Share

เปลี่ยนแปลงชะตา

last update Last Updated: 2025-12-16 10:07:31

กลับถึงจวนจางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ทำให้นางขายหน้าจนไม่มีชิ้นดี

"เจ้ามันอวดดีทำให้ข้าอับอายเสียชื่อเสียง อกตัญญู"

มู่เหยียนต่างหากที่สมควรโกรธนางโต้เถียงจางเหยาทั้งที่ไม่เคยปริปากมาก่อน

"ที่ข้าทำมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านทำด้วยซ้ำ กล้าดียังไงถึงเอาของของข้าไปเร่ขายเป็นของไร้ราคา"

จางเหยาไม่มีเรื่องใดจะเสียแล้วนางยืนหลังตรงกล่าวว่า

"ใครบอกไร้ราคา ของสิ่งนี้กำลังจะได้ในราคาสูงถ้าเจ้าไม่เข้ามาขวางเสียก่อน"

นางเชิดหน้าพูดขึ้นไม่สนใจความรู้สึกของมู่เหยียน

"หากข้าไปไม่ทันทรัพย์สินของข้าคงเป็นของผู้อื่นไปแล้ว"

มู่เหยียนกอดกล่องไม้เอาไว้อย่างหวงแหน

"เจ้าเคยรู้อะไรในจวนบ้านของที่ไม่จำเป็นควรขายออกไปซะ ตอนนี้ฐานะของจวนเราย่ำแย่ลงข้าประหยัดทุกอย่างช่วยนายท่าน ในเมื่อรายได้มันไม่เพียงพอเราก็ต้องทำเช่นนี้"

จางเหยาหน้าเครียดยกมือขึ้นกุมหน้าผาก มู่เหยียนไม่ได้พูดอะไรต่อปากสวยเม้มปากเอาไว้แน่น

"ของในกล่องนี้หากขายออกไปก็ช่วยต่อชีวิตคนในจวนได้เจ้าอย่าใจแคบนักเลย"

"ไม่มีทาง ต่อให้ข้าต้องอดตายก็จะไม่ขายห้ามคนอื่นแตะต้องมิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน"

นางไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนักเดินกอดกล่องไม้สาวฝีเท้ากลับเรือนทันที จางเหยาถอนหายใจแรงก่อนเดินเข้าห้องโถง

"ปัง!"

เสียงตบโต๊ะดังลั่นแสดงถึงอารมณ์โกรธขั้นรุนแรงของจางเหยาชัดเจน

"นังเด็กอกตัญญู ช่วยครอบครัวแค่นี้ไม่ได้หรือไร จะกอดคอกันตายอยู่แล้วไม่รู้หรือ โง่เง่าทั้งพ่อทั้งลูก"

มู่หลิงได้ยินเสียงดังจากข้างห้องจึงเดินมาดู

"ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ"

ดวงตาเรียวรีตวัดมองบุตรสาวอย่างอารมณ์เสีย

"เพราะข้าทำเพื่อเจ้าเรื่องถึงลงเอยเช่นนี้อย่างไรเล่า"

มู่หลิงทำหน้างุนงงไม่เข้าใจมารดา ถามขึ้นเสียงเบา

"ทำอะไรเจ้าคะ"

นางหันมามองบุตรสาวเต็มตาเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลัน

"เด็กโง่ ดูเจ้าสิทั้งสวยทั้งน่ารัก กิริยาเรียบร้อย งานฉลองต้อนรับขุนนางใหม่จะให้น้อยหน้าได้อย่างไร"

มู่หลิงแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานเมื่อได้รับคำชมจากมารดา พอรู้ถึงความหมายใบหน้างามก็แดงระเรื่อขึ้นมา

"อีกตั้งนานเจ้าค่ะ"

จางเหยาพูดคุยถึงเรื่องนี้นางก็อารมณ์ดียิ้มอย่างคาดหวัง

"ต้องเข้าตาใครสักคนแน่ ขุนนางใหม่ หนุ่ม ๆ มากมาย หรือไม่ก็บุตรชายขุนนางระดับสูง รอปักปิ่นก็ออกเรือนได้เลย"

"ท่านแม่ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ"

มู่เหยียนนั่งกอดกล่องไม้อยู่บนเตียงนอนมีซวงซวงคอยอยู่เป็นเพื่อน สายตาของนางเลื่อนลอยคิดถึงมารดาพลางนึกในใจ

'ทำไมข้าไม่ย้อนเวลากลับไปตอนท่านแม่ยังอยู่'

หากเป็นเช่นนั้นนางคงมีแต่ความสุขแม้ต้องตายอีกครั้งก็ไม่เสียดาย ซวงซวงเห็นท่าไม่ดีนางจึงสะกิดหมู่เหยียน

"คุณหนูเจ้าคะ สบายดีหรือไม่เจ้าคะ"

มู่เหยียนรู้สึกตัวมองซวงซวงพยักหน้าเล็กน้อย ถึงนางจะคิดถึงท่านแม่มากมายเพียงใดก็ไม่อาจทำอะไรได้แล้วนอกจากอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด

"ข้าไม่เป็นไร เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"

นางไม่อยากรบกวนเวลาของซวงซวงจึงบอกให้นางกลับไปพักได้ ตอนนี้ใต้เท้ามู่หลวนเฟิงออกไปราชการหลายวันยังไม่กลับมา เมื่อท่านพ่อกลับมานางจะแจ้งข่าวไปยังตระกูลหวงเรื่องรับตัวนางไปอยู่ที่เมืองหูโจว

"ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวเจ้าและหลินเอ๋อร์ ในงานเลี้ยงต้อนรับจอหงวนคนใหม่พร้อมทั้งขุนนางทั้งหลายเจ้าสองคนพี่น้องต้องเข้าร่วมงานอยู่แล้ว จะให้น้อยหน้าได้อย่างไร"

จางเหยาเดินเข้ามาหามู่เหยียนที่เรือนหลังในวันต่อมา มู่เหยียนนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ว่าอีกหกเดือนจะมีงานสำคัญ ครั้งนั้นนางได้พบกับเหอเจี้ยนฉวน

"ข้าไม่ไปเข้าร่วมพิธีฉลองอะไรนั่นหรอกเจ้าค่ะ ให้หลินเอ๋อร์ไปคนเดียวเถิด ถ้าจะใช้เหตุผลว่าเอาสมบัติข้าไปขายเพื่อเอามาทำให้ไม่ต้องน้อยหน้าผู้อื่นฟังไม่ขึ้นเท่าใดนัก หากข้าไม่ไปก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองเพิ่ม เงินที่ท่านพ่อให้ท่านไว้คงพอสำหรับคุณหนูจวนตระกูลมู่หนึ่งคน"

นางบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไปพร้อมกับพูดให้จางเหยาได้เข้าใจว่าอย่ามาก้าวก่ายของส่วนตัวของนางอีก จางเหยาพูดไม่ออกไม่รอช้าสะบัดตัวเดินกลับทันที

"อวดดีนัก ถ้าอย่างนั้นก็เฝ้าจวนก็แล้วกัน"

มู่เหยียนทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่นางกับแม่เลี้ยงเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เมื่อไหร่ที่ตนยอมจางเหยาก็ฉวยโอกาสเอาเปรียบหากไม่ยอมก็กลายเป็นคนดื้อรั้นต่อผู้อาวุโส

คิดเลยไปถึงงานเฉลิมฉลองจอหงวนคนใหม่ในอีกหกเดือนข้างหน้า ครั้งนั้นนางและเหอเจี้ยนฉวนพบกันเพียงผิวเผินในฐานะบุตรสาวขุนนางคนหนึ่งเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดต่อหรือสานสัมพันธ์กันทว่านางแอบชอบพอเขาในใจลึก ๆ ทั้งที่เขามีท่าทีเฉยชา

"ครั้งนี้ข้าจะไม่ไปร่วมงานแน่นอน เราจะได้ไม่ต้องพบปะกันอีก"

อย่างน้อยมันก็เป็นหนทางรอดของนางที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเหอเจี้ยนฉวน อีกอย่างนางกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองหูโจว ไม่แน่ว่าเรื่องราวอาจจะพลิกผันจากนางกลายเป็นมู่หลินก็เป็นได้ หากเรื่องใหญ่ของตระกูลนางจะปรึกษาท่านลุงท่านป้าและพี่ใหญ่ให้ช่วยเหลือ ท่านลุงมีพวกพ้องมากและยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าเมืองหูโจว นางจะใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือตระกูลมู่ให้รอดพ้นวิกฤตได้

นางจะช่วยแก้ไขเรื่องของบิดาให้พ้นภัยเท่าที่จะทำได้ สำหรับเหอเจี้ยนฉวนนางขอเลือกที่จะไม่รู้จักเขาจะดีกว่า เรื่องสองแม่ลูกก็คงต้องเป็นไปตามเหตุการณ์หากพวกนางยินยอมก็อาจจะรอดแต่หากเป็นเช่นเมื่อก่อนคงยากจะช่วยเหลือ

มู่หลวนเฟิงกลับมาแล้วซวงซวงเข้ามาส่งข่าวเพราะมู่เหยียนให้นางคอยติดตามข่าวการกลับมาแล้วให้รีบมารายงาน

"นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

มู่เหยียนพยักหน้าเดินไปยังห้องโถงหน้าจวนเพื่อพูดคุยธุระสำคัญ

มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินนั่งอยู่กันพร้อมหน้ามู่เหยียนทำความเคารพบิดา ถามไถ่ขึ้นอย่างห่วงใย

"ท่านพ่อไปหลายวันกลับมาเหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ"

มู่หลวนเฟิงขมวดคิ้วกับคำพูดที่แปลกไป บุตรีเอกตระกูลมู่รู้จักห่วงใยผู้อื่นตั้งแต่เมื่อใด

"ได้นั่งพักก็ดีขึ้นแล้ว แล้วเจ้าล่ะติดขัดเรื่องใดหรือไม่"

จางเหยาที่นั่งข้าง ๆ ดูกระสับกระส่ายเกรงว่ามู่เหยียนจะปากสว่างฟ้องท่านพ่อของนางเหมือนที่เคยทำ มู่เหยียนมองแม่เลี้ยงชั่วพริบตาก็ยิ้มบางเอ่ยออกมา

"ลูกไม่มีปัญหาอะไรเจ้าค่ะ ท่านพ่อโปรดสบายใจ"

มู่หลวนเฟิงพยักหน้ายิ้มพึงพอใจนับเป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยู่หลายวันโดยไม่เกิดเรื่องขึ้น

"เพียงแต่ลูกมีเรื่องจะขอเจ้าค่ะ"

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงวางถ้วยชาลง

"พูดมาเถอะ"

"ลูกได้พูดกับท่านลุงท่านป้าลงความเห็นว่าลูกสมควรไปอยู่ที่หูโจวเจ้าค่ะ"

มู่หลวนเฟิงขมวดคิ้วแน่นขึ้น

"ไปทำไม"

"ท่านป้าคิดถึงท่านแม่ คงจะดีไม่น้อยหากมีลูกอยู่ใกล้ ๆ พี่ชายทั้งสองก็ไปทำงาน ท่านป้าคงเหงาลูกมาขออนุญาตท่านพ่อไปดูแลท่านป้าเจ้าค่ะ"

นางพูดเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง

"ไปนานแค่ไหน"

"ลูกขอย้ายไปอยู่ที่นั่นเลยเจ้าค่ะ ลูกจะส่งข่าวเชิญท่านป้ามาเจรจากับท่านพ่ออีกครั้ง"

"อะไรนะ! ใครใช้ให้เจ้าคิดอย่างนี้ เจ้าเป็นคนตระกูลมู่ไม่ใช่ตระกูลหวง ข้าไม่อนุญาต ส่งข่าวไปบอกท่านป้าว่าไม่ต้องลำบากเดินทางมา"

"เหยียนเอ๋อร์พูดอะไรออกมา นายท่านกลับมาเหนื่อย ๆ เหตุใดก่อเรื่องอีกแล้ว"

จางเหยาพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะก่อนที่สองพ่อลูกจะโต้เถียงกันเพราะมู่หลวนเฟิงเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจออกมาแล้ว

"แต่ลูกไม่สบายใจที่จะอยู่จวนตระกูลมู่เจ้าค่ะ ลูกสบายใจที่จะอยู่กับตระกูลหวง"

นางยังไม่ละความพยายาม มู่หลวนเฟิงยืนขึ้นสั่งเฉียบขาด

"ข้าไม่อนุญาตให้ไปไหนทั้งนั้น เจ้าต้องอยู่ที่นี่ ข้าจะส่งข่าวไปที่ตระกูลหวงเอง"

"ท่านพ่อ!"

มู่หลวนเฟิงเดินกลับห้องโดยไม่สนใจมู่เหยียนอีกตามด้วยจางเหยาที่ทำหน้าตำหนินางและมู่หลินก็เอ่ยขึ้นเมื่อบิดามารดาเดินออกไปแล้ว

"พี่หญิง อย่าทำให้ท่านพ่อลำบากใจบ่อย ๆ นักเลย"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   แย่งชิงอำนาจคืนมา

    ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ทุกฝ่ายเตรียมตัว

    หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ข้อแลกเปลี่ยน

    มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   สะสางงานสำคัญ

    มู่เหยียนออกมาทำธุระส่วนตัวด้านหลังเพียงคนเดียวเพราะลี่หนิงอวี่พบปะผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับลี่เจี๋ย นางไม่อยากรบกวนจึงปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง หยางหมิงเช่อไม่เห็นนางเขาเดินตามหาไปยังจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบถามมู่หลินก็บอกว่าไม่เห็น "พี่ใหญ่คงไปทำธุระส่วนตัวเจ้าค่ะ" อีกด้านที่มู่เหยียนเดินออกมานางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนโดดเด่นมองดูท้องฟ้าก่อนหันมาส่งยิ้มให้นาง "มางานเลี้ยงหรือ" เขาถามขึ้นส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าค่ะ ใต้เท้าคงมางานเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ" เขาพยักหน้ายิ้มอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ" นางเชิญเขากลับเข้าไปในงานเพราะบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทหารองครักษ์หายไปไหนหมด "ยินดีด้วยที่เจ้าจะได้แต่งงานนะ แต่ว่าคิดดีแล้วหรือ" เกออี้หานถามความคิดเห็นของมู่เหยียน "ใต้เท้าถามเช่นนี้เพราะอะไรเจ้าคะ" "หึ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่ามั่นใจในตัวราชเลขาแค่ไหนถึงยินยอมร่วมชีวิตด้วย หากวันหนึ่งเขาต้องจากเจ้าไปเจ้าจะไม่เสียใจหรือ" ตาเฒ่าคนนี้เป็นใครเจอนางครั้งแรกก็ถามไร้มารยาทนางผ่านความเป็นความตายมาแล้วถ้าต้องสูญเสียอะไรในชีวิตไปอีกครั้งนา

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   เลื่อนตำแหน่ง

    "ถ้ารอถึงสองวันกว่าจะถึงบ้านท่านพ่อท่านแม่การเดินทางก็คงค่ำเส้นทางไม่ค่อยราบเรียบไปมาลำบาก" หยางหมิงเช่อไม่อยากสร้างความลำบากให้บิดามารดาการเดินทางข้ามวันข้ามคืนอาจจะเหนื่อยเกินไป "พรุ่งนี้เดินทางไปรับได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" นอกจากเป็นห่วงเรื่องการเดินทางก็มีความปลอดภัยที่วางใจไม่ได้ การเคลื่อนไหวของตระกูลหยางคนทางจงหยวนต้องจับจ้องอยู่แล้ว เขาวางใจไม่ได้เลยว่าเกออี้หานจะปล่อยให้สองคนนั้นหลุดมือไปได้ คนของหยางหมิงเช่อกลับไปเตรียมตัวเขาก็นั่งทำงานต่อก่อนเข้าห้องไปพักผ่อน ถึงวันไปรับสองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่ทัน คนที่หยางหมิงเช่อจัดเอาไว้สี่คนช่วยกันเก็บของและพาออกด้านหลังหมู่บ้านไปเงียบ ๆ บ้านของเขาอยู่ท้าย ๆ ของหมู่บ้านจึงไม่มีคนพบเห็นและเป็นวันทำงานที่คนอื่นออกไปทำไร่ทำนากันหมด สามีภรรยานั่งเงียบตลอดการเดินทางไม่กล้าซักถามออกไป หยางเซินค่อนข้างหวั่นเกรงกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแต่ไม่พูดออกมาให้เซียวถงตื่นตระหนกเพียงจับมือภรรยาเอาไว้แน่นภายในรถม้าเท่านั้น "อะไรนะมันย้ายไปแล้วรึ พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" เกออี้หานได้รับฟังข่าวสำคัญที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาสั่งให้จัด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status