LOGIN* โรงพยาบาล ××× อำเภอเหลามาจะฟัง *
สายฝนยังคงตกกระหน่ำไม่หยุด ตรงบริเวณหน้าตึกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งนี้ ทำให้บรรยากาศชวนเงียบงันจนน่าหดหู่ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงอึ่งอ่างและสัตว์อื่นๆ ร้องระงมตามผืนหญ้าข้างโรงพยาบาล แยมก้าวเดินพรวดพราดผ่านประตูทางเข้า ร่มคันเล็กเปียกโชกจนลื่นแทบจับไม่อยู่ หัวใจของเธอเต้นระส่ำระสาย ตั้งแต่ได้รับแจ้งจากนายตำรวจท้องถิ่น เรื่องเกี่ยวกับยูโรประสบอุบัติเหตุ แค่เพียงไม่กี่คำสั้นๆ กลับกรีดลึกเข้าไปยังภายในความรู้สึกจนหายใจแทบไม่ทัน เธอไม่หยุดยืนรอให้ใครอธิบายอะไรต่อ ถือเอกสารสำคัญและบัตรประชาชน มาถึงตรงหน้าห้องพักฟื้นแบบส่วนตัว ระหว่างทางเดินตำรวจบอกเพียงว่า.. ยูโรตั้งใจจะขับรถกลับบ้านที่อยู่อีกอำเภอหนึ่ง พอผ่านถนนเส้นคดเคี้ยวช่วงเขตป่า ฝนกลับเทกระหน่ำแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ภาพจากกล้องวงจรปิดบนเสาไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่า.. รถเก๋งของยูโรแล่นมาด้วยความเร็วเกินหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะมีไฟหน้าสาดตัดหมอกส่องสว่าง ฝนก็พร่าเลือนรางเสียจนมองไม่เห็นเส้นทาง รถยนต์จึงเสียหลัก พุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่บริเวณข้างทาง โชคดีที่ไม่พุ่งตกลงไปภายในคลองลึกใกล้เคียง แต่เขายังไม่ทันจะตั้งสติได้ รถกระบะส่งของคันหนึ่ง ซึ่งคนขับอยู่ในอาการมึนเมาก็พุ่งมาชนท้ายอย่างจัง ทำให้แรงอัดกระแทกส่งต่อถึงร่างยูโร ไปกระทบพวงมาลัยและโครงรถอีกครั้ง "กระดูกหักและร้าวหลายแห่ง เขาต้องดามเฝือกอยู่หลายจุด ต้องพันผ้าจนแทบมองไม่เห็นผิวหนังเลยครับคุณญาติ" แพทย์เจ้าของไข้กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็พยายามบอกแยมเสริมอย่างมีความหวัง "โชคดี!!! สมองเขาไม่ได้รับการกระทบกระเทือนครับ ตอนนี้คนไข้ยังไม่สามารถรู้สึกตัวได้ เป็นเพราะฤทธิ์ยาคลายอาการปวดกับยาสลบ ซึ่งให้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดกระดูกนะครับ หลังจากพักรักษาตัวจนหายบวกกับกายภาพบำบัด ย่อมกลับมาปกติดังเดิมไร้ผลข้างเคียงครับ" แพทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม ราวกับอยากปลอบใจเธอให้เข้มแข็งและอดทนให้มาก ประโยคนั้นเอง.. ทำให้แยมถึงกับทรุดร่างลงบนเก้าอี้เย็นเฉียบ ตรงบริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยพิเศษ เธอน้ำตารื้นคลอหน่วยขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว สองมือเล็กมีอาการสั่นเทาและพยายามกำแน่นอยู่บนหน้าตัก ซึ่งพ่อแม่ของยูโรไร้การติดต่อ เพราะทั้งสองไปดูแลธุรกิจจังหวัดอื่น แถมสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีสักเท่าไร เพิ่มความกังวลให้แยมยิ่งกว่าเดิม เธอเอื้อมฝ่ามือแตะลูกบิดประตูห้องเบาๆ ก่อนพยาบาลจะพยักหน้าให้เข้าได้ แยมก้าวเข้าไปอย่างเชื่องช้า ภายในห้องล้วนเงียบสงัด มีกลิ่นยาและเครื่องฟอกอากาศลอยอบอวล ยูโรนอนนิ่งอยู่บนเตียง เสื้อคนไข้เปิดออกเพียงเล็กน้อยใต้ผ้าห่มสีขาว ร่างกายเขาถูกพันด้วยเฝือก ตั้งแต่แขนสองข้างยันหัวไหล่ ใส่เฝือกบริเวณขาลามจนถึงต้นขา และแผ่นดามหลังวางขนาบข้างไว้ทั้งหมด หัวใจของแยมปวดหนึบหนับ เธอจำไม่ได้ว่า.. มันตั้งแต่เมื่อไรที่ยูโรกลายมาเป็นคนสำคัญขนาดนี้ เขาอาจจะปากร้าย ติดพูดจาห้วนๆ คล้ายคนไม่สนโลก แต่ทุกครั้งที่เธอล้มหรือเป็นอันตราย เขาก็จะยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ แบบไม่เคยหายไปไหน แยมลากเก้าอี้เข้าใกล้ หย่อนตัวลงนั่งข้างเตียง เธอไม่กล้าคิดสัมผัสเขาเลยด้วยซ้ำ กลัวจะทำให้เขาบาดเจ็บเพิ่ม และรบกวนการรักษา แต่ก็ยกมือตัวเองไปแตะเบาๆ ตรงปลายนิ้วของเขาอย่างให้กำลังใจ "ฮึก~ นายต้องหายนะ!!! อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว…เหมือนคราวก่อนอีกเลยนะ" เสียงแยมกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา กว่าเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจเสียอีก เธอนั่งนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ราวกับหวังว่าเขาจะตอบกลับมา แม้จะรู้ดีว่าเขายังไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ ดวงใจกลับเต้นตุ๊บๆ ขณะมองใบหน้าของเขา ภายใต้เฝือกมัมมี่นี้ได้พันแน่น จนเหลือเพียงแค่ดวงตา กับปลายจมูก และริมฝีปากให้มองเห็นนิดหน่อยเท่านั้น "เฮ้อ~ สภาพนายตอนนี้.. เหมือนยูโรถูกปั้นเตรียมเข้าเตาอบจริงๆ คราวหลังอย่าดื้ออีกจะได้ไหม" แยมถอนหายใจพร้อมบ่นพึมพำข้างเตียง จังหวะมองดูร่างสูงใหญ่ ซึ่งถูกดามแน่นทั้งตัวแล้วกลั้นขำแทบไม่อยู่ "ยูโรหนอ~ ถ้าได้สติขึ้นมาแล้ว.. รู้ว่าตัวเองถูกพันเยอะขนาดนี้ นายอาจจะฟ้องโรงพยาบาล เรื่องละเมิดแฟชั่นการแต่งตัวเอาได้นะ" เธอหัวเราะคิกคักออกมาคนเดียว ก่อนจะเอียงหน้าพูดเสียงแผ่วเหมือนแกล้งกระซิบ "แต่ไม่เป็นไรหรอก~ ถ้าจะให้ฉันคอยดูแลคนไข้ในร่างดักแด้แบบนี้... ก็โอเคอยู่นะ" จังหวะแยมกำลังจะลุกขึ้นยืน เธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เป็นโทรศัพท์ของคนนอนติดเตียง หน้าจอแตกเล็กน้อยแต่ยังพอเลื่อนเปิดได้ รหัสหกหลักทำให้คนสวยต้องขมวดคิ้ว แต่เมื่อลองใส่วันเดือนปีเกิดตัวเอง กลับเข้าได้ง่ายดายเสียอย่างนั้น ทำให้เธอเห็นข้อความสุดท้าย ซึ่งยูโรได้พิมพ์ทิ้งเอาไว้ก่อนประสบอุบัติเหตุ *เนื้อหาข้อความยังไม่ได้กดส่ง* [ คิดถึงเธอจังเลยว่ะ!!! แต่คงไม่กล้าไปบอกตรงๆ เพราะกลัวโดนด่าอีกน่ะสิ เธอยังรู้สึกดีกับไอ้บรรเจิดอยู่เหรอวะ หากเป็นเช่นนั้นจริง.. ฉันคงต้องกินแห้วและน้ำใบบัวบกรอสินะ ] หลังจากได้อ่านทุกประโยคจบ แยมกะพริบตาถี่ระรัวพร้อมกล่าวพึมพำต่อ.. "อ้าว~ นี่นายยังไม่สำนึกอีกเหรอ ยังคิดจะปากแข็งอีก!!! แม้แต่ตอนจะขับรถชนต้นไม้..." เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบกับมือเขาเบาๆ พร้อมขมวดคิ้วมุ่น "คราวหน้า~ อยากจะสารภาพอะไร ก็โทรมาบอกกันเถอะนะ ไม่ต้องขับรถไปชนต้นไม้เล่นก่อน แล้วค่อยกล้าพิมพ์ทิ้งส่งท้ายเพื่อบอกฉัน!!!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ซึ่งอาจจะรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็มีความสุขอยู่ไม่น้อย "ถ้าหายเมื่อไหร่!!! ฉันจะเรียกเก็บค่าดูแลเป็นรายวันพร้อมดอกเบี้ยหนักๆ เลยล่ะนาย" เธออมยิ้มเล็กน้อย พร้อมกระซิบทิ้งท้ายใกล้หูเขาอย่างเจ้าเล่ห์ คอยดูแลเผื่อเกิดอะไรขึ้นฉุกเฉิน นั่งรอลูกน้องของยูโรมาผลัดเปลี่ยนเวรเฝ้า * หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป.. * แยมก้าวเดินเร็ว.. ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย สองมือเล็กถือถุงผลไม้จนแน่นถนัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจเหมือนเดิม เพราะยูโรเริ่มมีอาการรับรู้ได้แล้ว แต่ยังคงไม่ยอมฟื้นขึ้นมา หัวใจเธอเต้นแรงอยู่เสมอ ทั้งร้อนรุ่ม ทั้งวูบโหวงเหวงพร้อมกัน มันเหมือนฉากเดจาวู... ครั้งหนึ่งในอดีตวัยเยาว์ ยูโรเคยปกป้องเธอจากกลุ่มคู่อริ ตอนนั้นเขาโดนโจมตีจากทางด้านหลัง จนนอนสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตาเธอ ความรู้สึกนั้น!!! มันยังสลักลึกตราตรึงอยู่ภายในหัวใจ และคอยย้ำเตือนเธอว่า.. แม้พวกเราจะไม่ได้คุยกันดีๆ สักเท่าไร แต่เธอไม่เคยลืมเหตุการณ์ครั้งนั้นเลย แยมมองผ่านกระจกห้องพักฟื้น เห็นยูโรนอนนิ่ง มีสายระโยงระยางอยู่ตามแขน เธอเบี่ยงหน้าหลบอยู่ครู่หนึ่ง สูดลมหายใจลึกแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปทักทาย "ยังไม่ตื่นอีกเหรอ~ นายจะแกล้งหลับไม่ยอมจ่ายเงินให้ฉันใช่ไหม ถ้านายกลัวจ่ายไม่ไหว~ ฉันไม่เอาก็ได้นะ แต่นายช่วยฟื้นขึ้นมาคุยกันหน่อยได้ไหม.." แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงยานคาง เธอเม้มริมฝีปากบางจนแน่น น้ำตาคลอเบ้าเตรียมไหลริน "ช่วงนี้..ยอดกับใหญ่ ตามเก็บเงินกู้อย่างขยันขันแข็งเลยนะ เพราะรอนายฟื้นตัวขึ้นมาแล้วจะได้อารมณ์ดี ส่วนทางด้านบัญชี.. ฉันอาสาทำให้แทนนายแล้วนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยกเรียวนิ้วเกลี่ยน้ำตาคลอทันที "หากนายยังไม่ยอมตื่น!!! และคุณลุงคุณป้ากลับมา ฉันจะอธิบายให้พวกท่านฟังยังไงดี ถ้าไม่พูดจาแย่แบบนั้น คงไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ใช่ไหม ฉันขอโทษด้วยจริงๆ ฮื่อๆ รีบฟื้นสักทีเถอะนะ ถือว่า..ฉันขอร้อง" แยมกล่าวพร้อมนั่งลงข้างเตียงคนป่วย หลับตาพริ้มเพราหวังพักผ่อนสักครู่หนึ่ง*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







