Share

บทที่ 2

last update Dernière mise à jour: 2025-12-29 22:30:04

เด็กน้อยวัยห้าหนาวอย่างฟู่อินเหยาอยู่ในชุดสีลูกท้อวิ่งหน้าตั้งไปยังศาลบรรพชน ที่สำหรับเอาไว้ลงโทษคนที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียและผิดกฎตระกูล

ด้วยความที่ร่างกายของเด็กน้อยเสียเลือดไปจากการโดนกระแทกโขดหิน จากแรงผลักของฟู่หลิงหยวน น้องสาวกำเนิดจากอนุฮัน หรือฮันซู่จิ่น อนุที่บิดาของนางเลือกให้เป็นผู้มีอำนาจรองจากมารดาของนาง และนั่นคือชนวนของความโลภโมโทสันของสตรีในยุคนี้ ที่ต้องการช่วงชิงความเป็นใหญ่ ทำให้ฮันซู่จิ่นหาทางทำร้ายฟู่อินเหยา โดยยืมมือนางเอกวัยสามหนาวที่ยังไร้เดียงสามาเป็นชนวน

แต่ใครจะคาดว่าเรื่องนี้ผิดแผน เหลียงจื่อเพ่ย พระเอกของเรื่องในวัยสิบหนาวมาเห็นว่านางคล้ายรังแก ฟู่หลิงหยวน นางเอกของเรื่อง แท้ที่จริงนั้นไม่ใช่สักนิด

ความใจร้อนของพระเอกอย่างเหลียงจื่อเพ่ย ทำให้เขาผลักนางจนหัวกระแทกโขดหินอย่างหนักจนนางสลบ แล้วไม่จบเพียงเท่านั้นระหว่างที่นางสลบไป ท่านแม่ของนางมาเอาเรื่องกับท่านเสนาบดีเหลียง ทำให้เหลียงจื่อเพ่ยโดนตี และนั่นทำให้ท่านย่าของนางเดือดดาลถึงขั้นลงไม้ลงมือกับท่านแม่ ที่เป็นถึงฮูหยินใหญ่ยามท่านพ่อมิได้อยู่ที่จวนเนื่องจากออกรบติดต่อกันมาสามปีแล้ว

เหตุผลของท่านย่าที่ถึงกับลงมือ เพราะเหลียงจื่อเพ่ยนั้นมีศักดิ์เป็นหลานห่าง ๆ ของท่านย่า จิววั่งซู เนื่องจากพระเอกในเรื่องนี้ มีมารดาเป็นญาติของท่านย่านั่นเอง และหมายใจอยากให้สองตระกูลเชื่อมสัมพันธ์แต่งงานกันในอนาคต และท่านแม่สร้างความบาดหมางใหญ่เอาไว้ ทำให้ตระกูลเสนาบดีเหลียงและตระกูลฟู่ซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพผิดใจกัน

ยามนี้ไร้ท่านพ่อคอยปกป้องไม่พอ ท่านย่ายังลำเอียงเข้าข้างคนผิด นางเป็นถึงลูกสาวของท่านแม่ นางจะปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ไม่ได้ จะต้องช่วยท่านแม่ถึงที่สุด

ขาสั้นป้อมนี้ถึงแม้อยากจะวิ่งให้เร็วให้ได้ดั่งใจ แต่นางก็ทำไม่ได้ ตระกูลฟู่ช่างกว้างใหญ่ ศาลบรรพชนอยู่ด้านหลังตระกูล ห่างจากจวนของนางเกือบหนึ่งลี้ เพราะที่ดินที่ตั้งตระกูลเป็นบรรดาศักดิ์ที่รับสืบทอดรุ่นสู่รุ่น จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าดูแคลนตระกูลฟู่สักคนเดียว

ถึงกระนั้น การลงโทษและสถานที่จะต้องเก็บงำเป็นความลับไม่ยอมให้แพร่งพราย จึงได้มาลงโทษอยู่ไกลถึงด้านหลัง นางวิ่งจนหอบแล้วก็ยังไม่ถึง

“ปี้ถัง อีกไกลหรือไม่ ข้าจะตายแล้ว” ฟู่อินเหยาหยุดพักแล้วก็ใช้สองมือเท้ากับเข่าตัวเองทั้งหอบหายใจ แต่เมื่อก้มหน้าคล้ายจะหน้ามืดเป็นลมจำต้องเงยขึ้นก่อน

“ผ่านอีกสามเรือนก็ถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ฮะ...สามเรือน

ฟู่อินเหยานึกอยากกลับไปตายแล้วไม่ต้องเกิด หากเกิดมาอาภัพเป็นลูกสาวที่มารดาเป็นตัวประกอบ แล้วในอนาคตตัวเองมีจุดจบอย่างอนาถขนาดนี้

“ไป...ข้าจะไปช่วยท่านแม่” เมื่อชะตาชีวิตลิขิตให้นางมาอยู่ที่นี่ นางก็ต้องสู้เพื่อเปลี่ยนชีวิตท่านแม่ไม่ให้ตาย และออกจากตระกูลเน่า ๆ นี้ไปเสีย นางจะพาท่านแม่ไปอยู่เยี่ยงเศรษฐีมีกินมีใช้ไม่หมดทั้งชาติเชียวล่ะ

ลมที่พัดกระแทกหน้า สร้างความสั่นระริกให้กับเด็กวัยห้าหนาวนัก คาดว่านี่คงเป็นช่วงต้นฤดูหนาวกระมังถึงได้เริ่มเย็นนัก เมื่อเห็นสีใบไม้ในจวนที่เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส้มแล้ว อีกไม่นานก็คงจะร่วงโรยเพื่อยืนต้นเอาไว้ในช่วงฤดูหนาวสินะ

ต้นไม้ที่ปรับตัวได้ยังมีโอกาสได้รอดชีวิต ดังนั้นชีวิตมารดาของนาง ต้องไม่มีจุดจบเช่นในนิยาย

เสียงตึกตักจากเด็กน้องสองคนที่วิ่งมาพร้อมกัน ไม่อาจกลบเสียงหวายที่ฟาดลงหลังนายหญิงของจวนได้

“ฮึก...ท่านแม่...” ฟู่อินเหยายืนอยู่หน้าประตูศาลบรรพชน ได้ยินเสียงหวายที่ฟาดลงหลังก็ถึงกับสะดุ้ง แม้จะเหนื่อยจนไร้เรี่ยวแรง แต่ทว่าขานางก็ยังมีแรงอยู่

ฟู่อินเหยาที่มีทักษะการต่อสู้อยู่บ้าง เนื่องจากเรียนวิชาป้องกันตัว นางหยิบก้อนหินมาให้เหมาะมือ จากนั้นก็ใช้เท้ากระโดดถีบประตูอย่างแรง

ปัง!!!

เสียงประตูที่เปิดออกฉับพลันหลังเสียงโครมครามนั้น ทำให้ผู้ที่กำลังโบยนายหญิงของจวนเงื้อไม้หวายขึ้นสูงแล้วค้างเติ่งด้วยความตกใจ จากนั้นไม่รู้ก้อนหินลอยมาจากที่ใดพุ่งตรงไปยังศีรษะคนที่ฟาดหวายลงอย่างเหมาะแหมง แต่สิ่งที่ฟู่อินเหยาคาดไม่ถึงคือหินก้อนนั้นกระเด็นไปทับเท้าท่านย่า

ร่างของคนที่ลงหวายท่านแม่สลบไปทันที แต่เสียงถัดมาเป็นท่านย่าของนางที่โหวกเหวกโวยวายเมื่อโดนลูกหลง

“โอ๊ย...ใครกัน!”

ฟู่อินเหยาไม่พูดไม่จา นางเดินไปพยุงท่านแม่ขึ้น จากนั้นก็ถามอาการท่านแม่

“ท่านแม่ข้ามาช่วยแล้ว”

ไป๋เฟิ่นโยว่ ลืมตาดูหน้าลูกสาวทั้งน้ำตา จากตอนแรกที่ลูกสาวไม่ฟื้น นางจะให้คนตามหมอมารักษา เพราะชีพจรเต้นอ่อนเหลือเกิน แต่ใครจะรู้ว่านางยังไม่ทันสั่งท่านแม่สามีก็มาลากตัวนางมาลงโทษเสียแล้ว

นางไม่มีโอกาสแม้แต่แก้ตัว ทั้งไม่มีโอกาสตามหมอมารักษา จนคิดจะกลั้นใจตายหากบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางต้องมีอันเป็นไป

“เหยาเหยา...เจ้าไม่เป็นอันใดแล้วใช่หรือไม่” มือของไป๋เฟิ่นโยว่ยื่นมาลูบแก้มใส ๆ ของลูกรักแล้วนางก็สลบลงไป

“ท่านแม่!!!” ฟู่อินเหยาตกอกตกใจ นางจึงให้ปี้ถังรีบมาช่วยกันปลุกท่านแม่ หากให้นางยกท่านแม่ไปคนเดียวคงไม่ไหวเป็นแน่

“สามหาว ข้ากำลังสั่งสอนมารดาเจ้า เจ้ามาขัดขวางเช่นนี้ได้อย่างไร” จิววั่งซู ชี้หน้าหลานของตัวเองที่ไม่รู้จักกฎตระกูลเอาเสียเลย เห็นทีว่านางต้องสั่งสอนให้มากเสียหน่อย

หึ!

“แน่ใจรึเจ้าคะ ว่ากำลังสั่งสอนไม่ใช่ทรมานท่านแม่ของข้าให้ตาย แล้วยกอนุฮันขึ้นแทนที่ แผนการตื้นเขินของท่าน เด็กวัยห้าหนาวยังกระจ่าง นับประสาอะไรกับบิดาของข้า”

ฟู่อินเหยายกเอาบิดาที่นางเกือบจำหน้าไม่ได้แล้วด้วยซ้ำมาข่มขู่ผู้เป็นย่า เพราะเป็นความเกรงใจเดียวที่ท่านย่ามี และนั่นมันก็ได้ผลเกินคาด

นางจำได้ว่าอีกราวหนึ่งเดือนบิดาของนางได้รับพระราชโองการเร่งด่วนให้กลับเมืองหลวง และนี่คือทางออกจากปัญหาทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้

‘ข้าไม่อยากเป็นนางร้ายที่กำพร้ามารดา!’

“นี่เจ้า!”

“อีกหนึ่งเดือนท่านพ่อจะกลับมา ถึงเวลานั้นค่อยตัดสินเถิด หากท่านแม่ผิดจริงท่านก็ยุยงให้ท่านพ่อเขียนหนังสือปลดภรรยาให้ท่านแม่ดีหรือไม่”

เอาสิ...ใครอยากอยู่ตระกูลฟู่นี่ก็เชิญ ข้าจะพาท่านแม่ไปอยู่ข้างนอก สินเดิมของตระกูลไป๋มิใช่น้อย แต่งออกมาแล้วกลับไปพึ่งพาตระกูลท่านยายก็กลัวท่านลุงท่านน้าจะดูแคลน แต่หากไปซื้อเรือนอยู่เองก็ดีไม่ใช่น้อย ข้าจะได้เป็นอิสระไม่ต้องแก่งแย่งกับผู้ใดอีก

“วาจาลื่นไหลไร้แก่นสาร” จิววั่งซูระแคะระคายเรื่องที่บุตรชายคนโตจะกลับตระกูลมาเล็กน้อย แต่ไม่คิดว่าหลานสาวคนโตของตระกูลก็ล่วงรู้เรื่องนี้ด้วย นี่เป็นเหตุผลที่นางต้องวางแผนใส่ไป๋เฟิ่นโยว่ เพื่ออนาคตของตระกูล

“ท่านหูตากว้างไกลยิ่งนัก ข้าคิดว่าไม่ใช่ว่าท่านก็รู้อยู่หรือถึงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่” หรือให้ข้าพูดตรง ๆ ก็คือท่านเป็นคนใส่ใจเรื่องของทุกคนนั่นเอง เพียงแต่ท่านหารู้ไม่ว่าข้านะรู้จุดจบของเรื่องนี้ไปแล้ว

จิววั่งซูถึงกับถลึงตาใส่ นางเป็นถึงนายหญิงผู้เฒ่าฟู่ ยังไม่เคยมีผู้ใดโอหังกับนางเช่นนี้ ยามปกติหลานสาวผู้นี้ก็เชื่อฟังมาตลอด วันนี้เกิดอันใดเข้าสิง ถึงได้ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับนาง หรือว่าสตรีตระกูลไป๋น่ารังเกียจผู้นี้สั่งสอนให้ลูกอกตัญญูกันแน่

“อินเหยา...เจ้าหมายความว่าเช่นใด”

“เรื่องวางแผนกับอนุฮัน ใช้ชีวิตข้าเสี่ยงอันตราย หากข้าตายไปท่านก็คงไม่รู้สึกเสียใจเลยสินะ มิต้องเป่าหูท่านพ่อ เพียงแค่ท่านพูดคำเดียวให้ท่านพ่อยื่นหนังสือปลดภรรยา ข้ากับท่านแม่จะไม่อยู่ให้รกหูรกตา”

ฟู่อินเหยาพูดเพียงเท่านั้นก็ช่วยปี้ถังพยุงท่านแม่ขึ้น โดยมีสายตาสาวใช้เอาแต่มองไม่กล้าเข้ามาช่วยจนนางต้องพูดขึ้น

“นี่พวกเจ้า ยืนมองสิ่งใดกันยังไม่รีบมาช่วยกันอีก” ฟู่อินเหยาอยากจะเท้าเอววีนนัก มือป้อม ๆ ของนางกำขึ้นพร้อมปะทะกับทุกคน แล้วเหล่าสาวใช้จึงได้สติเข้ามาพยุง

ไป๋เฟิ่นโยว่กระบอกตาร้อนผ่าว ถึงนางจะหลับตาอยู่ก็ได้ยินเสียงบุตรสาวทุกคำ รู้สึกว่าบุตรสาวของนางช่างกตัญญูนัก อย่างน้อยนางก็มีเหยาเหยาที่เข้าใจความลำบากใจของนาง แม้คิดเรื่องนี้มานานแต่ว่านางไม่เคยกล้าเอ่ยปากสักครั้ง หรือแท้ที่จริงลูกสาวของนางก็อึดอัดใจจะอยู่ตระกูลนี้เช่นเดียวกัน

ฟู่อินเหยาเดินตามหลังมารดา ทั้งหันไปมองอนุฮันกับเด็กสามหนาวที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวร่วมบิดาด้วยความเคียดแค้น ใจหนึ่งก็อยากจัดการเสียเดี๋ยวนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็ห้ามเอาไว้ นางต้องจัดการสั่งสอนทั้งตระกูลฟู่ถึงจะถูก

ร้ายดียังไงมารดาของนางก็เป็นถึงฮูหยิน ท่านย่าไม่ให้เกียรติยังพอทน อนุฮันผู้นั้นก็ควรต้องรู้มารยาท นี่กล้าใส่ร้ายท่านแม่ว่าหาเรื่องให้ตระกูลเหลียงบาดหมางกับตระกูลฟู่ ทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย หาทางลงโทษให้ท่านแม่เกือบตายคาหวาย

นางไม่ยอม!

ข้านี่แหละจะปกป้องท่านแม่
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 144

    อินจื้อค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยมีสิ่งที่ประกันว่าตัวเองพลั้งพลาดทำผิดไม่ตายแน่ และยังขอสิ่งอื่นได้อีกสองครั้งนับว่าค่อยคุ้มค่ากับการเสียของสะสมไปสักหน่อย ไข่มุกเขาก็มีสะสมมากแล้ว ทั้งมุกเงือก มุกชมพู มุกราตรีเรืองแสง กับแค่มุกนิลเดี๋ยวเขาก็จะสืบเสาะมาใหม่จนได้ อินจื้อนำทองคำเข้าไป

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 143

    “ไม่มีทาง นี่ข้าก็มั่งมีจากการค้าของอินจื้อมากแล้ว ข้ามีแต่จะให้เขาอยู่ใกล้ ๆ รอให้เขาสวมกวานและจะดูน้องสะใภ้ดี ๆ ให้เขาสักคน” ตอนนี้คนที่นางห่วงก็มีเพียงอินจ้านกับอินจื้อ อินจ้านนั้นรับตำแหน่งทางทหารเจริญรอยตามบิดา แต่ทว่ายังสังกัดในเป็นทหารรักษาเมืองหลวง ส่วนเซี่ยเป่าชอบอยู่ชายแด

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 142

    “พี่เขย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันของสะสมของข้า”อินจื้อกลับจากชายแดนหอบหีบของสะสมมามากมาย แต่เมื่อเขากำลังจะเข้าไปชื่นชมหยกสีชมพูที่ตนเองประมูลมาได้ พี่เขยตัวแสบกลับขโมยมันออกมาเสียนี่ “อินจื้ออะไรกันโวยวายแต่เช้า” อินเหยานั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้อง เพราะหอเริงรมย์ของอินจื้อทำรายได้อย่างงาม จนต้

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 141

    หลังจากงานอภิเษกของหลิงหยวนกับองค์ชายรอง อินหยาต้องเดินทางไปยังแคว้นฉินโดยพาลูกชายของนางอันหลานไปเยี่ยมเสด็จปู่และเสด็จย่า รวมทั้งเดินทางเป็นเพื่อนองค์หญิงสามในการจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายรองหรือว่าที่องค์รัชทายาทคนใหม่ของแคว้นฉิน แม้องค์หญิงสามจะพูดว่าไม่ตื่นเต้น แต่ทว่านางเข้าใจความรู้สึกในช่

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 140

    อินเหยาเลี้ยงน้องสาวผู้นี้มาจนเติบใหญ่ เดิมคิดว่านางและหลิงหยวนไม่น่าจะปรองดองกันได้ จนคิดว่าไม่สนิทสนมกันจะดีกว่า แต่ใครจะคิดว่าเจ้าเด็กแสบคนนี้จะติดนางแจไม่พอ ถึงขั้นขัดคำสั่งมารดาที่เป็นศัตรูของมารดาของนางมายืนข้างพี่สาว จนสุดท้ายนางจึงใจอ่อนแล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต มาวันนี้รู้สึกว

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   บทที่ 139

    งานปักปิ่นของลูกสาวคนที่สามของตระกูลฟู่จัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และครั้งนี้ดูเหมือนเหล่าพี่เขยของหลิงหยวนต่างเอาใจนางถึงขนาดหาของขวัญอันแสนงดงามมาให้นางจนเต็มเรือน “พี่สามท่านชอบหรือไม่” อินจื้อหาของขวัญล้ำค่าจากชายแดนที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง เป็นผ้าทอจากเส้นไหมทองคำที่สิบปีจะเกิดสักครั้ง และนั่น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status