Share

บทที่ 3 การแสดงของซินซิน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-09 10:10:55

บทที่ 3 การแสดงของซินซิน

            “เจ้าเขียนสิ่งใดลงไปในจดหมายกันแน่ท่านปู่ของเจ้าถึงยอมมอบเงินให้มากมายถึงเพียงนี้”

            “เป็นความลับเจ้าค่ะ”

            “ตามใจเจ้าเถิด แต่รับปากตามาหนึ่งเรื่องได้หรือไม่”

            “เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”

            “หากมีเรื่องลำบากให้มาบอกตาถึงตาจะช่วยไม่ได้มากแต่ตาก็จะพยายาม” เขาบอกน้ำเสียงจริงจัง

            ซินหยานจ้องมองเข้าไปในแววตาที่ทอความรู้สึกผิดของผู้เป็นตา นางเข้าใจดีว่าท่านตาก็แค่คนแก่ที่พยายามประคับประคองครอบครัวอย่างเต็มที่

            “ข้าจะรับปากถ้าท่านตาทำตามคำขอของข้าเจ้าค่ะ” คำขอนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมายแค่ให้ท่านตาของนางช่วยทำการแสดงบางอย่างเท่านั้น

           

           

            “เจ้าเป็นบ่าวอย่างไรกัน คุณหนูของเจ้าหายไปไหนเจ้าก็ไม่รู้หรือ” เสียงตะคอกของชายวัยห้าสิบดังลั่นทั่วลานบ้าน

            “บ่าว ฮึก ไม่ทราบเจ้าค่ะ”

            เสียงโวยวายของเจ้าของบ้านทำให้ทั้งบ่าวและนายของจวนกรูกันมามุงดู ไม่บ่อยนักที่นายท่านเซียวจะโมโหถึงขั้นนี้

            “เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” เซียวฮูหยินหรือน้าสะใภ้ของซินหยานเอ่ยถามพ่อสามีของนาง

            นางเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่พ่อสามีจะเกรี้ยวกราดถึงได้ขนาดนี้ จนตัวนางเองก็วางตัวไม่ถูก

            “ซินซินของข้าหายไปไหนไม่มีใครรู้” เขาพูดด้วยความกระฟัดกระเฟียด

            “นางก็คงจะไปเล่นที่ไหนสักที่เท่านั้นแหละเจ้าค่ะ” นางพูดด้วยความไม่ใส่ใจ ก็แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งจะใส่ใจอะไรกับมันนัก

            “หลานข้าทั้งคนเจ้ากล้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร” เขาตะคอกลูกสะใภ้เสียงเข้ม แววตาแสดงความโกรธอย่างชัดเจน

            “เอ่อ...คุณหนูของเจ้านางได้บอกหรือไม่ว่าจะไปไหน” เซียวฮูหยินเปลี่ยนทิศทางไปถามกับซือเจียที่นั่งคุกเข่าร้องไห้น้ำตานองหน้า

            “บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ คุณหนูบอกว่าหิวเลยจะออกไปหาอะไรกิน” ซือเจียพูดทั้งน้ำตา นางอายุมากกว่าซินหยานแค่ไม่กี่ปีจะรับแรงกดดันจากผู้ใหญ่ถึงสองคนได้อย่างไร

            “หิวบ้าหิวบออะไรกันที่บ้านไม่มีข้าวให้กินหรืองะ...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีก็ราวกับว่านึกบางอย่างขึ้นมาได้

            "ฮูหยินท่านสั่งให้คุณหนูกินได้แต่ข้าวต้ม คุณหนูก็เลยทนหิวไม่ไหวเจ้าค่ะ" ซือเจียหลับตาพูดด้วยความกลัว

            รอยช้ำจากที่โดนตบเมื่อวันก่อนพึ่งจะหายดีซือเจียเองก็กลัวว่าจะต้องโดนทำร้ายร่างกายอีกครั้ง

            “นั่นล้วนเป็นเพราะข้าหวังดี เจ้าอย่ามาพูดจาให้ร้ายข้าไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

            นางพูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่กลับใช้สายตาข่มขู่บ่าวให้เงียบปาก

            “เจ้ายังไม่รู้ความผิดของตัวเองอีกหรือ แล้วนี่ข้าจะตอบใต้เท้าเฉินได้อย่างไรว่าหลานสาวเขาหายตัวไป” เซียวเฉิงคุนถามเสียงเข้ม

            “ท่านพ่อท่านพูดเรื่องอะไรกัน ใครต่างก็รู้ว่านางโดนทิ้งกลายเป็นเด็กกำพร้าไปแล้ว”

            “นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าล้วนคิดไปเองทั้งนั้น เมื่อวันก่อนท่านอัครมหาเสนาบดียังเขียนจดหมายมาถามความเป็นอยู่ของซินเอ๋อร์อยู่เลย” เขาส่ายหน้าด้วยความเหลืออด

            “ไม่จริง นางโดนทิ้งแล้ว พวกเขาจะมาสนใจนางทำไมกัน”

            เซียวฮูหยินหอบหายใจแรง นางไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นางรู้สึกชาไปทั้งตัวจนแทบยืนไม่อยู่

            “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ แต่ถ้าเจ้าหานางไม่พบก็เตรียมคำแก้ตัวไว้ให้ดีแล้วกัน เกรงว่าคงจะไม่ได้มีแค่เจ้าที่ต้องเดือดร้อน”

            เซียวเฉิงคุนพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันไปสั่งให้คนออกตามหาหลานสาว

            เมื่อพ่อสามีของนางเดินจากไปเซียวฮูหยินก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่านางทำอะไรกับเด็กนั่นไปบ้างเกรงว่าหายนะคงมาเยือนนางและครอบครัวในไม่ช้า

           

            “หานางเจอหรือยัง” เซียวเฉิงคุนถามลูกสะใภ้อย่างร้อนรน

            หลานสาวของเขาหายตัวไปเป็นวันที่สองแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใดลูกสะใภ้ของเขาก็เริ่มสีหน้าแย่ลงเรื่อยๆ

            “ยังไม่เจอขอรับ”

            “เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะท่านพ่อ” เซียวฮูหยินที่ใต้ตาดำคล้ำจากการอดนอนทั้งคืนถามเสียงสั่น

            ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าเรื่องราวมันจะบานปลายถึงขนาดนี้ ถ้าหากวันนี้ยังหาเด็กคนนั้นไม่เจอคงเป็นเรื่องใหญ่แน่

            “ปัญหาที่เจ้าก่อเจ้าก็ต้องหาทางแก้เองสิ ข้าก็บอกแล้วว่าให้ใจดีกับหลาน สักนิดก็ยังดีแล้วผลเป็นอย่างไรเล่า”

            เซียวฮูหยินไม่ได้โต้ตอบคำพูดของพ่อสามีอีก นางกัดเล็บเพื่อระบายความเครียดจนมีรอยแผลเล็กๆตรงปลายนิ้ว

            เวลาล่วงเลยจนไปถึงช่วงเย็น บรรยากาศในบ้านยิ่งดูอึมครึมกว่าตอนเช้า เซียวฮูหยินที่สั่นไปทั้งตัวราวกับคนเสียสติยังคงนั่งอยู่ลานบ้านเพื่อรอรับข่าวสาร

            “เจอแล้วๆ เจอคุณหนูแล้ว” เสียงของใครสักคนดังมาจากทางหน้าบ้านเรียกความสนใจของคนในบ้านให้ต้องทั้งวิ่งทั้งเดินออกมาดู

            “เจอแล้วหรือ ! ” เซียวฮูหยินหยัดกายลุกขึ้นอย่างลืมตัวด้วยความรวดเร็ว

            ใบหน้าที่เคยซีดเผือดดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก

            “ซินเอ๋อร์ เร็วเข้ารีบพาหลานข้าเข้าบ้าน” เสียงของผู้เป็นตารีบตะโกนเรียกหาหลานสาวของเขาทันทีที่ได้ข่าว

            “นายท่าน คุณหนูตัวร้อนราวกับไฟเลยเจ้าค่ะ” ซือเจียบอกเสียงพร่าขอบตาของนางแดงก่ำ

            “โถ่ หลานตาน่าสงสารจริงๆเลย”

            “เกิดอะไรขึ้นทำไมนางถึงมีสภาพเช่นนี้ไปได้” เซียวฮูหยินถาม

            เฉินซินหยานในตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีสันราวกับคนป่วยหนัก ไหนจะริมฝีปากที่ซีดเซียวจนน่ากลัว      

            “เมื่อวานคุณหนูแอบออกไปหาของกินในป่าด้วยความหิวโหย แต่พลาดตกน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่โชคยังดีชาวบ้านผ่านไปช่วยไว้ได้ทันขอรับ” บ่าวที่เป็นคนไปรับซินหยานรีบอธิบายให้ฟัง

            “ตกน้ำ ! เจ้าดูสิว่าเจ้าทำอะไรกับเด็กตัวแค่นี้ถ้านางเป็นอะไรไปอย่าว่าแต่ปู่ของนางเลยข้าก็จะไม่ไว้ชีวิตเจ้าเช่นกัน”

            “ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว” เซียวฮูหยินคุกเข่ากับพื้นทั้งน้ำตา

            “นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจซินเอ๋อร์ยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าเจ้าตั้งใจหลานสาวข้าจะไม่ตายไปเลยหรือนางหญิงชั่ว”

            “...” คนโดนตะคอกใส่ไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก       

            ซินหยานถูกพากลับไปนอนในห้องของนาง ตามมาด้วยซือเจียและท่านตาของนาง

            “เลิกแกล้งได้แล้ว” ท่านตาของนางบอกเสียงเรียบ ชายชรายืนกอดอกอยู่ข้างเตียงของหลานสาวพลางส่งสายตาดุๆไปให้เด็กน้อยบนเตียง

            ร่างบนเตียงลืมตาพลางฉีกยิ้มให้คนอายุมากกว่าจนท่านตาของนางใจอ่อนลดท่าทีเคร่งขรึมลง

            “ท่านตาแสดงเก่งมากเลยเจ้าค่ะ” ซินหยานกระซิบเสียงเบา และยังยกนิ้วโป้งให้เขาอีกด้วย

            “เจ้าเล่นแรงเกินไปหรือเปล่า”

            “ถ้าเทียบกับสิ่งที่นางทำนี่ยังนับว่าน้อยไป”

            “ซินซินนะซินซิน ตอนเห็นสีหน้าเจ้าตาใจหายคิดว่าเจ้าป่วยจริงๆเสียอีก”

            “เนียนมากเลยใช่ไหมเจ้าคะ”

            “หึ เกือบแล้วถ้าตาไม่เห็นสิ่งนี้ตอนที่ลูบใบหน้าของเจ้าเสียก่อน” เขาว่าพร้อมหันมองฝ่ามือตัวเองที่มีผงแป้งสีขาวติดตรงปลายนิ้ว

            “นี่เรียกว่าอุปกรณ์ช่วยเสริมความสมจริงเจ้าค่ะ”

            “อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะซินเอ๋อร์ เจ้าไปอยู่นอกบ้านตาเป็นห่วง”

            เฉิงคุณหยิบผ้าที่บ่าวนำมาให้และช่วยเช็ดแป้งที่ติดอยู่บนใบหน้าหลานสาวอย่างทะนุถนอม

            “นางคงไม่กล้าทำอะไรข้าไปอีกสักพักเลยเจ้าค่ะ”

            “ช่วงนี้เจ้าไปเจออะไรมา ทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้” มันเป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในความคิดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            หลานสาวทั้งคนเปลี่ยนไปเพียงนิดทำไมเขาจะรับรู้ไม่ได้ นี่นางเปลี่ยนไปราวกับคนละคนเลยด้วยซ้ำ

            “ข้าฝันเจ้าค่ะ” นอกจากเหตุผลนี้แล้วคงจะไม่มีอะไรที่จะใช้อธิบายได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ย้อนเวลางั้นหรือถ้าพูดไปคงโดนหาว่าเสียสติไปแล้ว

            “ฝัน ? ”

            “เจ้าค่ะ ในฝันมันน่ากลัวและทรมานมาก ผู้คนต่างรังแกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนข้ารู้สึกว่าข้าคงจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้คนอื่นกล้ามารังแกข้าได้อีก” ถึงจะพูดว่ามันเป็นแค่ความฝันแต่ทั้งสีหน้าและแววตาของนางกลับแสดงออกถึงความเจ็บปวดจนคนมองใจเสีย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status