Share

บทที่ 7 อาหารสุดพิเศษ

last update Last Updated: 2026-01-16 23:50:31

ความจริงแล้ว...กุ้ยฮวาตั้งใจให้กลิ่นมันหมูเจียวลอยฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน อยากให้พวกบรรดาป้า ๆ ที่เคยนินททหล่อนลับหลังพากันน้ำลายไหลตายกันให้หมด! ใครใช้ให้พูดจาว่าร้ายหล่อนล่ะ อยากเห็นหล่อนลำบากนักใช่ไหม ? คราวนี้แหละ...จะได้เห็นกันชัด ๆ เลยว่าลูกสะใภ้ของหล่อน ซื้อมันหมูชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มกลับมาฝาก!

เมื่อกี้...กุ้ยฮวายังไม่เห็นถุงน้ำตาลทรายแดง ไม่งั้นคงหอบถุงน้ำตาลทรายแดงถุงใหญ่นั้นไปอวดทุกคนพร้อมกับเนื้อไปแล้ว จิ้นอิ๋งยืนมองแม่สามีเจียวมันหมูอยู่ข้างนอก เห็นแม่สามีทำท่าทางตลกก็อดขำไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าแม่สามีของเธอจะมีมุมที่น่ารักแบบนี้เหมือนคนอื่นเขาด้วย

“เอ้อร์เป่า กินนมอร่อยไหมลูก ?” หลังป้อนนมเจ้าตัวเล็กเสร็จ จิ้นอิ๋งจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เจ้าหนูน้อยพยักหน้ารัวแทนคำตอบว่าอร่อยมาก จิ้นอิ๋งนั่งรออยู่นานไม่เห็นลูกชายคนโตกลับมาสักที เธอจึงหันไปถามแม่สามี

“แม่คะ ต้าเป่าไปไหนเหรอคะ ?” กุ้ยหานกำลังคนมันหมูในกระทะ ตอบแบบไม่ใส่ใจนักว่า

“ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าเด็กนั่นคงไปวิ่งเล่นอีกแล้วสินะ หนูไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก พอเจ้านั่นได้กลิ่นเนื้อเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็วิ่งกลับมาเองแหละ”

ต้าเป่ายังไม่วิ่งกลับมาที่บ้านด้วยซ้ำ แต่...เหล่าบรรดาป้า ๆ กลับออกันเต็มที่หน้าบ้าน ผู้คนที่นี่...ส่วนใหญ่จะเป็นชาวนากันหมด นาน ๆ ทีถึงจะได้กินเนื้อหมู อาหารขาดแคลนอย่างหนัก พวกเขาจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเนื้อกินกัน

เนื้อสัตว์หลักก็มีแค่ไข่ไก่ ปลากับกุ้งจากลำคลอง แต่...ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก เพราะรัฐเพิ่งจะมีนโยบายใหม่ห้ามเลี้ยงไก่เกิน 3 ตัวต่อบ้าน ทำให้เนื้อหายากมากขึ้นทุกวัน และมันหมูชิ้นใหญ่ขาววาวแบบนั้นยิ่งหายากเข้าไปใหญ่

แม้พวกเขาจะเคยดูถูกจิ้นอิ๋งมาก่อน แต่ตอนนี้...พวกเขากลับเห็นเธอหอบมันหมูชิ้นใหญ่กลับมาฝากพ่อกับแม่สามี ภาพลักษณ์เดิมที่เคยคิดไว้ก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอกลายเป็นลูกสะใภ้ดีเด่นไปโดยปริยาย

กุ้ยฮวาเห็นชาวบ้านมายืนมุงที่หน้าบ้าน ยังรู้สึกไม่พอใจเท่าไรนัก หล่อนก็เลยหยิบถุงน้ำตาลทรายแดงขึ้นมาอวด พลางบ่นแบบโอ้อวดแฝงประชด

“โธ่ ~ หนูนี่จริง ๆ เลยนะอิงอิง จะซื้อน้ำตาลทรายแดงกลับมาให้แม่ทำไมก็ไม่รู้ ทุกคนดูถุงน้ำตาลทรายแดงถุงนี่สิ หนักเกิน 1 ซั่งแน่ ๆ คนแก่ ๆ อย่างฉัน เมื่อไหร่จะกินหมดล่ะเนี่ย”

จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เธอรู้ว่าแม่สามีกำลังพูดอวดใครอยู่ เธอคลี่ยิ้ม ก่อนจะบอกออกไปว่า

“แม่ก็ค่อย ๆ กินไปก็ได้ค่ะ ถ้ากินหมดแล้ว หนูจะซื้อมาให้อีกนะคะ”

กุ้ยฮวาหยอกล้อลูกสะใภ้เล็ก แอบตีแขนเรียวเบา ๆ สายตาพลางเหลือบไปมองเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ที่ตอนนี้แลดูอิจฉาหล่อนมาก

“คูปองน้ำตาลทรายทรายแดงน่ะ หายากมากใช่ไหมอิงอิง ?”

“เพื่อนร่วมงานหนูพอจะมีคนรู้จักที่มีคูปองน้ำตาลทรายแดงอยู่ค่ะ ถ้าต้องการอยากจะใช้คูปองเมื่อไหร่ หนูก็พอจะหาได้ ไม่ว่าจะเป็นคูปองน้ำตาลทรายแดงหรือคูปองอะไรก็ตาม ไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ”

จิ้นอิ๋งพูดลอย ๆ เพราะยังไงลูกสองคนของเธอก็อยู่บ้านนี้ ต่อไปเธอคงต้องซื้อของกลับมาที่นี่บ่อย ๆ อยู่แล้ว เพื่อนบ้านคนนั้นได้ยินสิ่งที่กุ้ยฮวาพูดก็รีบเอ่ยขึ้น

“กุ้ยฮวา ~ ลูกสะใภ้สี่ฉันใกล้คลอดแล้ว ฉันกำลังกลุ้มใจ ไม่รู้จะไปหาน้ำตาลทรายแดงจากที่ไหน เธอแบ่งน้ำตาลทรายแดงให้ฉันหน่อยได้ไหม ?”

กุ้ยฮวาหันไปมองลูกสะใภ้เล็กอย่างลังเล จิ้นอิ๋งคลี่ยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก

“แม่จะมองหนูทำไมล่ะคะ ? น้ำตาลทรายแดงนั่นหนูให้แม่แล้ว เป็นของแม่ค่ะ แม่อย่าแบ่งให้คนอื่นเยอะก็พอ หนูเอามาให้แม่ไว้บำรุงสุขภาพนะคะ”

“งั้น...แม่แบ่งให้เพื่อนบ้านสัก 5 ช้อนก็พอเนอะ”

“แล้วแต่แม่เลยค่ะ” กุ้ยฮวาแบ่งน้ำตาลทรายแดงให้เพื่อนบ้านคนนั้น 5 ช้อน ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากแล้ว เพื่อนบ้านคนนั้นรีบกลับไปที่บ้านนำถ้วยและเงินมาให้กุ้ยฮวาด้วยความซาบซึ้ง

“แม่เก็บเงินนี้ไว้ใช้เถอะค่ะ หนูยังมีเงินเดือนอยู่” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...ตกอยู่ในสายตาของเหล่าป้า ๆ เพื่อนบ้านเต็ม ๆ ในใจพวกเขาเริ่มรู้สึกอิจฉากุ้ยฮวาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่คิดว่ากุ้ยฮวาจะโชคดีขนาดนี้

ครู่นั้น...ต้าเป่าก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่บ้าน อย่างที่แม่สามีพูดไว้ไม่มีผิด เจ้าตัวได้ยินคนแถวบ้านบอกว่าแม่กลับมาแล้ว แถมยังหิ้วมันหมูก้อนโตกลับมาด้วย เจ้าต้าเป่าก็รีบแจ้นกลับมาแทบไม่ทัน

พอวิ่งมาถึงที่หน้าบ้าน...กลิ่นหมูเจียวหอมฟุ้งก็ลอยเตะจมูกดวงตากลมโตถึงกับลุกวาว เจ้าต้าเป่ารีบวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ทันที แล้วเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

“แม่ครับ เนื้อหมูนี่แม่ซื้อมาให้พวกผมกินใช่ไหมครับ ?” จิ้น อิ๋งกำลังอุ้มเจ้าเอ้อร์เป่าอยู่ พอเห็นเจ้าต้าเป่าวิ่งมา เธอก็รีบวางเจ้าเอ้อร์เป่าลง ก่อนจะหันมาอุ้มเจ้าต้าเป่าแทน

เธอมองสำรวจใบหน้าเจ้าต้าเป่าอยู่นาน แม้เธอจะไม่เคยเลี้ยงเจ้าต้าเป่าเอง แต่โครงหน้าของเจ้าต้าเป่าก็มีส่วนคล้ายเธอเหมือนกัน ยิ่งดู...เจ้าต้าเป่าก็ยิ่งเหมือนเหวินหง แต่...เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก เพราะในใจของจิ้นอิ๋งตอนนี้กำลังเปี่ยมไปด้วยความสุข

“ใช่ แม่ซื้อมาฝากลูก ๆ ไง แล้วนี่ไปวิ่งเล่นที่ไหนมาล่ะ แม่กลับบ้านมาตั้งนานแล้วไม่เห็นหนูเลย”

“ผมไปจับไส้เดือนมาครับ คุณย่าไม่ได้บอกว่าแม่จะกลับมาวันนี้ ถ้าผมรู้ ผมจะอยู่รอแม่ที่บ้านครับ”

ต้าเป่าเอ่ยตอบเสียงใส...แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะเกลียดลูกตัวเอง เย็นชากับเด็ก ๆ มากก็เถอะ แต่เด็กก็คือเด็ก พวกเขาเกิดมาผูกพันกับแม่โดยสัญชาตญาณ ต่อให้แม่เย็นชากับพวกเขาแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยเกลียดแม่ของตัวเอง เด็กทั้งสองรอวันที่แม่กลับมาเยี่ยมพวกเขาเสมอ

แม้แต่ตอนที่แม่พวกเขากลับมามือเปล่า สองพี่น้องก็ยังดีใจไม่แพ้กัน แต่ครั้งนี้...แม่กลับมาพร้อมเนื้อหมู ทำให้ต้าเป่าได้รับสายตาอิจฉาจากเด็กคนอื่นเต็มไปหมด

“วันนี้แม่เปลี่ยนเวรกับเพื่อนที่ทำงาน เลยกลับมาก่อนน่ะ ย่าของลูกเองก็ไม่รู้ว่าแม่จะกลับมาเยี่ยมพวกหนู” ครู่นั้น...เจ้าต้าเป่าก็ทำจมูกฟุดฟิดตามกลิ่นหอม

“แม่ครับ ~ กลิ่นเนื้อที่แม่ซื้อมาหอมมากเลย”

“ถ้าลูกชอบ เดี๋ยวคราวหน้าแม่กลับมา แม่จะซื้อเนื้อมาฝากอีกนะ”

จิ้นอิ๋งพูดพลางลูบหน้าลูกชายอย่างเอ็นดู เจ้าหนูน้อยหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มแฉ่งออกมาด้วยความดีใจ ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกได้ว่า...วันนี้แม่ดูอบอุ่นกับเขาเป็นพิเศษ

“ไปขอกากหมูกับย่ากินสิ” พอเจ้าต้าเป่าได้ยินก็ไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าครัวไปหาผู้เป็นย่าทันที

“ย่าครับ ผมอยากกินกากหมู”

“ใจเย็น ๆ ย่ายังเจียวไม่เสร็จเลย” กุ้ยฮวายืนเจียวมันหมูอยู่สักพัก ไม่นานก็เจียวเสร็จเรียบร้อย

กุ้ยฮวาตักน้ำมันหมูใส่ขวดเก็บไว้ใช้ ส่วนกากหมูก็แยกใส่ถ้วยเตรียมไว้ให้เด็ก ๆ กินเล่น ปกติแล้ว...กุ้ยฮวาจะเป็นคนประหยัดมาก กากหมูพวกนี้ตนจะเก็บไว้ใส่ผัดผักทีละนิด จะช่วยให้กับข้าวหอมขึ้นมาก แต่วันนี้...ลูกสะใภ้เล็กเป็นคนซื้อมันหมูมาให้ ตนจึงยอมให้เด็ก ๆ กิน

จิ้นอิ๋งกินกากหมูไปแค่คำเดียว เอ้อร์เป่ายังเล็กกินของพวกนี้ไม่ได้ ส่วนต้าเป่านั้น...ไม่สนอะไรทั้งสิ้น กินอย่างเอร็ดอร่อย อยู่ข้างนอก...ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ วิ่งมาจากไหน มายืนรอที่หน้าบ้านเต็มไปหมด กลิ่นมันหมูหอมขนาดนี้ ใครจะทนอยู่เฉยได้ล่ะ จิ้นอิ๋งเห็นแบบนั้นก็ได้โบกมือเรียกเด็ก ๆ มากินกากหมูด้วยกัน

“มาเถอะเด็ก ๆ เข้ามากินกากหมูด้วยกันสิ” จิ้นอิ๋งกวาดสายตามองดูเด็ก ๆ แต่ละคน เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ดูเก่าแทบมองไม่ออกว่าสีอะไร ผิวคล้ำแดด ดูก็รู้ว่าฐานะทางบ้านไม่ได้ดีนัก พอเด็ก ๆ เดินผ่านรั้วบ้านเข้ามา จิ้นอิ๋งก็ได้หยิบเอากากหมูให้เด็ก ๆ กินกันคนละชิ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 15 เจี้ยนกั๋วมาหว่านล้อม

    หลังจากกลับมาถึงบ้าน...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก เธอเข้าใจดีว่า พ่อกับแม่รักลูกชายมากก็เพราะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียว แต่ถึงจะรักมากแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ก็คงหวังว่าลูกชายจะกตัญญูตอบแทนตนบ้าง ถ้าหากลูกชายไม่รู้จักเห็นใจหรือใส่ใจพ่อแม่จริง ๆ ล่ะก็ หัวอกของคนเป็นพ่อแม่คงไม่มีวันที่จะรู้สึกสบายใจได้เลยแต่การจะเปลี่ยนความคิดของพวกท่านในทันทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ จิ้นอิ๋งจึงเลือกที่จะไม่เร่งรีบ เธอรู้ว่า...การค่อย ๆ ปรับทีละนิดอย่างพอดีจึงจะได้ผล เธอได้หว่านเมล็ดเล็ก ๆ ลงบนผืนดินแห่งความคิดของแม่แล้ว ตอนนี้...ก็แค่รอวันมันเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเองจากนั้น...จิ้นอิ๋งก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน กลับบ้าน และในระหว่างนั้น...เธอก็เริ่มสอบถามรายละเอียดของสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้โรงงานผลิตยาสีฟันที่เธอทำงานอยู่ ค่าเล่าเรียนเดือนละ 2 หยวน ซึ่งก็ไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่ถ้าเพิ่มเงินอีก 1 หยวน เด็กจะสามารถกินข้าวกลางวันและนอนกลางวันที่โรงเรียนได้เลย ตอนกลางวันไม่ต้องกลับบ้าน กลับบ้านทีเดียวตอนเย็นจิ้นอิ๋งรู้สึกว่า...แบบนี้เหมาะมากกับการให้ต้าเป่าไปเ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 14 ความกลัวภายในใจได้ก่อตัวขึ้น

    เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่แม่ของจิ้นอิ๋งจะเอ่ยปากเชิญลูกเขยมาร่วมโต๊ะอาหารถึงที่บ้าน ดูท่าว่าความพยายามของจิ้น อิ๋งในการแสดงความใส่ใจและอ่อนน้อมจะไม่สูญเปล่า“อีกสองสามวันค่ะแม่ พอเขากลับมา หนูจะพาเขามาทานข้าวที่บ้านเรานะคะ” จิ้นอิ๋งเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มละมุน แต่แฝงด้วยไหวพริบ“หนูไม่ให้เขามาทานข้าวที่บ้านเราฟรี ๆ โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยหรอกนะคะ หนูจะซื้อของกลับมาฝากแม่แน่นอนค่ะ”ประโยคนั้น...ทำให้แม่ของจิ้นอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มากแค่ไหนหลังจากที่คุยกันเสร็จ...จิ้นอิ๋งก็ได้ถามถึงความเป็นอยู่ของพี่สาวคนโต ส่วนน้องสาวคนเล็กยังคงทำงานอยู่ในเมือง ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนน้องชายคนเล็ก ‘โม่หวังเฉิง’ ก็กำลังจะกลับมาจากโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่ทันไร...เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาถึงหน้าประตู เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าระรื่น“แม่~ ผมขอเงินหน่อย ผมอยากเข้ากลุ่ม” หวังเฉิงเข้ามาในบ้านก็รีบวิ่งมาขอเงินแม่“กลุ่มอะไรของลูก ?”“แม่ไม่เข้าใจหรอก ที่โรงเรียนจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวครับแม

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 13 กลับไปเยี่ยมแม่

    เดิมทีจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ตั้งใจจะนำไก่ย่างมาด้วย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนที่เธอจะนำของไปให้คือแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องจำใจนำไก่ย่างติดไม้ติดมือมาด้วย ในยุคที่ผู้คนยังต้องกินข้าวคลุกเกลือ ร่างกายอ่อนแรงเพราะอดมื้อกินมื้อ เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีไม่ได้หรอกนะ จะปล่อยให้ผู้เป็นแม่อดอยากไม่มีเนื้อสัตว์กินได้ยังไงทว่า...จิ้นอิ๋งกลับคาดไม่ถึงว่าแม่จะพูดว่า “เก็บไว้ให้น้องชายลูกกินดีกว่า”จิ้นอิ๋งถึงกับอึ้งตะลึงงัน ในใจแอบคิด...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? แม้ภายในใจจะเดือดปุด ๆ ราวน้ำมันเดือดบนกระทะ แต่จิ้นอิ๋งกลับยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“แม่ หนูเคยพูดกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วยังไม่ลืมครอบครัวตัวเองมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนูพูดถูกใช่ไหม ?”แม่ของจิ้นอิ๋งไม่ชอบที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“มันคือหน้าที่ของลูกไง แม่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต จะไม่ตอบแทนเลยก็คงไม่ถูก” จิ้นอิ๋งยังคงยิ้ม พลางพยักหน้าเบา ๆ“แม่พูดถูกค่ะ หนูเองก็อยากตอบแทนให้ดีที่สุดเหมือนกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนูทำอะไรให้

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 12 ใช้ชีวิตเหมือนไม่ใช่สามีภรรยา

    จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ ทว่า...ความขมขื่นในดวงตาของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าแววตาใด“พี่หงฮา ทำไมอยู่ดี ๆ พี่ถึงพูดเรื่องฉันขึ้นมาล่ะคะ ?”“ก็พี่เห็นน่ะสิ” หงฮาวางของในมือลง พลางถอนหายใจแรง“เวลาเห็นเธอกับสามีอยู่ด้วยกัน มันดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่เหมือนสามีภรรยาทั่วไป เหมือนคนสองคนที่แค่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผูกพันกันเลย เหมือนต่างคนต่างอดทนใช้ชีวิตไปวัน ๆ มากกว่า”หงฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเต็มเปี่ยมว่า“แต่พูดตรง ๆ นะจิ้นอิ๋ง พี่ว่าเหวินหงเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ยุคนี้จะหาคนอย่างเหวินหงได้จากที่ไหน ถ้าเธอปล่อยเขาหลุดมือไป เธอหาผู้ชายดี ๆ อย่างเขาไม่ได้อีกแล้วนะ” จิ้นอิ๋งถอนหายใจยาว ดวงตาพลันหม่นแสง“พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดีกับเขาเหมือนกันนะ เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคน จะไม่อยากมีชีวิตดี ๆ ด้วยกันได้ยังไงเล่า แต่ปัญหาคือ...เขาไม่เคยแสดงความรักให้ฉันได้เห็นเลยน่ะสิ”จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่วราวลม แต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้า“เขากลับบ้านมาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่า...พอมีลูกชายสองคนแล้ว ก็ถือว่าครบแล

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 11 เรื่องราวในอดีต

    หวังเจี้ยนกั๋วกลับมาที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเล็กนี้มีลานบ้านกว้างขวาง คือที่พักอาศัยซึ่งเขาเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมแต่ในอดีต...บ้านหลังนี้คือสถานที่ที่เขากับจิ้นอิ๋งชาวบ้านแจ้งทางการให้มาจับตัวไปในข้อหาทำเรื่องผิดศีธรรมในตอนนั้น...เขายังหนีรอดออกมาได้ ส่วนจิ้นอิ๋ง...ถูกจับกุมแล้วทนความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงอย่างเงียบงันหลายปีต่อมา...เขาได้เดินทางไปสร้างตัวที่ฮ่องกง เมื่อกลับมายังแผ่นดินแม่ในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล เขาถึงทราบเรื่องการตายของจิ้นอิ๋งความรู้สึกผิดฝังแน่นในใจของเขานับแต่นั้นมา หากวันนั้นเขาไม่ปล่อยมือเธอ เดินหนีไปด้วยกัน บางที...เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ถึงจะไม่สุขสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่ใช่จุดจบแบบนั้น เพราะเหตุนี้เอง...ชีวิตในชาตินี้เขาจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพาจิ้นอิ๋งติดตามเขาไปฮ่องกงให้ได้เร็ว ๆ นี้...กำลังจะมีนโยบายใหม่ถูกประกาศลงมาสถานการณ์ภายในประเทศจะสั่นคลอนยิ่งขึ้น เขาจึงต้องรีบขยับ เดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปวันนี้...ที่เขาอดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปหาจิ้นอิ๋ง ก็เพราะความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างหนัก แต่...สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ จิ้น อ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 10 ชายที่มีนามว่าหวังเจี้ยนกั๋ว

    หลี่หงฮวากับหวังเจี้ยนกั๋วเป็นเพื่อนบ้านกัน พอเจอหน้าก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ส่วนจิ้นอิ๋ง….เมื่อเห็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบก้มหน้าก้มตาทำงานในทันทีผู้ชายคนนี้…เธอควรหลีกให้ไกลที่สุดถึงจะดี แต่คนอย่างหวังเจี้ยนกั๋ว กลับไม่ปล่อยให้เธอเมินเฉยได้ง่าย ๆ เขาเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คนสวยครับ รบกวนชั่งลูกกวาดให้ผมครึ่งชั่งหน่อยครับ” จิ้นอิ๋งไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบถุงมาแล้วลงมือชั่งอย่างเงียบ ๆ พอเจี้ยนกั๋วรับถุงไป ก็ทำทีเป็นรีบร้อนเลื่อนมือมาดูนาฬิกา เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ แสดงถึงถานะทางบ้านว่ามีหน้ามีตาแค่ไหนในยุคนี้“จ่ายเงินด้วยค่ะ” หวังเจี้ยนกั๋วยื่นเงินส่งให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มีนัยแฝง“ผมดูเหมือนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหรอครับ ?” สายตาเขาแน่นิ่งแต่ลึกซึ้ง คล้ายมีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล หากเป็นจิ้นอิ๋งคนเดิมคงเผลอหวั่นไหวไปแล้ว แต่ตอนนี้…เธอไม่ใช่จิ้นอิ๋งคนนั้น คนที่เคยผิดพลาดเพราะในอดีต…หลังจากที่จิ้นอิ๋งยอมตกลงมีอะไรกับเขา พวกเขาก็ถูกจับได้และถูกประณามอย่างรุนแรง จิ้นอิ๋งทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงด้วยความสิ้นหวังส่วนเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status