LOGIN#แนวย้อนอดีต เกิดใหม่ในร่างเดิม สวี่เชียน คุณหนูรองจวนสวี่กั๋วกง แต่งให้กับ เสิ่นอวิ๋น แม่ทัพเสิ่นที่ทั้งหล่อเหลาและมากความสามารถ ถึงอย่างนั้นผ่านไปเพียงสามปี เขากลับร่วมมือกับองค์ชายก่อกบฏ!!! ตระกูลสวี่ล่มสลาย ผู้คนล้มตายเกลื่อนเมืองหลวง หญิงสาวได้รับความช่วยเหลือจากผู้บัญชาการหลิน หลินกวานอี ชายหนุ่มผู้ถือทวนเลือดอาบย้อมทั่วร่าง เขาช่วยส่งนางออกจากเมืองหลวง มอบของสำคัญให้เป็นของขวัญ แม่ทัพหนุ่มขอร้องให้นางไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง จากนั้นเขาวกกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อช่วยองค์รัชทายาท นาง...ทำทุกอย่างสำเร็จทว่าเมื่อย้อนกลับมา ภาพที่ได้พบคือศีรษะของเขาถูกเสียบประจานที่กำแพงเมืองหลวง!!! เสิ่นอวิ๋นเห็นนางทรยศลอบออกไปส่งข่าวให้แม่ทัพซ่ง ดังนั้นจึงคว้าธนูยิงออกมาสังหารนางอย่างเหี้ยมโหดไร้ความลังเล!! ศรแหลมคมปักลงกลางอก ความเจ็บปวดแผ่ลามพร้อมกับสติที่เลอะเลือน ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางกลับพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงในวันเข้าพิธีปักปิ่น!!! สามปีหลังจากนี้เสิ่นอวิ๋นจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อกบฏ สามเดือนหลังจากนี้นางจะต้องหมั้นหมายและแต่งให้เสิ่นอวิ๋น สวี่เชียนลุกพรวด!! นางจะไม่ยอมแต่งให้เดรัจฉานผู้นั้น!! จะไม่ยอมให้ตระกูลสวี่ต้องล่มสลายอีกครั้งแน่นอน!!
View MorePatah hati.
Itulah yang mendorong Sinar untuk pergi menonton konser. Ia memanfaatkan profesinya sebagai sekretaris redaksi sebuah perusahaan media cetak—Metro, agar bisa berada di backstage dan leluasa bergerak di sekitar panggung. Tempat para wartawan dan fotografer sibuk meliput.
Tidak hanya itu, Sinar juga meminta name tag dari Andri, rekan kerjanya yang sekaligus ketua event organizer, agar dirinya terlihat sebagai bagian dari tim penyelenggara.
“Minum, Nar.” Andri menyodorkan sebotol air mineral pada Sinar saat menghampiri gadis cantik itu di backstage. “Haus banget kayaknya.”
“Hmm.” Sinar mengangguk dan menerima botol air mineral tersebut dengan ragu. Saat hendak memutarnya, ternyata tutup botolnya sudah lebih dulu terbuka. Namun, Sinar melihat sekali lagi jika air di dalamnya masih terisi penuh. “Makasih.”
“Baru gue bukain,” kata Andri ketika melihat Sinar terkejut dengan keadaan tutup botolnya.
“Hmm.” Sinar kembali mengangguk. Karena memang haus, ia segera meminum air tersebut hingga tersisa separuh. Ia menutupnya kembali lalu duduk pada kursi plastik yang dilihatnya baru saja kosong. “Nggak lihat Bima, Ndri?”
“Sama ceweknya,” ujar Andri kembali mendekati Sinar dan berdiri di sebelahnya. “Nggak tahu, pergi ke mana tadi.”
Dasar fùckboy. Sinar hanya bisa memaki dalam hati.
Entah wanita mana lagi yang sedang dikencani Bima kali ini, padahal pria itu baru saja putus dengan pacarnya dua hari yang lalu.
Sebenarnya, Sinar datang ke konser bersama Bima. Jadi, seharusnya ia juga pulang dengan pria itu. Namun, melihat situasinya sekarang, ia ragu Bima akan muncul tepat ketika konser selesai. Pria itu pasti akan terlambat, karena sedang menikmati waktu bersama "kekasih" barunya.
“Ndri! Dicari Mike,” ujar seorang pria yang datang terburu. “Dia komplain makanan buat artisnya.”
“Masa’ gue yang harus turun tangan?” Andri protes dengan keras. Ia menatap Sinar yang masih tampak tenang, dengan kaki yang bergoyang karena musik kembali dimainkan. “Cari Dita coba.”
“Dia maunya elo!”
Andri berdecak. Kembali menatap Sinar lalu menepuk bahu gadis itu. “Nar, gue pergi bentar. Lo jangan ke mana-mana. Tunggu gue di sini. Nggak lama.”
Sinar hanya mengernyit tidak mengerti. Ia tidak mengangguk untuk mengiyakan, pun menggeleng untuk menolak. Sinar hanya bingung, karena sikap Andri barusan.
Kenapa juga ia harus menunggu Andri kembali?
Begitu pria itu pergi, Sinar segera mengeluarkan ponsel. Ia mencoba menghubungi Bima, tetapi tidak kunjung diangkat. Alhasil, Sinar hanya mengirimkan sebuah pesan pada pria yang sudah menjadi temannya sejak kuliah.
Beberapa saat setelah pesan itu terkirim, Sinar merasakan ada yang tidak beres pada dirinya. Kepalanya mendadak berat dan matanya pun mulai berkunang-kunang. Pandangannya mengabur, suara riuh konser di sekitarnya terasa semakin jauh, seolah dunia mulai berputar pelan.
Tatapannya tertuju pada botol air mineral yang masih di genggaman. Mengingat tutup botol tersebut sudah terbuka ketika diterimanya, Sinar menjatuhkannya seketika. Memaki Andri dalam hati dan merutuki kecerobohannya sendiri.
Di sisa kesadarannya, Sinar memaksakan diri untuk bangkit. Dengan langkah tergesa, ia mencari jalan keluar. Satu-satunya hal yang ada di pikirannya saat ini adalah menjauh dari Andri. Ia terus berjalan, berusaha menuju area parkir khusus, tempat mobil Bima terparkir.
Namun, dalam perjalanannya, ia melihat bayangan seorang pria menghampiri. Entah siapa, karena kesadarannya benar-benar menipis. Pandangannya semakin kabur, langkahnya terhuyung, dan tubuhnya terasa semakin lemah.
“Nar ... Sinar?”
Suara itu menggema di telinga, tetapi Sinar tetap tidak mampu mengenali siapa pria yang sudah berada di dekatnya. Ia mencoba melangkah mundur, tetapi keseimbangan tubuhnya tidak lagi bisa dikendalikan. Sinar limbung, dunia di sekelilingnya seolah berputar dan ... segalanya hilang dalam kegelapan.
~~~~~~~~~~~~
NOTE:
Sesuai request, akhirnya versi asli Sinar bisa terbit di sini.
Cerita ini prequel dari MY DEAREST CAHAYA yang sudah terbit di GN lebih dulu.
Versi asli Sinar sebelum di-remake jadi MAL [Pembaca lama sudah tahu, ya]
Yes, another anti-mainstream story dari saya.
Untuk yang sudah membaca lebih dulu di sebelah, mungkin akan menemukan banyak sekali perbedaan dari versi awal. Ada bagian yang saya rombak, pun dengan beberapa nama tokoh di dalamnya karena beberapa alasan. Tapi, semua perubahan tetap akan mempertahankan esensi dari jalan cerita aslinya.
Hepi riding, Mba beb ter💙
Kisseeesss
💋💋💋💋
หลินกวานอีแข็งแกร่งมากสองแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำ ทว่านางกลับมีสีหน้าปวดใจเมื่อมองเห็นแผลเป็นมากมายบนตัวของเขา “ท่านพี่”เขาหัวเราะด้วยท่าทีจนใจ “เห็นเจ้าทำหน้าเช่นนี้คราวหลังข้าควรระวังไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บสินะ”นางเม้มปาก“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว จริงๆ” เขากระซิบเชยคางนางขึ้น สายตาคมของเขาบอกนัยบางอย่างจนหญิงสาวแก้มแดงซ่าน“แต่ว่าพวกเราเพิ่ง...เมื่อวาน”“แล้วอย่างไร” เขากระซิบเสียงพร่าสองมือเริ่มลูบไล้ใต้ผิวน้ำ จุมพิตปลุกเร้าสองมือเล้าโลม สวี่เชียนพบว่าหลังออกเดินทางหลินกวานอีมีแต่จะเร่าร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหากได้เข้าพักในโรงเตี๊ยมเขากับนางก็มักจะ...ครึ่งเดือน...การเดินทางไกลครั้งแรกของสวี่เชียน นางเหนื่อยล้าจนหลังได้แช่น้ำอุ่น กินอาหารเต็มอิ่ม หลังจากนั้นก็หลับลึก หลับยาวจนฟ้ามืด!!!จำได้ว่าตอนที่นางเข้านอนสามีบอกว่าจะออกไปค่ายทหาร ทว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ หลับสนิทสวี่เชียนขยับพลิกตัวหันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม เงยหน้าขึ้นมองเขาเงียบๆ แนวกรามน่ามอง จมูกโด่งได้รูป เรือนกายกำยำสูงใหญ่ ท่อนแขนที่โอบกอดนางหลวมๆ ดวงตาที่หลับนิ่งทว่าในยามลืมตากลับมองนางด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน
งานมงคลของแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลิน ผู้คนอวยพรด้วยความยินดี เจ้าบ่าวขี่ม้าสีดำนำขบวนรถม้าหรูหรา ขบวนเจ้าสาวมีรถม้าหกคัน เกวียนอีกสิบคัน หีบสินเดิมมากมายจนกองพะเนิน ขบวนยาวถึงสามมุมถนน กับบ่าวไพร่ที่เดินตามหลังงานแต่งงานแห่งปีงานแรกของปีหลังหิมะละลาย แม่ทัพหล่อเหลามากผลงาน กับคุณหนูจวนกั๋วกงผู้งดงามเพียบพร้อม เป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกอย่างแท้จริงพิธีไหว้ฟ้าดินเต็มไปด้วยขุนนางราชสำนักที่มาอวยพร งานเลี้ยงครึกครื้นที่เต็มไปด้วยสุราอาหาร ผู้บัญชาการและฮูหยินที่ยิ้มหน้าบาน ด้วยบุตรชายคนโตในที่สุดก็เป็นฝั่งเป็นฝา คราแรกยังคิดว่าบุตรชายเสียสติ เฝ้าตามปกป้องสตรีที่ยังไม่ออกเรือนมากกว่าสิบปี ทว่าบัดนี้จึงพบว่าบุตรชายเป็นคนที่มั่นคงหนักแน่นยิ่งนักคุณหนูรองสวี่เชียนเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย การเรือนไม่บกพร่อง นิสัยอ่อนโยนมีเมตตา นับเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางความรักและการอบรมสั่งสอนของบิดามารดาในห้องหอบ่าวสาวเกี่ยวแขนดื่มสุรามงคล สองแก้มเจ้าสาวแดงซ่าน รอยยิ้มงดงามอ่อนหวาน หลินกวานอีลูบแก้มหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม เขาก้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา กระทั่งได้ฤกษ์งามยามดีประตูห้องหอปิดลงในที่สุดหล
“เราเพิ่งพบหน้าจำได้หรือไม่ ข้าทำไม่ได้ รออีกหน่อยข้าจะมารับเจ้าเข้าจวนอย่างถูกต้อง ไม่ให้เจ้าน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ให้ผู้ใดครหา”นางอยากกอดเขา...หญิงสาวสะอื้นจนเสี่ยวอี๋ตกใจ เห็นสวี่เชียนยื่นมือออกไปกุมเสื้อคลุมด้านหน้าของหลินกวานอี ผู้เป็นสาวใช้ได้แต่ตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสองไม่เข้าใจสักนิด ที่จับใจความได้คือแม่ทัพหลินจะรับคุณหนูเข้าจวน!!!“คุณหนูเจ้าคะ!! แม่สื่อเจ้าค่ะ แม่ทัพหลินส่งแม่สื่อมาทาบทาม จากนั้นผู้บัญชาการหลินกับหลินฮูหยินก็มาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ!!!”สวี่เชียนกอดเสื้อคลุมที่เพิ่งได้มา นางก้มหน้าซุกใบหน้ากับเสื้อคลุมร่ำไห้ออกมาด้วยความสับสน นางยังคงรู้สึกเศร้ากับความทรงจำที่ปนเป แต่ก็ดีใจที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว เขากลับมาแล้ว ปลอดภัย อีกทั้งยังจดจำทุกสิ่งได้!!!กลางดึกคืนนางนอนไม่หลับ ได้แต่นั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่หิมะโปรยปราย เงาร่างสูงกลางสวนทำให้นางสะดุ้ง เมื่อลุกขึ้นยืนจึงพบว่าไม่ได้ตาฝาด!!!สวี่เชียนวิ่งออกมาจากเรือนตรงไปที่สวน นางไม่ลังเลสักนิดตอนที่พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลินกวานอี “ข้าคิดถึงท่าน!”ชายหนุ่มยกแขนขึ้นรับนา
สวี่เชียนเหม่อลอยเพราะสิ่งที่ได้รับรู้ แม้กระทั่งตอนที่นางเข้าพิธีปักปิ่น นางก็ยังเหม่อลอยไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ย้อนกลับมา แท้ที่จริงแล้วเกิดสิ่งใดที่นางพลาดไปบ้าง ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปไม่เหลือสิ่งใดให้แก้ไข ถึงอย่างนั้น...เขาคนนั้นกลับอยู่ไกลถึงแดนเหนือ อีกทั้งยังมีฐานะที่ไกลเกินเอื้อม...แม่ทัพหลิน หลินกวานอีหลักพิธีปักปิ่นมีแม่สื่อส่งเทียบเข้ามาทาบทาม สวี่เชียนมองมารดาตื่นเต้นกับรายชื่อของคุณชายจวนต่างๆ ทว่านางกลับมีท่าทีเฉยเมยอากาศหนาวเหน็บเกรงว่าอีกไม่กี่วันหิมะคงจะตกเป็นแน่ หญิงสาวสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนาอบอุ่น เดินออกมาจากจวนด้วยท่าทางเหม่อลอย เสี่ยวอี๋เดินตามหลังนางมาด้วยความเป็นห่วง ข้างหลังยังมีคนคุ้มกันสองคนที่คอยติดตาม“ข้าเพียงอยากเดินเล่นไม่มีอะไร”“คุณหนูท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ท่านเหม่อลอยบ่อยครั้ง ครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง แถมยังทำเหมือนจำเรื่องราวบางอย่างไม่ได้อีก ข้าน้อย...เป็นห่วง”หญิงสาวอมยิ้ม “ข้าจะเป็นอะไรได้เล่า”นางกระชับเสื้อคลุมเงยหน้าขึ้นมองต้นดอกเหมยริมถนน ดอกเหมยสีแดงเบ่งบานเต็มต้น ผู้คนบนถนนเดินสวนกันไปมาทว่านางไม่ได้ใส่ใจมอง เพียงยืนอยู่ตรงนั้นมองต้นเหมยท
เรื่องหลังจากวันที่นางล้มป่วย มารดาไม่รู้ น้องคนอื่นไม่รู้ นางบอกเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตื่นและเรื่องรั่วไหลออกไป และแน่นอนนางบอกเท่าที่บอกได้ ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าหลินกวานอีจะได้เป็นผู้บัญชาการในอีกสามปีถัดจากนี้อาการป่วยของนางถูกลือกันไปต่างๆ นานา หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นกุม
ความเจ็บปวดที่แผ่ลาม ความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน ความผิดหวังและความเศร้าโศกเสียใจ สายตาของนางมองไปยังศีรษะที่อยู่บนกำแพงเมืองหลวง“หลินกวานอี...ผู้บังคับบัญชาหลิน ข้า...มาช่วยท่านไม่ทัน”แล้วทุกอย่างก็มืดดับ...ในเรือนดอกเหมยจวนสวี่กั๋วกง เสียงกรีดร้องดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้คนในจวน วันนี้นับเป็นวันส
ใกล้จะถึงจวนตระกูลฟู่แล้ว... แต่ที่นั่นกลับกำลังถูกล้อม หลินกวานอีมองหญิงสาวตรงหน้า ตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจพานางออกไป ไม่อาจลุล่วงสิ่งที่ได้รับมอบหมาย“คุณหนูรองสวี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งในมุมมืด หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าเขา ฉีกชายกระโปรงเป็นริ้วๆ พันรอบๆ แผลที่กลางอกของอีกฝ่าย“ท่านผู้บัญชาการอดทนอีกหน่อย
เสียงกรีดร้องของสาวใช้ทำให้หญิงสาวรีบเอามือปิดปาก ภายในช่องมองลอดจากกองไม้ สวี่เชียนมองเห็นสาวใช้ของตนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด หลังจากทั้งสองแอบหนีออกมาจากจวนแม่ทัพเสิ่นบ้านเมืองคับขัน การเข่นฆ่าสังหารกระจายอยู่ทั่วมุมเมือง องค์ชายรองร่วมมือกับขุนนางคนสนิทก่อกบฏ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นก็คือสามี











