Share

ตอนที่ 14 เจรจาการค้า

last update Huling Na-update: 2025-12-12 08:00:52

ตอนที่ 14 เจรจาการค้า

"ซีซี ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ คนบางคนเราไม่ควรที่จะพูดคุยแบบนั้น มันอันตราย" จือหยวนช่วยภรรยาทำความสะอาดร้านก่อนจะพากันเอากุญแจไปคืนคนดูแล

"ขอโทษค่ะ ฉันคิดน้อยไปหน่อย ทีหลังจะไม่ทำแบบนั้นอีก" รั่วซีลืมไปว่าคนอื่นไม่รู้เหมือนเธอ และที่เธอรู้ก็ไม่ได้รู้เยอะมากนัก การเชื่อใจคนง่ายเป็นข้อเสียของเธอตั้งแต่ชีวิตก่อน หรือจะบอกว่าเธอโง่ก็ไม่ผิด พอมาชีวิตนี้ก็ยังหลงลืม ยังทำเหมือนชีวิตที่แล้วอีก ลืมนึกไปว่า... แม้แต่คนที่มีพระคุณก็อาจเป็นคนที่ทำร้ายเราได้

"ผู้ชายคนนั้นดูอันตราย แต่หากเราจะทำการค้ากับเขา... เราก็ต้องระวังด้วย" จือหยวนเน้นย้ำให้ภรรยาเข้าใจ

"ค่ะ" รั่วซีรับคำและไม่ได้โต้เถียงอะไร เพราะสามีหวังดีเลยเตือน เธอก็ควรระวังตัวกว่านี้

"อย่าคิดมากครับ ในเมื่อเขาแสดงตัวแล้ว เขาก็คงต้องการทำการค้ากับเรา เหลือแค่เจรจาต่อรอง เราจะได้วางแผนว่าควรทำยังไงดี"

จือหยวนรับหน้าที่ไปคืนกุญแจ พร้อมกับเอากระเช้าอาหารไปให้เพื่อนด้วย ส่วนรั่วซีเดินดูสิ่งของต่าง ๆ ที่ขายที่ตลาดมืด เหมือนสำรวจตลาดว่ามีอะไรน่าสนใจ ของที่นำมาขายกันส่วนมากจะเป็นสิ่งของที่แตกต่างกันไป พ่อค้าแม่ค้าไม่มีการแย่งลูกค้ากันอย่างแน่นอน มีแต่คนซื้อจะแย่งซื้ออาหารกันมากกว่า...

"คุณตาค่ะ มีดเล่มนี้ขายไหมคะ" กำลังจะเดินผ่านไป แต่พอเห็นมีดเล่มเล็ก... รั่วซีก็ต้องหยุดถามทันที

"มีอาหารแลกไหม อยากได้เป็นอาหารมากกว่า" บางครั้งมีเงินก็ใช่ว่าจะซื้ออาหารได้

"พอมีค่ะ คุณตาขายมีดราคาเท่าไรคะ ฉันจะได้เอาอาหารให้ถูก" หากตีเป็นราคา รั่วซียังพอที่จะให้ได้ จะได้พอใจทั้งสองฝ่าย

"จริง ๆ มีดมันเก่าแล้ว ข้าวสารสักชั่งก็พอแล้ว" เจ้าของมีดตอบกลับ

"ถ้าอย่างนั้นคุณตารอก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันเอามาให้" รั่วซีรีบเดินออกไปหาที่ลับตา เพื่อที่จะได้นำอาหารมาแลกเปลี่ยนกับมีดพกเล่มนั้น และรั่วซียังให้มากกว่าที่คุณตาบอกมา เพราะเธออยากได้มีดพกเล่มนั้นมาก ๆ คนอื่นอาจมองไม่มีค่า แต่สำหรับรั่วซีมันมีค่ามาก...

หลังจากที่ได้มีดพกมา รั่วซีก็เอาแต่จ้องมอง เธอไม่รู้ว่าจะใช่มีดเล่มเดียวกับที่เธอใช้กรีดข้อมือตัวเองไหม แต่เท่าที่ดูมันคล้ายกันมาก ยังไงเธอก็ต้องไปเจรจาเรื่องค้าขายกับคนคนนั้น เธอจะมอบมีดเล่มนี้ให้เขา ถือว่าเป็นการคืนในสิ่งที่เธอเคยบอกไว้ในชีวิตก่อน ...

"เราจะกลับเลยไหมคะ คุณอยากซื้ออะไรไหม" ตั้งแต่เข้าเมืองมา สามีแทบไม่ได้ใช้เงินเลย ไม่ซื้อไม่อยากได้ พอถามเขาก็บอกว่ามีครบแล้ว

"ไม่รู้จะซื้ออะไร กลับเลยดีกว่าจะได้ไปแวะสหกรณ์ซื้อนมผงซื้อธัญพืช" จือหยวนบอกตามตรง เขาไม่ได้อยากได้อะไร ต้องบอกว่าเขามีสิ่งของที่ภรรยาเตรียมไว้ให้เยอะแล้ว

"หากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เราไปเยี่ยมพ่อกับแม่คุณดีไหมคะ จะพาเด็ก ๆ ไปหาคุณปู่คุณย่าบ้าง" รั่วซีหันไปบอกในเรื่องที่ตัวเธอคิดไว้และตั้งใจจะทำ

"ตามใจภรรยาครับ" จือหยวนก็คิดว่าแบบนั้นดีเหมือนกัน... นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้กลับไปหาพ่อกับแม่

เมื่อซื้อของที่สหกรณ์เรียบร้อยแล้วก็พากันเข้ามาในพื้นที่ ที่ต้องซื้อของในสหกรณ์เพราะรั่วซีจะนำสิ่งของเหล่านั้นไปคืนพ่อกับแม่ ใจจริงอยากเอาที่มีอยู่ในพื้นที่ไปให้ แต่อย่างที่รู้ ๆ หากพวกเขาเห็นสิ่งของต่าง ๆ อาจทำให้สงสัยได้

ตอนนี้ต้องทำแบบนี้ก่อนจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ค่อยว่ากันอีกที พอเข้ามาในพื้นที่ก็พาลูก ๆ กินมื้อกลางวันก่อนแล้วค่อยออกไปข้างนอกเพื่อไปเจรจาการค้า ทั้งสองอยากทำทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วค่อยกลับบ้านทีเดียว หลังจากกินอาหารเรียบร้อยแล้วก็ช่วยกันนับเงินที่ขายของได้ และตรวจดูว่ายอดตรงกับที่ทำบัญชีไว้ไหม...

"ทั้งหมด 8250 หยวนค่ะ เยอะมาก วันแรกขายได้พันกว่าหยวน ฉันก็ดีใจแล้ว วันนี้เยอะกว่าเดิมอีก เราขายได้ขนาดนี้จริง ๆ เหรอคะ" ไม่อยากจะเชื่อว่าวันหนึ่งจะสามารถหาเงินได้ขนาดนี้ แต่ก่อนมีเงินติดตัวเกิน 20 หยวนก็ถือว่าดีแล้ว

"เพราะเรารับที่คนสั่งมาด้วย มันเลยได้เยอะ" ลูกค้ารายใหญ่เยอะกว่ารายย่อยเสียอีก และที่เขาคาดไม่ถึงคือ ไม่ถึงครึ่งวันสามารถหาเงินได้มากขนาดนี้เลยเหรอ

"หากเราไม่มีพื้นที่ตรงนี้ เราก็คงไม่สามารถทำแบบนี้ได้" รั่วซีพูดพร้อมกับมองออกไปข้างนอก ก่อนที่จะเห็นหัวดำ ๆ สองหัวที่แอบอยู่ตรงประตู

"เข้ามาได้ค่ะ ไม่ต้องแอบ" รั่วซีเรียกลูกทั้งสองให้เข้ามา ทั้งสองรู้ว่าพ่อกับแม่ออกไปขายเฉ่าเหมย คงอยากจะรู้ว่าขายได้เท่าไร

เหยาเหยาเป็นคนแรกที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามา... หลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่สายตาไม่ได้มองที่พ่อกับแม่เลยสักนิด สายตาของเหยาเหยาจดจ้องอยู่ที่ถุงเงิน ทั้งที่มองไม่เห็นด้านใน... แค่ได้จ้องก็ยังดี

"นี่คือเงินค่าเฉ่าเหมยค่ะ ได้เยอะมาก... เหมือนเดิม... " รั่วซียังพูดไม่จบ ลูกทั้งสองของเธอก็รีบบอกในสิ่งที่เธอย้ำเตือนบ่อย ๆ

"ห้ามบอกใคร" เด็กทั้งสองตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน

"ดีมากค่ะ" รั่วซีบอกลูก ๆ พร้อมกับหอมแก้มลูกทั้งสองคน

"ฝากแม่ครับ" อาเฉิงไม่รู้จะเอาเงินมาทำอะไร ข้าวก็มีกิน อยากได้อะไรก็ค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้

"เหยาเหยาไม่ฝาก" เหยาเหยาตัวน้อยยังอยากเก็บเงินเอง

"ฝากครับ แล้วทำบัญชี หากทำหายขึ้นมาเหยาเหยาจะทำยังไง" คนเป็นพ่อบอกลูกสาวที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเงินสักเท่าไร มีค่ามากน้อยแค่ไหน รู้แต่อยากได้อยากเก็บ แค่บอกว่าสิ่งไหนทำแล้วได้เงินเหยาเหยาจะตั้งใจอย่างมาก

"หายก็หาค่ะ เหยาเหยาหาเก่งมาก เฉ่าเหมยซ่อนตัวอยู่ เหยาเหยาก็หาเจอค่ะ" ของหายก็ต้องหา เงินหายก็ต้องหาเหมือนกัน

"เอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวให้พ่อทำกระปุกใส่เงิน... แล้วลูกก็เก็บไว้ในนั้น ของใครของมัน" รั่วซีหาทางออกให้ลูกสาว ดูเหมือนว่าเรื่องเงินจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเหยาเหยามากกว่าเรื่องอื่น

"ได้ค่ะ วันนี้ได้ค่าจ้างเพิ่มไหมคะ" เงินที่ขายเฉ่าเหมยได้แล้ว แต่เมื่อวานแม่บอกว่าจ้างวันละ 1 หยวน เหยาเหยาไม่มีทางลืม

"เหยาเหยายังไม่ครบหนึ่งวันเลย เพิ่งผ่านมาครึ่งวันเอง" อาเฉิงบอกน้องสาว เพิ่งจะกินมื้อเที่ยงเสร็จ เหยาเหยาถามหาเงินค่าจ้างแล้ว

"ไปนอนได้แล้วค่ะ พ่อกับแม่ต้องออกไปทำงานอีก ช่วงนี้พ่อกับแม่อาจต้องให้ลูกอยู่แต่ในนี้ก่อน อย่าออกไปด้านนอก ไปได้ไกลสุดแค่แปลงเฉ่าเหมยเท่านั้น เข้าใจไหมคะ" รั่วซีบอกลูกทั้งสองพร้อมกับพาเข้ามานอนที่ห้องโถงที่มีที่นอนขนาดเล็กเอาไว้ให้ทั้งสองนอนกลางวัน

เมื่อพาลูกนอนเรียบร้อยแล้ว รั่วซีก็เข้ามาช่วยสามีจัดกระเช้าของฝาก ตอนเช้าให้ไปแล้ว แต่ครั้งนี้ไปบ้านของเขาเลยต้องเตรียมเพิ่ม พร้อมกับเอาตัวอย่างสินค้าที่จะส่งไปให้ดูด้วย

"คุณเอาบัญชีมาหรือยังครับ" จือหยวนมองภรรยาที่กำลังเตรียมตัวจะออกข้างนอก

"เอามาแล้วค่ะ" รั่วซีตอบพร้อมกับยื่นมือไปจับมือสามีที่กำลังมองมาเช่นกัน

พอทั้งสองออกมาอยู่ด้านนอกแล้ว ก็พากันตรงไปยังจุดหมายทันที เมื่อเข้ามาในเขตบ้านพัก รั่วซีก็มองดูสิ่งต่าง ๆ รอบตัว รอจนคนที่เข้าไปขอซื้อของในตอนเช้าออกมา แล้วพาไปที่ห้องโถง เธอยื่นสิ่งของที่นำมาฝากและตัวอย่างสินค้ามาให้พวกเขาได้ตรวจดู

"คุณไม่กลัวพวกเราแล้วเหรอครับ" เหมาชิง ถามสองสามีภรรยา เพราะตอนเช้าที่เขาเข้าไปขอซื้อของด้วย ยังดูเหมือนว่ายังไม่ไว้ใจอยู่เลย แต่ตอนนี้เหมือนไม่ได้กลัวอะไรเลย

"ก่อนที่ผมจะขาย ผมก็ต้องมั่นใจก่อน ผมบอกได้แค่ว่าหากพวกคุณคิดจะโกงหรือหักหลังเรา คุณก็จะไม่มีอะไรเหลือเลย" จือหยวนบอกไปตามความจริง ไม่ได้มีน้ำเสียงหรือท่าทีข่มขู่แต่อย่างใด

"เท่าที่รู้ คุณสองคนก็เป็นเพียงชาวบ้านทั่วไป ไม่น่าจะทำอะไรผมได้" เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับคนมาใหม่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือนายใหญ่ของที่นี่

"หากพวกเรามีสิ่งของพวกนี้มาส่งให้คุณ นั่นหมายความว่าเราก็คงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาตามที่คุณรู้มา พวกคุณยังหาสินค้าพวกนี้ไม่ได้ แต่เราสองคนมีมาส่งให้ พวกคุณมีเรื่องปกปิด เราก็มีเช่นกัน หากอยากทำการค้า เราก็แค่ทำการค้า อย่าอยากรู้มากกว่านี้เลยครับ" จือหยวนพูดชัดถ้อยชัดคำ เพื่ออธิบายให้คู่ค้าได้รู้

รั่วซีเป็นผู้ฟังที่ดี... ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้สามีเป็นคนเจรจา ที่ทั้งสองไม่กลัวนั้นเพราะหน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนว่าสามารถทำได้ และสินค้าในพื้นที่มีประกันสินค้า หากเกิดเรื่อง สินค้าจะหายกลับไปที่พื้นที่เหมือนเดิม รั่วซีอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจมากนัก ต้องให้สามีเป็นคนอธิบายให้ฟัง ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงไหม ก็ต้องรอดูกันต่อไป

"ยินดีที่ได้ทำการค้าร่วมกัน" ซ่งตงหยาง เอ่ยกับคู่ค้ารายใหม่ทันที พอได้คุยแล้วก็ถูกชะตากับสองสามีภรรยาคู่นี้พอสมควร และเขารู้ดีว่าคนที่มีอาหารมากขนาดนั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เขาเองก็ไม่ได้อยากหาคำตอบด้วย แค่มีของส่งให้เขาก็เพียงพอแล้ว

"เหมาชิงมอบของขวัญด้วย และขอบคุณสำหรับของฝากที่คุณให้ผมมาด้วยเช่นกัน" ถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะนิ่ง ๆ แต่ทุกอย่างที่เขาบอกมานั้นคือเรื่องจริง

"คุณให้มีดพกมาด้วยเหรอ" ตงหยางถามขึ้นเมื่อเดินออกมาถึงลานกว้างแล้วมองเห็นคู่ค้ายืนอยู่คนเดียว

"ค่ะ... อาจมีคนมาขอมีดด้ามนั้นกับคุณ ขอบคุณนะคะ" รั่วซียืนรอสามีที่ไปเอาของขวัญกับผู้ช่วยคู่ค้าคนสำคัญของเธอ ไม่คิดว่าเขาจะเดินออกมาเจอเธอพอดี... รั่วซีเลยถือโอกาสขอบคุณเขาอีกครั้ง

"คุณเหมือนน้องสาวของผม... " ตงหยางมองคนที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็นึกถึงน้องสาวของตัวเอง ถึงแม้ประโยคที่บอกก่อนหน้านี้จะฟังดูแปลก ๆ แต่เขาก็ปล่อยผ่าน ในเมื่อมีคนให้สิ่งของมา... เขาก็แค่รับเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรมากมาย

"น้องสาวเหรอคะ" รั่วซีถามกลับพลางหวนคิดถึงชีวิตก่อน ที่เขาอยากช่วยเธอ อาจเพราะเธอคล้ายน้องสาว

"ครับ แต่ไม่ใช่หน้าตาที่เหมือน แค่บรรยากาศคล้าย ๆ กัน" ตงหยางไม่รู้จะตอบแบบไหน อธิบายออกมาได้ยาก

"เสร็จแล้วครับ" จือหยวนเดินเข้ามาหาภรรยาพร้อมกับยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากภรรยามากนัก

"หวังว่าเราจะทำการค้าร่วมกันนาน ๆ นะครับ" ตงหยางบอกออกไปอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกถูกชะตากับสองสามีภรรยาคู่นี้มาก

"ครับ ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน" จือหยวนตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อสองสามีภรรยาออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้ว ก็เริ่มมองหาบ้านเช่าเพื่อเอาไว้ใช้สำหรับส่งสินค้า การเจรจาถือว่าผ่านไปด้วยดี ทั้งสองต้องหาบ้านในเมืองเอาไว้ส่งสินค้า ในเมื่อตอนนี้ยังพอมีเวลา ทั้งสองก็ไม่รอช้า ต่างจูงมือกันเข้าออกตามซอยต่าง ๆ เพื่อตามหาบ้านเช่าที่ตัวเองต้องการทันที...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนพิเศษ

    ตอนที่ 51 ตอนพิเศษจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดรั่วซีนั่งเหม่อมองออกไปข้างอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งเธอยังคงคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของชีวิตก่อน คิดถึงเหตุผลการตัดสินใจทิ้งสามีและลูก เพื่อไปใช้ชีวิตในเมืองที่แสนสุขสบาย ตามที่อีกคนเชิญชวน คิดไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...การพูดคุยกับกัวเหลียงนั้นแทบนับครั้งได้ แต่ทุกครั้งเขาแสดงออกอย่างสุภาพ เขามีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ ลูกของเธอได้เสื้อผ้าใหม่ ได้ของเล่นและยังมีอาหารดี ๆ มากมายหลายอย่างที่เขาซื้อมาฝาก ทั้งที่บางครั้งเธอกับเขาแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่เขาก็มีของฝากมาให้ลูกของเธอเป็นประจำการพบเจอกันโดยบังเอิญทำให้เธอได้พูดคุยกับเขาบ้าง แต่ส่วนมากเขาจะพูดคุยกับลูกของเธอ จากตอนแรกเด็ก ๆ ไม่เข้าหาจนตอนนี้ทั้งสองจะชอบยิ้มทักทายและตอบกลับ มันเลยทำให้รั่วซีค่อนข้างที่จะไว

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนที่ 50 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 50 บทส่งท้ายสองปีต่อมา ข่าวการเสียชีวิตของกัวเหลียงพร้อมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บ่อนการพนันในเมืองหลวงกลายเป็นข่าวครึกโครม ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง จริง ๆ แล้วคนไม่ได้พูดถึงกัวเหลียงคนเขาพูดถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของบ่อนการพนันกลางเมืองตามข่าวแล้ว มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปทลายบ่อนก่อน แล้วมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกกลุ่มเข้าไปจับกุม สถานที่แห่งนั้นมีครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน สารเสพติดหลายชนิด การค้าขายบริการ และคนที่เป็นเจ้าของมียศเป็นถึงท่านนายพล เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากมีคนใหญ่คนโตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเสียชีวิตทั้งหมดในที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม"ข่าวที่ออกมาให้ประชาชนรับรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด พวกเขาขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงนำพามาสู่เหตุการณ์ฆ

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนที่ 49 ปลอบใจ NC

    ตอนที่ 49 ปลอบใจ NCเมื่อพูดคุยและตกลงกันได้แล้วว่าสมควรช่วยเหลือแค่เพียงเบื้องต้นเท่านั้น และเลือกที่จะช่วยเหลือแค่บางคน หากคนไหนมีปัญหาหรือเรียกร้องมากนักก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกคนเต็มใจจะรับ แต่ปากก็ยังต่อว่าเมื่อไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ จนเพื่อนของรั่วซีแทบตบตีกับชาวบ้าน คนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่มีปัญหา ส่วนมากเป็นญาติมากกว่าที่มีปัญหา เรียกร้องมากมายจนคนที่อยากช่วยนั้นถอดใจ"ไม่ช่วยแล้วครับ"ประโยคที่สามีของรั่วซีบอกออกมานั้น หมายถึงเขาไม่ช่วยใครแล้ว แต่หากมีคำสั่งแจ้งเตือนจากหน้าจอ เขาก็ให้คนอื่นทำให้ โดยที่ออกค่าใช้จ่ายหรือวัตถุดิบเพียงเท่านั้น และเหมือนหน้าจอจะรู้ ไม่มีคำสั่งช่วยเหลืออีกเลย มีเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่สาว ๆ กลับมา ส่วนข่าวคนอื่น ๆ ก็ยั

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนที่ 48 ช่วยเหลือ

    ตอนที่ 48 ช่วยเหลือข่าวที่สาว ๆ กลับมานั้นรู้กันทุกคน ไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาที่หมู่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆสาว ๆ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านมีแต่ความหดหู่และเศร้าโศกกับการจากไปของเด็กสาวบางคน และยังจะมีเด็กสาวอีกหลายคนที่ยังหาไม่เจอ บางคนได้ไปทำงานใช้แรงงานไม่ได้หยุด ไม่ได้ค่าแรง และบางวันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำที่น่าเศร้าใจคือ พ่อแม่พี่น้องบางคนพอรู้เรื่องราวกลับไม่ต้อนรับ ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งมองแล้วยิ่งทำให้หดหู่ใจ และยังมีบางคนที่ยังตามหาตัวไม่เจอ แต่ละคนจะถูกจับแยกให้ไปทำงานแตกต่างกัน ไม่รู้ข่าวคราวความเป็นมามากเท่าไร หากอยากรู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหนต้องตามหากัวเหลียงที่เป็นคนชักจูงพาไป และตอนนี้กัวเหลียงกำลังหลบหนี เลยทำให้ตามหาตัวได้ยากมากกว่าเดิม

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนที่ 47 การกลับมาของสาว ๆ

    ตอนที่ 47 การกลับมาของสาว ๆผ่านไปสองเดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่สุ่ยหลิงนำข่าวของสาว ๆ มาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้า จะไปถามญาติ ๆ ก็ไม่ได้ เพราะทุกคนเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร เลยทำให้ไม่ได้ข่าวอะไรมากนัก รั่วซีเองไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือและที่สำคัญมากกว่ากำลังนั้นคือ ทางญาติ ๆ ยังปิดทุกอย่างไม่ยอมปริปากพูด ใครถามก็ด่าทันที ชาวบ้านเลยต้องปล่อยเลยตามเลย ให้พวกเขาจัดการกันเอง"คิดอะไรอยู่ครับ" จือหยวนเข้ามาเจอภรรยากำลังยืนอยู่บนระเบียง มองออกไปข้างนอกเหมือนคนกำลังใช้ความคิด"เรื่องที่สุ่ยหลิงเล่าให้ฟังค่ะ ไม่รู้จริงหรือไม่จริง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับเอนตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของสามี"ซีซี... หากให้พูดตรง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเราเลยครับ ถึงจะบอกว่าคนหมู่บ้านเดียวกันก็ตาม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวหรือญาติพี่น้อ

  • ย้อนกลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นมารดาอีกครั้ง   ตอนที่ 46 ข่าวคราว

    ตอนที่ 46 ข่าวคราวรั่วซีตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ได้เจอกับเด็กน้อยตัวกลมชื่อถิงถิง จำได้ดีว่าเจ้าตัวเล็กบอกว่าเธอจะหลับไปเพียงฝันหนึ่งตื่นเท่านั้น แต่ฝันหนึ่งตื่นของรั่วซียาวหนาวเกือบสองอาทิตย์ และรั่วซีได้รู้ว่าถิงถิงก็ต้องรอเวลานานเกือบสองปี เพื่อที่จะได้ทำการแลกเปลี่ยนในข้อสุดท้ายด้วยเช่นกันไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องกังวลมากขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้สึกดีใจที่พี่สาวพี่ชาย พ่อและแม่ที่แม้จะแยกกันอยู่ยังมาเยี่ยมเธอตลอด รับรู้ได้ว่าพวกเขารักและห่วงใย"ขอบคุณคุณซ่งที่มาเยี่ยมนะคะ" รั่วซีมองคนที่มาเยี่ยม เธอนับถือเขาเสมอ ไม่ว่าจะชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้ เขาก็คือผู้มีพระคุณสำหรับเธอและครอบครัว"ครับ ขอให้หายไว ๆ ผมคงต้องกลับก่อน" ตงหยางบอกก่อนที่จะหันไปมองคนสนิทและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ จากนั้นจึงก้าวออกจากห้องไปทันที"ทำ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status