฟัง จิ้นอิ๋งเช็ดผมไปพลางฟังลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียนไปด้วย ปกติแล้ว…สองพี่น้องมักจะเข้านอนเร็ว แต่…เพราะคืนนี้แม่กลับมา สองพี่น้องจึงยังไม่นอน เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มต้าเป่าเอ้อร์เป่าถึงยอมนอนทั้งสองห่างกันนาน เหมือนยิ่งจุดไฟในหัวใจคู่สามีภรรยา ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกัน แต่…เต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรงจนเผลอลืมไปว่า ยังมีเจ้าก

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 185 พยายามศึกษาเพื่ออนาคตของตัวเอง

    เหล่าพี่น้องบ้านหาน พอรู้เรื่องก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงพ่อแม่เด็กจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล แต่…โส่วกังก็ยังเป็นหลานแท้ ๆ และปู่ก็ยังเป็นปู่แท้ ๆ ของเขา จะปล่อยให้หลานตัวเองถอนหญ้ากินประทังชีวิตได้ยังไง ส่วนเรื่องที่เหวินเหลียวแอบขโมยเงินไปเล่นพนันจนหมดตัวนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่าย ๆ เพราะสะใภ้หกยืนกรานให้เขาเอาเงินมาคืน ไม่อย่างนั้น…เรื่องนี้จบไม่สวยแน่แต่ละวันมีแต่เรื่องให้ปวดหัว ไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่บ้านจะสงบ เช้าวันนั้น…เหวินเหลียวทุบข้าวของในบ้านก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป ส่วนสะใภ้หก… ร้องไห้จนน้ำตาแห้ง ได้แต่นั่งมองบ้านที่กลายเป็นเศษซากขยะ และในหัวก็หวนนึกถึงคำเตือนของแม่ตัวเอง‘ลูกดูตัวเองตอนนี้สิ กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ ถ้ามันทนไม่ไหวจริง ๆ ก็หย่ากับไอ้เหวินเหลียวซะเถอะ อย่าไปใช้ชีวิตกับผู้ชายเฮงซวยพรรค์นั้นเลย อดมื้อกินมื้อยังไม่พอ ยังมาถูกมันซ้อมอีก อีกอย่าง…ลูกก็ตัดขาดกลับบ้านหานแล้วไม่ใช่หรือ ? จะทนใช้ชีวิตอยู่กับไอ้เหวินเหลียวอีกทำไม ?’ตอนแรก…สะใภ้หกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่…คำพูดของแม่หล่อนกลับผุดเข้ามาในหัวไม่หยุดหย่อน บางความคิดก็ไม่อาจสลัดมันทิ้งได้ แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status