Share

บทที่ 4 ลงทุนครั้งแรก

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-09 10:11:11

บทที่ 4 ลงทุนครั้งแรก

            ตั้งแต่ที่เฉินซินหยานกลับมาครั้งนี้นางรับรู้ได้เลยว่าน้าสะใภ้ก็เหมือนจะสงบเสงี่ยมขึ้น นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

            “ท่านตาช่วยพาข้าออกไปย่านการค้าที่ตรอกโหยวเฉียนได้ไหมเจ้าคะ” ซินหยานที่พอเห็นหน้าท่านตาของนางก็รีบเอ่ยปากร้องขอออดอ้อนทันที

            ชายผมขาวยังไม่ทันได้เอ่ยทักทายหลานสาวก็ต้องหุบยิ้มทันที ช่วงนี้เขารู้สึกได้เลยว่าทุกครั้งที่ซินเอ๋อร์มาหาเขานางมักจะมีคำขออะไรสักอย่างตลอด แต่ท่าทางออดอ้อนนั้นก็ทำให้เขาอดที่จะใจอ่อนไม่ได้

            “เจ้ายังไม่ล้มเลิกความคิดนั้นอีกหรือ” คนอายุมากกว่าเลิกคิ้วถาม

            ผ่านมาหลายวันเขาก็ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าหลานสาวของเขาอยากซื้อไหมด้วยจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว

            เรื่องที่น่าแปลกใจอีกเรื่องคือท่านอัครมหาเสนาบดีหรือปู่ของซินเอ๋อร์ส่งจดหมายมาหาเขาถึงสามฉบับแล้ว และยังมีของซินเอ๋อร์อีกด้วยมันทำให้เขากังวลใจอยู่พอสมควร

            “โถ่ ท่านตา ข้าก็แค่อยากลองเสี่ยงดวงดูเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” ซินหยานทำหน้างอง้ำ ริมฝีปากเชิดขึ้นช่างน่าเอ็นดู

            “เงินเจ็ดร้อยตำลึงไม่น้อยเลยนะซินเอ๋อร์” เซียวเฉิงคุนบอกด้วยใบหน้าจริงจัง

            “ข้าไม่ได้บอกนี่เจ้าคะว่าจะใช้หมด”

            “เช่นนั้นก็ดี” คนอายุมากกว่าโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยที่หลานสาวของเขายังพอมีสติอยู่บ้าง

            “ข้าจะใช้แค่นี้เองเจ้าค่ะ” พูดเสร็จก็ชูนิ้วขึ้นมาหกนิ้วให้ท่านตาของนางดู

            “เฮ้อ แค่หกสิบตำลึงสินะ” เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “ไม่ใช่ หกร้อยตำลึงต่างหาก” ซินหยานส่ายหน้าไปมา

            เงินแค่หกสิบตำลึงจะซื้อไหมได้เท่าไหร่กันเชียว นางให้ซือเจียไปคอยสืบราคาไหมตลอดจนถึงช่วงที่ราคาไหมต่ำจนเป็นที่พอใจถึงได้คิดจะลงมือ

            “หกร้อย ! ” เขาเบิกตาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            หลานสาวของเขาคนนี้จะใจกล้าเกินไปแล้ว

            “ท่านตาเชื่อใจข้าสิเจ้าคะ ข้ามั่นใจ” ซินหยานยกแขนขึ้นมากอดอกด้วยความมั่นใจ แต่คนอายุมากกว่าต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ

            “เอาเถิดๆ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเงินของเจ้าตาจะไม่ห้ามเจ้าแล้ว” เขาบอกอย่างยอมแพ้

            “แล้วสรุปว่า...” นางเว้นช่วงรอคำตอบ

            “บอกให้คนไปเตรียมรถม้า”

            ซินหยานหาบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัวและปีนขึ้นยืนด้วยท่าทางซุกซน

            ฟอดดด !          

            เสียงหอมแก้มฟอดใหญ่ทำให้เซียวเฉิงคุนตะลึงตาค้าง นี่สินะความน่ารักของหลานสาว ซินเอ๋อร์นี่ช่างรู้ความจริงๆ

            “ท่านตาดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ”

            นางออกไปบอกให้คนเตรียมรถม้าหลังจากนั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

            ซินหยานมั่นใจมากว่าอีกไม่นานราคาไหมจะพุ่งสูงจนใครก็คาดไม่ถึง

             นางจำได้ดีว่าตอนที่นางอายุแปดขวบ เมื่อถึงช่วงหน้าหนาวนางไม่มีเสื้อผ้าหนาๆให้ใส่เลยแม้แต่ตัวเดียว น้าสะใภ้อ้างว่าเพราะปีนั้นไหมราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัวทำให้ราคาผ้าสูงขึ้นไปด้วยจึงไม่สามารถตัดชุดใหม่ให้นางได้ ชุดเก่าที่มีก็เล็กเกินไปเพราะเป็นชุดตั้งแต่ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่

            หน้าหนาวปีนั้นเป็นปีที่ทรมานสำหรับเด็กแปดขวบคนหนึ่งมากจนนางไม่มีทางลืมความหนาวเหน็บที่เคยประสบเลยสักครา

            “ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะท่านตา” ซินหยานวิ่งไปหาท่านตาของนางอย่างกระตือรือร้น

            “ออกเดินทาง” เขาหันไปสั่งคนบังคับรถม้าให้เริ่มออกเดินทางเมื่อซินเอ๋อร์ของเขาขึ้นมานั่งข้างกัน

            ใช้เวลาประมาณสองเค่อกว่าจะถึงตรอกโหยวเฉียน หมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่ไกลจากย่านการค้าพอควร

            ตรอกซอยแห่งนี้คือสถานที่รวบรวมพ่อค้าจากต่างถิ่นเอาไว้เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสินค้าจากต่างเมือง

            ภายในโรงน้ำชาแห่งหนึ่งมีชายวัยกลางคนอยู่สามคนกำลังนั่งกันใบหน้าคร่ำเครียด พวกเขาคือพ่อค้าไหมที่นางตามหานั่นเอง

            “เจ้าลองเข้าไปสอบถามดูว่าที่นี่มีพ่อค้าไหมหรือไม่ ถ้ามีให้พามาพบข้า” เฉิงคุนสั่งกับคนบังคับรถม้าของเขา

            ไม่นานชายทั้งสามก็พากันเดินมาที่หน้าร้านพร้อมกัน

            “นายท่าน มาแล้วขอรับ”

            “อืม เจ้าจะคุยเองหรือให้ตาคุยให้” เขาหันไปถามหลานสาว

            “ข้าจะจัดการเองเจ้าค่ะ”

            เฉินซินหยานและท่านตาของนางลงจากรถม้าเพื่อเดินไปหาชายทั้งสาม

            “พวกท่านคงเป็นพ่อค้าไหมสินะเจ้าคะ” ซินหยานระบายยิ้มหวานเป็นการทักทาย

            “เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีธุระอันใดกับพวกเราหรือขอรับ” หนึ่งในพวกเขาเอ่ยปากถาม

            อยู่ดีๆก็มีคนมาบอกว่ามีคนต้องการพบพวกเขา จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไร แล้วยิ่งเป็นเด็กตัวแค่นี้ยิ่งน่าประหลาดใจเข้าไปใหญ่

            “ข้าต้องการซื้อไหมเจ้าค่ะ”

            “คุณหนูท่านอย่าล้อพวกเราเล่นเลย” เขามีสีหน้าลำบากใจ

            ใครก็รู้ว่าช่วงนี้ตระกูลใหญ่ที่นำเข้าไหมมานั้นขายกดราคาจนพ่อค้าอย่างพวกเขาไม่สามารถขายได้ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาก็คงต้องยอมแพ้และกลับไปมือเปล่า

            “ข้าไม่ได้ล้อเล่น” ซินหยานขมวดคิ้วเมื่อนางเริ่มไม่พอใจ

            ท่าทีแสดงออกถึงความไม่พอใจของเด็กตรงหน้าทำให้พวกเขามองหน้ากันไปมา

            “เอ่อ ถ้าเช่นนั้นคุณหนูจะซื้อเท่าไหร่หรือขอรับ”

            “หกร้อยตำลึง”

            “หะ...หกร้อยตำลึง” พวกเขากล่าวเสียงสั่นอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน เงินหกร้อยตำลึงพอที่จะซื้อสินค้าของพวกเขาเกือบทั้งหมดด้วยซ้ำ

            “ได้ใช่หรือไม่”

            “ใต้เท้า หลานสาวของท่านคงจะไม่ได้ล้อเล่นจริงๆใช่ไหมขอรับ” เขาหันไปถามชายที่มากับเด็กคนนี้เพื่อความแน่ใจ

            ถึงอย่างไรนางก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง อีกฝ่ายจะไม่วางใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

            “ทำตามที่นางบอกเถิด ข้ารับประกันว่าพวกเราไม่ผิดคำพูดแน่นอน” เซียวเฉิงคุนช่วยรับรองคำพูดของหลานสาว

            “นี่เงินเจ้าค่ะ” ซินหยานหยิบตั๋วเงินยื่นให้พวกเขาดู

            “ถ้าเช่นนั้น” เขากำลังยื่นมือไปรับตั๋วเงินไว้แต่นางกลับชักมันกลับไปก่อน

            “พวกเราต้องทำสัญญากันก่อนสิ” ซินหยานบอกและดึงตั๋วเงินกลับ

            นางต้องทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด นี่เป็นการทำการค้าครั้งแรกในชีวิตใหม่ ซินหยานก็อยากจะทำให้มันดีที่สุด

            ในสัญญามีข้อตกลงเพียงไม่กี่ข้อ ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกันจนเกินควรเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย

            “หืม คุณหนูจะฝากสินค้าไว้ที่พวกเราก่อนหรือขอรับ” เมื่ออ่านสัญญามาถึงข้อนี้ก็ทำให้เขาต้องฉงน

            “หากไม่เปนการรบกวนประมาณสิบสี่วันก็พอ”

            “จะว่าได้มันก็ได้อยู่หรอกขอรับ”

            “รบกวนด้วยนะ ส่วนเงินข้าจะจ่ายก่อนครึ่งหนึ่งอีกครึ่งจะจ่ายหลังจากที่ข้ารับสินค้าไปแล้ว”

            หลังจากตกลงทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็บอกลากันด้วยรอยยิ้มพึงพอใจทั้งคู่ พวกเขาสามารถขายสินค้าได้เกือบทั้งหมดมีเรื่องใดให้ไม่ดีใจกัน

            “ตาไม่เคยรู้เลยว่าซินเอ๋อร์ของตาโตขนาดนี้แล้ว”

            “ข้าเก่งมากใช่ไหมเจ้าคะท่านตา” นางยิ้มจนตาหยีด้วยความภูมิใจ

            “อืม ซินเอ๋อร์เก่งมาก”

            เขาชอบที่หลานสาวของเขายิ้มอย่างมีความสุขบ่อยมากขึ้น แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าซินซินเปลี่ยนไปมากจริงๆ ความฝันที่นางกล่าวถึงนั้นมันต้องเลวร้ายขนาดไหนกันถึงทำให้หลานสาวตัวน้อยเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้

            ทั้งสองเดินทางกลับบ้าน ตลอดทางก็พูดคุยกันเพลิดเพลิน ซินหยานเข้าไปพักในห้องของตัวเองด้วยความสบายใจ

            นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่นางวางแผนไว้ จะทำอะไรก็ต้องมีเงินเอาไว้ก่อนชีวิตจะได้ง่ายขึ้น

            “คุณหนู ฮูหยินให้มาตามเจ้าค่ะ” เสียงของบ่าวสักคนหนึ่งเรียกอยู่ด้านนอกห้อง

            “อืม รู้แล้ว” ซินหยานตอบเสียงเอื่อย

            พึ่งจะมีความสุขได้ไม่นานก็ต้องมาสู้รบตบมือกับคนน่ารำคาญนั่นอีกแล้ว ร่างกายของเด็กแปดขวบไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้นเสียหน่อย แค่นั่งรถม้าก็ปวดไปทั้งตัวแล้ว

            “เฮ้อออ” ซินหยานลุกจากเตียงและถอนหายใจเพื่อเรียกสติ

            นางรู้ดีว่าเรื่องที่นางทำจะต้องไปถึงหูของน้าสะใภ้เป็นแน่ คราวก่อนถ้าไม่ได้ท่านตาช่วยปิดไว้อีกฝ่ายก็คงรู้ความจริงไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status