Share

บทที่ 7 เรียกค่าชดเชย 1200 หยวน

last update Last Updated: 2026-01-30 19:51:45

“ฉันลองคำนวณดูคร่าว ๆ แล้ว เงินเดือนของคุณ 3 ปี ตกอยู่ที่ 1524 หยวน ฉันก็ไม่ใช่คนโลภอะไรหรอกนะ อย่างไรเสีย...เราก็เคยมีความสุขด้วยกันมาก่อน ฉันหักลบค่าสินสอดค่ากินค่าอยู่ของฉันตลอด 3 ปีที่ผ่านมาแล้ว น่าจะเหลืออยู่ที่ 1200 หยวน ฉันต้องการเงิน 1200 หยวนจากคุณ”

น้ำเสียงที่เธอพูดคุยกับคนอื่นที่ผ่านมาอ่อนหวานไพเราะ ใครได้ยินต่างรู้สึกรักและเอ็นดู แต่ตอนนี้...พวกเขากลับรู้สึกว่าน้ำเสียงที่เคยไพรเราะไม่ต่างจากมีดคมค่อย ๆ ทรมานพวกเขาอยู่ ทำให้พวกเขารู้สึกเกลียดเธอไม่น้อย

“ฝันไปเถอะ!! แกจะไม่ได้เงินนั่นของลูกชายฉันไปได้ง่าย ๆ หรอก” เฟยเทียนได้ยินซื่อหงบอกแบบนั้นก็เดือดมาก ลุกพรวดจากเก้าอี้ ชี้หน้าก่นด่าเธอไม่หยุด

“แก!! แกต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ เลย!! ฉันให้เงินสินสอดแกตั้ง 188 หยวน!! แต่งงานมาสามปีแกมีลูกให้ตระกูลเหอไม่ได้!! แกยังมีหน้ามาเรียกเงินจากลูกชายฉันมากถึง 1200 หยวนอย่างนั้นหรือ?!! แกเป็นคนขอหย่ากับลูกชายฉันเองนะ!! แกรีดไถเงินจากลูกชายฉันชัด ๆ !!”

เจียวเจี๋ยพ่อของเจียวหมิงได้ยินแบบนั้นก็ตกใจไม่ต่างกัน เงินมากถึง 1200 หยวน ลูกสะใภ้ของเขารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่? ซื่อหงก็รู้ว่าตอนนี้เงินในบ้านของพวกเขามีเงินไม่มากขนาดนั้น กล้าดีอย่างไรถึงได้เรียกเงินจากพวกเขามากถึงขนาดนั้นกัน

เจียวหมิงนิ่งเงียบพลางครุ่นคิด 3 ปีที่พวกเขาสองคนแต่งงานกัน เขาเห็นซื่อหงช่วยงานในบ้านทุกอย่าง เขาคิดอยากจะช่วยคนจน ๆ อย่างเธอแค่ 200-300 หยวนเท่านั้น เจียวหมิงไม่คิดเลยว่าซื่อหงจะกล้าเรียกเงินมากถึง 1200 หยวน เงินจำนวนนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากขอจากอีกฝ่ายเลย ถ้าเขาเอาเงิน 1200 หยวนนั้นให้เธอ ไม่ต่างจากขายทรัพย์สินในบ้านหมด อะไรกันนะที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

“ซื่อหง ผมนึกถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเราสองคนหรอกนะ ผมถึงได้ให้คุณเอ่ยปากขอสิ่งที่ต้องการจากผม ผมไม่ได้ให้คุณมารีดไถเงินจากผมนะ คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือถึงได้รีดไถเงินจากผมมากขนาดนั้น” หนิงหลวนได้ยินซื่อหงบอกแบบนั้นก็โกรธไม่ต่างจากทุกคน

“ใช่ พี่สะใภ้ ทำไมพี่ถึงทำแบบนั้นกันพี่ชายฉันได้ ต่อให้พี่กับพี่ชายฉันหย่ากันไป ก็ไม่ควรมารีดไถเงินจากพี่ชายฉันแบบนี้นะคะ”

ซื่อหงรู้ว่าเงินจำนวน 1200 หยวนนั้นไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ แต่เธอก็ควรที่จะได้เงินนั้นมาไม่ใช่หรือ? ทนเป็นวัวเป็นควายในบ้านหลังนี้มานาน 3 ปี เธอเห็นว่าเงิน 1200 หยวนนั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับสิ่งที่คนในบ้านนี้ทำไว้กับเธอ ซื่อหงรู้ว่าพวกเขาจะต้องไม่ยอม เธอก็ไม่ได้พูดอะไร ไล่สายตามองหน้าทีละคน

“3 ปีที่ผ่านมางานในบ้านฉันก็เป็นคนทำทั้งหมด กับข้าวฉันก็เป็นคนทำไม่เคยละเลยต่อหน้าที่ของตัวเอง เสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่ในตอนนี้ฉันก็เป็นคนตัดเย็บให้ รองเท้าฉันก็เป็นคนซื้อให้ เป็นคนซ่อมให้ ‘เหอฟางซิน’ คลอดลูกฉันก็เป็นคนไปดูแล ปิ่นปักผมที่อยู่บนศีรษะของหนิงหลวนในตอนนี้ฉันก็เป็นคนซื้อให้ ฉันอยู่ที่นี่เป็นวัวเป็นควายรับใช้ทุกคนไม่ต่างจากทาสคนหนึ่ง ทุกคนเอาเรื่องของฉันออกไปพูดข้างนอกทำลายชื่อเสียงฉันจนป่นปี้ไม่มีอะไรดี หาว่าฉันมีลูกให้ตระกูลเหอไม่ได้ ตอนนี้ฉันอยากหย่า อยากคืนอิสระให้เจียวหมิง ต้องการเงินค่าชดเชย ทำไมฉันถึงเรียกร้องไม่ได้ล่ะ? ”

“แกอยากจะได้เงินจากตระกูลเหออย่างนั้นหรือ?!! รอให้ฉันตายก่อนเถอะ!! ต่อให้ฉันตายไปแกก็ไม่มีวันได้เงินของพวกฉันหรอก!!” เฟยเทียนแผดเสียงดัง เจียวเจี๋ยเห็นแบบนั้นก็รีบเตือนภรรยา

“พูดเบา ๆ หน่อย อย่าได้โกรธไปเลยนะ” เฟยเทียนผลักเจียวเจี๋ยออกห่าง ตอนนี้หล่อนอยากจะกระโจนเข้าไปบีบคอซื่อหงจริง แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้

“คุณไม่ได้ยินหรือว่านังนั่นต้องการเงิน 1200 หยวนน่ะ ไม่ใช่ 100 หยวนนะ คุณจะให้ฉันไม่โกรธได้อย่างไร” ซื่อหงเหยียดยิ้มที่มุมปาก

“เพราะแบบนี้...ถึงอยากให้อย่างนั้นหรือ? ” เจียวหมิงรู้สึกปวดหัวกับเรื่องในตอนนี้มาก

ซื่อหงแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ดูแลแม่สามี รักน้องสาวของสามี มันคือสิ่งที่เธอควรจะทำไม่ใช่หรือ? เขาให้เธอกินดีอยู่ดี ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้เธอใส่ ไม่เคยทำให้เธอขายหน้า ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าเธอได้แต่งงานกับครอบครัวสามีที่ดีไม่ใช่หรือ? เรื่องที่เธอมีลูกให้เขาไม่ได้ก็คือเรื่องจริง ทำไมเธอถึงคิดว่าพวกเขาทำลายชื่อเสียงของเธอล่ะ?

ก่อนหน้านั้นซื่อหงไม่ได้เป็นคนแบบนี้ เธอคือผู้หญิงที่ดีคนหนึ่ง อ่อนโยนจิตใจดี ต่อให้ดุด่าต่อว่าเธอก็ไม่เคยโต้งเถียงกลับ เจียวหมิงไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ซื่อหงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?

“แม่ผมพูดถูก ผมให้คุณพูดอีกที สิ่งที่คุณต้องการจากผมคือเงิน 1200 หยวนไม่ใช่ 100 หยวนใช่ไหม? อีกอย่าง...คุณแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลเหอ เรื่องดูแลทุกคนในบ้านคือสิ่งที่ควรทำ คุณมีลูกให้ผมไม่ได้ก็คือเรื่องจริง จุดประสงค์ของคุณคืออะไรกันแน่? หรือว่าคุณไม่อยากหย่ากับผม? ”

“อย่าคิดมากไปสิคะ ฉันต้องการหย่ากับคุณจริง ๆ และยังต้องการเงินที่ฉันควรจะได้ด้วยค่ะ อีกเรื่องหนึ่ง...เรื่องที่ฉันมีลูกให้คุณไม่ได้ไม่ได้อยู่ที่ฉันค่ะ มันอยู่ที่คุณต่างหาก คราก่อนหมอก็ได้บอกให้เราสองคนเข้าไปตรวจร่างกายแล้ว แต่คุณกลับไม่ยอมตรวจเอง เพราะคุณรู้ใช่ไหมคะว่าคุณมีลูกไม่ได้ คุณถึงได้ให้ฉันเป็นคนแบกรับเรื่องนี้แทน แล้วให้ทุกคนมาโทษที่ฉันหมด”

“ซื่อหง!!” เจียวหมิงตะคอกด้วยความโกรธ เรื่องนี้มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เขาจะปล่อยให้ผู้หญิงดูถูกเขาแบบนี้ได้อย่างไร

“นังบ้านี่!! อย่าคิดที่จะเปลี่ยนเรื่องแล้วใส่ร้ายฉันแบบนี้!! ตอนนี้ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอคิดที่จะทำอะไร!! ถ้าหย่ากันจริง ๆ ฉันยินดีให้เงินชดเชยแก่เธอ!! แต่ต้องไม่เกิน 300 หยวน!! ถ้าคิดอยากจะได้เงิน 1200 หยวนก็ฝันไปเถอะ!!”

ซื่อหงรู้ว่าเจียวหมิงไม่เชื่อหรอกว่าตัวเขาเองมีปัญหา แต่เรื่องหย่านี้เธอจะปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้ แล้วเธอก็ไม่อยากอธิบายอะไรให้มากความและยิ่งไม่อยากโต้งเถียงอะไรกับคนในบ้านเหอด้วย ซื่อหงทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร สายตาเย็นชาจ้องหน้าเจียวหมิงไม่ละสายตา

“คุณไม่อยากชดเชยให้ฉันก็ไม่เป็นไรค่ะ เฮ้อ ~ ฉันคงต้องนำเรื่องนี้ไปพูดกับจูโม่วหลีแล้ว”

คำพูดจากปากของซื่อหงทำให้บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบสงบ ครู่นั้นไม่รู้ว่าเจียวหมิงคิดอะไรอยู่ อยู่ ๆ เขาก็วิ่งออกจากเรือนใหญ่ไป ทุกคนในบ้านเหอเห็นเจียวหมิงวิ่งออกไปข้างนอกพวกเขาก็เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา เฟยเทียนรีบตะโกนถาม

“หมิงเอ๋อร์ ลูกไปไหนน่ะ? ” เจียวหมิงไม่เอ่ยตอบ รีบวิ่งไปที่ห้องนอน เฟยเทียนไม่ได้คำตอบจากลูกชายก็เดินไปบีบแขนซื่อหงอย่างแรง

“จูโม่วหลีคือใครหรือ? ” ซื่อหงสะบัดแขนออกอย่างแรง ก่อนจะหันไปเหยียดยิ้มให้กับแม่สามีที่แสนดี

“แม่ก็ไปถามลูกชายของแม่เองสิคะ ฉันคิดว่าเรื่องของเจียวหมิงจะทำให้แม่คาดไม่ถึงค่ะ” เฟยเทียนเห็นสีหน้าของลูกชายเมื่อครู่ หล่อนก็สงสัยว่าต้องใช่เรื่องไม่ดีแน่

“เธอทำอะไรลูกชายฉัน? เธอคิดที่จะทำอะไรลูกชายฉันกันแน่? ” ซื่อหงไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มากความ เรื่องเธอให้ความสนใจในตอนนี้ก็คือเรื่องหย่าและเรื่องเงินเท่านั้น

“ฉันก็แค่อยากจะหย่ากับเจียวหมิงก็แค่นั้นเอง อีกอย่าง...ฉันต้องการเงิน เงินชดเชยน่ะ”

“ลูกคนเดียวเธอยังมีให้ลูกชายฉันไม่ได้!! จะต้องการค่าชดเชยอะไร? ฝันไปเถอะ!!”

สิ้นประโยค ซื่อหงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งกลับมา พอหันกลับไปดูก็เห็นเจียวหมิง สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีเท่าไร ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เจียวหมิงก็เดินมาคว้าข้อมือเล็กไว้

“ซื่อหง เธอแตะของที่ไม่ควรแตะเข้าแล้ว”

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

“ตามฉันมา!!” พูดจบ ไม่รอให้เธอได้พูดอะไรเขาก็รีบลากเธอมาที่ห้อง เจียวหมิงพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ ดวงตาแดงก่ำจ้องหน้าเรียวสวยเขม็ง

“เธอเอาจดหมายของฉันไปใช่ไหม? ”

“ใช่ จดหมายทั้งหมดของคุณกำลังอยู่ที่ฉัน อย่าคิดที่จะทำอะไรฉันล่ะ หึ ~” เจียวหมิงพยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซื่อหงแล้วยื่นมือไปตรงหน้าเธอ

“คืนจดหมายมาให้ผมเถอะนะ” เห็นสีหน้าปกติไม่สำนึกผิดของเขาแล้ว ซื่อหงก็แค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ภรรยาจับได้ว่าตนมีชู้ เขากลับไม่รู้สึกใด ๆ เลย

“ตอนนี้จดหมายไม่ได้อยู่ที่ฉัน รอให้เราสองคนหย่ากันก่อนแล้วฉันจะคืนให้นะ” เจียวหมิงไม่คิดว่าเพราะความรักที่มีให้โม่วหลี จะทำให้นำภัยมาสู่ตน เขาเดินขยับเข้าไปใกล้เธอ

“หยางซื่อหง คุณทำเกินไปแล้วนะ สิ่งที่คุณต้องการคือ 1200 หยวนไม่ใช่ 100 หยวน สามปีมานี้จะหยิบจับอะไรก็ใช้เงินทั้งนั้น ตอนนี้ผมจะเอาเงิน 1200 หยวนจากที่ไหนมาให้คุณ”

ตอนนี้ซื่อหงไม่ได้สนใจว่าในบ้านเหอมีเงินเท่าไร แต่...ที่เธอรู้คือเจียวหมิงเป็นพนักงานขับรถมา 7 ปีแล้ว แต่ละปีทางเขตจะมีเงินนอกอีกมากมาย เธอรู้ว่าจะต้องมีเงินที่เก็บไว้ที่ธนาคารรัฐ ซื่อหงจะไม่มีทางยอม เธอจะต้องเรียกเงินนั้นมาให้ได้

“ฉันหักลบค่าสินสอดและค่าใช้จ่ายของฉันแล้ว สามปีที่ผ่านมาใช่ว่าฉันจะไม่ตอบแทนอะไร 1200 หยวนไม่เยอะไปหรอก คุณคงเข้าใจนะ”

เจียวหมิงเห็นซื่อหงไม่ยอม ยังคงยื่นกรานคำเดิมที่จะเรียกค่าชดเชย 1200 หยวนให้ได้ เขาก็โกรธหน้าดำหน้าแดง แต่...พอนึกถึงเรื่องจดหมายนั้นที่กำลังอยู่ที่เธอ เขาก็ไม่อาจทำอะไรเธอได้ เขาหันไปรินน้ำให้เธอดื่มแทน

“ตอนนี้ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ หลายปีมานี้ผมต้องนำเงินไปใช้กับอะไรบ้างใช่ว่าคุณจะไม่รู้ อีกอย่าง...สองปีมานี้ผมสูญเสียเงินกับยาบำรุงร่างกายคุณไม่น้อย คุณลดเหลือสัก 500 หยวนจะได้ไหม? ”

“ไม่ได้!!” ซื่อหงไม่อยากพูดอะไรแล้ว ที่ผ่านมาเงินที่เขานำไปใช้จ่ายไม่ได้เกี่ยวกับเธอ เรื่องยาบำรุงร่างกายก็เป็นเพราะเขาเอง ไม่ได้เป็นเพราะเธอ เงินค่ายานี่เธอยังไม่ได้คิดเลยนะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status