LOGIN#ย้อนอดีต#
*บ้านแยมสมัยเด็ก..อำเภอเหลามาจะฟัง* "ลูกชิ้นทอด~ ไก่ทอดไหมคะ~" เสียงเจื้อยแจ้วกล่าวแว่วดังเป็นระยะ ผู้คนกำลังเดินขวักไขว่เลือกซื้ออาหารกัน หลังเวลาเลิกงานของแต่ละครอบครัว บ้านของแยมตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ซึ่งบริเวณใกล้เคียงบ้านไม้ ล้วนเปิดร้านขายอาหารและเครื่องดื่มกัน ท่ามกลางเสียงจอแจเหล่าผู้คนส่วนใหญ่ ทำให้เธอต้องนั่งถอนหายใจแทน เพราะมันกลบเสียงเล็กได้อย่างมิดชิด "แยม!!! นั่งหงอยเป็นอะไรไปลูก~" ลิ้นจี่กล่าวถามลูกสาวอย่างสงสัย กลัวจะมีใครกล้ามารังแกเด็กขี้แยถึงร้าน เพราะรับนิสัยไม่สู้คนมาจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่เกิด "แม่คะ~ หนูตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ร้านของเรายังเงียบกริบอยู่เลย" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก้มหน้าสำนึกผิด "มันใช่ความผิดของหนูซะที่ไหนล่ะ ถ้าวันนี้ขายไม่หมด พรุ่งนี้เราก็ขายใหม่ได้ สำคัญสุดคือกำลังใจรู้ไหมลูกรัก~" ลิ้นจี่กล่าวด้วยซุ่มเสียงไพเราะเสนาะหู เธอให้กำลังใจลูกสาวตนเอง พร้อมดึงสาวน้อยไปโอบกอดจนแน่น "แม่~ จะไปหาพี่ลำไยกันเลยไหม" ขวานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม คุณพ่อทำงานรับจ้างตกแต่งสวนซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้าน จึงกลับมาเร็วเป็นเรื่องปกติ "ใช่สิ!!! พ่อจะไปกับแม่ด้วยเหรอ นึกว่าจะอยู่เฝ้าร้านกับลูกเสียอีก" ลิ้นจี่กล่าวถามพร้อมยิ้มหวาน เดินไปหยิบน้ำมาให้สามีดื่มแก้เหนื่อย "พ่อแค่จะมารับไปส่งเท่านั้นน่ะ จะปล่อยลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวได้อย่างไรกัน อีกอย่างพี่ก้านไม่ค่อยสบาย พี่ลำไยคงลำบากไม่น้อย แม่ไปช่วยดูแลสุขภาพพี่สาวหัวรั้นหน่อย หากล้มป่วยทั้งคู่คงจะแย่เอาได้" ขวานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เขารีบกระดกดื่มน้ำเปล่าจากภรรยา พร้อมนำแก้วไปวางบนโต๊ะทันที "พ่อกับแม่ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวถ้าหนูขายหมดเกลี้ยงก็จะปิดร้านแล้ว จะเตรียมล็อกกลอนประตูหน้าต่างให้เอง อย่ากังวลกันเลยนะคะ ฝากความคิดถึงคุณลุงและคุณป้าแทนด้วยนะคะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงอย่างเด็กรู้ความ "เอาอย่างนั้นก็ได้ลูก~ สักประมาณสี่โมงเย็น.. เตรียมตัวเก็บร้านเลยนะ ไม่ต้องรอขายหมดก็ได้ ส่วนของเหลือนำไปบริจาคเด็กกำพร้าภายในหมู่บ้านก็ได้จ้า!!!" ลิ้นจี่กล่าวด้วยซุ่มเสียงไพเราะเสนาะหู "อย่าไปไหนไกลบ้านนะลูก!! พ่อจะรีบกลับมา" ขวานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมทิ้งท้าย "วางใจเถอะค่ะ!!!" แยมตอบกลับพร้อมโบกมืออำลาด้วยรอยยิ้ม พ่อและแม่ขับรถยนต์ออกไปได้ไม่นาน เสียงคนโวยวายกันลั่นเต็มถนนสองฝั่ง เหตุเพราะมีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง กำลังตีกันซึ่งไม่ไกลจากบ้านแยมสักเท่าไร เมื่อหรี่ตามองถึงได้รู้ว่าใครเป็นผู้ถูกกระทำ ด้วยความฉลาดของแยม เธอรีบนำโทรศัพท์เชื่อมต่อลำโพงไร้สาย พิมพ์ค้นหาเสียงไซเรนรถตำรวจทันที ซึ่งผลลัพธ์ดีเยี่ยมพวกเด็กวัยรุ่นหลายคน วิ่งกันป่าราบจนเหลือแต่คนเจ็บสองคนนอนบนพื้น เธอวิ่งหน้าตาตื่นไปช่วยพยุงร่างทั้งคู่อย่างว่องไว หากแก๊งอริมันเกิดฉลาดย้อนกลับมา คงช่วยเหลือพวกเขาได้ยากแล้วจริงๆ "ขอบคุณแยมมากนะ หากไม่ได้เธอ!!! เราสองคนได้หยอดน้ำข้าวต้มกันแน่นอน" บรรเจิดกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง "บ้านเธอมีอะไรให้กินบ้างไหม เราหิวมากเลยตอนนี้~" ยูโรกล่าวถามพร้อมเสียงท้องร้องจ๊อก "มีอยู่แล้วแหละ!!! แต่พวกนายต้องจ่ายเงินด้วยนะยะ ของซื้อของขายน่ะ" แยมกล่าวพร้อมยืนเท้าสะเอวรอคำตอบ "ฉันเหมาหมดเลย รีบไปเอามาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยความหิวโหย "พูดจากับผู้หญิงให้มันดีหน่อยเถอะ คิดจะจีบเขาแต่พูดเพราะๆ ไม่เป็นอีกไอ้นี่!!!" บรรเจิดกล่าวตำหนิเพื่อนซี้ "เอาตังค์มึงมาจ่ายให้เธอก่อนเลย เร่งไปรับกูมามีเรื่องด้วยเนี่ย ไม่ได้หยิบเงินหรือโทรศัพท์ออกมาจากบ้านเลย" ยูโรกล่าวสวนทันควัน "ไอ้เวรนี่!!! จะโชว์สาวว่าเหลือ!!! เสือกไม่พกเงินสักบาท พวกอรินั่น!!! ไม่ใช่เพราะมึงอยากเอาคืนที่มันเคยลักพาตัวแยมไปเหรอ สรุปคือ..ไม่ใช่เรื่องของกูเลยด้วยซ้ำ" บรรเจิดกล่าวค่อนแคะเพื่อนรักอย่างเอือมระอา ซึ่งยูโรเงียบสงบก่อนจะหาเรื่องใหม่มาพูดแทน "ถ้าพ่อแม่มึง..ท่านไปชวนพ่อแม่กู!!! ให้เข้าร่วมบริจาคมูลนิธิแก่จังหวัดอีก กูจะไม่ให้เขาเซ็นเลย หึ!!! พากูมาหาเท้าละยังพูดเยอะ แม้ว่ากูจะมีเรื่องแก้แค้นไอ้คนพวกนั้น แต่มึงก็อยากหาที่ระบายอารมณ์ไม่ใช่เหรอ ยังจะโบ้ยเป็นความผิดกูทั้งหมดอีก" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขี้บ่นฉิบหาย~" บรรเจิดกล่าวพร้อมทำหน้ามุ่ย หยิบแบงก์ภายในกระเป๋ามาจ่าย เนื่องจากอดทนเถียงสู้เพื่อนรักไม่ไหว "ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว!!! ฉันให้กินฟรี~ แค่พูดล้อเล่น..จริงจังกันอยู่ได้ ทนฟังพวกนายมานานแล้ว!!!" แยมกระแทกเสียงใส่ พร้อมยกจานไก่ทอดและไส้กรอกทอด เอามาวางให้พวกเขา "ของซื้อของขาย~ เดี๋ยวพ่อแม่เธอตำหนิเอาได้น่ะ รับไปเถอะครับ" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ แยมก็ไม่อยากพูดอะไรเยอะจึงให้ทั้งสองช่วยออกแรงทำงานแทนค่าอาหารของเธอ "ไม่ต้องจ่ายหรอก แค่ช่วยทำงานให้ก็พอ!! เก็บร้านและล้างอุปกรณ์ทั้งหมด เดี๋ยวฉันไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ หากพวกนายกลับบ้านสภาพนี้.. พ่อแม่พวกนายได้เป็นห่วงตายพอดี" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา ไม่เข้าใจความคิดพวกเขาเลย เป็นเพราะอะไรถึงได้มีเรื่องไม่หยุดหย่อน คราวก่อนช่วงจะปิดเทอมใหญ่ ต้องไปเยี่ยมและเฝ้าไข้อยู่โรงพยาบาล ตั้งนานจนเกือบเป็นเดือน โชคดีพ่อแม่ของแยมท่านพอเข้าใจอยู่ ไม่เช่นนั้นคนเกเรคงได้นอนเปื่อยเพียงลำพัง ย้อนกลับไปตอนที่เขาถูกตี จนสลบคาที่ตรงบริเวณใกล้โกดัง 1 เดือนก่อน.. (ต่อความเดิมจากบทที่ 5) *บ้านแยมสมัยเด็ก... อำเภอเหลามาจะฟัง* เวลาช่วงสายของวัน.. บรรเจิดเพื่อนซี้ของยูโร ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มาดักรออยู่หน้าบ้านแยม พร้อมข่าวว่า..ยูโรยังไม่ฟื้นดี หลังออกมาจากโรงพยาบาล แม้จะผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มแล้วก็ตาม แยมจึงโกหกพ่อแม่ว่าต้องไปทำรายงานบ้านเพื่อน ทั้งที่ความจริงคืออยากไปดูว่าเขาเป็นอย่างไร ถึงการโกหกจะไม่ใช่เรื่องดีอะไร แต่ใครจะกล้าพูดตรงๆ ว่าเป็นห่วงผู้ชายน่ะ *บ้านยูโรสมัยเด็ก...อำเภอเหลามาจะฟัง* แยมยืนมองคฤหาสน์หลังโตของยูโรด้วยความทึ่ง ไม่เคยคิดว่าคนภายในรั้วโรงเรียนเธอ ต่างชอบพากันซุบซิบว่าเขาร่ำรวย... จะเป็นเรื่องจริงขนาดนี้ "เธอเดินเข้าไปเองเถอะ เราต้องไปทำธุระสำคัญต่อ" บรรเจิดยิ้มหวานก่อนกดกริ่งเรียกคนภายในบ้าน แล้วขี่มอเตอร์ไซค์จากไปโดยไม่หันกลับมา เพียงแค่ไม่กี่นาที.. คนรับใช้ก็ขับรถกอล์ฟมารับแยมเข้าไป พร้อมท่าทีสุภาพจนเธอต้องรู้สึกเกร็งเหงื่อไหลซึมเล็กน้อย เฟอร์นิเจอร์หรูหราตลอดทางเดินเกินกว่าจะเป็นของจริง เธอเคยเห็นแค่เพียงตามละครหลังข่าว พอเข้าไปภายในห้องหนึ่งก็พบยูโรนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว แสงจากจอโทรทัศน์ส่องหน้าเขาเป็นระยะ "มาแล้วเหรอ~" เขาทักทายอย่างสบายๆ ราวกับตนพักอยู่รีสอร์ต "นายหายดีแล้วเหรอ" แยมถามพร้อมเลิกคิ้ว เธอยืนกวาดสายตามองขนมกับผลไม้และท่าทางผ่อนคลายของเขา "ฉันยังเจ็บหัวอยู่เลย~ ถึงต้องให้ไอ้บรรเจิดไปลากเธอมาดูแลนี่ไง ไม่ได้ให้มาจ้องจับผิดกันนี่นา" เขาตอบกลับหน้าตาย แกล้งหลับตาแอบเหล่มองแยมอย่างเลิ่กลั่ก "นายเลิกแสดงได้แล้ว!!! มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันต้องรีบกลับบ้านอีกนะ" แยมวางมาดเข้มแอบเป็นห่วงอยู่ลึกๆ แต่ยังมีความน้อยใจแฝงอยู่ "แค่คิดถึง..." ยูโรพูดเสียงเบาแต่อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน เนื่องจากเป็นจังหวะเงียบสงบของหน้าจอโทรทัศน์ "ในฐานะอะไร!!! คนที่หายหัวไปเกือบสัปดาห์เต็ม หรือคนที่บอกว่า..ไม่สนใจฉันตอนถูกจับตัว" เธอโต้กลับเสียงขุ่นจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง เพราะความรู้สึกเธอไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาล้อเล่น "เธอก็ยังได้กินช็อกโกแลตอร่อยๆ ทุกวันนี่นา~ ฉันเป็นคนสั่งให้เรไรเอาไปมอบให้กับมือเธอเอง ไม่เชื่อก็ไปถามเพื่อนเธอดูสิ ถ้าฉันจะทิ้งเธอจริง คงไม่คิดฝ่าวงล้อมเท้าเข้าไปช่วย แล้วโดนตีจนสลบหรอกมั้ง" ยูโรหัวเราะเบาๆ ซึ่งทำให้แยมต้องชะงักประโยคเหล่านั้นจากปากเขา ใจเธอสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว เพราะได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เขากระทำลับหลังเธอทั้งหมด "แต่เรไรเขา..ช่างเถอะ!!! แล้วทำไมนายต้องแกล้งป่วย" เธอฝืนใจถามต่อ เพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกตัวเองไม่ให้เขาจับพิรุธได้ "เพราะอยากเห็นหน้าเธอน่ะสิ!!! ถ้าไม่ทำแบบนี้~ เธอก็คงไม่คิดจะมาหาฉันหรอก" ยูโรตอบกลับเหมือนคนน้อยใจ "ครั้งนี้ยังคิดจะหนีฉันอีกไหม" แยมถามด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง "ฉันไม่เคยคิดจะหนีเธอเลยนะ คราวนั้นฉันแค่กลัวเธอจะเดือดร้อน เพราะเธอสำคัญกับฉันมากน่ะสิ!!! จะให้ไอ้พวกเวรนั่นรู้ไม่ได้" เขารีบสวนทันควัน ราวกับอยากปรับความเข้าใจต่อกัน แยมสบสายตาเขาก่อนจะหลบอย่างรวดเร็ว ยามนี้ใจเธอกำลังเต้นถี่ระรัวดั่งกลองชุด “นายชอบฉันจริงเหรอ” แยมเอ่ยถามเขาด้วยความลังเล เพราะข้อต่อรองสามวันเพียงแค่อยากไล่เขาไปไกลๆ ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะจริงจังด้วยซ้ำ "พูดมาตั้งเยอะแยะ.. มันยังชัดไม่พออีกหรือยังไง ใช่!!!! ฉันชอบเธอ" ยูโรขมวดคิ้วราวกับไม่เข้าใจว่าเธอสงสัยอะไรกันแน่ จังหวะเดียวกันห้องพลันเงียบสงบลง คำว่า..ชอบของเขา มันดังก้องกังวานอยู่ภายในสมองเธอ จนไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดี "ไม่รู้ว่าเธอจะยกโทษให้กันได้ไหม แต่เธอไม่ต้องแกล้งสร้างเกราะป้องกันฉันอีกแล้ว ฉันเองก็จะไม่โกหกความรู้สึกตัวเองอีกเหมือนกัน" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจังกว่าทุกครั้ง จนแยมเริ่มใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย "พูดแบบนี้~ มันทำให้ฉันดูเหมือนคนใจโลเลเลยนะ ความจริงฉันตั้งใจมาเอาเรื่องนายต่างหาก" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอหลบสายตาลงต่ำแต่ก็แอบคลี่ยิ้มหวาน ยูโรยื่นช็อกโกแลตมอบให้แก่เธอ "ถ้าอย่างนั้นเธออย่าใจแข็งเลย เดี๋ยวขนมมันจะละลายก่อน" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แยมรับมาแล้วนั่งลงอยู่ตรงข้างเขาทันที "ฉันจะดูแลนายแค่วันเดียว!!! ไม่ได้จะมาเป็นพยาบาลประจำ!!!" แยมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอยกฝ่ามือเล็กปิดบริเวณครึ่งใบหน้า เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังยิ้มอยู่ "แค่นี้..ก็มากพอแล้ว ขอบใจนะที่มา" เขาพูดเบาๆ จ้องเธอตาไม่กะพริบ "เพราะฉันเป็นห่วงนายนั่นแหละ... คนอะไรบื้อชะมัด~" แยมหันหลังให้ เขาพร้อมบ่นพึมพำ หลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบที่แสนจะอบอุ่นผ่านไป.. "นี่...เธอจะลองคบกับฉันดูไหม" ยูโรถามขึ้นอีกครั้ง "แน่ใจเหรอ~ ว่านายไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิด" แยมถามด้วยน้ำเสียงยานคางแอบชะงักอยู่เล็กน้อย พร้อมหัวใจกลับมาเต้นแรงอีกหน "แน่ใจที่สุด!!! ฉันชอบเธอมานานแล้ว คราวนี้จะไม่หายตัว และจะไม่ทิ้ง จะดูแลเธอด้วยความรู้สึกจริงๆ " เขาตอบกลับด้วยความมั่นใจ "อย่าพูดอะไรเสียงดังนักสิ..." แยมกำลังหลบสายตาเขาพร้อมทั้งหน้าแดงระเรื่อ "งั้นตกลงนะ" เขายื่นนิ้วก้อยให้เธอ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันทุกสิ่งรอบตัวล้วนหยุดนิ่ง "เงื่อนไขฉันเยอะมากนะ ห้ามก่อกวน ห้ามหายหน้า ห้ามทำให้ฉันต้องร้องไห้ และอีกหลายอย่างมากมาย ขอเก็บเอาไปคิดทบทวนอีกครั้ง ค่อยมาบอกนายทีหลังแล้วกัน" แยมกลอกตาเสมองด้านข้าง ก่อนจะเกี่ยวก้อยกลับอย่างเขินๆ "รับคำครับแฟน~" ยูโรตอบกลับพร้อมยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี "หากนายยังพูดอีก!!! ฉันไม่คบละนะ!!!" เธอผลักเขาเบาๆ ด้วยความเขินอาย "โอเค~ ไม่พูดแล้วครับ คุณแยมแฟนยูโร" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะเล้น "กินไปเงียบๆ เลย!!! ฉันอยากกินก๋วยเตี๋ยวลุยสวน แม่บ้านของนายทำได้หรือเปล่า พวกเรามากินอาหารด้วยกันสักมื้อ~ คงไม่เป็นอะไรหรอกนะ" แยมยิ้มหวาน พร้อมแกะช็อกโกแลตยัดเข้าปากยูโร "ได้หมดเลย แค่เธอนั่งรออยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว" ยูโรกล่าวพร้อมวิ่งกระโดดโลดเต้นออกไป แยมนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างผ่อนคลาย และแอบหัวเราะเขาเบาๆ*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







