LOGIN#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#
*ร้านคาราโอเกะ* แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้ แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอ ชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก "ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆ ส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหด แยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแต่งหน้าจัด รอยยิ้มเป็นมิตรแบบมืออาชีพ "เจ๊มาคนเดียวเหรอคะ" แยมเงยหน้ามองอีกฝ่าย สายตาเธอเองก็ไม่เหมือนลูกค้าทั่วไป มันนิ่งจนมั่นคงและคิดจะประเมินราคาอยู่ "อืม..มาหาคนทำงานให้นิดหน่อยค่ะ เธอเองก็ดูเป็นคนทำงานเก่งดีนะ!" แยมตอบตรงประเด็น คำพูดนั้นทำให้ผู้หญิงสดใสต้องชะงักเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงด้านข้างอย่างระมัดระวังตัว "คือ..งานแบบไหนคะ" แยมไม่ตอบกลับทันที เธอหยิบซองสีน้ำตาลออกมาวางบนเคาน์เตอร์ ไม่เปิดหรือคิดจะเลื่อนเพียงแค่วางค้างเอาไว้ "รายละเอียดงานนี้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ผิดกฎหมาย และได้เงินมากกว่าที่เธอทำงานทั้งอาทิตย์เลย" ผู้หญิงคนนั้นพยายามกลืนน้ำลาย สายตาเผลอเหลือบมองเจ้าซองสีน้ำตาลแสนล่อใจ "เป้าหมายเป็นใครคะ" แยมปรายหางตาเหล่ไปทางโต๊ะเหยื่อ เพียงเท่านั้น.. ผู้หญิงก็หัวเราะแผ่วเบาอย่างมีจริตจะก้าน "อ๋อ…ลุงบ้ากามคนนั้นเหรอคะ" "เขาชอบอวดรวยกับชอบเอาชนะ และชอบเซ็นชื่อให้มั่ว เวลาเขาคิดว่า..ตัวเองคุมเกมอยู่" เธอหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง ตัวเลขปรากฏอยู่บนนั้น.. มูลค่าสูงลิบพอให้ผู้หญิงตาโตราวกับเป็นไข่ห่าน "ไม่ต้องบังคับหรือล่อลวงเกินงาม แค่ทำให้เขา อยากจะใช้เงินเอง" ผู้หญิงเงียบไปนานก่อนจะหัวเราะออกมา "เจ๊นี่…ใจร้ายยิ่งกว่าข่าวลือเหมือนกันนะคะ" แยมจ้องตาเธอตรงๆ พร้อมรอยยิ้มบนมุมปาก "เจ๊แค่ไม่ใจดีกับคนที่ไม่สมควรได้รับมันน่ะ!" เงินถูกผลักไสไปข้างหน้า เงื่อนไขถูกตกลงจนเรียบง่ายทั้งรวดเร็วและไร้อารมณ์ ยูโรมองฉากนั้นจากระยะไกล เขาไม่เคยรู้สึกว่าความเงียบของผู้หญิงคนหนึ่งจะน่ากลัวขนาดนี้ *ผ่านไปได้ไม่ถึงชั่วโมง..* โต๊ะตัวนั้นก็เริ่มครึกครื้นกว่าเดิม ขวดเหล้าเพิ่มจากสองเป็นสาม เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจนน่าสนุก ผู้หญิงผลัดเปลี่ยนมานั่งข้างชายวัยกลางคนอย่างพอดีจังหวะ "พี่เก่งจังเลยนะคะ" "โอ๊ย! แค่นี้เองเหรอคะ นึกว่าจะน้อยกว่านี้เสียอีก" "ถ้าพี่อยากลองอีก เกมนี้จะสนุกกว่าเยอะเลยนะ" คำพูดไม่เร้าอารมณ์แต่มันเร้าอัตตาพอให้ฮึกเหิม ชายคนนั้นเริ่มหัวเราะเสียงดัง รีบควักเงินจากกระเป๋า และเซ็นชื่อในกระดาษที่อ่านไม่ถี่ถ้วน แยมยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ นาฬิกาภายในหัวเดินเชื่องช้าตามคาดคะเน เธอไม่รู้สึกผิดอะไร เพราะทุกอย่างล้วนเกิดจากความสมัครใจ ซึ่งเขาไม่ได้ถูกข่มขู่หรือถูกบังคับแต่ว่า..มั่นใจเกินเหตุ เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะแก้วเหล้าเริ่มว่างเปล่า เสียงหัวเราะเริ่มแผ่วเบา ตัวเลขบนกระดาษเริ่มเผยความน่ากลัวยิ่งขึ้น "พี่ชาย…ยอดมันสูงเกินไปแล้วนะคะ" ผู้หญิงคนหนึ่งทำเสียงอ่อน "ไม่เป็นไรหรอก! ร้านปลาร้ากูขายดีจะตายไป!" ชายคนนั้นโบกมือปฏิเสธพัลวัน แยมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มองทุกสิ่งยิ่งกว่าสุขใจ "ใช่…มันขายดีจริง แต่ขายดีแค่ไหนก็ไม่พอใช้หนี้ก้อนนี้หรอก!" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะเดินเข้าใกล้ยูโรที่ยืนรออยู่นาน พากันกลับร้านเฝ้ารอผลลัพธ์วันถัดมา.. (ย้อนกลับไปอ่านตอนที่37) #กลับมาเหตุการณ์ปัจจุบัน# เรือนจำกลางประจำจังหวัด ตั้งตระหง่านด้วยกำแพงปูนสีหม่น กลิ่นเหล็กสนิมปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาแต่ไกล เสียงประตูเหล็กเลื่อนครืดช้าๆ คล้ายย้ำเตือนว่าที่นี่ไม่ใช่ใครอยากจะมาเยือน แยมเดินนำแพนด้าเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบสงบ แม้ภายในอกจะอัดแน่นความรู้สึกที่ไม่อาจ.. เรียกชื่อได้ชัดเจน แพนด้าก้าวขาช้าลงทุกย่างเท้า นิ้วมือบีบชายเสื้อแน่น ดวงตาแดงก่ำตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าใคร เธอไม่อยากมาและไม่อยากเห็นหน้าพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นต้นเหตุของเรื่องร้าย ทั้งอุบัติเหตุทางรถยนต์เฮียยูโร ทั้งไม่อยากนึกถึงคืนไฟไหม้ร้านเจ๊แยม มันยังคอยตามหลอกหลอนอยู่ในความทรงจำ เสียงแตกพร่าอยู่ภายในใจของแพนด้า กลับถามซ้ำซากว่าเหตุใดคนที่เธอรักมากที่สุดบนโลก ถึงกล้าทำร้ายคนที่เธอรักรองลงมาได้มากขนาดนี้ แยมเหลือบมองเด็กสาวข้างกาย รับรู้ทุกความสั่นไหวจากฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบ เธอหยุดยืนนิ่ง พร้อมสูดลมหายใจเชื่องช้าก่อนเอ่ยเสียงอ่อน "ถึงเขาจะเป็นผู้ชายที่แย่กับผู้อื่นมากมาย แต่เขาเป็นพี่ชาย.. ที่รักน้องสาวมากที่สุดบนโลกใบนี้นะ หนูจะโกรธหรือเกลียดใครก็ได้ แต่ไม่สามารถเกลียดเขาคนนี้ได้หรอกนะ" คำพูดนั้นไม่ใช่การบังคับเพื่อให้แพนด้าอภัยง่าย หากเป็นการโอบอุ้มความรู้สึกที่กำลังแตกสลายแทน บริเวณภายในห้องเยี่ยม เสียงพูดคุยแผ่วเบาปะปนกับเสียงเก้าอี้ขยับ กลิ่นอับของอากาศเก่าทำให้ลมหายใจหนักขึ้น กฤษฎานั่งรอคนมาเยี่ยมอยู่หลังโต๊ะเหล็ก ด้วยใบหน้าซูบตอบและร่างกายซูบผอม ดวงตาแข็งกร้าวภายในอดีตอ่อนลงทันทีหลังจากได้เห็นแพนด้า เขาลุกพรวดขึ้นก่อนนั่งลงอีกครั้งอย่างเกรงใจ กำมือแน่นเหมือนกลัวว่าความรู้สึกจะหลุดลอย แยมผลักหลังแพนด้าเบาๆ ให้เธอนั่งลงตรงข้ามพี่ชายตนเอง แล้วขยับถอยหนีไปยืนด้านหลัง แยมเลือกจะยืนเงียบเชียบ ปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นของพี่น้องสองคน เสียงลมหายใจของแพนด้าสั่นเครือ กฤษฎาเอื้อมมือไปวางบนโต๊ะ นิ้วมือหยาบกร้านสั่นเล็กน้อย "แพน…" เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเบายิ่งกว่าลมหายใจ เหมือนคนกำลังคิดหนัก เรื่องยังมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าพี่ชายอยู่หรือไม่ แพนด้าก้มหน้าน้ำตาหยดลงบนพื้นโต๊ะเย็นเฉียบ ความโกรธ ความรัก และความรู้สึกผิดปะทะกันจนแน่นอก เธอไม่พูดแต่การนั่งอยู่ตรงนั้นคือคำตอบทั้งหมด แยมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจหนักอึ้ง กลิ่นอายของความผิดบาป และการให้อภัยลอยคลุ้งอยู่ภายในอากาศ เธอรู้ดีว่าเรือนจำไม่อาจกักขังได้เพียงร่างกาย หากยังขังความเสียใจของใครหลายคนไว้พร้อมกัน อย่างน้อย..พี่น้องคู่นี้ก็ได้เผชิญหน้ากับมันสักที ต่อหน้าคนที่รักและไม่เคยคิดจะเอาเรื่อง แม้หัวใจจะถูกเผาไหม้ไปหมดแล้วก็ตาม จังหวะเวลาใกล้หมดกฤษฎารีบเอ่ยทิ้งท้าย "ฝากขอบคุณเจ๊แยมที่รักษาสัญญาด้วยนะ" "ได้ค่ะ! พี่เองก็อย่าลืมรักษาสุขภาพ เพื่อรอวันออกมาจากการพ้นผิดทางกฎหมายด้วยนะ" ประโยคอำลาจากน้องสาวสุดที่รัก ทำให้เขาโล่งใจจนเผลอยิ้มหวานอย่างมีความสุข กฤษฎามองแผ่นหลังผู้หญิงทั้งสองเดินจากไป พร้อมกับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงอีกครั้ง แม้เขาจะซาบซึ้งน้ำใจของแยมมาก จนเผลอย้อนคิดถึงอดีต.. เมื่อตอนได้กระทำผิดลงไปตามหน้าที่ #ย้อนอดีตของกฤษฎา# เสียงโทรศัพท์สั่นเพียงครั้งเดียว ก่อนกฤษฎาจะขมวดคิ้วและคว้ามากดรับสาย "มีอะไรจะสั่งครับ?" ปลายสายหัวเราะเบาๆ เหมือนคนอารมณ์ดียิ่งเสียกว่าคนไข้จิตผิดปกติอีก "นาย..รีบกลับมาบ้านเกิดอย่างเร่งด่วนให้หน่อยสิ มีงานให้ทำน่ะ!" แต่ประโยคเหล่านั้นของบรรเจิด ทำให้ฝ่ามือหนาที่จับโทรศัพท์ของเขาเย็นเฉียบลงอย่างกะทันหัน "ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมจะวางมือ จากพวกงานแย่แบบนั้นไง!" "แหม..อย่าเสียสติ! จนแกล้งลืมว่าหนี้นอกระบบสองล้าน ที่นายเคยติดค้างอยู่ช่วงตอนตกงานสิ ใครเป็นคนจ่ายแทนกันนะ" โทนเสียงยังนุ่มลึกเหมือนพูดคุยง่ายๆ แต่ทุกคำคือมีดแหลมคม "ถ้าไม่ใช่ฉัน! ตอนนี้นายคงไม่มีโอกาสมานั่งคุยโทรศัพท์ แต่คงนอนเป็นผักอยู่แถวข้างถนน!" กฤษฎาหลับตาแน่น พร้อมเม้มริมฝีปากอย่างเหลืออด กระเดือกกลืนจิตใต้สำนึกด้านดีลงท้องทันที "งานอะไรครับ?" "รถยนต์ของไอ้ยูโร.. เป็นแค่เพียงอุบัติเหตุโดยบังเอิญ" บรรเจิดกล่าวง่ายดายเหมือนสั่งกาแฟ "จัดการให้เรียบร้อย ไม่มีชื่อฉันและชื่อนาย!" ไม่มีคำปฏิเสธหลุดออกมา กฤษฎารีบหาคนเพื่อทำตามขั้นตอนเหมือนทุกครั้ง เพื่อเงินก้อนโตและชีวิตของตัวเองดั่งเช่นเคย แม้งานครั้งนั้นจะมีคนรอด.. แต่ความผิดพลาดทำให้เขาต้องกบดานหนีไป อย่างสุนัขขี้ขลาดตัวหนึ่งก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นผู้กระทำผิดได้หนีหาย จนกลายเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่จากความสะเพร่า ซึ่งเขารู้ดีว่ามันจะเป็นปัญหาในภายภาคหน้าได้ แต่เลือกจะปิดบังบรรเจิดเอาไว้อย่างมิดชิด และยังแอบตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อสำรองแผนการเอาตัวรอดภายในอนาคตต่อไป หลายเดือนต่อมา.. โทรศัพท์เครื่องเดิมดังขึ้นอีกครั้ง แม้กฤษฎาจะไม่ชอบใจการติดต่อของบรรเจิดมากนัก แต่เขาก็ยังไม่สามารถปฏิเสธได้เหมือนเคย "กฤษฎา.. ร้านของแยมน่ะ ฉันไม่อยากเห็นมันอยู่บนแผนที่ของอำเภอนี้แล้ว!" หัวใจเขากระตุกวูบฝ่ามือหนาสัมผัสหน้าผากทันที "ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ เธอมีพระคุณกับแพนด้า ผมไม่อยากทำ! อยากให้ชั่วช้าอย่างไรก็ได้หมดเลย แต่ไม่ใช่การเนรคุณผู้อื่นอย่างนี้นะครับ" ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งราวกับคิดคำนวณอยู่ ก่อนเสียงถอนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่จะดังขึ้น เพราะถูกลูกน้องขัดใจตนเองทั้งที่ไม่มีสิทธิ์นั้น "แพนด้าน่ะ! น้องสาวของนายใช่ไหม? ยัยสาวน้อยตัวเล็กน่ารัก หากเจ็บขึ้นมาคงทรมานน่าดู.." น้ำเสียงอ่อนโยนจนฟังแล้วรู้สึกว่าน่าขยะแขยง เลือดอุ่นภายในกายกฤษฎากลับมาเย็นยะเยือก "อย่าไปยุ่งกับเธอ!" "งั้นนายก็รีบทำงานนี้ให้เสร็จซะ! ถือว่า..ได้ใช้หนี้บุญคุณกันให้หมดเลยดีไหม?" บรรเจิดสรุปสั้นๆ จนความเงียบถ่วงหนักอยู่ครู่ใหญ่ "นี่จะเป็นงานสุดท้าย.. หลังจากนี้ผมจะไม่ทำอะไรผิดกฎหมายอีกแล้ว!" กฤษฎากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา บรรเจิดหัวเราะคลอปลายสายอย่างพอใจ "ได้สิ! นายทำให้ฉันมาตั้งนานหลายปี มันคุ้มค่ามากแล้ว จบงานนี้..ก็เอาอิสระคืนไปเถอะ!" สายถูกตัดไปกะทันหัน เหลือเพียงความรู้สึกเน่าเฟะ ภายใต้หน้ากากคนดีของบรรเจิดยังสะอาด แต่มือของกฤษฎา…เปื้อนจนไม่มีวันล้างออก*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







