LOGIN*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*
แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร "คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน "ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย "ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา "พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด" เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม #ย้อนอดีต# หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังมานานหลายปี งานฌาปนกิจถูกจัดอย่างสมฐานะผู้มั่งคั่ง หวังตอบแทนบุญคุณที่เคยอุปถัมภ์เธอดั่งลูกสาวแท้ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน.. หญิงสาวยังติดต่อทั้งคู่อยู่เลย เธอแจ้งข่าวว่าเรียบจบแล้วจะนำเกียรติบัตรไปอวด พวกท่านรับปากว่าจะรอเธอกลับมา.. แต่ฟ้าเหมือนเล่นตลกแค่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ข่าวร้ายก็ปรากฏลูกน้องคนสนิทของทั้งคู่ ติดต่อมาหลังจากรับใบประกาศนียบัตรเรียบร้อย ระหว่างงานพิธีกรรมทางศาสนาถูกจัดขึ้น ลูกน้องคนสนิทของคุณลุงกับคุณป้าคอยดำเนินการแทน ลูกน้องภายในร้านก็ไปช่วยงานกันอย่างสามัคคี แม้จะโศกเศร้ากันก็ตาม แต่ทุกคนกลับเป็นห่วงแค่แยมซึ่งเป็นเถ้าแก่คนใหม่ "หนูแยมกลับร้านไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ! เดี๋ยวค่อยมาใหม่พรุ่งนี้แทนนะ มีคนนอนเฝ้าร่างกายพวกเถ้าแก่ใหญ่ให้แล้วครับ" อีกฝ่ายกล่าวอย่างเป็นห่วง เพราะหญิงสาวเหมือนร่างไร้วิญญาณเต็มที "ขอบคุณที่คอยอยู่ช่วยเหลือนะคะ คุณลุงพิชิต.. ถ้ามีเรื่องอะไรหนูจะโทรหาค่ะ ทางนี้ขอฝากจัดการให้เรียบร้อยด้วยนะคะ ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยคุณลุงสำรองไปได้ก่อนเลย หากไม่พอติดต่อหนูได้ตลอดนะคะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอพยายามฝืนยิ้มทั้งที่หัวใจเจ็บปวดมากก็ตาม ชายวัยกลางคนเอื้อมฝ่ามือหนาลูบศีรษะอย่างห่วงใย เพราะเขาอยู่ทำงานกับครอบครัวนี้มานาน จนรู้ทันนิสัยหญิงสาวตรงหน้าได้ดียิ่งกว่าใคร ทั้งที่ทรมานกลับแสดงว่าไม่เป็นอะไรเสมอ สร้างความกังวลให้ตัวเขามากจนแทบไม่วางใจได้ลง "ให้จำเรียง.. ภรรยาของลุงไปอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าครับ อย่างน้อยเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรขึ้นมา จะได้มีคนคอยดูแล" พิชิตกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปบอกภรรยาตน ซึ่งเธอกำลังยืนเสิร์ฟน้ำดื่มให้แขกอยู่ แยมมองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่า เธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรสติและจิตใจจะกลับมาปกติได้ ช่วงชีวิตนี้ได้สูญเสียคนที่รักมากที่สุดไปจนหมด หากจะพูดว่ากำลังแตกสลายจนล้มเหลวก็ไม่เกินจริง หลังกลับมาถึงร้านชำภรรยาคุณลุงก็เร่งทำอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณป้าชอบทำให้แยมทานเป็นประจำ คำแรกที่ตักเข้าปากทำเธอน้ำตานองทันที "ไม่อร่อยเหรอคะ เถ้าแก่น้อย!?" จำเรียงเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นแยมร้องไห้และถือช้อนค้างไม่ยอมขยับ ราวกับรู้สึกผิดแปลกในรสชาติของอาหาร "รสชาติเหมือนคุณป้าลำไยทำให้ทานเปี๊ยบเลยค่ะ ฮือๆ มันอร่อยมากค่ะ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น น้ำตาไหลพรากไม่ยอมหยุด จนหญิงมีอายุต้องโผโอบกอดปลอบโยนเธอ "ถ้าอย่างนั้น.. ต้องทานให้เยอะและพักผ่อนนะคะ พวกเถ้าแก่ใหญ่จะได้ไปอย่างสงบกัน" จำเรียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พวกเขาทั้งสามคนจะมีความสุขกันจริงเหรอคะ.." แยมกล่าวด้วยเสียงอู้อี้ แต่จำเรียงก็ได้ยินประโยคนั้นชัดเจนดีเพราะอยู่ใกล้กันมาก "แน่นอนค่ะ!! พวกเขาทั้งสามคนคงได้เจอกันแล้วแหละ และคอยเฝ้ามองเถ้าแก่น้อยมีความสุข กลับมาบริหารร้านค้าแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ต่อไป.." "..." บทสนทนาถูกกลืนหายบนชั้นอากาศ ไม่มีการตอบโต้หรือประโยคปลอบโยนอะไรทั้งสิ้น มีแค่เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องเอกสาร จังหวะคุณป้าจำเรียงไปล้างจาน เสียงก๊อกแก๊กดังจากหน้าประตูร้าน แยมไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นสุนัขหรือแมวจรจัดมานอนดั่งปกติ แต่ทุกสิ่งอย่างทำให้เธอต้องตื่นตระหนก เมื่อได้ยินเสียงกรี้ดร้องดังลั่นบ้านของป้าจำเรียง และเสียงของชายเป็นผู้บุกรุกโดยไม่ได้รับเชิญ "ส่งของมีค่ามาซะดีๆ ถ้าอยากจะมีชีวิตรอด!" "เถ้าแก่ใหญ่นอนอยู่วัด ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรกัน!" แยมหลังจากได้ฟังหัวใจก็หล่นตุ้บเหมือนร่วงลงพื้น เธอเกือบจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว นั่งตัวสั่นเทาชิดผนังกำแพงห้อง ก่อนจะถอนหายใจเข้าออกรวบรวมสติปัญญา คลานไปแอบอยู่ตรงใต้โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์แจ้งตำรวจบอกสถานที่ทันที และกดติดต่อลุงพิชิตเพื่อให้มาช่วยอีกครั้ง หากต้องมีคนเจ็บจริงๆ ขณะมีคนรับปลายสายแล้ว แต่โจรรีบเปิดเข้ามาค้นภายในห้องเอกสาร จนได้เจอกับแยมกะทันหัน ป้าจำเรียงเห็นภาพแยมถูกพามานั่งอยู่ด้วยกัน ทำให้เธอคิดอยากปกป้องหญิงสาวสุดชีวิต "ถ้าได้จังหวะหนี.. หนูต้องวิ่งไปให้ไกลแล้วอย่าหันกลับมานะ!" เธอกระซิบกระซาบบอกแยม "รอตำรวจมาช่วยก็พอค่ะ พวกเราอย่าไปขัดใจพวกมันย่อมต้องปลอดภัยแน่!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จำเรียงจึงแอบโล่งใจที่ได้ฟังว่าสาวน้อยแจ้งตำรวจแล้ว เวลาผ่านเลยไปหลายสิบนาที.. ตำรวจก็ยังไม่มีวี่แววจะปรากฏตัว พวกโจรหลังจากจับป้าจำเรียงไปหาทรัพย์สินแล้ว พวกมันเดินแบกกระสอบปุ๋ยขนาดใหญ่สองสามใบ แต่หยุดมองแยมอย่างสนใจ "หน้าตาสวยขนาดนี้.. เป็นลูกป้าคนนั้นเหรอ?" ชายร่างกำยำนั่งลงจับคางแยมเชิดขึ้นเพื่อเชยชม "ใช่ค่ะ!!! พวกพี่อย่ามาทำอะไรหนูเลยนะคะ อายุหนูยังไม่พ้นนิติภาวะเลยค่ะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำราวกับหวาดกลัวทุกลมหายใจ "ไม่บรรลุนิติภาวะเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ยังไม่เคยโดนน่ะสิ!!!" ชายร่างกำยำกล่าวจบก็ขึ้นคร่อมร่างเล็กทันที "เฮ้ย! รีบไปจากที่นี่!" ชายอีกคนทักท้วงเพราะได้ของมีค่าแล้ว "แต่กูอยากได้อีนี่เป็นเมีย!" ชายร่างกำยำกล่าวเตรียมจะถอดกางเกง "อย่าทำอะไรหนูเลยขอร้องล่ะ!!" แยมร้องโวยวาย "ยัยหนูมันยังเด็กอยู่เลย ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย!" จำเรียงตะโกนด่าทอขัดจังหวะ ชายร่างกำยำจึงเลิกสนใจแยมชั่วคราว มันเดินตึงตังไปง้างฝ่ามือหนาตบจำเรียงเสียงดังลั่น สถานการณ์เกือบเลวร้ายขั้นสุด เมื่อเสียงรถไซเรนตำรวจดังมาแต่ไกล พวกโจรตื่นตระหนกกันและวิ่งไปบริเวณหน้าร้าน แต่ดันหนีไม่รอดถูกจับกุมไปตามระเบียบ เพราะพวกนั้นตั้งใจจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หลบหนี พิชิตมาเวลาพร้อมตำรวจด้วยเช่นกัน เหตุเพราะตอนเขารับสายแล้วไม่มีเสียงตอบกลับ จนเกิดความวิตกกังวลหนักภายในร้านชำมีแค่ผู้หญิง ถ้ามีเรื่องราวสำคัญคงจะโดนกระทำอย่างแน่นอน วัดที่จัดพิธีกรรมและสถานีตำรวจ ค่อนข้างอยู่ไกลหลายสิบกิโลเมตร ทำให้มาถึงล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ถึงกระนั้นก็ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีแค่เพียงพวกโจรถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานการณ์ตอนนั้น ทำให้แยมต้องครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด จนได้ไปซื้อปืนแบบถูกกฎหมาย มาเก็บเอาไว้เผื่อเหตุกรณีฉุกเฉินอีก หวังจะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินเอาไว้อย่างปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถ่ายทอดให้ยูโรได้รับฟัง เขาเองก็รู้สึกโกรธพวกโจรปล้นครั้งนั้น หลังจากได้รับฟังต้นสายปลายเหตุโดยละเอียด แต่พอรู้ว่าโจรถูกคุมขังแล้ว เขาจึงสบายใจและเก็บปืนเข้าลิ้นชักตามเดิม*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







