Share

ขอทานน้อยกับกลอนประหลาด

Author: aurnitear
last update Last Updated: 2026-01-09 14:29:44

"เถ้าแก่! ข้าต้องการห้องพัก!" เสียงตะโกนของฉีเฟิงเรียกสายตาของแขกเหรื่อในโรงเตี๊ยมให้หันมามอง แต่เถ้าแก่เจ้าของร้านที่กำลังง่วนอยู่กับการดีดลูกคิดกลับเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว แล้วทำท่าจะไล่ตะเพิดเมื่อเห็นสภาพของกลุ่มคนที่ดูเหมือนเพิ่งจะหมดตัวมาจากบ่อน

ทว่า... ทันทีที่ฉีเฟิงเคาะนิ้วลงบนเคาน์เตอร์เป็นจังหวะประหลาด 3 ครั้ง

"โอ้! คุณชาย เชิญขอรับๆ ข้าน้อยเตรียมไว้ให้แล้ว!" เถ้าแก่ยิ้มจนตาหยี "ห้อง 'มังกรเล่นน้ำ' ที่ดีที่สุดในร้าน ตามที่ท่านส่งม้าเร็วมาจองล่วงหน้าไว้เมื่อเช้านี้ขอรับ!"

เสี่ยวอวิ๋นที่กำลังทำใจว่าจะต้องไปนอนเบียดในห้องเก็บฟืนถึงกับหันขวับ "จองล่วงหน้า?" นางเลิกคิ้วสูง "นี่ท่าน..."

"แน่นอนสิ!" ฉีเฟิงยืดอกอย่างภูมิใจ "คนเราจะอดตายไม่ว่า แต่เรื่องนอนเรื่องใหญ่! ข้าเป็นคนหลับยาก หากเตียงไม่นุ่ม หมอนไม่สูง ข้าจะฝันร้าย... ต่อให้ข้าต้องขายพัดกิน ข้าก็ต้องจองห้องที่ดีที่สุดไว้ก่อน!"

เขาหันไปสั่งงานราวกับแม่ทัพสั่งการในสนามรบ "จัดห้องตามนี้! ข้านอนห้อง 'มังกรเล่นน้ำ' คนเดียว... ข้าต้องการสมาธิในการ... เอ่อ... ทำใจเรื่องเงินที่หายไป" "แม่นางทั้งสอง เชิญพักที่ห้อง 'หงส์เหิน' ข้างๆ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ศพหน้าประตูกรมเมือง

    แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของมหานครอันรุ่งโรจน์ ปลุกให้เมืองใหญ่ตื่นจากนิทรา เสียงล้อเกวียนบดถนนหินและเสียงจอแจของผู้คนเริ่มดังระงมขึ้นทีละน้อย เป็นสัญญาณของการดิ้นรนเพื่อปากท้องที่วนเวียนเป็นวัฏจักรไม่จบสิ้นในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและความศิวิไลซ์เช่นนี้... ความตายไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดทุกเช้าตรู่ ตามตรอกซอกซอยที่มืดมิดหรือใต้สะพานที่ชื้นแฉะ มักจะปรากฏร่างไร้วิญญาณให้เห็นจนชินตา บ้างเป็นขี้เมาที่ดื่มจนตับวาย บ้างเป็นนักเลงที่ถูกล้างแค้น หรือบ่อยครั้งที่สุด ก็เป็นเพียงศพของขอทานยากไร้ที่หนาวตายเพราะทนพิษลมหนาวเมื่อคืนไม่ไหวผู้คนเดินผ่านร่างเหล่านั้นด้วยสายตาที่ด้านชา ไร้ความเวทนาหรือตื่นตระหนก ราวกับมองเห็นเพียงกองขยะกองหนึ่งที่รอให้ทางการมาเก็บกวาด การตายของขอทานคนหนึ่งในเมืองใหญ่นับล้านชีวิต จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดาเสียยิ่งกว่าใบไม้ร่วงหล่นจากต้นทว่า... ร่างไร้วิญญาณที่ปรากฏขึ้นในเช้าวันนี้ กลับทำให้ฝูงชนต้องหยุดชะงักและเพ่งมองด้วยความประหลาดใจระคนหวาดหวั่นไม่ใช่เพราะสภาพศพที่ดูสยดสยอง หรือเสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรกมอมแมมที่บ่งบอกสถานะขอทาน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ศาลเจ้าร้างกับโจรดอกเหมย

    ณ ชานเมืองหลวงที่ห่างไกลจากแสงไฟและความวุ่นวายของตลาดโต้รุ่ง ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางป่าละเมาะ หลังคากระเบื้องแตกหักเสียหายจนแสงจันทร์สาดส่องลงมาได้ รูปปั้นเทพเจ้าภายในผุกร่อนเหลือเพียงครึ่งตัว บรรยากาศโดยรอบวังเวงและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและซากไม้ผุแต่ในค่ำคืนนี้ ศาลเจ้าร้างกลับไม่ได้ไร้ซึ่งผู้คนภายใต้เงาของรูปปั้นเทพเจ้าองค์ใหญ่ มีร่างในชุดดำรัดกุมสี่ร่างยืนประจำการอยู่อย่างเงียบเชียบ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืด สามคนในนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณประตูทางเข้าที่พังทลาย มือวางทาบด้ามดาบด้วยท่าทีระแวดระวังส่วนร่างที่สี่... ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นบูชาที่ว่างเปล่า ร่างนี้ดูเพรียวบางกว่าคนอื่นๆ เล็กน้อย สวมชุดดำสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำผืนบาง เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่คมกริบที่ส่องประกายวาววับในความมืด ราวกับตาของเหยี่ยวรัตติกาลแม้จะยืนอยู่นิ่งๆ แต่บรรยากาศรอบตัวคนผู้นี้กลับแผ่รังสีแห่งอำนาจที่ทำให้ลูกน้องทั้งสามไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่ด้านนอก ก่อนที่เงาร่าง

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ตีเนียนกินเปล่า

    ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนและความอร่อยของเกี๊ยวกุ้ง เสี่ยวอวิ๋นแสร้งทำเป็นก้มหน้าซดน้ำซุป แต่สายตาอันคมกริบลอบมองเงาสะท้อนเลือนรางบนช้อนโลหะในมือ ที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม หลังแผงขายผ้าแพร... มีเงาร่างตะคุ่มของชายสวมหมวกปีกกว้างยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น แต่สิ่งที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ คือประกายสังหารที่แผ่ออกมาจางๆ และมือขวาที่วางทาบอยู่บนด้ามดาบตลอดเวลา"อิ่มแล้วหรือ?" ฉีเฟิงเอ่ยถามเมื่อเห็นนางวางตะเกียบลง ทั้งที่ยังกินไม่หมด "เสียดายของนะ ถ้าไม่กิน ข้าจะแย่งกลับคืนมาแล้วนะ"องค์ชายสี่สังเกตุเห็นแล้ว ฉีเฟิงชะงักตะเกียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาคีบหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ต่อด้วยท่าทีสบายอารมณ์เหมือนเดิม แต่ดวงตาขี้เล่นคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว...ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างตุ้ยนุ้ยและร่างผอมเกร็งในชุดเครื่องแบบกรมเมืองสีน้ำเงิน "เจ้าอ้วนกับเจ้าผอม" คู่เดิมที่เพิ่งจะไล่พวกเขาออกมา กำลังเดินวนเวียนตรวจตราความเรียบร้อยอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาถัดไปไม่ไกลมุมปากของฉีเฟิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อืม... ดูท่าคืนนี้มื้อดึกของเราจะย่อยยากเสียแล้วสิ" เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะวา

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ผีหิวโหย

    "เกือบไปแล้วนะเนี่ย... โชคดีที่ข้าไหวพริบดี ว่าแต่... ท่านตัวหอมเหมือนกันนะเนี่ย แม่นางเสี่ยว..."ปึก!ยังไม่ทันที่ฉีเฟิงจะพูดจบ ท่อนไม้ไผ่ในมือเสี่ยวอวิ๋นก็กระแทกเข้าที่ปลายเท้าของเขาอย่างจัง ไม่แรงถึงขั้นกระดูกหัก แต่ก็เจ็บจนน้ำตาเล็ดฉีเฟิงยิ้มแหยๆ ยกมือยอมแพ้ แต่แววตายังคงพราวระยับด้วยความขบขัน "ข้าช่วยท่านไว้นะ! นั่นเรียกว่าการแสดงชั้นยอด... เอาน่าๆ อย่าเพิ่งโกรธ รีบไปกินบะหมี่กันเถอะ ข้าหิวจนตาลายเห็นไม้ไผ่เป็นน่องไก่แล้วเนี่ย!"เขาไม่รอให้นางด่าซ้ำ รีบเดินนำลิ่วไปที่ร้านบะหมี่ทันที เสี่ยวอวิ๋นมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป นางกำไม้ไผ่ในมือแน่น อยากจะหวดลงบนหัวเขาสักทีให้หายแค้น... แต่สุดท้าย มุมปากของนางกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น‘คนกะล่อน...’ดูเหมือนราตรีนี้จะสว่างไสวในบัดดลสำหรับนาง"เถ้าแก่! บะหมี่เกี๊ยวกุ้งชามใหญ่พิเศษ! เพิ่มหมูแดง เพิ่มผัก เพิ่มไข่ต้ม! เอาแบบที่กินแล้วอิ่มไปถึงชาติหน้าเลยนะ!"เสียงสั่งอาหารอันดังลั่นของฉีเฟิงเรียกสายตาของลูกค้าโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว เขาฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนจะหันมาพยักพเยิดหน้าให้เสี่ยวอวิ๋น "แล้วของแ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ท่องตลาดยามดึก

    เสียงบันไดไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการก้าวเท้าของเสี่ยวอวิ๋น นางกระชับท่อนไม้ไผ่ในมือแน่น สายตากวาดมองไปรอบโถงชั้นล่างของโรงเตี๊ยมที่เงียบสงัด มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ที่แขวนอยู่หน้าประตูทางเข้าแต่ทว่า... ความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยร่างของใครบางคน"ดึกดื่นป่านนี้ แม่นางเสี่ยวอวิ๋นยังไม่หลับไม่นอน หรือว่าตื่นเต้นกับที่นอนใหม่จนข่มตาไม่ลง?"น้ำเสียงยียวนที่คุ้นหูดังขึ้นจากราวระเบียงหน้าโรงเตี๊ยม องค์ชายสี่ หรือคุณชายฉีเฟิงนั่งห้อยขาอยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือหญ้าแห้งก้านหนึ่งแกว่งเล่นไปมา ราวกับว่าเขานั่งรอเวลานี้มานานแล้ว เขาหันมามองท่อนไม้ไผ่ในมือนาง พลางเลิกคิ้วสูงทำหน้าตาตื่นตระหนกแบบเสแสร้ง "โอ้โห... ถือไม้เล่มยาวลงมาด้วย จะเอาไปตีสุนัขที่ไหน หรือกะจะเอามาตีโจรดอกเหมยแถวนี้กัน?"เสี่ยวอวิ๋นชะงักฝีเท้า นางถอนหายใจเบาๆ โดยไม่ปิดบังความรำคาญ "ข้าจะเอาไปไล่แมลงรำคาญ... ที่ชอบส่งเสียงหึ่งๆ"ฉีเฟิงหัวเราะร่า ไม่สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนม เขาดีดตัวลงจากราวระเบียงมายืนขวางหน้านางอย่างคล่องแคล่ว แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าสลด คอตก ไหล่ห่อ ดูน่าสงสารราวกับลูกหมาตกน้

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   สองดรุณีในห้องหอ

    ภายในห้องพัก "หงส์เหิน" ซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูหรูหราเกินจริงไปมากเมื่อเทียบกับสภาพห้อง ผนังไม้เก่าคร่ำคร่ามีรอยปลวกแทะ ฟูกนอนที่ดูแข็งกระด้าง และหน้าต่างบานพับที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ลมพัดผ่านเสี่ยวหลิงเดินวนไปวนมาอยู่กลางห้องอย่างไม่เป็นสุข นางบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนแทบจะขาดวิ่น ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุดราวกับนกกระจอกแตกรังเสี่ยวอวิ๋นนั่งสงบนิ่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ริมหน้าต่าง ท่วงท่าสง่างามขัดกับสภาพห้อง นางค่อยๆ วางถ้วยชาที่มีรอยบิ่นลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในบ่อนเสี่ยวหลิงนั้น เดิมทีเป็นเพียงเด็กสาวจากบ้านป่าควนเขาที่ถูกกรมสนมคัดตัวเข้ามาฝึกฝนในวังหลวงตั้งแต่วัยเยาว์ ชีวิตของนางไม่ได้มีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นใหญ่เป็นโต หรือกอบกู้แผ่นดินแต่อย่างใด สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยๆ ให้ทนอยู่ในกฎระเบียบอันเคร่งครัดได้ คือภาพฝันถึงวันที่นางจะได้ปลดภาระ กลับไปสู่อ้อมกอดของบิดามารดาผู้แก่ชราที่รอคอยอยู่บ้านเกิด นางวาดหวังไว้เพียงว่าจะเก็บเงินสักก้อน ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข แต่ความบ้าบิ่นล้างผลาญของฉีเฟิงในวันนี้ กลับทำให้นางรู้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status