แชร์

บทที่ 3.5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-26 20:38:52

หานอวี้จือคว้าแขนหญิงสาวลุกพรวด คนคุ้มกันและสาวใช้รีบเข้ามาปกป้องผู้เป็นนาย งานเทศกาลมีคนดื่มและทะเ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.6 จบ

    หลินกวานอีแข็งแกร่งมากสองแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำ ทว่านางกลับมีสีหน้าปวดใจเมื่อมองเห็นแผลเป็นมากมายบนตัวของเขา “ท่านพี่”เขาหัวเราะด้วยท่าทีจนใจ “เห็นเจ้าทำหน้าเช่นนี้คราวหลังข้าควรระวังไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บสินะ”นางเม้มปาก“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว จริงๆ” เขากระซิบเชยคางนางขึ้น สายตาคมของเขาบอกนัยบางอย่างจนหญิงสาวแก้มแดงซ่าน“แต่ว่าพวกเราเพิ่ง...เมื่อวาน”“แล้วอย่างไร” เขากระซิบเสียงพร่าสองมือเริ่มลูบไล้ใต้ผิวน้ำ จุมพิตปลุกเร้าสองมือเล้าโลม สวี่เชียนพบว่าหลังออกเดินทางหลินกวานอีมีแต่จะเร่าร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหากได้เข้าพักในโรงเตี๊ยมเขากับนางก็มักจะ...ครึ่งเดือน...การเดินทางไกลครั้งแรกของสวี่เชียน นางเหนื่อยล้าจนหลังได้แช่น้ำอุ่น กินอาหารเต็มอิ่ม หลังจากนั้นก็หลับลึก หลับยาวจนฟ้ามืด!!!จำได้ว่าตอนที่นางเข้านอนสามีบอกว่าจะออกไปค่ายทหาร ทว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ หลับสนิทสวี่เชียนขยับพลิกตัวหันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม เงยหน้าขึ้นมองเขาเงียบๆ แนวกรามน่ามอง จมูกโด่งได้รูป เรือนกายกำยำสูงใหญ่ ท่อนแขนที่โอบกอดนางหลวมๆ ดวงตาที่หลับนิ่งทว่าในยามลืมตากลับมองนางด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.5

    งานมงคลของแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลิน ผู้คนอวยพรด้วยความยินดี เจ้าบ่าวขี่ม้าสีดำนำขบวนรถม้าหรูหรา ขบวนเจ้าสาวมีรถม้าหกคัน เกวียนอีกสิบคัน หีบสินเดิมมากมายจนกองพะเนิน ขบวนยาวถึงสามมุมถนน กับบ่าวไพร่ที่เดินตามหลังงานแต่งงานแห่งปีงานแรกของปีหลังหิมะละลาย แม่ทัพหล่อเหลามากผลงาน กับคุณหนูจวนกั๋วกงผู้งดงามเพียบพร้อม เป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกอย่างแท้จริงพิธีไหว้ฟ้าดินเต็มไปด้วยขุนนางราชสำนักที่มาอวยพร งานเลี้ยงครึกครื้นที่เต็มไปด้วยสุราอาหาร ผู้บัญชาการและฮูหยินที่ยิ้มหน้าบาน ด้วยบุตรชายคนโตในที่สุดก็เป็นฝั่งเป็นฝา คราแรกยังคิดว่าบุตรชายเสียสติ เฝ้าตามปกป้องสตรีที่ยังไม่ออกเรือนมากกว่าสิบปี ทว่าบัดนี้จึงพบว่าบุตรชายเป็นคนที่มั่นคงหนักแน่นยิ่งนักคุณหนูรองสวี่เชียนเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย การเรือนไม่บกพร่อง นิสัยอ่อนโยนมีเมตตา นับเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางความรักและการอบรมสั่งสอนของบิดามารดาในห้องหอบ่าวสาวเกี่ยวแขนดื่มสุรามงคล สองแก้มเจ้าสาวแดงซ่าน รอยยิ้มงดงามอ่อนหวาน หลินกวานอีลูบแก้มหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม เขาก้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา กระทั่งได้ฤกษ์งามยามดีประตูห้องหอปิดลงในที่สุดหล

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.4

    “เราเพิ่งพบหน้าจำได้หรือไม่ ข้าทำไม่ได้ รออีกหน่อยข้าจะมารับเจ้าเข้าจวนอย่างถูกต้อง ไม่ให้เจ้าน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ให้ผู้ใดครหา”นางอยากกอดเขา...หญิงสาวสะอื้นจนเสี่ยวอี๋ตกใจ เห็นสวี่เชียนยื่นมือออกไปกุมเสื้อคลุมด้านหน้าของหลินกวานอี ผู้เป็นสาวใช้ได้แต่ตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสองไม่เข้าใจสักนิด ที่จับใจความได้คือแม่ทัพหลินจะรับคุณหนูเข้าจวน!!!“คุณหนูเจ้าคะ!! แม่สื่อเจ้าค่ะ แม่ทัพหลินส่งแม่สื่อมาทาบทาม จากนั้นผู้บัญชาการหลินกับหลินฮูหยินก็มาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ!!!”สวี่เชียนกอดเสื้อคลุมที่เพิ่งได้มา นางก้มหน้าซุกใบหน้ากับเสื้อคลุมร่ำไห้ออกมาด้วยความสับสน นางยังคงรู้สึกเศร้ากับความทรงจำที่ปนเป แต่ก็ดีใจที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว เขากลับมาแล้ว ปลอดภัย อีกทั้งยังจดจำทุกสิ่งได้!!!กลางดึกคืนนางนอนไม่หลับ ได้แต่นั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่หิมะโปรยปราย เงาร่างสูงกลางสวนทำให้นางสะดุ้ง เมื่อลุกขึ้นยืนจึงพบว่าไม่ได้ตาฝาด!!!สวี่เชียนวิ่งออกมาจากเรือนตรงไปที่สวน นางไม่ลังเลสักนิดตอนที่พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลินกวานอี “ข้าคิดถึงท่าน!”ชายหนุ่มยกแขนขึ้นรับนา

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.3

    สวี่เชียนเหม่อลอยเพราะสิ่งที่ได้รับรู้ แม้กระทั่งตอนที่นางเข้าพิธีปักปิ่น นางก็ยังเหม่อลอยไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ย้อนกลับมา แท้ที่จริงแล้วเกิดสิ่งใดที่นางพลาดไปบ้าง ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปไม่เหลือสิ่งใดให้แก้ไข ถึงอย่างนั้น...เขาคนนั้นกลับอยู่ไกลถึงแดนเหนือ อีกทั้งยังมีฐานะที่ไกลเกินเอื้อม...แม่ทัพหลิน หลินกวานอีหลักพิธีปักปิ่นมีแม่สื่อส่งเทียบเข้ามาทาบทาม สวี่เชียนมองมารดาตื่นเต้นกับรายชื่อของคุณชายจวนต่างๆ ทว่านางกลับมีท่าทีเฉยเมยอากาศหนาวเหน็บเกรงว่าอีกไม่กี่วันหิมะคงจะตกเป็นแน่ หญิงสาวสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนาอบอุ่น เดินออกมาจากจวนด้วยท่าทางเหม่อลอย เสี่ยวอี๋เดินตามหลังนางมาด้วยความเป็นห่วง ข้างหลังยังมีคนคุ้มกันสองคนที่คอยติดตาม“ข้าเพียงอยากเดินเล่นไม่มีอะไร”“คุณหนูท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ท่านเหม่อลอยบ่อยครั้ง ครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง แถมยังทำเหมือนจำเรื่องราวบางอย่างไม่ได้อีก ข้าน้อย...เป็นห่วง”หญิงสาวอมยิ้ม “ข้าจะเป็นอะไรได้เล่า”นางกระชับเสื้อคลุมเงยหน้าขึ้นมองต้นดอกเหมยริมถนน ดอกเหมยสีแดงเบ่งบานเต็มต้น ผู้คนบนถนนเดินสวนกันไปมาทว่านางไม่ได้ใส่ใจมอง เพียงยืนอยู่ตรงนั้นมองต้นเหมยท

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.2

    สวี่เซียวส่ายหน้า “ก็มิใช่เจ้าบอกท่านพ่อท่านแม่ว่าไม่ต้องเชิญผู้ใดมา? ด้านนอกมีเพียงสหายท่านพ่อท่านแม่ไม่กี่คน กับท่านลุงท่านป้าสะใภ้แล้วก็คนตระกูลหาน ทำไมหรือหรือว่าเจ้าเสียใจแล้ว? ข้าก็คิดอยู่ว่าปักปิ่นแต่ไม่จัดให้ยิ่งใหญ่ ไม่สมกับเป็นบุตรสาวท่านกั๋วกง ด้านนอกไม่ครึกครื้นเสียเลย”นางพยักหน้ารับรู้ “เท่านี้ก็นับว่าครึกครื้นแล้วเจ้าค่ะ” ไม่มีคนตระกูลเสิ่นได้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี“แล้ว...ท่านไม่เชิญสหายหรือเจ้าคะ” เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง หลินกวานอีในช่วงเวลานี้...“ไม่เชิญ วันนี้ในวังหลวงเองก็มีงานเลี้ยงชมบุปผา หน่วยองครักษ์ไม่มีใครว่างสักคน หัวหน้าโจวยังบ่นที่พี่ใหญ่ของเจ้าไม่เชิญพวกเขาจึงไม่อาจแอบมาอู้ที่นี่”“หัวหน้าโจว??”“ใช่สิ หัวหน้าหน่วยองครักษ์ ผู้บังคับบัญชาหน่วย เจ้าลืมไปแล้วหรือ คนที่เคยส่งขนมมาอวยพรวันเกิดเจ้าปีที่แล้ว เจ้ายังบอกว่าฝีมือของฮูหยินเขาดีมาก”“หัวหน้าหน่วยของท่านมิใช่...” นางตกใจจนหันขวับ เสี่ยวอี๋เผลอทำเส้นผมของนางขาดจึงส่งเสียงอุทาน“เจ้าเป็นอะไรไป” สวี่เซียวมองนางด้วยสายตาประหลาดใจหลินกวานอี...มิใช่หัวหน้าหน่วยองครักษ์?! เช่นนั้นตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร “พี่ใ

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 6.1

    สวี่เชียนอ้าปากจะปลอบโยน ทว่า...สิ่งที่พุ่งออกมานั้นคือเลือดเค็มปร่า ร่างของนางค่อยๆ เย็นเยียบ ความเจ็บปวดชาเริ่มลามไปทั่วร่าง“ข้า...ช่วยท่านได้แล้ว” นางยิ้มให้เขามองดูใบหน้าเศร้าโศกและเจ็บปวดของเขา“เชียนเชียน... มองข้า ไม่เป็นไร เจ้าจะไม่เป็นไร ตามหมอ ตามหมอเร็วเข้า!!” เขาก้มลงมองนางมือแตะข้างแก้ม “ไม่เป็นไร อีกครู่ท่านหมอก็มาแล้ว อีกเดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว เจ้ามองข้าเอาไว้ ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้”หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ได้โปรด เชียนเชียน เจ้าอย่าหลับ มองข้าเอาไว้”นางสงสารเขาสุดหัวใจ “พี่กวานอี” นางพยายามส่งเสียง “อย่าเศร้าไปเลย ไม่เป็นไร ข้าไม่เจ็บ”เขากอดนางแนบอก “เชียนเชียน เชียนเชียน” เขาเอาแต่ร้องเรียกนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว “อย่าไปนะ เจ้าห้ามไปจากข้า ได้โปรด สวรรค์ อย่าพานางไปจากข้า”“พี่กวานอี...ข้ารักท่าน ดังนั้นอย่าเศร้า...” นางพยายามลืมตามองเขา ทว่าทุกอย่างพร่าเลือน อ้อมกอดอบอุ่นของเขารัดแน่นเข้า ทว่านางกลับไม่รู้ถึงไออุ่นของเขา “พี่กวานอี ข้าขอโทษ”“ไม่!!! เจ้าอย่าไป เชียนเชียน เชียนเชียน!!!”ข้าขอโทษ... นางได้แต่พร่ำพูดปลอบโยนเขา จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 2.1

    นาง...มองตามแผ่หลังองอาจกำยำของชายหนุ่ม เขาเองคล้ายรับรู้ได้จึงหันกลับมามอง ทว่าก็ต้องทำเป็นค้อมศีรษะให้สวี่กั๋วกงและสวี่เซียว“ตอนนั้นเขาเป็นอย่างไร หลินกวานอีปลอดภัยหรือไม่”หญิงสาวสะดุ้งเพราะคำถามของผู้เป็นพี่ชาย ตอนแรกไม่ใช่ไม่เชื่อหรอกหรือ เพราะเช่นนี้จึงไม่เคยถามถึงชะตากรรมของแต่ละคน“ไปสนทนา

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 1.5

    หัวใจของนางเต้นเร็วมาก ทั้งที่นางวิ่งสุดแรงแต่ทุกอย่างกลับเชื่องช้าราวกับชั่วอายุขัย ในใจของนางโลดแล่น หลินกวานอี ผู้บังคับบัญชาหลิน นางต้องเห็นกับตาตัวเองว่าเขายังมีชีวิตอยู่ห้องโถงหน้าอยู่ไกลออกไปอีกสิบก้าว นางลดความเร็วลงกลายเป็นเดิน ลมหายใจหอบหนักด้วยความเหนื่อย ข้างหลังมีเสียงของเสี่ยวอี๋ดังต

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 1.4

    เรื่องหลังจากวันที่นางล้มป่วย มารดาไม่รู้ น้องคนอื่นไม่รู้ นางบอกเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตื่นและเรื่องรั่วไหลออกไป และแน่นอนนางบอกเท่าที่บอกได้ ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าหลินกวานอีจะได้เป็นผู้บัญชาการในอีกสามปีถัดจากนี้อาการป่วยของนางถูกลือกันไปต่างๆ นานา หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นกุม

  • ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน   บทที่ 1.3

    ความเจ็บปวดที่แผ่ลาม ความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน ความผิดหวังและความเศร้าโศกเสียใจ สายตาของนางมองไปยังศีรษะที่อยู่บนกำแพงเมืองหลวง“หลินกวานอี...ผู้บังคับบัญชาหลิน ข้า...มาช่วยท่านไม่ทัน”แล้วทุกอย่างก็มืดดับ...ในเรือนดอกเหมยจวนสวี่กั๋วกง เสียงกรีดร้องดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้คนในจวน วันนี้นับเป็นวันส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status