LOGINแต่ก่อนจะพูดถึงไฝเม็ดนั้น…ขอพูดถึงเรื่องสำคัญก่อน เธอได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างนี้มาเรียบร้อยแล้ว และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ...พ่อแม่ของเธอในชาติก่อน ก็คือพ่อแม่ของเธอในชาตินี้ด้วย ต่างกันก็แค่ว่า...ชาติก่อนเธอเป็นลูกคนเดียว แต่ในชาตินี้เธอกลับมีพี่น้องครบ ทั้งพี่สาวคนโต ถัดจากเธอก็มีน้องสาวคนที่สาม และคนสุดท้องก็คือน้องชาย
น้องชายคนนี้แหละ ที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของทั้งบ้านทุกคนในครอบครัวต่างก็ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกชายคนนี้ ส่วนพ่อแม่ที่เคยรักและตามใจเธอในชาติก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นพ่อแม่ย้อนยุคที่เห็นลูกชายสำคัญกว่าลูกสาว ดูถูกลูกสาวชนิดที่ใครเห็นต่างก็ปวดใจ
[ขอแสดงความยินดีต่อผู้ใช้ ระบบได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาของบทบาทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้...ขอให้ผู้ใช้พา ‘TaoBao’ เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุขนะคะ~]
เสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของจิ้นอิ๋ง เธอถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง “อะไรกันเนี่ย ?!! แกเป็นใคร ?!!”
[ดิฉันไม่ใช่มนุษย์หรอกค่ะ คุณจะเรียกฉันว่า ‘ระบบ’ ก็ได้นะคะ]
เสียงนั้นตอบกลับอย่างใจเย็น วินาทีนั้น...จิ้นอิ๋งก็เข้าใจได้ในทันทีว่ามันคือ ‘มือทอง’ ของเธอนี่เอง
“ไอ้เถาเป่าที่พูดถึง...ใช่เถาเป่าที่ฉันกำลังคิดอยู่หรือเปล่า ?”
[ถูกต้องแล้วค่ะ ก็คือเถาเป่าที่คุณสามารถสั่งซื้ออะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่า...ทุกอย่างมีราคา ต้องใช้เงินในการแลกเปลี่ยน และระบบนี้ยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ ด้วย แต่คุณต้องเป็นคนค้นหาเองนะคะ]
เสียงนั้นเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า [เวลาของฉันมีไม่มาก เพราะคุณทะลุมิติมาจากโลกอื่น ทำให้เกิดการสั่นคลอนอย่างรุนแรง ตอนนี้โลกได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ฉันต้องไปมอบมือทองให้กับคนโชคร้ายคนอื่นต่อ ยังมีงานรอฉันอีกมากค่ะ]
“งั้นขอบใจแกมากนะ แต่...แกพาฉันย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้หน่อยได้ไหม ? ฉันอยากเริ่มต้นจากความรักก่อน ไม่ใช่แต่งงานก่อนแล้วค่อยมารักกันทีหลัง ฉันอยากกลับไปตอนอายุ 16แล้วค่อย ๆ มีความรักกับหานเหวินหง ตอนนี้มันเร็วเกินไป ยังไม่ทันได้มีประสบการณ์รักครั้งแรกเลย ก็ต้องมาใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาแล้ว” เสียงของระบบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
[ช่วงเวลาและสถานการณ์ที่คุณมาเป็นแบบสุ่มทั้งนั้น ความจริง...ตอนนี้ก็นับว่ามาในจังหวะพอดีแล้วนะคะ ถ้าระบบส่งคุณไปตอนที่คุณคลอดลูกเลย คุณจะไม่กลัวเหรอ ?] จิ้นอิ๋งสะดุ้งโหยง รีบตอบกลับไปว่า
“กลัวสิ” แค่คิดก็ขนลุกแล้ว...จิ้นอิ๋งไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ไม่เคยมีความรัก อยู่ ๆ ให้เธอไปอยู่ในช่วงเวลากำลังคลอดลูก ใครจะไปรับได้
[ ตอนนี้คุณอยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ] ระบบพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อว่า
[คุณมีลูกชายถึงสองคนแล้ว หมายความว่าในอนาคตไม่ต้องคลอดอีก เรื่องความรัก...เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะก่อนที่คุณจะมาถึง เจ้าของร่างเดิมกับหานเหวินหงก็ไม่ได้มีความรักต่อกันอยู่แล้ว เป็นแค่คนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเฉย ๆ แต่ตอนนี้คุณมีโอกาสเต็มที่ที่จะอ่อยเขา ลองทำให้เขาหลงใหลในตัวคุณจนหัวปักหัวปำดูสิคะ คุณคิดว่าไง ? มีอะไรอีกไหม ? ฉันกำลังยุ่งมากเลย มือทองในโลกอื่นรอฉันไปแจกอยู่นะคะ ] ระบบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ไม่มีแล้ว”
[ขอให้เทพเจ้าแห่งโชคคุ้มครองเธอไว้ด้วย ] ระบบพูดเหมือนนักบวชผู้มีพลัง ก่อนจะเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลาเดียวกันนั้น...ในหัวของจิ้นอิ๋งก็ปรากฏแอปหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่าแอป ‘ขุดหาสมบัติ’ ไอคอนเป็นรูปผลท้อสุกสีชมพูดูน่ารัก แน่นอนว่าจิ้นอิ๋งไม่ลังเลเลยที่จะใช้ความคิดลองกดเข้าไปดู และก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เธอเข้าสู่ระบบได้สำเร็จ
สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือสินค้าหลากหลายละลานตาอยากจะได้อะไรก็มีหมด แถมยังมีราคาให้เทียบกับช่วงเวลาของยุคนี้อีกด้วย เช่น...ไข่ไก่ 1 ชั่งราคาเพียง 28 เฟิน ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปในยุคนี้ถึง 2 เฟิน ถือว่าคุ้มค่ามาก ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ปัจจุบันไข่ไก่ขายกันอยู่ที่ 30 เฟินต่อ 1ชั่ง ถือเป็นราคาที่ไม่เบา ถ้าซื้อได้จากระบบนี้ก็นับว่าโชคดีสุด ๆ
ยังมีเนื้อไก่, เป็ด, ห่าน, หมู, วัว, แพะ, แม้แต่เนื้อลา เนื้อม้า ทุกอย่างมีให้ครบถ้วน พวกอาหารทะเลก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปูขน กุ้งทะเล หอยนานาชนิด ราคายังน่ารักน่าคบหาอีกต่างหาก จิ้นอิ๋งเลื่อนดูสินค้าด้วยความตื่นเต้นจนเลยเที่ยงคืน จนกระทั่งเสียงท้องร้องเตือนขึ้นมา เธอถึงนึกขึ้นได้ว่า...พรุ่งนี้เธอหยุดหนึ่งวัน
จิ้นอิ๋งทำงานเป็นพนักงานขายในสหกรณ์การค้า พนักงานส่วนใหญ่แทบไม่มีวันหยุดเลย แต่ทุกคนจะได้รับสิทธิ์หยุดหนึ่งวันต่อเดือนแบบเวียนกัน และพรุ่งนี้ก็คือวันหยุดของเธอ ตรงกับวันที่ต้องเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมลูกชายพอดี และก็ต้องเอาเงินค่ากินอยู่ไปให้แม่สามีด้วย เจ้าของร่างเดิมไม่อยากจะกลับไปเยี่ยมลูกชายตัวเองด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้...เธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องกลับบ้านไปเยี่ยมลูกชายสักหน่อย ยังไงเสียเธอก็คือเจ้าของร่างเดิม และเจ้าของร่างเดิมก็คือเธอ ไม่อาจแยกออกจากกันได้อีกต่อไป แม้เธอจะเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ในชีวิตจริงยังไม่เคยมีความรักมาก่อน
แต่ในตอนนี้...เธอกลับมีลูกชายแล้ว จะปล่อยปละละเลยไม่มีท่าทีอะไรเลยก็คงไม่ได้ ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงวิญญาณที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ แต่ในท้ายที่สุด...เด็กทั้งสองก็เป็นลูกที่เกิดจากร่างกายของเธออยู่ดี เธอจึงต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา
อย่างไรเสีย...เธอก็ควรกลับไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกมากแล้ว จะลุกไปหุงหาอะไรทานตอนนี้ก็คงไม่ทัน จิ้นอิ๋งจึงลองหยิบธนบัตร 10 หยวนออกมา แล้วทดลองเติมเข้าไปในระบบของตนเอง ผลปรากฏว่า...แค่คิด เงินในมือก็หายไปในพริบตา ยอดเงินในบัญชีของร้านค้าในระบบเปลี่ยนจาก 0 กลายเป็น 10
จิ้นอิ๋งไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอลองใช้เครดิตนี้ซื้อของทันที สั่งขนมปัง 2 ก้อนกับนมวัว 1 ขวด และเพราะร่างนี้ดูเหมือนจะอยากกินเนื้อเอามาก ๆ พอเห็นเนื้อแล้วรู้สึกหิวขึ้นมาทันที เธอจึงกดซื้อขาหมูพะโล้สำเร็จรูปมาอีกหนึ่งชุด
เพียงแค่คิด...สิ่งของทั้งหมดก็ปรากฏตรงหน้าบนโต๊ะทันทีเธอกินขนมปังสองชิ้นกับนมหนึ่งขวดยังไม่พอ จึงตามด้วยขาหมูพะโล้อีกหนึ่งส่วน กินจนอิ่มเต็มที่แล้วก็เก็บเศษซากทั้งหมดใส่ถังขยะเรียบร้อย ไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่นิดเดียว
เมื่อก่อน…ตอนที่มี่อวี้ยังใช้ชีวิตอยู่กับจางเซิ่ง หล่อนเคยขนของจากบ้านเขาไปไม่น้อย พอได้ข่าวว่า…ตอนนี้จางเซิ่งหายดีแล้ว ขาที่เคยหักก็กลับมาเดินได้ปกติ และเขายังกลับไปทำงานขับรถได้ แบบนี้...ถ้าคิดจะกลับไปแต่งงานใหม่กับเขา ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่างไร…จางเซิ่งก็เคยรักหล่อนมาก ทั้งสองยังมีลูกสาวด้วยกันอีกหนึ่งคนถ้าเป็นคนอื่น…คงคิดว่าจางเซิ่งต้องกลับไปหามี่อวี้แน่ ๆ เพราะแบบนี้…บ้านหยางก็ได้พาญาติ ๆ แห่ไปดักรอสามีมี่อวี้ที่หน้าบ้าน อ้างว่ามาทวงความยุติธรรม สุดท้าย…ก็ทำเรื่องหย่ากับสามีคนที่สองได้สำเร็จ หลังจากนั้น…แม่ของมี่อวี้ก็ได้ส่งมี่อวี้กลับไปที่บ้านจางเซิ่ง ยังแนะนำให้มี่อวี้โยนความผิดเรื่องหย่าร้างทั้งหมดให้ครอบครัวหยาง บอกว่า…หล่อนโดนแม่บังคับให้แต่งงานกับคนอื่นแม้แต่แม่หยางเองก็รู้สึกเสียดายลูกเขยอย่างจางเซิ่ง แต่หลังจากเห็นว่าจางเซิ่งจริงใจขนาดไหน ถึงได้รู้ว่า…คนดี ๆ อย่างจางเซิ่งหาได้ไม่ง่าย มี่อวี้ผ่านอะไรมามาก ก็มองครอบครัวถูเปลี่ยนไปต่างจากเดิม หล่อนเริ่มคิดถึงจางเซิ่ง ชายผู้เคยดูแลหล่อนอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่า แม่บอกให้หล่อนตามสืบเรื่องของจางเซิ่งว่าเขาเลิกงานกี่โมง แล
โม่หวังเฉิง…ปีนี้เพิ่งอายุ 18 เขากำลังนั่งรถไฟเพื่อเดินทางเข้ากองทัพ ระหว่างที่เผลอหลับอยู่บนรถไฟนั้น เขากลับฝันเห็นตัวเองในวัย 12 อีกครั้ง ในฝัน…เขากลับไปเป็นเด็กชายที่ยังไร้เดียงสา ความคิดยังไม่โตเต็มวัย ยังเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าตัวเองยิ่งใหญ่รองจากสวรรค์ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เขาทำไม่ได้เขาในวัยนั้นเคยเดินตามกลุ่มเพื่อนที่มีพฤติกรรมไม่ดี ทำเรื่องเลวร้ายโดยเข้าใจว่าตัวเองทำเพื่อความถูกต้อง ตอนแรก…เขาก็ยังมีความกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่อคบกับพวกนั้นนานเข้า ก็ค่อย ๆ เรียนรู้พฤติกรรมไม่ดีและเริ่มเลียนแบบ เขาทำเรื่องผิดมากมาย และยังคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วยซ้ำแล้วสุดท้ายเป็นยังไงน่ะเหรอ ? เขาถูกแทงเข้าอย่างจัง แม้จะไม่เสียชีวิตในตอนนั้น แต่เพราะก่อเรื่องไว้มาก ในที่สุด…ก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหา ถูกส่งเข้าคุก และจบชีวิตลงในนั้น ความฝันนั้นสมจริงเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน พอเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย ภาพในฝันยังคงชัดเจนจนเขารู้สึกกลัวแม้จะลืมตาแล้วตอนนี้เขาอายุ 18 แล้ว ช่วงหลายปีที่ผ่านมา…ทางบ้านก็ดีขึ้น และเขาเองก็ใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น รูปร่างสูงถึง 182 เซนติเมตร หน
“ฉันรักคุณนะ ฉันจะพาครอบครัวเราย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งค่ะ”วันต่อมา…จิ้นอิ๋งตื่นแต่เช้ามืด ก่อนจะไปตามหาโส่วเจียที่แผนกซ่อมบำรุง นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของเธอ เป็นเส้นทางที่เธอเลือกเอง และเธอจะพาคู่หูของเธอติดตามเธอไปทุกที่ โส่วเจียจะได้เปิดหูเปิดตา และเส้นทางข้างหน้า คืออนาคตของทุกคน…หมู่บ้านอู่ซิง…นับเป็นทีมผลิตที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดในอำเภอ เดิมที…ที่นี่เป็นแค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร จะบอกว่าดีก็ไม่มีจุดแข็ง จะบอกว่าแย่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ชาวบ้านก็แค่ทำงานขยันขันแข็ง พอประทังชีวิตไปวัน ๆ แต่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี หมู่บ้านอู่ซิงกลับกลายเป็นที่รู้จักทั้งอำเภอทุกครั้งที่มีการประชุมประจำอำเภอ หัวหน้าหมู่บ้านอู่ซิงจะได้ขึ้นเวทีใหญ่ พูดปลุกขวัญและให้กำลังใจชาวบ้าน หัวหน้าหมู่บ้านจากหมู่บ้านอื่นที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขา พอเห็นเขายืนอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าเปี่ยมพลัง กลับรู้สึกไม่ชอบขี้หน้า แต่…ลึก ๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้ เพราะพวกเขาเองก็อยากได้โอกาสนั้นบ้าง ทว่า…ไม่มีผลงานอย่างเขา ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีหลายปีที่ผ่านมา…รายได้หลักของหมู่บ้านอู่ซิงมาจากผักป่า พวกเขารู้จักวิธีเก็บและดูแลอย่างเป็นระบบ
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยบอกพลางอธิบายว่า เขาเองเก็บไว้เล่มหนึ่ง และสะใภ้ใหญ่ของบ้านหานก็เก็บไว้อีกหนึ่งเล่ม ส่วนเรื่องรายรับรายจ่ายนั้น โส่วไห่เป็นคนบันทึกไว้ แต่…สมุดบัญชีสะใภ้ใหญ่จะเป็นคนเก็บไว้ ซึ่งก็ไม่แปลก…เพราะตอนนี้ฟาร์มไก่ อยู่ภายใต้การดูแลของเหล่าสะใภ้บ้านหาน จินอิ๋งก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แค่ยืนฟังเฉย ๆหลังจากคุยเรื่องสำคัญกับหัวหน้าหมู่บ้านเสร็จ เธอกับน้าฟางก็พากันเดินออกมา เธอบอกให้น้าฟางกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอเองจะแวะไปหาพวกพี่สะใภ้ที่บ้านหานก่อน แต่…พอมาถึงไม่เห็นมีใครอยู่บ้านเลย เธอหันไปเห็นโส่วชุ่ยเด็กหญิงตัวน้อยลูกของพี่ชายสาม กำลังนั่งเล่นอยู่“โส่วชุ่ย” จิ้นอิ๋งเอ่ยเรียก โส่วชุ่ยอายุ 7 ขวบ แต่…เป็นเด็กหัวไว ฉลาดมาก ทำงานบ้านเป็นแล้ว หนูน้อยชอบอาสะใภ้เล็กคนนี้มาก พอเห็นจิ้นอิ๋งมาหาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“อาสะใภ้เล็กมาแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ อากลับมาดูงานน่ะ” จิ้นอิ๋งคลี่ยิ้มแล้วล้วงเอาลูกอมในกระเป๋าออกมาให้โส่วชุ่ย“ทุกคนอยู่ที่ฟาร์มไก่กันเหรอ ?” โส่วชุ่ยมีท่าทางเขินอายเล็กน้อย แต่…ก็ยื่นมือมารับลูกอมไป“ค่ะ พ่อกับแม่หนูก็อยู่ที่นั่นค่ะ”“อายังไม่รู้เลยว่าฟาร์มไก่อยู่ตรงไหน หนูพาอาไปที
สำหรับจิ้นอิ๋งแล้ว…จางเซิ่งคือเพื่อนร่วมงานของเหวินหงก็จริง แต่…ถ้าจะให้มาเป็นสามีของพี่สาวเธอยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ชัดเจนและน่าสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้น…การแต่งงานครั้งที่สองของพี่สาวเธอจะพังพินาศไม่ได้ ต้องเลือกให้ดี ดูให้แน่ใจเสียก่อนหลังจากอาบน้ำเสร็จ…จิ้นอิ๋งก็เดินออกมาจากโรงอาบน้ำ เห็นสามพ่อลูกกำลังรอเธออยู่พอดี เธอเอาตะกร้าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วแขวนไว้บนรถจักรยานก่อนจะขึ้นนั่งแล้วปั่นกลับบ้านไปด้วยกัน ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดมากแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน ต้าเป่าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“พ่อครับ คืนนี้ผมกับเอ้อร์เป่าจะนอนกับแม่ พ่อห้ามอุ้มผมกับน้องไปนอนที่ห้อง ย่านะครับ”“อืม” พอได้คำตอบที่ต้องการ ต้าเป่าก็ยิ้มร่า แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้พ่อกับแม่ฟัง จิ้นอิ๋งเช็ดผมไปพลางฟังลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียนไปด้วย ปกติแล้ว…สองพี่น้องมักจะเข้านอนเร็ว แต่…เพราะคืนนี้แม่กลับมา สองพี่น้องจึงยังไม่นอน เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มต้าเป่าเอ้อร์เป่าถึงยอมนอนทั้งสองห่างกันนาน เหมือนยิ่งจุดไฟในหัวใจคู่สามีภรรยา ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกัน แต่…เต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรงจนเผลอลืมไปว่า ยังมีเจ้าก
เหล่าพี่น้องบ้านหาน พอรู้เรื่องก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงพ่อแม่เด็กจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล แต่…โส่วกังก็ยังเป็นหลานแท้ ๆ และปู่ก็ยังเป็นปู่แท้ ๆ ของเขา จะปล่อยให้หลานตัวเองถอนหญ้ากินประทังชีวิตได้ยังไง ส่วนเรื่องที่เหวินเหลียวแอบขโมยเงินไปเล่นพนันจนหมดตัวนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่าย ๆ เพราะสะใภ้หกยืนกรานให้เขาเอาเงินมาคืน ไม่อย่างนั้น…เรื่องนี้จบไม่สวยแน่แต่ละวันมีแต่เรื่องให้ปวดหัว ไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่บ้านจะสงบ เช้าวันนั้น…เหวินเหลียวทุบข้าวของในบ้านก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป ส่วนสะใภ้หก… ร้องไห้จนน้ำตาแห้ง ได้แต่นั่งมองบ้านที่กลายเป็นเศษซากขยะ และในหัวก็หวนนึกถึงคำเตือนของแม่ตัวเอง‘ลูกดูตัวเองตอนนี้สิ กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ ถ้ามันทนไม่ไหวจริง ๆ ก็หย่ากับไอ้เหวินเหลียวซะเถอะ อย่าไปใช้ชีวิตกับผู้ชายเฮงซวยพรรค์นั้นเลย อดมื้อกินมื้อยังไม่พอ ยังมาถูกมันซ้อมอีก อีกอย่าง…ลูกก็ตัดขาดกลับบ้านหานแล้วไม่ใช่หรือ ? จะทนใช้ชีวิตอยู่กับไอ้เหวินเหลียวอีกทำไม ?’ตอนแรก…สะใภ้หกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่…คำพูดของแม่หล่อนกลับผุดเข้ามาในหัวไม่หยุดหย่อน บางความคิดก็ไม่อาจสลัดมันทิ้งได้ แ







