ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน

ย้อนห้วงกาลยามเหมันต์หวนคืน

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-31
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
35Bab
2.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

#แนวย้อนอดีต เกิดใหม่ในร่างเดิม สวี่เชียน คุณหนูรองจวนสวี่กั๋วกง แต่งให้กับ เสิ่นอวิ๋น แม่ทัพเสิ่นที่ทั้งหล่อเหลาและมากความสามารถ ถึงอย่างนั้นผ่านไปเพียงสามปี เขากลับร่วมมือกับองค์ชายก่อกบฏ!!! ตระกูลสวี่ล่มสลาย ผู้คนล้มตายเกลื่อนเมืองหลวง หญิงสาวได้รับความช่วยเหลือจากผู้บัญชาการหลิน หลินกวานอี ชายหนุ่มผู้ถือทวนเลือดอาบย้อมทั่วร่าง เขาช่วยส่งนางออกจากเมืองหลวง มอบของสำคัญให้เป็นของขวัญ แม่ทัพหนุ่มขอร้องให้นางไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง จากนั้นเขาวกกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อช่วยองค์รัชทายาท นาง...ทำทุกอย่างสำเร็จทว่าเมื่อย้อนกลับมา ภาพที่ได้พบคือศีรษะของเขาถูกเสียบประจานที่กำแพงเมืองหลวง!!! เสิ่นอวิ๋นเห็นนางทรยศลอบออกไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง ดังนั้นจึงคว้าธนูยิงออกมาสังหารนางอย่างเหี้ยมโหดไร้ความลังเล!! ศรแหลมคมปักลงกลางอก ความเจ็บปวดแผ่ลามพร้อมกับสติที่เลอะเลือน ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางกลับพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงในวันเข้าพิธีปักปิ่น!!! สามปีหลังจากนี้เสิ่นอวิ๋นจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อกบฏ สามเดือนหลังจากนี้นางจะต้องหมั้นหมายและแต่งให้เสิ่นอวิ๋น สวี่เชียนลุกพรวด!! นางจะไม่ยอมแต่งให้เดรัจฉานผู้นั้น!! จะไม่ยอมให้ตระกูลสวี่ต้องล่มสลายอีกครั้งแน่นอน!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1

เสียงกรีดร้องของสาวใช้ทำให้หญิงสาวรีบเอามือปิดปาก ภายในช่องมองลอดจากกองไม้ สวี่เชียนมองเห็นสาวใช้ของตนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด หลังจากทั้งสองแอบหนีออกมาจากจวนแม่ทัพเสิ่น

บ้านเมืองคับขัน การเข่นฆ่าสังหารกระจายอยู่ทั่วมุมเมือง องค์ชายรองร่วมมือกับขุนนางคนสนิทก่อกบฏ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นก็คือสามีของนาง แม่ทัพเสิ่น เสิ่นอวิ๋น!!!

สามปีที่แต่งให้เขา ความรัก ความอ่อนโยน แม้แต่ท่าทีจงรักภักดีต่อบ้านเมือง กลับสูญสลายราวกับภาพลวงตา

ชื่อเสียง อำนาจ อิทธิพล เงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ ทุกอย่างดึงดูดให้ขุนนางเกิดความละโมบ เสิ่นอวิ๋นเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความทะเยอทะยาน เขาร่วมมือกับผู้อื่นเล่นงานบิดา สังหารพี่ชาย ทำให้จวนกั๋วกงล่มสลาย แม้นางยังคงมีชีวิตอยู่แต่ก็คงอีกไม่นาน ด้วยมารดาของเขาเห็นนางเป็นหอกข้างแคร่มานานแล้ว หลังจวนกั๋วกงไม่ให้ความร่วมมือ นางไม่หนีสิจึงจะเป็นเรื่องที่โง่เขลา

บิดา มารดาของนางถูกกักบริเวณในจวน นางจะไปหาบุพการีทั้งสอง จากนั้นหลบหนีออกจากเมืองหลวง ไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่งล่วงรู้และเข้ามาปราบกบฏ!!!

หญิงสาว...เพิ่งผ่านตรอกมืดๆ ใกล้ทางเข้าจวนกั๋วกง ทว่าตอนนั้นเองนางกลับถูกลากให้กลับเข้าไปในตรอก มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดปิดปากที่กำลังจะส่งเสียงกรีดร้อง

สวี่เชียนดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าที่ทำได้คือปัดป่ายมืออย่างไร้ความหวัง

“อย่าส่งเสียงหากไม่อยากตาย!”

เสียงกระซิบดุดันดังขึ้นข้างหู ทั้งสองล้มลงไปนั่งบนพื้นข้างๆ กองกระสอบบนพื้น จากนั้นในเงามืดหญิงสาวมองเห็นกลุ่มทหารที่กำลังวิ่งวนคล้ายหาอะไรบางอย่าง ใครบางคน...

กลิ่นเลือดคละคลุ้ง เสียงกรีดร้องดังแว่ว เสียงขอความช่วยเหลือ และ...จังหวะหัวใจที่มั่นคงแม้สถานการณ์น่าหวาดหวั่น นางเพิ่งรู้ตัวว่านั่งแหมะลงบนตักของชายที่ซ้อนตัวอยู่ด้านหลัง

มือของเขาถือทวนเล่มหนึ่งไม่ปล่อย ลมหายใจสะดุดเป็นจังหวะ “ข้า...จะปล่อยเจ้า แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะไม่ส่งเสียง ด้านนอกนั่นเต็มไปด้วยโจรกบฏ”

นางรีบพยักหน้าเร็วๆ ด้วยความตื่นกลัวดังนั้นเขาจึงปล่อยมือ สวี่เชียนรีบลุกขึ้นยืนจากนั้นหันกลับไปมองบุรุษที่ช่วยชีวิต เขาเองก็ลุกขึ้นยืนแล้ว เช่นนี้นางจึงต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยเขาตัวสูงใหญ่ยิ่งนัก ความสูงของนางนั้น...หน้าผากน่าจะอยู่แถวๆ ปลายคางเขาด้วยซ้ำ

“ขะ...ขอบคุณที่ช่วยเจ้าค่ะ”

เขาส่งเสียง “จะกลับจวนหรือ”

นางเงยหน้าเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ไขความสงสัยให้นางว่าเหตุใดรู้จักนาง “สวี่กั๋วกงกับฮูหยินมิได้อยู่ที่นี่ ฝ่าบาทมีรับให้คุ้มกันสวี่กั๋วกงกับคนที่เหลือรอดออกไปจากเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อเช้า” เขาเพิ่งพูดจบก็มีเสียงกรีดร้องของอิสตรี

บนถนนทหารกบฏกำลังลากคุณหนูจากจวนใดจวนหนึ่ง ส่งเสียงหัวเราะและพูดจาหยาบโลน การก่อกบฏที่เต็มไปด้วยความโสมม ทหารที่ข่มขืนเข่นฆ่าสังหารอย่างไร้คุณธรรม จวนใหญ่ถูกปล้นฆ่า จวนเล็กถูกเผาทำลาย เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยควันดำมืดของความโฉดชั่ว ไร้สิ้นซึ่งความสงบ ความยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่งเช่นในอดีต

ชายหนุ่มตรงหน้ามองนางด้วยสายตายุ่งยาก “ตามข้ามา” เขากระซิบจากนั้นลากนางให้ออกเดิน “ข้ากำลังจะไปยังจวนใต้เท้าฟู่ องค์รัชทายาททรงประทับอยู่ที่นั่น หากโชคดีเจ้าอาจจะได้ออกไปจากเมืองหลวงพร้อมทุกคน ไปยังเมืองกู่ซางเพื่อขอกำลังพลของแม่ทัพซ่งให้เข้ามาปราบกบฏ บิดาของเจ้าเองก็น่าจะอยู่ที่นั่น”

เขาพานางหลบเร้นในความมืด ลัดเลาะไปตามถนนที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด มือหยาบกระด้างจับข้อมือของนางแน่นข้างหนึ่ง อีกข้างกุมทวนที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ระหว่างทางเขากรุยทางนางเดินตาม สองมือของเขาเต็มไปด้วยเลือด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่านางกลับปลอดภัยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน

ลูกธนูพุ่งเข้ามาจากอีกฟากของถนน เขาผลักนางจนกระเด็นทำให้เขาต้องคันศรนั้นกลางอก เสียงตะโกนดังขึ้น

“ข้ายิงเขาแล้ว! ข้ายิงผู้บัญชาการหลินแล้ว!”

ผู้บัญชาการหลิน??

สวี่เชียนเบิกตาปราดเข้าไปประคองชายหนุ่ม เขาซัดทวนในมือออกไปแทงทะลุชายคนที่กำลังตะโกน จากนั้นร่างก็แทบจะทรุด หญิงสาวยกแขนเขาพาดบ่า ช่วยประคองเขาให้ออกเดิน

“ไป” เขาสูดลมหายใจยกมือขึ้นหักปลายลูกธนู

“ท่าน…!!!” นางเบิกตามองเขา

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
35 Bab
บทที่ 1.1
เสียงกรีดร้องของสาวใช้ทำให้หญิงสาวรีบเอามือปิดปาก ภายในช่องมองลอดจากกองไม้ สวี่เชียนมองเห็นสาวใช้ของตนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด หลังจากทั้งสองแอบหนีออกมาจากจวนแม่ทัพเสิ่นบ้านเมืองคับขัน การเข่นฆ่าสังหารกระจายอยู่ทั่วมุมเมือง องค์ชายรองร่วมมือกับขุนนางคนสนิทก่อกบฏ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นก็คือสามีของนาง แม่ทัพเสิ่น เสิ่นอวิ๋น!!!สามปีที่แต่งให้เขา ความรัก ความอ่อนโยน แม้แต่ท่าทีจงรักภักดีต่อบ้านเมือง กลับสูญสลายราวกับภาพลวงตาชื่อเสียง อำนาจ อิทธิพล เงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ ทุกอย่างดึงดูดให้ขุนนางเกิดความละโมบ เสิ่นอวิ๋นเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความทะเยอทะยาน เขาร่วมมือกับผู้อื่นเล่นงานบิดา สังหารพี่ชาย ทำให้จวนกั๋วกงล่มสลาย แม้นางยังคงมีชีวิตอยู่แต่ก็คงอีกไม่นาน ด้วยมารดาของเขาเห็นนางเป็นหอกข้างแคร่มานานแล้ว หลังจวนกั๋วกงไม่ให้ความร่วมมือ นางไม่หนีสิจึงจะเป็นเรื่องที่โง่เขลาบิดา มารดาของนางถูกกักบริเวณในจวน นางจะไปหาบุพการีทั้งสอง จากนั้นหลบหนีออกจากเมืองหลวง ไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่งล่วงรู้และเข้ามาปราบกบฏ!!!หญิงสาว...เพิ่งผ่านตรอกมืดๆ ใกล้ทางเข้าจวนกั๋วกง ทว่าตอนนั้นเองนางกลับถูกลากให้ก
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2
ใกล้จะถึงจวนตระกูลฟู่แล้ว... แต่ที่นั่นกลับกำลังถูกล้อม หลินกวานอีมองหญิงสาวตรงหน้า ตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจพานางออกไป ไม่อาจลุล่วงสิ่งที่ได้รับมอบหมาย“คุณหนูรองสวี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งในมุมมืด หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าเขา ฉีกชายกระโปรงเป็นริ้วๆ พันรอบๆ แผลที่กลางอกของอีกฝ่าย“ท่านผู้บัญชาการอดทนอีกหน่อย ข้า...”เขาคว้าข้อมือของนาง “เจ้าช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่”“ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร”“ไปที่หมู่บ้านสุ่ยซี ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านนามซูผิง บอกเขาว่าข้าไปไม่ถึงที่นั่น ข้าส่งเจ้าไปแจ้งข่าว” จากนั้นเขาก็ส่งแพรพรรณสีเหลืองทองมาให้พร้อมกับตราพยัคฆ์ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือราชโองการกับตราเคลื่อนทัพ “ไปที่ประตูเมืองตะวันออก ต้นหลิวริมคลองมีเรือจอดอยู่ ที่นั่นจะมีคนแซ่ซือถูรออยู่ เขาจะถามเจ้าให้เจ้าตอบว่าต้นหลิวโค่นลงไปในน้ำ จากนั้นเขาจะส่งเจ้าออกจากเมืองหลวง”“แล้วท่านเล่าเจ้าคะ”เขายิ้มยกมือขึ้นช่วยทัดผมให้นาง สวี่เชียนขมวดคิ้วงุนงงกับท่าทีอ่อนโยนของเขา ดวงตาของเขาที่มองนางไม่คล้ายมองคนแปลกหน้า ทว่านางจำไม่ผิดแน่นอนหากได้พบและรู้จักกับอีกฝ่ายมาก่อน... หลินกวานอีเป็นผู้บังคับบัญชาของพี่ชายหญิงสาว น
Baca selengkapnya
บทที่ 1.3
ความเจ็บปวดที่แผ่ลาม ความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน ความผิดหวังและความเศร้าโศกเสียใจ สายตาของนางมองไปยังศีรษะที่อยู่บนกำแพงเมืองหลวง“หลินกวานอี...ผู้บังคับบัญชาหลิน ข้า...มาช่วยท่านไม่ทัน”แล้วทุกอย่างก็มืดดับ...ในเรือนดอกเหมยจวนสวี่กั๋วกง เสียงกรีดร้องดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้คนในจวน วันนี้นับเป็นวันสำคัญเพราะคุณหนูรองของจวนกำลังจะมีพิธีปักปิ่น อยู่ๆ พิธีก็ถูกยกเลิก ท่านกั๋วกงให้คนเร่งไปตามหมอลือกันว่าคุณหนูรองจวนกั๋วกงล้มป่วยกะทันหัน สวี่กั๋วกงร้อนใจกระทั่งขอลางานราชการสามวัน ฮ่องเต้เมตตาส่งหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการ ฟังว่าคุณหนูรองได้รับความตระหนกตกใจจนล้มป่วย ใบหน้าซีดขาว ร่างกายปวกเปียก แม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกจากเตียงก็ยังไม่มี สาเหตุไม่มีใครรู้ได้ ผู้คนต่างก็คาดเดาไปต่างๆ นานา กระทั่งหมอหลวงเองก็ไม่เข้าใจ“กระหม่อมตรวจแล้วตรวจอีกทว่าก็ไม่พบสาเหตุพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างนั้นอาการป่วยของคุณหนูรองสวี่ก็เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน นางเอาแต่บอกว่าเจ็บที่หน้าอกราวกับมีของแหลมคมทิ่มแทง ราวกับมีคนยิงธนูทะลุหน้าอก ถึงตอนนี้ฝังเข็มก็แล้ว ดื่มยาก็แล้ว ชีพจรของนางก็ยังอ่อนแออยู่ดี”ฮองเฮามีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนั
Baca selengkapnya
บทที่ 1.4
เรื่องหลังจากวันที่นางล้มป่วย มารดาไม่รู้ น้องคนอื่นไม่รู้ นางบอกเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตื่นและเรื่องรั่วไหลออกไป และแน่นอนนางบอกเท่าที่บอกได้ ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าหลินกวานอีจะได้เป็นผู้บัญชาการในอีกสามปีถัดจากนี้อาการป่วยของนางถูกลือกันไปต่างๆ นานา หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นกุมหน้าอก นางเจ็บจริงๆ รู้สึกได้ถึงลูกธนูที่พุ่งทะลุกลางอก ความเจ็บปวดเป็นของจริง และนางเองก็สิ้นใจไปแล้วจริงๆ กระทั่งย้อนอดีตกลับมาในวันที่นางสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงนางจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเดิมซ้ำอีกเป็นแน่!!!“คุณหนู...ซื่อจื่อมาเจ้าค่ะ” เสี่ยวอี๋ส่งเสียงที่หน้าประตู“ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” นางหันกลับไปจากนั้นปิดหน้าต่างเดินออกมาจากห้องนอน สวี่เซียว พี่ชายของนางนั่งรินชากรุ่นร้อน เขาเหลือบมองนางเล็กน้อย“สีหน้ายังไม่ดีขึ้นเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจสวี่เชียนเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงกันข้าม “พี่ใหญ่มาหาข้ามีเรื่องใดหรือ”“ต้องมีเรื่องจึงมาหาเจ้าได้หรือไร ข้ามาเยี่ยมเจ้าไม่ได้หรือ”นางยิ้ม “ข้ารู้ว่าในแต่ละวันท่านต้องยืนเฝ้ายามที่วังหลวงนานหลายชั่วยาม ตอนนี้ได้กลับจวนไม่ต้องไปพักผ่อนหรือ”เขารินชาส่งให
Baca selengkapnya
บทที่ 1.5
หัวใจของนางเต้นเร็วมาก ทั้งที่นางวิ่งสุดแรงแต่ทุกอย่างกลับเชื่องช้าราวกับชั่วอายุขัย ในใจของนางโลดแล่น หลินกวานอี ผู้บังคับบัญชาหลิน นางต้องเห็นกับตาตัวเองว่าเขายังมีชีวิตอยู่ห้องโถงหน้าอยู่ไกลออกไปอีกสิบก้าว นางลดความเร็วลงกลายเป็นเดิน ลมหายใจหอบหนักด้วยความเหนื่อย ข้างหลังมีเสียงของเสี่ยวอี๋ดังตามมาแต่นางไม่ได้หยุดสวี่เชียนมองเห็นเงาร่างของบุรุษสองคนในโถงรับรอง ทั้งสองดูเหมือนจะมองเห็นแล้วว่านางกำลังเดินเข้าไป ทว่า...ขณะที่สวี่เซียวกำลังเดินออกมาและเอ่ยถาม หญิงสาวกลับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า“หิมะ...ตกแล้ว” นางพึมพำยื่นมือออกไปข้างหน้าแบมือรองรับเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายอากาศหนาวเหน็บ สายลมพัดผ่าน ในยามที่นางก้มหน้าลงมองฝ่ามือตัวเอง หันสายตากลับไปยังประตูโถงรับรอง สายตาคมคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมา เขายืนอยู่ตรงนั้นมองมาที่นางหลินกวานอี...“คุณหนูหิมะตกแล้วท่านไม่หนาวหรือเจ้าคะ” เสี่ยวอี๋รีบคลุมเสื้อคลุมให้นาง“เชียนเชียน” สวี่เซียวเองก็เดินมาหยุดลงตรงหน้า เขาก้มลงขมวดคิ้วสบตากับนางนิ่ง “หิมะตกแล้ว” นางมองเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของผู้เป็นพี่ชาย “อย่างที่เจ้าบอก”นางละสายตามองข้ามไห
Baca selengkapnya
บทที่ 2.1
นาง...มองตามแผ่หลังองอาจกำยำของชายหนุ่ม เขาเองคล้ายรับรู้ได้จึงหันกลับมามอง ทว่าก็ต้องทำเป็นค้อมศีรษะให้สวี่กั๋วกงและสวี่เซียว“ตอนนั้นเขาเป็นอย่างไร หลินกวานอีปลอดภัยหรือไม่”หญิงสาวสะดุ้งเพราะคำถามของผู้เป็นพี่ชาย ตอนแรกไม่ใช่ไม่เชื่อหรอกหรือ เพราะเช่นนี้จึงไม่เคยถามถึงชะตากรรมของแต่ละคน“ไปสนทนากันในห้องหนังสือเถิด” สวี่เหยียนกล่าวเสียงเคร่งเครียด เกรงว่าตอนนี้บิดากับพี่ชายยอมเชื่อนางแล้ว...มองไปยังทางเดินที่บัดนี้ไร้เงาของชายหนุ่มอีกคน สวี่เชียนลอบถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ผู้บัญชาการหลิน ท่านจะต้อง...ไม่เป็นไร” นางกอดกล่องพู่กันแน่นชาติก่อนนางไม่เคยได้อะไรจากเขา ไม่เคยพบกันเพราะหลังปักปิ่นนางก็หมั้นหมายและออกเรือน การจะออกไปพบปะผู้คนนั้นจะดูไม่เหมาะสม จะรับของจากบุรุษอื่นที่มิใช่ญาติยิ่งเป็นไปไม่ได้ตอนนั้นจำได้ว่าหลังพบเสิ่นอวิ๋นนางก็มีใจให้ทันที ไม่เคยมองบุรุษอื่น ปักใจอย่างโง่งมไร้เดียงสาว่าสามารถฝากทั้งชีวิตกับเขาได้ตอนนี้นางมิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาคนเดิมอีกแล้ว นางจะต้องเปลี่ยนชะตาของทุกคน คนตระกูลสวี่จะต้องปลอดภัย เช่นกันกับหลินกวานอี เขาจะต้อง...ปลอดภัย เขา...รู้สึกอิจฉาสวี
Baca selengkapnya
บทที่ 2.2
นอกจากเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์แล้ว หลินกวานอียังรั้งฐานะหลินซื่อจื่อ แม้ไม่ได้รั้งอยู่ที่ชายแดนกับบิดามารดา ทว่าผู้สืบทอดตระกูลหลินก็ยังคงเป็นเขาที่รับหน้าที่ ปีนี้อายุย่างเข้ายี่สิบสองทว่าการแต่งงานก็ยังไม่ได้ถูกกำหนดหนึ่งคือ...คู่หมายของเขายังไม่ปักปิ่น เหยียนอันโหวรั้งอยู่ที่ชายแดนตะวันตก บุตรสาวเองก็เช่นกัน แม้หมั้นหมายแต่กลับไม่เคยได้พบหน้าสองคือ...การแต่งงานของเขาส่งผลถึงราชสำนักหลายๆ ด้าน หากฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาตเกรงว่าการแต่งงานนี้คงจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆสามคือ...การจะหาคู่ครองที่เหมาะสม ไม่ทำให้ตระกูลหลินมีอำนาจมากขึ้นกว่าที่เป็นนั้นยากยิ่ง แม้เขาหมั้นหมายแล้วแต่ตระกูลหลินเดิมทีก็ครอบครองแดนเหนือไม่มีผู้อื่น หากแต่งกับบุตรสาวคนเดียวของเหยียนอันโหวกำลังพลในมือยิ่งเพิ่มพูน หากเป็นเมื่อก่อนเหยียนอันโหวยังไม่มีผลงานก็แล้วไป ทว่าตอนนี้...สวี่เซียวเดินขมวดคิ้วเข้ามายังจุดที่เขาอยู่ ชายหนุ่มได้แต่ประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น มิใช่มารดากับน้องสาวมาเยี่ยมหรอกหรือ แล้วนี่เจ้าทำหน้าตาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”อีกฝ่ายถอนหายใจ “ข้าสังหรณ์ใจไม่ดีนัก”“เรื่องอะไรหรือ”สวี่เซียวมองตามมารดากับน
Baca selengkapnya
บทที่ 2.3
นางเม้มปากมีท่าทีลังเลทว่าก็เต็มไปด้วยความจริงจัง “ข้ามียาสมานแผล ให้ท่านขวดหนึ่งก็ได้ อีกขวดรบกวนฝากท่านนำไปมอบให้พี่ใหญ่ด้วย พี่ใหญ่ของข้า...สวี่เซียว”เขารับยาสมานแผลสองขวดมาถือเอาไว้ “ได้ ข้าจะนำไปมอบให้เขาแน่นอน”“อีกขวดท่านเก็บเอาไว้ใช้ได้เลยนะเจ้าคะ นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี รับรองใช้ไม่กี่ครั้งก็หาย” นางมีท่าทีจริงจังจนเขาอดที่จะหัวเราะไม่ได้“ได้ข้าต้องใช้มันแน่นอน ขอบใจเจ้ามาก”“เช่นนั้นข้าไปก่อน”แล้วนางก็หมุนตัววิ่งกลับเข้าไปยังประตูอีกฟาก เขาเรียกคนเฝ้าประตูเข้ามาถาม รู้มาว่านางแอบหลบขันทีเข้ามาหาพี่ชายอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่เข้าวังหลวงมากับมารดาก็มักจะนำของมาฝากเอาไว้เสมอหลินกวานอีมองขวดยาสมานแผล รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนขึ้น ความรู้สึกอิจฉาที่สวี่เซียวมีครอบครัวที่ห่วงใย มีน้องสาวที่คอยเอาใจใส่ ทำให้เขาเองก็รู้สึกเหงาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขา...อยากไปเยี่ยมบิดามารดาที่แดนเหนือสักครั้งหลายวันถัดมาระหว่างกลับจวนหลินกวานอีได้พบนางอีกครั้ง สวี่เชียน... เด็กสาวมากับสาวใช้และคนคุ้มกันของจวนกั๋วกงสองคน กำลังเลือกซื้อของอยู่ร้านข้างทาง พู่กันที่มาจากต่างถิ่นเรียงรายแปลกตา“คุณหนูหากอย
Baca selengkapnya
บทที่ 2.4
เขาพาอีกฝ่ายไปแอบดูเสิ่นอวิ๋น พบว่าเป็นบุรุษที่ใช้ได้คนหนึ่ง ทว่าเขาเข้าใจที่สวี่เซียวกังวล ตระกูลเสิ่นนั้นอิทธิพลในราชสำนักไม่ธรรมดา เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนตระกูลใหญ่ที่ทำอะไรต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว การที่คนผู้หนึ่งนิสัยใช้ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีอำนาจตัดสินใจ สามารถทำตามใจ หรือแม้กระทั่งปกป้องผู้ใดตามใจ ยิ่งการแต่งงานที่เชื่อมไมตรีผ่านอิทธิพล ผ่านฐานะที่เหมาะสม ยิ่งไม่ได้หมายความว่าชีวิตหลังจากนั้นจะสงบสุขราบรื่นเสิ่นอวิ๋นเป็นคนไม่เลว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ของตระกูลเสิ่นตอนนั้นเป็นอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับว่าฮองเฮาในวันหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะขอเพียงมีคำสั่งลงมาจากฮองเฮา แม้จะต้องหย่าขาดโดยไม่มีสาเหตุ เกรงว่าเสิ่นอวิ๋นก็ไม่มีอำนาจจะทัดทานยิ่งแต่งให้กับบุรุษที่ฐานะสูงส่งกว่า จวนกั๋วกงก็จะไม่มีทางเอื้อมมือเข้าไปก้าวก่าย ไม่อาจช่วยเหลือสวี่เชียน“หัวหน้า!!”น้ำเสียงเช่นนี้... หลินกวานอีถอนหายใจหันกลับไปมองสวี่เซียว “มีเรื่องอะไรอีก”อีกฝ่ายถอนหายใจจากนั้นยื่นเทียบเชิญมาให้ “ท่านไม่ไปไม่ได้นะ ท่านเป็นตัวแทนสองตำแหน่ง ตระกูลหลินแล้วก็หัวหน้าองครักษ์”เขาไม่อยากไป... นึกถึงดว
Baca selengkapnya
บทที่ 2.5
ของส่งมอบแล้วพร้อมความสงสัย มีครั้งหนึ่งเขาหันไปและพบว่านางมองอยู่ นาง...จ้องมองเขาราวกับรู้จักกันมานาน เขามั่นใจว่านางจดจำการพบกันครั้งแรกไม่ได้ แต่การที่นางเอาแต่จ้องมองเขาทุกครั้งที่มีโอกาสทำให้เขาสงสัยมันคล้ายกับว่านางมีเรื่องอยากถาม อยากสนทนา มีเรื่องราวมากมายที่นางอยากบอกให้เขาล่วงรู้หิมะตกหนักมาก... สองพี่น้องตระกูลสวี่ ไม่สิ ยังมีสวี่กั๋วกงอีกคน พวกเขาเอาแต่เหม่อลอยมองหิมะที่ตกลงมาเร็วกว่าทุกปี แถมยังตกหนักมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มองด้วยความสับสนเป็นกังวล ดังนั้นเขาจึงขอตัวกลับนางยังคงจ้องมองเขาในขณะที่บิดาและพี่ชายเอาแต่เหม่อลอย หลินกวานอีอมยิ้มเดินออกมาจากจวน เงยหน้าขึ้นมองหิมะเย็นเยียบ ดอกเหมยบนด้ามพู่กันนั้น หวังว่านางจะชอบ...เดิมทีสิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือตระกูลเสิ่นและตระกูลสวี่มีงานมงคลอันยิ่งใหญ่ หลังจากสวี่เชียนปักปิ่นเพียงสามเดือน ทว่าเหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้ว นางไม่ได้พบกับเสิ่นอวิ๋น ไม่มีการหมั้นหมาย ไม่มีกำหนดการแต่งงาน แม้มารดาของหญิงสาวถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงบ่อยครั้ง ฮองเฮาถามถึงอาการป่วยทุกครั้ง ทว่าการที่หมอหลวงยังคงยืนยันว่าอาการเจ็บหน้าอกของหญิงสาวยังเกิดขึ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status