LOGINแต่ก่อนจะพูดถึงไฝเม็ดนั้น…ขอพูดถึงเรื่องสำคัญก่อน เธอได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างนี้มาเรียบร้อยแล้ว และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ...พ่อแม่ของเธอในชาติก่อน ก็คือพ่อแม่ของเธอในชาตินี้ด้วย ต่างกันก็แค่ว่า...ชาติก่อนเธอเป็นลูกคนเดียว แต่ในชาตินี้เธอกลับมีพี่น้องครบ ทั้งพี่สาวคนโต ถัดจากเธอก็มีน้องสาวคนที่สาม และคนสุดท้องก็คือน้องชาย
น้องชายคนนี้แหละ ที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของทั้งบ้านทุกคนในครอบครัวต่างก็ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกชายคนนี้ ส่วนพ่อแม่ที่เคยรักและตามใจเธอในชาติก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นพ่อแม่ย้อนยุคที่เห็นลูกชายสำคัญกว่าลูกสาว ดูถูกลูกสาวชนิดที่ใครเห็นต่างก็ปวดใจ
[ขอแสดงความยินดีต่อผู้ใช้ ระบบได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาของบทบาทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้...ขอให้ผู้ใช้พา ‘TaoBao’ เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุขนะคะ~]
เสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของจิ้นอิ๋ง เธอถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง “อะไรกันเนี่ย ?!! แกเป็นใคร ?!!”
[ดิฉันไม่ใช่มนุษย์หรอกค่ะ คุณจะเรียกฉันว่า ‘ระบบ’ ก็ได้นะคะ]
เสียงนั้นตอบกลับอย่างใจเย็น วินาทีนั้น...จิ้นอิ๋งก็เข้าใจได้ในทันทีว่ามันคือ ‘มือทอง’ ของเธอนี่เอง
“ไอ้เถาเป่าที่พูดถึง...ใช่เถาเป่าที่ฉันกำลังคิดอยู่หรือเปล่า ?”
[ถูกต้องแล้วค่ะ ก็คือเถาเป่าที่คุณสามารถสั่งซื้ออะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่า...ทุกอย่างมีราคา ต้องใช้เงินในการแลกเปลี่ยน และระบบนี้ยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ ด้วย แต่คุณต้องเป็นคนค้นหาเองนะคะ]
เสียงนั้นเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า [เวลาของฉันมีไม่มาก เพราะคุณทะลุมิติมาจากโลกอื่น ทำให้เกิดการสั่นคลอนอย่างรุนแรง ตอนนี้โลกได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ฉันต้องไปมอบมือทองให้กับคนโชคร้ายคนอื่นต่อ ยังมีงานรอฉันอีกมากค่ะ]
“งั้นขอบใจแกมากนะ แต่...แกพาฉันย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้หน่อยได้ไหม ? ฉันอยากเริ่มต้นจากความรักก่อน ไม่ใช่แต่งงานก่อนแล้วค่อยมารักกันทีหลัง ฉันอยากกลับไปตอนอายุ 16แล้วค่อย ๆ มีความรักกับหานเหวินหง ตอนนี้มันเร็วเกินไป ยังไม่ทันได้มีประสบการณ์รักครั้งแรกเลย ก็ต้องมาใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาแล้ว” เสียงของระบบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
[ช่วงเวลาและสถานการณ์ที่คุณมาเป็นแบบสุ่มทั้งนั้น ความจริง...ตอนนี้ก็นับว่ามาในจังหวะพอดีแล้วนะคะ ถ้าระบบส่งคุณไปตอนที่คุณคลอดลูกเลย คุณจะไม่กลัวเหรอ ?] จิ้นอิ๋งสะดุ้งโหยง รีบตอบกลับไปว่า
“กลัวสิ” แค่คิดก็ขนลุกแล้ว...จิ้นอิ๋งไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ไม่เคยมีความรัก อยู่ ๆ ให้เธอไปอยู่ในช่วงเวลากำลังคลอดลูก ใครจะไปรับได้
[ ตอนนี้คุณอยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ] ระบบพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อว่า
[คุณมีลูกชายถึงสองคนแล้ว หมายความว่าในอนาคตไม่ต้องคลอดอีก เรื่องความรัก...เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะก่อนที่คุณจะมาถึง เจ้าของร่างเดิมกับหานเหวินหงก็ไม่ได้มีความรักต่อกันอยู่แล้ว เป็นแค่คนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเฉย ๆ แต่ตอนนี้คุณมีโอกาสเต็มที่ที่จะอ่อยเขา ลองทำให้เขาหลงใหลในตัวคุณจนหัวปักหัวปำดูสิคะ คุณคิดว่าไง ? มีอะไรอีกไหม ? ฉันกำลังยุ่งมากเลย มือทองในโลกอื่นรอฉันไปแจกอยู่นะคะ ] ระบบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ไม่มีแล้ว”
[ขอให้เทพเจ้าแห่งโชคคุ้มครองเธอไว้ด้วย ] ระบบพูดเหมือนนักบวชผู้มีพลัง ก่อนจะเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลาเดียวกันนั้น...ในหัวของจิ้นอิ๋งก็ปรากฏแอปหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่าแอป ‘ขุดหาสมบัติ’ ไอคอนเป็นรูปผลท้อสุกสีชมพูดูน่ารัก แน่นอนว่าจิ้นอิ๋งไม่ลังเลเลยที่จะใช้ความคิดลองกดเข้าไปดู และก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เธอเข้าสู่ระบบได้สำเร็จ
สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือสินค้าหลากหลายละลานตาอยากจะได้อะไรก็มีหมด แถมยังมีราคาให้เทียบกับช่วงเวลาของยุคนี้อีกด้วย เช่น...ไข่ไก่ 1 ชั่งราคาเพียง 28 เฟิน ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปในยุคนี้ถึง 2 เฟิน ถือว่าคุ้มค่ามาก ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ปัจจุบันไข่ไก่ขายกันอยู่ที่ 30 เฟินต่อ 1ชั่ง ถือเป็นราคาที่ไม่เบา ถ้าซื้อได้จากระบบนี้ก็นับว่าโชคดีสุด ๆ
ยังมีเนื้อไก่, เป็ด, ห่าน, หมู, วัว, แพะ, แม้แต่เนื้อลา เนื้อม้า ทุกอย่างมีให้ครบถ้วน พวกอาหารทะเลก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปูขน กุ้งทะเล หอยนานาชนิด ราคายังน่ารักน่าคบหาอีกต่างหาก จิ้นอิ๋งเลื่อนดูสินค้าด้วยความตื่นเต้นจนเลยเที่ยงคืน จนกระทั่งเสียงท้องร้องเตือนขึ้นมา เธอถึงนึกขึ้นได้ว่า...พรุ่งนี้เธอหยุดหนึ่งวัน
จิ้นอิ๋งทำงานเป็นพนักงานขายในสหกรณ์การค้า พนักงานส่วนใหญ่แทบไม่มีวันหยุดเลย แต่ทุกคนจะได้รับสิทธิ์หยุดหนึ่งวันต่อเดือนแบบเวียนกัน และพรุ่งนี้ก็คือวันหยุดของเธอ ตรงกับวันที่ต้องเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมลูกชายพอดี และก็ต้องเอาเงินค่ากินอยู่ไปให้แม่สามีด้วย เจ้าของร่างเดิมไม่อยากจะกลับไปเยี่ยมลูกชายตัวเองด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้...เธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องกลับบ้านไปเยี่ยมลูกชายสักหน่อย ยังไงเสียเธอก็คือเจ้าของร่างเดิม และเจ้าของร่างเดิมก็คือเธอ ไม่อาจแยกออกจากกันได้อีกต่อไป แม้เธอจะเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ในชีวิตจริงยังไม่เคยมีความรักมาก่อน
แต่ในตอนนี้...เธอกลับมีลูกชายแล้ว จะปล่อยปละละเลยไม่มีท่าทีอะไรเลยก็คงไม่ได้ ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงวิญญาณที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ แต่ในท้ายที่สุด...เด็กทั้งสองก็เป็นลูกที่เกิดจากร่างกายของเธออยู่ดี เธอจึงต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา
อย่างไรเสีย...เธอก็ควรกลับไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกมากแล้ว จะลุกไปหุงหาอะไรทานตอนนี้ก็คงไม่ทัน จิ้นอิ๋งจึงลองหยิบธนบัตร 10 หยวนออกมา แล้วทดลองเติมเข้าไปในระบบของตนเอง ผลปรากฏว่า...แค่คิด เงินในมือก็หายไปในพริบตา ยอดเงินในบัญชีของร้านค้าในระบบเปลี่ยนจาก 0 กลายเป็น 10
จิ้นอิ๋งไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอลองใช้เครดิตนี้ซื้อของทันที สั่งขนมปัง 2 ก้อนกับนมวัว 1 ขวด และเพราะร่างนี้ดูเหมือนจะอยากกินเนื้อเอามาก ๆ พอเห็นเนื้อแล้วรู้สึกหิวขึ้นมาทันที เธอจึงกดซื้อขาหมูพะโล้สำเร็จรูปมาอีกหนึ่งชุด
เพียงแค่คิด...สิ่งของทั้งหมดก็ปรากฏตรงหน้าบนโต๊ะทันทีเธอกินขนมปังสองชิ้นกับนมหนึ่งขวดยังไม่พอ จึงตามด้วยขาหมูพะโล้อีกหนึ่งส่วน กินจนอิ่มเต็มที่แล้วก็เก็บเศษซากทั้งหมดใส่ถังขยะเรียบร้อย ไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่นิดเดียว
หลังจากกลับมาถึงบ้าน...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก เธอเข้าใจดีว่า พ่อกับแม่รักลูกชายมากก็เพราะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียว แต่ถึงจะรักมากแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ก็คงหวังว่าลูกชายจะกตัญญูตอบแทนตนบ้าง ถ้าหากลูกชายไม่รู้จักเห็นใจหรือใส่ใจพ่อแม่จริง ๆ ล่ะก็ หัวอกของคนเป็นพ่อแม่คงไม่มีวันที่จะรู้สึกสบายใจได้เลยแต่การจะเปลี่ยนความคิดของพวกท่านในทันทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ จิ้นอิ๋งจึงเลือกที่จะไม่เร่งรีบ เธอรู้ว่า...การค่อย ๆ ปรับทีละนิดอย่างพอดีจึงจะได้ผล เธอได้หว่านเมล็ดเล็ก ๆ ลงบนผืนดินแห่งความคิดของแม่แล้ว ตอนนี้...ก็แค่รอวันมันเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเองจากนั้น...จิ้นอิ๋งก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน กลับบ้าน และในระหว่างนั้น...เธอก็เริ่มสอบถามรายละเอียดของสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้โรงงานผลิตยาสีฟันที่เธอทำงานอยู่ ค่าเล่าเรียนเดือนละ 2 หยวน ซึ่งก็ไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่ถ้าเพิ่มเงินอีก 1 หยวน เด็กจะสามารถกินข้าวกลางวันและนอนกลางวันที่โรงเรียนได้เลย ตอนกลางวันไม่ต้องกลับบ้าน กลับบ้านทีเดียวตอนเย็นจิ้นอิ๋งรู้สึกว่า...แบบนี้เหมาะมากกับการให้ต้าเป่าไปเ
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่แม่ของจิ้นอิ๋งจะเอ่ยปากเชิญลูกเขยมาร่วมโต๊ะอาหารถึงที่บ้าน ดูท่าว่าความพยายามของจิ้น อิ๋งในการแสดงความใส่ใจและอ่อนน้อมจะไม่สูญเปล่า“อีกสองสามวันค่ะแม่ พอเขากลับมา หนูจะพาเขามาทานข้าวที่บ้านเรานะคะ” จิ้นอิ๋งเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มละมุน แต่แฝงด้วยไหวพริบ“หนูไม่ให้เขามาทานข้าวที่บ้านเราฟรี ๆ โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยหรอกนะคะ หนูจะซื้อของกลับมาฝากแม่แน่นอนค่ะ”ประโยคนั้น...ทำให้แม่ของจิ้นอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มากแค่ไหนหลังจากที่คุยกันเสร็จ...จิ้นอิ๋งก็ได้ถามถึงความเป็นอยู่ของพี่สาวคนโต ส่วนน้องสาวคนเล็กยังคงทำงานอยู่ในเมือง ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนน้องชายคนเล็ก ‘โม่หวังเฉิง’ ก็กำลังจะกลับมาจากโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่ทันไร...เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาถึงหน้าประตู เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าระรื่น“แม่~ ผมขอเงินหน่อย ผมอยากเข้ากลุ่ม” หวังเฉิงเข้ามาในบ้านก็รีบวิ่งมาขอเงินแม่“กลุ่มอะไรของลูก ?”“แม่ไม่เข้าใจหรอก ที่โรงเรียนจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวครับแม
เดิมทีจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ตั้งใจจะนำไก่ย่างมาด้วย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนที่เธอจะนำของไปให้คือแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องจำใจนำไก่ย่างติดไม้ติดมือมาด้วย ในยุคที่ผู้คนยังต้องกินข้าวคลุกเกลือ ร่างกายอ่อนแรงเพราะอดมื้อกินมื้อ เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีไม่ได้หรอกนะ จะปล่อยให้ผู้เป็นแม่อดอยากไม่มีเนื้อสัตว์กินได้ยังไงทว่า...จิ้นอิ๋งกลับคาดไม่ถึงว่าแม่จะพูดว่า “เก็บไว้ให้น้องชายลูกกินดีกว่า”จิ้นอิ๋งถึงกับอึ้งตะลึงงัน ในใจแอบคิด...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? แม้ภายในใจจะเดือดปุด ๆ ราวน้ำมันเดือดบนกระทะ แต่จิ้นอิ๋งกลับยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“แม่ หนูเคยพูดกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วยังไม่ลืมครอบครัวตัวเองมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนูพูดถูกใช่ไหม ?”แม่ของจิ้นอิ๋งไม่ชอบที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“มันคือหน้าที่ของลูกไง แม่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต จะไม่ตอบแทนเลยก็คงไม่ถูก” จิ้นอิ๋งยังคงยิ้ม พลางพยักหน้าเบา ๆ“แม่พูดถูกค่ะ หนูเองก็อยากตอบแทนให้ดีที่สุดเหมือนกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนูทำอะไรให้
จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ ทว่า...ความขมขื่นในดวงตาของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าแววตาใด“พี่หงฮา ทำไมอยู่ดี ๆ พี่ถึงพูดเรื่องฉันขึ้นมาล่ะคะ ?”“ก็พี่เห็นน่ะสิ” หงฮาวางของในมือลง พลางถอนหายใจแรง“เวลาเห็นเธอกับสามีอยู่ด้วยกัน มันดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่เหมือนสามีภรรยาทั่วไป เหมือนคนสองคนที่แค่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผูกพันกันเลย เหมือนต่างคนต่างอดทนใช้ชีวิตไปวัน ๆ มากกว่า”หงฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเต็มเปี่ยมว่า“แต่พูดตรง ๆ นะจิ้นอิ๋ง พี่ว่าเหวินหงเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ยุคนี้จะหาคนอย่างเหวินหงได้จากที่ไหน ถ้าเธอปล่อยเขาหลุดมือไป เธอหาผู้ชายดี ๆ อย่างเขาไม่ได้อีกแล้วนะ” จิ้นอิ๋งถอนหายใจยาว ดวงตาพลันหม่นแสง“พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดีกับเขาเหมือนกันนะ เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคน จะไม่อยากมีชีวิตดี ๆ ด้วยกันได้ยังไงเล่า แต่ปัญหาคือ...เขาไม่เคยแสดงความรักให้ฉันได้เห็นเลยน่ะสิ”จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่วราวลม แต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้า“เขากลับบ้านมาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่า...พอมีลูกชายสองคนแล้ว ก็ถือว่าครบแล
หวังเจี้ยนกั๋วกลับมาที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเล็กนี้มีลานบ้านกว้างขวาง คือที่พักอาศัยซึ่งเขาเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมแต่ในอดีต...บ้านหลังนี้คือสถานที่ที่เขากับจิ้นอิ๋งชาวบ้านแจ้งทางการให้มาจับตัวไปในข้อหาทำเรื่องผิดศีธรรมในตอนนั้น...เขายังหนีรอดออกมาได้ ส่วนจิ้นอิ๋ง...ถูกจับกุมแล้วทนความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงอย่างเงียบงันหลายปีต่อมา...เขาได้เดินทางไปสร้างตัวที่ฮ่องกง เมื่อกลับมายังแผ่นดินแม่ในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล เขาถึงทราบเรื่องการตายของจิ้นอิ๋งความรู้สึกผิดฝังแน่นในใจของเขานับแต่นั้นมา หากวันนั้นเขาไม่ปล่อยมือเธอ เดินหนีไปด้วยกัน บางที...เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ถึงจะไม่สุขสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่ใช่จุดจบแบบนั้น เพราะเหตุนี้เอง...ชีวิตในชาตินี้เขาจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพาจิ้นอิ๋งติดตามเขาไปฮ่องกงให้ได้เร็ว ๆ นี้...กำลังจะมีนโยบายใหม่ถูกประกาศลงมาสถานการณ์ภายในประเทศจะสั่นคลอนยิ่งขึ้น เขาจึงต้องรีบขยับ เดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปวันนี้...ที่เขาอดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปหาจิ้นอิ๋ง ก็เพราะความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างหนัก แต่...สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ จิ้น อ
หลี่หงฮวากับหวังเจี้ยนกั๋วเป็นเพื่อนบ้านกัน พอเจอหน้าก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ส่วนจิ้นอิ๋ง….เมื่อเห็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบก้มหน้าก้มตาทำงานในทันทีผู้ชายคนนี้…เธอควรหลีกให้ไกลที่สุดถึงจะดี แต่คนอย่างหวังเจี้ยนกั๋ว กลับไม่ปล่อยให้เธอเมินเฉยได้ง่าย ๆ เขาเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คนสวยครับ รบกวนชั่งลูกกวาดให้ผมครึ่งชั่งหน่อยครับ” จิ้นอิ๋งไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบถุงมาแล้วลงมือชั่งอย่างเงียบ ๆ พอเจี้ยนกั๋วรับถุงไป ก็ทำทีเป็นรีบร้อนเลื่อนมือมาดูนาฬิกา เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ แสดงถึงถานะทางบ้านว่ามีหน้ามีตาแค่ไหนในยุคนี้“จ่ายเงินด้วยค่ะ” หวังเจี้ยนกั๋วยื่นเงินส่งให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มีนัยแฝง“ผมดูเหมือนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหรอครับ ?” สายตาเขาแน่นิ่งแต่ลึกซึ้ง คล้ายมีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล หากเป็นจิ้นอิ๋งคนเดิมคงเผลอหวั่นไหวไปแล้ว แต่ตอนนี้…เธอไม่ใช่จิ้นอิ๋งคนนั้น คนที่เคยผิดพลาดเพราะในอดีต…หลังจากที่จิ้นอิ๋งยอมตกลงมีอะไรกับเขา พวกเขาก็ถูกจับได้และถูกประณามอย่างรุนแรง จิ้นอิ๋งทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงด้วยความสิ้นหวังส่วนเ







