เข้าสู่ระบบจางเฮ่อไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแต่จะรอดูว่านังแพศยาหยางเหมยกำลังคิดจะทำอะไร เธอดึงกางเกงของเขาลง จากนั้นก็จับลำอวบที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมาลูบเบา ๆ
"ให้ตายเถอะ มันเหมือนตายไปแล้ว พี่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริง ๆ สินะ"
หยางซินได้ยินพี่สาวพูดทุกคำ แน่นอนว่าเธอย่อมสงสัย เมื่อกี้นี้ที่เธออมให้เขามันแข็งยังกะหินนี่นา ทำไมตอนนี้อ่อนแรงแล้วล่ะ หรือว่าแข็งแค่ชั่วคราวจากนั้นก็กลับไปหมดสมรรถภาพดังเดิม ไม่ได้แล้ว ต่อไปเธอต้องเพิ่มยาบำรุงให้เขา และยังต้องยั่วหนัก ๆ เพื่อช่วยรักษาให้หายเร็วขึ้น
หยางเหมยเลียริมฝีปากจ้องมองเอ็นนุ่มในมือของเธอ
"ฉันคิดถึงของใหญ่ของพี่จริง ๆ นะ ฉันชอบที่พี่เอาแรง ๆ ฉันชอบที่พี่ดูดนมฉัน ชอบที่พี่เลียหอยฉัน และชอบที่พี่ตบก้นฉันตอนที่พี่มีอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่ฉันชอบพี่ขนาดนี้ ทำไมพี่ถึงได้พิการล่ะ ไม่ยุติธรรมสำหรับฉันเลยสักนิด ถ้าจะโทษว่าทำไมฉันคบกับพี่เว่ย ก็ต้องโทษพี่ที่เป็นต้นเหตุ"
จางเฮ่อยังคงมองหยางเหมยด้วยสายตาราบเรียบ ผู้หญิงคนนี้ไม่คู่ควรแม้แต่กับคำด่าของเขา เขาขยะแขยงเธอแบบนี้ ยังไม่รู้ตัวอีก กระทั่งน้องชายของเขายังไม่ตอบสนองเมื่อหยางเหมยครอบปากลงมา
หยางเหมยดูดที่ปลายหัวอ่อนของเขา แล้วเลียไปมา ดูดจนแก้มตอบแต่กลับไร้ปฏิกิริยา ดูเหมือนว่าขาที่ใคร ๆ ก็บอกว่าไร้ความรู้สึกของเขาจะขยับเล็กน้อย หยางเหมยหันขวับไปมอง แต่เมื่อเห็นมันแน่นิ่งก็คิดว่าตัวเองคิดมากไปเอง
เธอปล่อยแท่งเนื้อของเขาแล้ว จากนั้นก็ต่อว่าต่อขาน
"พี่เสื่อมสมรรถภาพแบบนี้ยังจะดื้อทำไม หย่าให้ฉันเถอะฉันขอร้อง พวกเราจะได้จบกันดี ๆ ฉันไม่อยากทำร้ายพี่สักนิด พี่เข้าใจหรือเปล่า แต่ว่าพี่อยู่ที่นี่ก็ยิ่งทำให้ฉันตกต่ำ ฉันอายรู้หรือเปล่าที่ใคร ๆ ก็หาว่าฉันมีสามีพิการ ฉันไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นแล้ว"
ท่าทางดื้อรั้นนั้นแสดงออกทางแววตาอย่างชัดเจน เรื่องหย่าน่ะเขาหย่าแน่ แต่ว่าไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้ใครได้ประโยชน์เด็ดขาด
"ทำไมพี่ไม่พูดสักคำล่ะ ความผิดพี่แท้ ๆ พี่ทำให้สกุลหยางอับอาย พ่อแม่ของฉันต้องตอบคำถามชาวบ้านไม่เว้นวัน พวกเขาแทบไม่อยากออกไปไหนแล้วเพราะเรื่องของพี่ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวตลก"
คงเป็นเพราะความเมา ทำให้หยางเหมยร้องไห้ออกมา เธอไม่ได้ร้องไห้สงสารเขา แต่เธออัดอั้นตันใจกับคำคนในสังคมที่กำลังพูดถึงสามีพิการคนนี้ของเธอ
หยางซินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เธอเข้าใจพี่เขยคนนี้แล้วว่าทำไมถึงได้โกรธแค้นคนสกุลหยางกันนัก ไม่ว่าจะเป็นพี่สาว พ่อแม่ของเธอ หรือแม้กระทั่งตัวเธอในอดีต ก็รุมทำร้ายเขาทั้งนั้น
เมื่อจางเฮ่อไม่ตอบสนอง และไม่ยอมพูดกับเธอแม้แต่ประโยคเดียว หยางเหมยก็อารมณ์เสีย อยู่ ๆ เธอก็ตบหน้าเขาอย่างแรง จากนั้นก็ด่าอย่างไม่ไว้หน้าอีกต่อไป
"ไอ้เศษสวะเอ๊ย ฉันพูดดีกับแกแล้วทำไมแกไม่ยอมหย่า ต้องให้ฉันลงมือใช่หรือเปล่า คอยดูเถอะพรุ่งนี้ฉันจะให้หยางซินมันลากแกไปทิ้งข้างนอก ฉันจะดูว่าแกจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ในเมื่อแกไม่มีญาติพี่น้องเป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น ถุย! อวดเก่งกับฉันเหรอไอ้เลว!"
หยางเหมยทั้งด่าทั้งทุบตีจางเฮ่อ ในขณะนั้นเองหยางซินก็ทนไม่ไหว เธอที่หลบอยู่ใต้เตียงมานานกำลังจะร้องห้ามพี่สาวให้หยุดทำร้าย ทว่าก่อนที่เธอจะเปิดเผยตัว คุณนายหยางที่ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน
"ทำอะไรกัน"
หยางซินจึงได้แต่แอบซ่อนตัวต่อไป หากว่าแม่รู้ว่าเธอซ่อนอยู่ในห้องพี่เขยกลางดึก ไม่ต้องบอกว่าจะจัดการเธอยังไงต่อ
เมื่อแม่เห็นสภาพของหยางเหมยที่แทบจะเปลือยทั้งตัว ยังเห็นหลินเว่ยที่เมาอยู่บนโซฟาในสภาพที่เปลือยท่อนล่างก็ถึงกับพูดไม่ออก ทว่าแทนที่จะดุด่าลูกสาวว่าก่อเรื่องน่าอับอาย กลับพูดเบา ๆ ว่า
"แกใส่เสื้อผ้าให้ดี แล้วออกไปได้แล้ว ดึกดื่นแบบนี้อย่าให้พ่อแกมาเห็น โชคดีที่เขาเหนื่อยมากวันนี้เลยหลับสนิท ไม่งั้นเขาไม่เอาแกไว้แน่ถึงเขาจะรักแกแค่ไหนก็ตาม"
หยางเหมยสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นว่าแม่ท่าทางเหมือนจะโกรธจริง ๆ เธอก็ไม่กล้าพูดอะไร
"ฉันจะไปนอนแล้ว"
จากนั้นก็เดินโซเซออกไป แม่มองหน้าจางเฮ่อที่มองพวกเขาดวงตาไม่กะพริบสีหน้าราบเรียบ จากนั้นแม่ก็ยกมุมปากขึ้น
"ถึงขนาดนี้แล้วไม่ยอมหย่า พรุ่งนี้ฉันจะทำตามที่ลูกสาวบอก ให้หยางซินพานายไปทิ้งซะ คอยดูเถอะว่านายจะทนหนาวอยู่ข้างนอกได้นานแค่ไหน สภาพอย่างนายตอนนี้ไม่มีใครอยากนับญาติด้วยซ้ำ ฉันให้โอกาสนายอีกวัน ตัดสินใจให้ดี ตัวซวยอย่างนายไม่สมควรอยู่เป็นเสนียดของบ้านนี้อีกต่อไป"
จางเฮ่อกัดปากจนฟันแน่นระงับอารมณ์โกรธอย่างเต็มที่ กำมือจนข้อขาว เขาเกลียดคนสกุลหยางที่สุด ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เห็นแก่ตัวทั้งนั้น ไม่ว่าใครในสกุลหยาง เขาจดบัญชีแค้นเอาไว้เรียงตัวแล้ว
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก หยางซินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ในอ้อมแขนมีห่อผ้าสีสะอาดที่โ่อร่างเล็กจ้อยของเสี่ยวอันอันเอาไว้ เธอก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังหลับสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก หลังจากที่ทั้งแม่และลูกต่างผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างยากลำบากในวันนั้น หม่าเฮ่อทำให้เธอแทบหัวใจสลาย เพียงเพราะหลังจากผ่าตัดเอาลูกออกมา ลูกของเธอต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าที่จะออกมาสู่อ้อมกอดแม่ได้ และนั่นทำให้หม่าเฮ่อกังวลใจจนพูดอ้ำอึ้งกับเธอในวันนั้น เพราะกลัวว่าเธอจะรับความจริงไม่ไหว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงค่าของชีวิตหยางซินมองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มแห่งความรัก ตอนนี้สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คือการมองหน้าเล็กขาวเหมือนก้อนแป้งนุ่มๆ ของบุตรชายโดยไม่มีวันเบื่อ ลูกชายของเธอในช่วงเดือนที่สองนี้ก็ยังเอาแต่กินและนอน เขาเติบโตขึ้นมากหลังจากออกจากโรงพยาบาลและได้เธอเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ ผิวของลูกขาวละเอียดและเนียนนุ่มเหมือนน้ำนม แก้
ผู้คุ้มกันของเธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากท้องก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบถลาเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการเสียแล้ว หยางซินยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่เปียกชื้น เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วไม่หยุดแม่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท“ลูกอกตัญญูอย่างแก สมควรตาย ฉันไม่มีทางให้แกสมหวังเด็ดขาด เพราะแกทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แกทำทำให้หยางเหมยตาย แกทำให้พ่อของแกต้องตาย ทุกอย่างเป็นความผิดของแกทั้งหมด”แม่เสียสติไปแล้ว และในตอนนั้นหยางซินก็หน้ามืดและวูบลงไปพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหมอและพยาบาลที่รีบเข้ามาพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินใครจะรู้ว่าแม่ของหยางซินเตรียมการเอาไว้แล้ว ที่เตียงข้าง ๆ ก่อนที่คนไข้คนนั้นจะได้ออกจากโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมคนไข้พร้อมกับตะกร้าผลไม้และมีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งแม่จึงแอบเก็บมีดเอาไว้ในตอนที่พวกเขาเผลอ และเตรียมการเอาไว้อย่างดีเพื่อฆ่าลูกสาวสารเลวที่แม่เกลียดชังในตอนนี้แม่สมหวังแล้ว แม่คิดถึงใบหน้าของหยางเหมยแล้วพูดว่า “หยางเหมยคนดีของแม่ แม่กำลังจะไปหาแล้ว”จากนั้นแม่ก็ใช้มีดเล่มเดิมปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเ
“แล้วแม่เรียกฉันมาทำไม แม่ไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วนี่ สายตาของแม่ที่มองฉันมีแต่ความชิงชังรังเกียจ ไม่ว่าฉันจะทำดีแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเห็น”นี่เป็นอีกครั้งที่เธออดที่จะน้ำตาคลอหน่วยไม่ได้ แม่มองที่เธอจากนั้นก็มองที่หน้าท้องนูนของเธอ“แกมีความสุขหรือเปล่า”อยู่ ๆ แม่ก็ถามคำนี้ หญิงสาวพยักหน้า“แน่นอน ว่าฉันมีความสุข”แม่ยิ้ม “ดี แบบนี้นก็ดี ที่เรียกแกมาวันนี้เพราะก่อนตายฉันอยากบอกอะไรบางอย่างกับแก"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“มีคำสั่งเสียถึงฉันเหรอ แม่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกว่าเราคือแม่ลูกที่รักกันสิ”แม่ไอออกมาจนตัวโยนก่อนจะบอกเสียงแหบเครือ“มาใกล้ ๆ สิ”หยางซินเดินเข้าไปจนใกล้ขอบเตียงพยาบาลข้าง ๆ แม่ แม่จ้องมองท้องที่โตโย้ของเธอดวงตาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรู้สึกชิงชังอย่างไม่ปิดบัง“เด็กที่อยู่ในนี้ อีกไม่นานก็คงจะลืมตาดูโลกแล้วสินะ”หยางซินยิ้มเย็น ธอยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกในครรภ์“ใช่ อีกไม่นานแล้ว เดือนหน้าที่จะถึงนี้เขาก็จะออกมาแล้ว”แม่กลับพูดเสียงเบา ที่เธอแทบจะไม่ได้ยิน“แกกล้าดียังไงที่ฆ่าพี่ ฆ่าพ่อตัวเองแล้วยังกล้าให้กำเนิดชีวิตใหม่ออกมาอีก แกกล้าดียังไง”หยางซิน
สองเดือนให้หลัง หลังจากหยางเหมยถูกหยางซินส่งตัวเข้าคุก หญิงสาวก็ทนรับสภาพไม่ไหวเธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนและในที่สุดก็คลุ้มคลั่งและผูกคอตายในคุกหยางซินจัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่ายที่สุด โดยที่แม่ของหยางซินเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวสุดที่รักตายในคุก แม่ก็ล้มป่วยลงทันใดหยางซินดูแลแม่โดยการส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ไม่ได้หรูหราแต่ก็มีการรักษาที่ดี เธอยังจ้างพยาบาลดูแลแม่เป็นพิเศษอีกคนหนึ่งส่วนพ่อของหยางซิน ตอนเขาติดการพนันอย่างหนัก และเพราะกู้เงินนอกระบบมาเยอะ ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนและสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายจนตายโดยที่หยางซินได้รับศพกลับมาแน่นอนว่าเธอทำพิธีศพอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากพิธีของพี่สาวของเธอครอบครัวสกุลหยางในชาตินี้ ยังคงย่อยยับเหมือนชาติที่แล้ว เพียงแต่คนที่ทำให้ตัวเองต้องประสบภัยนั้น กลายเป็นตัวของคนคนนั้นเอง และหยางซินก็พาตัวเองรอดพ้นมาได้เพียงคนเดียวทั้งพ่อแม่และหยางเหมย ล้วนกระทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยตัวเอง หาใช่ฝีมือของหม่าเฮ่อเหมือนชาติที่แล้วหยางซินท้องโตขึ้นทุกวัน หม่าเฮ่อรักและเอาใจใส่เธอมาก เขาทะนุถนอมเธอเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง หยางซินกระซิบแผ่วเ
“เธอรู้ได้ยังไง ทำไมต้องทำแบบนี้ เธอทำไมไม่ฆ่าฉันไปเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฉันคิดจะฆ่าเธอ”หยางซินตอบว่า“เพราะว่าฉันอยากเล่นสนุกยังไงล่ะ พี่คิดว่าตัวเองเก่งนักยังสามารถสร้างฉากพี่สาวที่แสนดีกับฉันตอนแรกก็น่าสะอิดสะเอียน ต่อมาฉันก็รู้สึกว่าอยากรู้ว่าพี่จะทำร้ายฉัน ก็เลยคิดว่าจะซ้อนแผนเล่นละครกับพี่ขำๆ ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะโง่ขนาดนี้ ฉันเห็นพี่มีความอดทนและยังไปเสนอตัวให้เถ้าแก่แซ่จางคนนั้นฉันก็เลยให้เขาหลอกพี่อีกรอบ พี่คิดดูว่าพี่เฮ่อเป็นใคร ใครจะกล้าแตะต้องเมียของเขา!”หยางเหมยกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรู้ว่าแม้แต่คนแซ่จางคนนั้นก็หลอกลวงเธอ หยางซินยังพูดต่อ“ยาที่พี่เอามาให้ฉันกิน ก็แค่ยาบำรุง ก็เป็นฉันที่คิดบทละครนี้ให้พี่ พี่เป็นนักแสดงที่ดีนะ เสียดายที่ไม่ได้แจ้งเกิดในวงการ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ไว้ใจคนแซ่จางขนาดนั้น ก็เลยต้องให้หมอตรวจสอบยาที่กินจนแน่ใจอีกรอบ บอกให้พี่รู้เอาไว้ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น พี่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้เลยล่ะ ดีใจด้วย”ดูเหมือนว่าหยางเหมยจะช็อกไปแล้ว เธอกำมือแน่นร่างกายสั่นระริก และกรีดร้องออกมาคล้ายสะเทือนใจอย่างรุนแรง“แล้วเธอจะทำอะไรฉัน”หยา
หม่าเฮ่อเริ่มมีการกระสันจนร่างสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา เขาผลักหยางเหมยที่กอดรัดร่างของเขาออกอย่างแรงจนหัวชนขอบเตียงไม้แตกเลือดไหลลงมาหญิงสาวจับศีรษะตัวเองแล้วตกใจจนกรีดร้องหม่าเฮ่อไม่สนใจว่าหยางเหมยจะได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาไม่อยากขยับตัวแล้วกลัวว่าการเสียดสีจะยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหวและหน้ามืดคว้าเอาหยางเหมยมานอนด้วย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ ตะโกนเรียกภรรยาดังลั่น“หยางซิน ที่รักของผม หยางซิน เมียจ๋า ช่วยสามีด้วย!”หยางเหมยขาดสติเพราะถูกเขาผลักจนหัวแตก และยังมีความกลัวที่จะถูกส่งกลับไปหาเถ้าแก่ลู่ เธอหัวเราะหยันออกมา พร้อมกับพูดว่า“หยางซินกำลังจะตายแล้ว! น้องสาวของฉันไม่มีทางมาที่นี่ พี่จะไม่มีวันได้อยู่กับหยางซินอย่างที่พี่ต้องการ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงล่ะ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะฆ่าหยางซินได้”หม่าเฮ่อหันขวับมามอง แววตาแดงก่ำ “เธอคิดว่าจะทำอะไรเมียของฉันได้ง่าย ๆ เหรอ คนที่ต้องตายคือเธอต่างหาก!”จากนั้นเขาก็คว้าปูที่นอนมาแล้วพันตัวหยางเหมยแน่นทั้งจับมัดเอาไว้กับขาเตียงแน่นหนาหยางเหมยบิดกายเร่ากรีดร้องขอให้เขาปล่อยเธอ“พี่เฮ่อ พี่ต้องการขนาดนี้ หยางซินไม่อยู่ช่วยพี่แล้ว ปล่อยฉันแล้ว ให้ฉันช่วยนะ ฉ







