Share

บทที่ 5 ไฟไหม้

last update Tanggal publikasi: 2026-02-10 10:21:40

บทที่ 5 ไฟไหม้

            “มาแล้วก็นั่งลง” น้าสะใภ้ของซินหยานเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง

            “น้าสะใภ้ให้บ่าวไปตามข้ามา มีอะไรจะสั่งสอนหลานหรือเจ้าคะ”

            เฉินซินหยานไม่สะทกสะท้านกับสายตาทิ่มแทงของอีกฝ่ายและยังอดไม่ได้ที่จะพูดจาเสียดสีตอบโต้

            “เห็นข้ายอมนิดยอมหน่อยเจ้าก็ปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะเลยสินะ” เซียวฮูหยินใช้สายตากดข่มเด็กน้อยให้นางกลัวแต่ก็ไม่เป็นผล

            “ท่านน้าสะใภ้คิดว่าแบบนั้นหรือเจ้าคะ” ซินหยานส่งสายตายียวนเป็นการตอบแทน

            นางเคยกลัวสายตาและท่าทางเหล่านี้ไปได้อย่างไรกัน ช่างโง่เขลาสิ้นดี

            “หึ เก่งนี่ ไม่ตัวสั่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” คนอายุมากกว่าแสยะยิ้มเยือกเย็น

            เซียวฮูหยินที่เคยกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับนางก่อนหน้านี้กลับมีความมั่นใจขึ้นมา หากคนพวกนั้นสนใจความเป็นอยู่ของนางเด็กนี่จริงก็คงต้องลงมือกับนางไปแล้วแต่นี่กลับเงียบสงบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “ที่ท่านเรียกข้ามาแค่เพราะจะให้มานั่งฟังท่านถากถางข้าเท่านั้นหรือ”

            “ข้าได้ข่าวว่าเจ้าไปเหมาซื้อไหมจากพ่อค้าในตลาดจนหมด”

            เซียวฮูหยินก้มตัวลงเพื่อให้สายตาอยู่ระดับเดียวกันกับหลานสาวสุดที่รัก มือเย็นเฉียบลูบไปมาบนใบหน้าจิ้มลิ้ม

            “ท่านน้าสะใภ้มีปัญหากับการใช้เงินของข้าหรือ” ซินหยานปรายตามองเรียวนิ้วที่สัมผัสใบหน้าของนาง

            ถึงจิตใจจะเข้มแข็งมากขึ้นแค่ไหนแต่ร่างกายของนางในตอนนี้ก็เป็นแค่เด็กแปดขวบจะไปสู้ผู้ใหญ่ได้อย่างไร หากอีกฝ่ายเกิดเสียสติลงไม้ลงมือขึ้นมานางก็คงต้องเจ็บหนัก

            หมับ !

            คนอายุมากกว่าบีบแก้มของเด็กน้อยจนซินหยานส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บ ปลายเล็บแหลมก็จิกที่แก้มจนเป็นรอย

            “โอ๊ย ! ท่านเสียสติไปแล้วหรือ” ซินหยานพูดเสียงอู้อี้เพราะขยับปากได้ไม่ถนัด ความเจ็บแสบทำให้นางชาไปทั้งแก้ม

            “เจ้านั่นแหละเสียสติไปแล้ว เจ้าคิดว่าพวกเราร่ำรวยขนาดไหนกันถึงใช้เงินซื้อของไร้ค่าพวกนั้นตั้งหกร้อยตำลึง” เซียวฮูหยินสะบัดมือออกจากใบหน้าจิ้มลิ้มจนเด็กน้อยหน้าหันไปตามแรง

            ซินหยานพยายามทำใจกล้าไม่แสดงเกรงกลัวอีกฝ่าย แต่เมื่อโดนตะคอกใส่นางก็เผลอสะดุ้งตัวโยนแต่ก็สามารถดึงสติกลับมาได้

            “แล้วข้าไปใช้เงินของท่านหรือ ทำไมท่านต้องมาเดือดร้อนกับข้าด้วย” ซินหยานพูดเสียงเรียบ

            เฉินซินหยานรวบรวมสติแล้วปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติให้ได้มากที่สุด นางจ้องมองกลับไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว

            “ข้าเป็นฮูหยินของสกุลเซียว ทรัพย์สินเงินทองของสามีข้าก็เหมือนของข้าเจ้ามันคนสกุลเฉินมีสิทธิใดมายุ่งกับของของข้า”

            เซียวฮูหยินระเบิดอารมณ์โดยไม่สนใจเลยว่าคนตรงหน้าก็แค่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น

            “ข้าว่าพวกเขาคงบอกท่านน้าไม่หมดนะเจ้าคะ”

            ซินหยานยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เรื่องเงินที่นางได้รับจากท่านปู่ก็คงมีแค่ท่านปู่  ท่านตา ตัวนางเองและคนส่งสารเท่านั้นที่รู้ความจริง

            การที่น้าสะใภ้ของนางจะสติแตกขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ท่านตาของนางไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดจะให้หลานสาวละลายเงินทิ้งไปทีละหลายร้อยตำลึงได้ตามใจ

            “เจ้าพูดเรื่องอันใด” เซียวฮูหยินแผดเสียงลั่น

            “ลองเดาดูสิ” ซินหยานไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายนางจงใจปั่นประสาทให้อีกฝ่ายมีโทสะมากกว่าเดิม

            “เจ้าอย่ามาเล่นลิ้น หรือเจ้าไม่อยากมีมันไว้พล่ามคำพูดน่ารำคาญได้อีก”

            “เงินนั่นไม่ใช่ของท่านตา”

            “เจ้าพูดอะไร ถ้าไม่ใช่ของท่านพ่อแล้วเจ้าไปเอามันมาจากไหน”

            “หึ ข้าอยากให้ท่านเห็นสีหน้าของท่านตอนนี้จริงๆมันช่างน่าตลกสิ้นดี”

เฉินซินหยานขำให้กับความโง่เขลาของอีกฝ่าย ท่านน้าสะใภ้ของนางก็เป็นเช่นนี้ ทั้งๆที่ตัวเองขี้ขลาดขนาดนี้แต่ก็อยากจะวางท่าเป็นใหญ่ในบ้านคอยข่มคนอื่นตลอดเวลา

            “มันก็เดาได้ไม่ยาก เงินนั่นท่านปู่ให้ข้ามาต่างหาก” ซินหยานยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสมเพชคนตรงหน้า

            “ปู่ของเจ้างั้นหรือ เป็นไปไม่ได้” น้าสะใภ้ของซินหยานพึมพำไม่เชื่อคำพูด

            “ท่านคิดว่าที่ท่านยังรอดมาถึงตอนนี้ได้เพราะท่านปู่ของข้าไม่สนใจข้างั้นหรือ มันเป็นเพราะข้าขอร้องท่านตาไม่ให้บอกต่างหาก”

            “ข้า...ข้า” คนอายุมากกว่าอ้ำๆอึ้งๆไม่รู้ว่าควรจะจบเหตุการณ์นี้อย่างไรถึงจะเป็นผลดีต่อตัวเอง

            แปะ ! แปะ !

            เฉินซินหยานตบลงบนใบหน้าของน้าสะใภ้ของนางเบาๆ

            “ได้สติขึ้นมาแล้วสินะ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบนางก็เดินออกมาจากที่นั่น ก่อนที่จะพ้นสายตาซินหยานก็หันกลับไปยิ้มให้อย่างคนที่เหนือกว่า

           

            เฉินซินหยานกำลังนั่งอ่านตำราที่โต๊ะหนังสือตัวเล็กด้วยความเพลิดเพลิน รอข่าวเหตุการณ์สำคัญ

            ตั้งแต่ที่ปะทะกันวันนั้นน้าสะใภ้ของนางก็ไม่มายุ่งกับนางอีกเลย ซินหยานรู้ดีว่าน้าสะใภ้คงไม่ได้กลัวมากนัก นางแค่กำลังสับสนเท่านั้น แต่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะนางวางแผนที่จะกลับไปที่เมืองหลวงในเร็วๆนี้

            หากอยากจะแก้ไขหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตก็มีแต่จะต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในใจกลางของมันและค่อยๆแก้ไปทีละปม

            ซินหยานได้แต่หวังว่านางจะช่วยครอบครัวเอาไว้ได้ ถึงที่แห่งนั้นจะเป็นเหมือนนรกเต็มไปด้วยคนใจร้าย แต่คนที่ดีกับนางก็เหมือนมือที่คอยฉุดนางขึ้นมาให้พ้นจากวันคืนอันเลวร้าย

            “คุณหนู เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ” เสียงโวยวายของบ่าวคนสนิททำให้ซินหยานเงยหน้าขึ้นจากตำรา

            “มีเรื่องอะไร” ซินหยานถาม

            “โกดังสินค้าของสกุลเหยาไฟไหม้เจ้าค่ะ ตอนนี้พวกเขากำลังระดมคนไปช่วยกันดับ”

            “งั้นหรือ” ซินหยานอมยิ้มมุมปาก

            สกุลเหยาคือตระกูลพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ พวกเขาคือคนที่ขายไหมกดราคาต่ำจนพ่อค้ารายอื่นขายสินค้าไม่ได้ เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้นี่แหละที่ทำให้ราคาของไหมสูงขึ้นหลายเท่าตัว

            “คุณหนูไม่ตกใจหรือ นั่นมันไฟไหม้เลยนะเจ้าคะ” ซือเจียถามด้วยความแปลกใจ

            ปฏิกิริยาคุณหนูของนางแปลกเกินไปราวกับคนที่รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

            การที่คุณหนูของนางไปรวบรวมไหมเอาไว้ก่อนหน้าเพียงไม่กี่วันเหมือนดูเป็นเรื่องบังเอิญเกินไป และโกดังที่ไฟไหม้ยังเป็นโกดังเก็บไหมอีกด้วย

            “ไฟไหม้แค่นั้นสกุลเหยาไม่สะทกสะท้านมากนักหรอก”

            “คุณหนูดูพูดเข้าสิเจ้าคะ” คำพูดแต่ละคำสมกับเป็นเด็กแปดขวบที่ไหนกัน

            “เรื่องนั้นช่างมันเถิด เจ้าไปติดต่อพ่อค้าไหมให้ข้าทีบอกเขาว่าให้เตรียมตัวอีกไม่กี่วันข้าจะไปรับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้”

            เหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บไหมของสกุลเหยาส่งผลกระทบใหญ่ต่อกิจการของเขาไม่น้อย เพราะไหมพวกนั้นส่วนใหญ่แล้วมีเจ้าของแล้วทั้งนั้น

            พวกเขาต้องทุ่มเงินกว้านซื้อไหมไปทั่วเมืองเพื่อนำมาส่งมอบให้กับลูกค้าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ภายในเวลาไม่กี่วันราคาก็พุ่งสูงจนเกือบถึงสี่เท่าตัว และคนที่มีสินค้าในมือมากที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฉินซินหยาน

            “ข้ามารับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกกับพ่อค้าคนเดิมที่นางซื้อไหมจากพวกเขา

            “ข้ามีเรื่องอยากจะสอบถามคุณหนูสักเรื่อง”

            “หรือว่าท่านจะตุกติก” ซินหยานแสร้งขมวดคิ้วทำหน้าไม่ไว้ใจ

            “ข้าไม่กล้าๆ เพียงแต่มีคนมาติดต่อขอซื้อไหมพวกนี้ทั้งหมดเลยขอรับ”

เขาเองก็เสียดายไม่น้อยที่พลาดโอกาสดีๆอย่างนี้ไป แต่ถ้าคุณหนูท่านนี้ไม่ช่วยซื้อไว้ก่อนหน้าเขาเองก็คงต้องเดือดร้อนเหมือนกัน

            “เขาให้ราคาเท่าไหร่”

            “ทั้งหมดสองพันสองร้อยตำลึงขอรับ” คนพูดเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าไหมของเขาจะขายได้ราคาสูงลิ่วถึงขนาดนี้ คุณหนูท่านนี้ช่างโชคดีเสียจริง

            “อืม พวกสกุลเหยาสินะ” ซินหยานพึมพำกับตัวเอง

            “ท่านทราบได้อย่างไร” เขาหูผึ่งทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เด็กน้อยตรงหน้ากล่าว

            “ก็เดาได้ไม่ยาก เอาเป็นว่าขายให้พวกเขาไปข้าจะรับเงินไปแค่สองพันตำลึงส่วนที่เหลือถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่พวกท่านช่วยเก็บสินค้าไว้แล้วกัน”

            “ขอบคุณขอรับ ขอบคุณ คุณหนูท่านช่างมีเมตตามากจริงๆ” เขารีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความซาบซึ้งแต่ซินหยานก็ห้ามไว้ก่อน

            ในชาติที่แล้วเหตุการณ์ไฟไหม้ส่งผลให้ไหมราคาสูงก็เพราะพวกสกุลเหยากดราคาจนพ่อค้าเจ้าอื่นขายไม่ได้และขนของกลับบ้านเกิดของตนไปกันหมด ก่อนที่สินค้าของสกุลเหยาไหม้หมดพ่อค้าพวกนั้นก็ไม่อยู่ที่เมืองนี้แล้ว การจะหาสินค้ามาจากที่อื่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยมันต้องใช้เวลาพอควร

            เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สกุลเหยาไม่สามารถหาสินค้าเพื่อส่งให้ลูกค้าของพวกเขาตามที่ตกลงกันได้ ชาวบ้านก็ไม่สามารถหาซื้อผ้ามาทำเครื่องนุ่งห่มเพื่อป้องกันความหนาวเหน็บได้ อาศัยพ่อค้ารายย่อยที่มีสินค้าอยู่ในมือน้อยนิดแย่งกันซื้อในราคาสูงลิ่ว

            เมื่อทุกอย่าถูกแก้ไขโดยซินหยานแล้วสกุลเหยาก็ไม่สามารถขึ้นราคาไหมได้เพราะได้ทำสัญญากันไปแล้ว คนที่เดือดร้อนในครั้งนี้ก็มีแค่สกุลเหยาฝ่ายเดียวที่ต้องสูญเสียเงินมากมาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เป็นระยะเวลากว่าสี่ปีที่ซินหยานแต่งงานกับสามีอันเป็นที่รัก เขายังคงดีต่อนางสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปร ยิ่งทวีความรักมากขึ้นเมื่อนางได้ให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน “เจ้าก็รักแต่เจ้าใหญ่ยัยหนูรองน้อยใจแย่” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมอกและตระกองกอดไว้ด้วยความรักแสนทะนุถนอม “แอ้” เจ้าตัวน้อยที่อายุได้เพียงหกเดือนร้องอ้อแอ้และแย้มยิ้มให้พ่อจนเห็นเหงือกสีชมพู ดวงตากลมโตราวกับถอดแบบมารดาออกมาจ้องมองใบหน้าคมของบิดาด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านก็เอาแต่เล่นกับยัยหนูรองจนลืมเจ้าใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ” ซินหยานหันไปมองค้อนสามีที่ชอบเข้มงวดกับบุตรชาย แต่กับบุตรสาวเขาทะนุถนอมและตามใจยิ่งกว่าพวกองค์หญิงในวังหลวงเสียอีก พอได้มาเป็นแม่คนครั้งแรกซินหยานก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของท่านแม่ นางเคยคิดว่าที่ท่านแม่ทำไปเพราะรักแต่นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองของนาง ความรักที่ซินหยานมีให้ลูกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากมารดาโดยสิ้นเชิง ตอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษต้นวสันตฤดูแสงแดดอ่อนๆทอผ่านกิ่งไม้ ใบไม้เขียวขจีพัดไหวเบาๆตามแรงลมที่พัดโชย กลิ่นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอบอวลในอากาศ เสียงนกร้องคลอเบา ๆ เป็นทำนองแห่งธรรมชาติ ยามเช้าหลังจากที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลถูกกาลเวลาพัดพาออกไป ครอบครัวสกุลเฉินนั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงพูดคุยหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ซินหยานเฝ้ามองทุกคนด้วยใจที่รู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมกว่าครั้งไหนๆ นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยแคว้นไว้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถช่วยทุกคนในครอบครัวเอาไว้ได้ ไม่มีใครล้มหายตายจากถึงแม้ระหว่างทางจะมีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เพี๊ยะ ! ร่างบางตีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่กำนั่งแย่งน่องไก่ชิ้นสุดท้ายไป เขามองนางตาขวาง แต่เมื่อเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองเขาราวกับศัตรูของคนที่อยู่ข้างกายนางเจียเผิงก็ยอมปล่อยน่องไก่ชิ้นนั้นไป “หึ ถือว่ามีคนปกป้องแล้วจะรังแกข้ายังไงก็ได้หรือไง” เจียเผิงบ่นเสียงเบาไม่กล้าพูดให้อีกฝั่งได้ยิน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้

    บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้ “พาเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ห้องทรงพระอักษร” ท่านน้าขององค์ชายรองกล่าวและเดินไปรอที่ห้องนั้นตามคำของตน สารสละราชสมบัติถูกวางเอาไว้พร้อมกับแต่งตั้งองค์ชายรองขึ้นแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความทอดถอนใจมิได้เกรงกลัวต่อการข่มขู่ของคนทั้งสอง คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจะมาหวาดกลัวกับเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร และทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีจุดจบเช่นไร เขาไม่ใช่กษัตริย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจห่วงก็แต่เพียงคนที่ขึ้นมาแทนที่คนต่อไปจะรักแคว้นและทำเพื่อแคว้นได้ไม่เท่าที่เขาทำ พระองค์ทรงประทับตามที่พระโอรสบอก มือก็คว้าตราประทับมาจับเอาไว้มั่น ในพระทัยก็ได้แต่ภาวนาว่าโอรสจะเปลี่ยนใจ “เจ้ามั่นใจแล้วนะว่าต้องการเช่นนี้” พระองค์ทรงใช้วาจาธรรมดากับโอรสองค์รอง ในที่นี้มีเพียงแค่พ่อกับลูกมิใช่กษัตริย์และพระโอรสผู้ยิ่งใหญ่ “ลูก...กระหม่อม” องค์ชายรองตัวสั่นและไม่กล้ากล่าวสิ่งใด “เจ้าอย่ามาพูดให้มากความ หน้าที่ของเจ้าตอนนี้คือต้องประทับสารสละราชสมบัติ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์

    บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ทุกอย่างรอบกายสงบนิ่งมีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ปะทะกับต้นไม้ด้านนอก อากาศเย็นเฉียบราวกับจงใจให้ร่างบางต้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากข้างเตียงที่ทำให้นางมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าจริงจัง คำพูดที่เหมือนกับหยุดทุกสิ่งรอบกายของเขาทำให้ซินหยานแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง แค่เขาถามนางว่าอยากอยู่กับเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ในใจมันก็กู่ร้องกังวาน “ข้าพูดจริงๆนะซินหยาน” เขาเน้นย้ำคำพูดของตนเมื่อนางนิ่งเงียบไป จุดประสงค์แรกที่มาหานางนั้นไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องนี้ แต่เมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้เขาก็รู้ตัวทันทีว่าชีวิตเขาขาดนางไปไม่ได้อีกแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะช้าเกินไป เขาจะปล่อยให้นางหลุดมือไปไม่ได้ “ท่านชอบข้าหรือ” ซินหยานถามด้วยสีหน้าสับสน นางรู้ตัวว่าชอบเขามาก แต่ไม่เคยนึกถึงอีกฝ่ายเลยว่าจะชอบนางเหมือนกันหรือไม่ เพราะความไม่ประสาในเรื่องความรักทำให้ซินหยานไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร คำถามง่ายๆสั้นๆแต่ทำให้เข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย

    บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินซินหยานยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งภวังค์ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เสียงกระซิบคลอดังระงมรอบตัว นางหันมองไปรอบๆ แต่เห็นเพียงหมอกหนาและแสงสีจางๆ ที่ลอยล่องอย่างไม่มีทิศทาง ภาพด้านซ้ายคือข้างในของจวนสกุลเฉิน และด้านอื่นๆมีทั้งในวังและในห้องมืดๆอับชื้น เสียงกระซิบดังระงมจนซินหยานปวดหัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงเริ่มก้าวเท้าเดินหนีไปยังสถานที่ที่นางรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือจวนสกุลเฉิน แม้จะรู้ตัวว่าเป็นความฝันแต่ก็มิอาจปลุกตัวเองให้ตื่นได้ ทำได้เพียงหาทางออกจากห้วงแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ด้านในจวนมีสภาพคล้ายกับในชีวิตจริง เว้นแต่ในความฝันมันดูทรุดโทรมกว่ามากหากจะให้เปรียบเทียบมันเหมือนกับจวนสกุลเฉินในตอนที่ท่านปู่เริ่มล้มป่วยในกาลก่อน “เจ้าจงนำพิษนี้ไปให้ตาแก่นั่นกินแล้วข้าจะยกหนี้พนันให้เจ้าทั้งหมด” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำให้ซินหยานเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นมากขึ้น คนสองคนยืนพ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อ

    บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อน ข่าวเรื่องการล้มป่วยหนักของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แทบจะไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้เรื่องนี้ ข่าวลือนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จวนสกุลเฉินปิดประตูแน่นไม่ให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกหลานแต่ละคนถูกสั่งห้ามพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด มีเพียงแม่ทัพโจวที่สามารถเข้านอกออกในจวนนี้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ซินหยานแปลกใจคือคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง คนสองคนที่เคยบอกว่าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน และดูเหมือนคนที่ไม่ถูกกันมากกว่า ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงหน้าร่างบาง พี่ชายของนางดูสายตาแน่วแน่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากบางกดยิ้มด้วยความเอ็นดูทั้งคู่ “ซินซิน” เสียงเข้มเรียกน้องสาว เฉินจงอิ้นบีบมือคนข้างกายแน่นขึ้นเมื่อกำลังจะพูดความลับของทั้งสองออกไป เขาเก็บความลับนี้ไว้มานานเป็นปีและวันนี้มันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว “ว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง” ซินหยานแสดงสีหน้าที่เป็นปกติ คนที่ควรตกใจอย่างซินหยานกลับสงบนิ่งกว่าคนที่กำล

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

    บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง สายลมยามบ่ายพัดผ่านพาให้ต้นไม้น้อยใหญ่ปลิวไหว เข้าเหมันตฤดูมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว โชคดีที่ยามบ่ายอากาศไม่ได้หนาวเย็นจนต้องใส่อาภรณ์หลายชั้นเพื่อให้ความอบอุ่น ร่างกายของนางยังเป็นเด็กพอต้องใส่ผ้าหลายๆชั้นมันก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากและน่าหงุดหงิ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 9 ความหวังใหม่

    บทที่ 9 ความหวังใหม่ การเรียนของซินหยานเป็นไปได้ด้วยดี ชีวิตช่วงนี้ก็แสนจะเรียบง่ายทั้งยังสงบสุข และนี่ก็เป็นวันที่ครบกำหนดที่อวี้หลางคนสนิทของท่านปู่จะต้องเดินทางมาที่นี่อีกครั้ง “สบายดีนะขอรับคุณหนู” อวี้หลางทักทายพลางลอบสังเกตซินหยาน “ข้าสบายดีเจ้าค่ะ รบกวนให้

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 8 อุ่นใจ

    บทที่ 8 อุ่นใจ เรื่องราววุ่นวายได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วและถูกจัดการอย่างเงียบๆ ท่านน้าของซินหยานถูกเรียกตัวกลับบ้านเป็นการด่วน หลังจากนั้นแค่วันเดียวหนังสือหย่าก็ถูกเขียนขึ้นมา อดีตเซียวฮูหยินถูกส่งกลับบ้านเดิมของนาง แต่แล้วก็ถูกคนเหล่านั้นส่งนางไปอยู่ที่วัดอันห่างไกลอีกที “คุณ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด

    บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด วันนี้นับว่าเป็นอีกวันที่จะมีผลกระทบใหญ่ต่อตระกูลเซียว ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายแต่ก็คงจะต้องขุดรากถอดโคนให้มันจบสิ้นกันไป “เจ้าได้ส่งคนไปตามที่ข้าบอกแล้วใช่ไหมซือเจีย” ซินหยานถามสาวใช้คนสนิทของนาง “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status