登入#แนวย้อนอดีต เกิดใหม่ในร่างเดิม สวี่เชียน คุณหนูรองจวนสวี่กั๋วกง แต่งให้กับ เสิ่นอวิ๋น แม่ทัพเสิ่นที่ทั้งหล่อเหลาและมากความสามารถ ถึงอย่างนั้นผ่านไปเพียงสามปี เขากลับร่วมมือกับองค์ชายก่อกบฏ!!! ตระกูลสวี่ล่มสลาย ผู้คนล้มตายเกลื่อนเมืองหลวง หญิงสาวได้รับความช่วยเหลือจากผู้บัญชาการหลิน หลินกวานอี ชายหนุ่มผู้ถือทวนเลือดอาบย้อมทั่วร่าง เขาช่วยส่งนางออกจากเมืองหลวง มอบของสำคัญให้เป็นของขวัญ แม่ทัพหนุ่มขอร้องให้นางไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง จากนั้นเขาวกกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อช่วยองค์รัชทายาท นาง...ทำทุกอย่างสำเร็จทว่าเมื่อย้อนกลับมา ภาพที่ได้พบคือศีรษะของเขาถูกเสียบประจานที่กำแพงเมืองหลวง!!! เสิ่นอวิ๋นเห็นนางทรยศลอบออกไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง ดังนั้นจึงคว้าธนูยิงออกมาสังหารนางอย่างเหี้ยมโหดไร้ความลังเล!! ศรแหลมคมปักลงกลางอก ความเจ็บปวดแผ่ลามพร้อมกับสติที่เลอะเลือน ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางกลับพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงในวันเข้าพิธีปักปิ่น!!! สามปีหลังจากนี้เสิ่นอวิ๋นจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อกบฏ สามเดือนหลังจากนี้นางจะต้องหมั้นหมายและแต่งให้เสิ่นอวิ๋น สวี่เชียนลุกพรวด!! นางจะไม่ยอมแต่งให้เดรัจฉานผู้นั้น!! จะไม่ยอมให้ตระกูลสวี่ต้องล่มสลายอีกครั้งแน่นอน!!
查看更多หลินกวานอีแข็งแกร่งมากสองแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำ ทว่านางกลับมีสีหน้าปวดใจเมื่อมองเห็นแผลเป็นมากมายบนตัวของเขา “ท่านพี่”เขาหัวเราะด้วยท่าทีจนใจ “เห็นเจ้าทำหน้าเช่นนี้คราวหลังข้าควรระวังไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บสินะ”นางเม้มปาก“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว จริงๆ” เขากระซิบเชยคางนางขึ้น สายตาคมของเขาบอกนัยบางอย่างจนหญิงสาวแก้มแดงซ่าน“แต่ว่าพวกเราเพิ่ง...เมื่อวาน”“แล้วอย่างไร” เขากระซิบเสียงพร่าสองมือเริ่มลูบไล้ใต้ผิวน้ำ จุมพิตปลุกเร้าสองมือเล้าโลม สวี่เชียนพบว่าหลังออกเดินทางหลินกวานอีมีแต่จะเร่าร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหากได้เข้าพักในโรงเตี๊ยมเขากับนางก็มักจะ...ครึ่งเดือน...การเดินทางไกลครั้งแรกของสวี่เชียน นางเหนื่อยล้าจนหลังได้แช่น้ำอุ่น กินอาหารเต็มอิ่ม หลังจากนั้นก็หลับลึก หลับยาวจนฟ้ามืด!!!จำได้ว่าตอนที่นางเข้านอนสามีบอกว่าจะออกไปค่ายทหาร ทว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ หลับสนิทสวี่เชียนขยับพลิกตัวหันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม เงยหน้าขึ้นมองเขาเงียบๆ แนวกรามน่ามอง จมูกโด่งได้รูป เรือนกายกำยำสูงใหญ่ ท่อนแขนที่โอบกอดนางหลวมๆ ดวงตาที่หลับนิ่งทว่าในยามลืมตากลับมองนางด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน
งานมงคลของแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลิน ผู้คนอวยพรด้วยความยินดี เจ้าบ่าวขี่ม้าสีดำนำขบวนรถม้าหรูหรา ขบวนเจ้าสาวมีรถม้าหกคัน เกวียนอีกสิบคัน หีบสินเดิมมากมายจนกองพะเนิน ขบวนยาวถึงสามมุมถนน กับบ่าวไพร่ที่เดินตามหลังงานแต่งงานแห่งปีงานแรกของปีหลังหิมะละลาย แม่ทัพหล่อเหลามากผลงาน กับคุณหนูจวนกั๋วกงผู้งดงามเพียบพร้อม เป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกอย่างแท้จริงพิธีไหว้ฟ้าดินเต็มไปด้วยขุนนางราชสำนักที่มาอวยพร งานเลี้ยงครึกครื้นที่เต็มไปด้วยสุราอาหาร ผู้บัญชาการและฮูหยินที่ยิ้มหน้าบาน ด้วยบุตรชายคนโตในที่สุดก็เป็นฝั่งเป็นฝา คราแรกยังคิดว่าบุตรชายเสียสติ เฝ้าตามปกป้องสตรีที่ยังไม่ออกเรือนมากกว่าสิบปี ทว่าบัดนี้จึงพบว่าบุตรชายเป็นคนที่มั่นคงหนักแน่นยิ่งนักคุณหนูรองสวี่เชียนเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย การเรือนไม่บกพร่อง นิสัยอ่อนโยนมีเมตตา นับเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางความรักและการอบรมสั่งสอนของบิดามารดาในห้องหอบ่าวสาวเกี่ยวแขนดื่มสุรามงคล สองแก้มเจ้าสาวแดงซ่าน รอยยิ้มงดงามอ่อนหวาน หลินกวานอีลูบแก้มหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม เขาก้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา กระทั่งได้ฤกษ์งามยามดีประตูห้องหอปิดลงในที่สุดหล
“เราเพิ่งพบหน้าจำได้หรือไม่ ข้าทำไม่ได้ รออีกหน่อยข้าจะมารับเจ้าเข้าจวนอย่างถูกต้อง ไม่ให้เจ้าน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ให้ผู้ใดครหา”นางอยากกอดเขา...หญิงสาวสะอื้นจนเสี่ยวอี๋ตกใจ เห็นสวี่เชียนยื่นมือออกไปกุมเสื้อคลุมด้านหน้าของหลินกวานอี ผู้เป็นสาวใช้ได้แต่ตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสองไม่เข้าใจสักนิด ที่จับใจความได้คือแม่ทัพหลินจะรับคุณหนูเข้าจวน!!!“คุณหนูเจ้าคะ!! แม่สื่อเจ้าค่ะ แม่ทัพหลินส่งแม่สื่อมาทาบทาม จากนั้นผู้บัญชาการหลินกับหลินฮูหยินก็มาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ!!!”สวี่เชียนกอดเสื้อคลุมที่เพิ่งได้มา นางก้มหน้าซุกใบหน้ากับเสื้อคลุมร่ำไห้ออกมาด้วยความสับสน นางยังคงรู้สึกเศร้ากับความทรงจำที่ปนเป แต่ก็ดีใจที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว เขากลับมาแล้ว ปลอดภัย อีกทั้งยังจดจำทุกสิ่งได้!!!กลางดึกคืนนางนอนไม่หลับ ได้แต่นั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่หิมะโปรยปราย เงาร่างสูงกลางสวนทำให้นางสะดุ้ง เมื่อลุกขึ้นยืนจึงพบว่าไม่ได้ตาฝาด!!!สวี่เชียนวิ่งออกมาจากเรือนตรงไปที่สวน นางไม่ลังเลสักนิดตอนที่พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลินกวานอี “ข้าคิดถึงท่าน!”ชายหนุ่มยกแขนขึ้นรับนา
สวี่เชียนเหม่อลอยเพราะสิ่งที่ได้รับรู้ แม้กระทั่งตอนที่นางเข้าพิธีปักปิ่น นางก็ยังเหม่อลอยไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ย้อนกลับมา แท้ที่จริงแล้วเกิดสิ่งใดที่นางพลาดไปบ้าง ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปไม่เหลือสิ่งใดให้แก้ไข ถึงอย่างนั้น...เขาคนนั้นกลับอยู่ไกลถึงแดนเหนือ อีกทั้งยังมีฐานะที่ไกลเกินเอื้อม...แม่ทัพหลิน หลินกวานอีหลักพิธีปักปิ่นมีแม่สื่อส่งเทียบเข้ามาทาบทาม สวี่เชียนมองมารดาตื่นเต้นกับรายชื่อของคุณชายจวนต่างๆ ทว่านางกลับมีท่าทีเฉยเมยอากาศหนาวเหน็บเกรงว่าอีกไม่กี่วันหิมะคงจะตกเป็นแน่ หญิงสาวสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนาอบอุ่น เดินออกมาจากจวนด้วยท่าทางเหม่อลอย เสี่ยวอี๋เดินตามหลังนางมาด้วยความเป็นห่วง ข้างหลังยังมีคนคุ้มกันสองคนที่คอยติดตาม“ข้าเพียงอยากเดินเล่นไม่มีอะไร”“คุณหนูท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ท่านเหม่อลอยบ่อยครั้ง ครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง แถมยังทำเหมือนจำเรื่องราวบางอย่างไม่ได้อีก ข้าน้อย...เป็นห่วง”หญิงสาวอมยิ้ม “ข้าจะเป็นอะไรได้เล่า”นางกระชับเสื้อคลุมเงยหน้าขึ้นมองต้นดอกเหมยริมถนน ดอกเหมยสีแดงเบ่งบานเต็มต้น ผู้คนบนถนนเดินสวนกันไปมาทว่านางไม่ได้ใส่ใจมอง เพียงยืนอยู่ตรงนั้นมองต้นเหมยท
นาง...มองตามแผ่หลังองอาจกำยำของชายหนุ่ม เขาเองคล้ายรับรู้ได้จึงหันกลับมามอง ทว่าก็ต้องทำเป็นค้อมศีรษะให้สวี่กั๋วกงและสวี่เซียว“ตอนนั้นเขาเป็นอย่างไร หลินกวานอีปลอดภัยหรือไม่”หญิงสาวสะดุ้งเพราะคำถามของผู้เป็นพี่ชาย ตอนแรกไม่ใช่ไม่เชื่อหรอกหรือ เพราะเช่นนี้จึงไม่เคยถามถึงชะตากรรมของแต่ละคน“ไปสนทนา
หัวใจของนางเต้นเร็วมาก ทั้งที่นางวิ่งสุดแรงแต่ทุกอย่างกลับเชื่องช้าราวกับชั่วอายุขัย ในใจของนางโลดแล่น หลินกวานอี ผู้บังคับบัญชาหลิน นางต้องเห็นกับตาตัวเองว่าเขายังมีชีวิตอยู่ห้องโถงหน้าอยู่ไกลออกไปอีกสิบก้าว นางลดความเร็วลงกลายเป็นเดิน ลมหายใจหอบหนักด้วยความเหนื่อย ข้างหลังมีเสียงของเสี่ยวอี๋ดังต
เรื่องหลังจากวันที่นางล้มป่วย มารดาไม่รู้ น้องคนอื่นไม่รู้ นางบอกเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตื่นและเรื่องรั่วไหลออกไป และแน่นอนนางบอกเท่าที่บอกได้ ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าหลินกวานอีจะได้เป็นผู้บัญชาการในอีกสามปีถัดจากนี้อาการป่วยของนางถูกลือกันไปต่างๆ นานา หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นกุม
ความเจ็บปวดที่แผ่ลาม ความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน ความผิดหวังและความเศร้าโศกเสียใจ สายตาของนางมองไปยังศีรษะที่อยู่บนกำแพงเมืองหลวง“หลินกวานอี...ผู้บังคับบัญชาหลิน ข้า...มาช่วยท่านไม่ทัน”แล้วทุกอย่างก็มืดดับ...ในเรือนดอกเหมยจวนสวี่กั๋วกง เสียงกรีดร้องดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้คนในจวน วันนี้นับเป็นวันส


















評論