Share

ความทรงจำที่ว่างเปล่า

last update Last Updated: 2025-12-17 19:04:49

มู่เหยียนมองหน้ามู่หลินสายตาแข็งกร้าวเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ มู่หลินก้มหน้าลงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดหลบสายตาแล้วเดินออกไป

เรื่องไม่ลงเอยง่าย ๆ แล้ว มู่เหยียนเองก็จนใจจะต่อรอง บิดาของนางคงโกรธมากที่บุตรสาวคนโตของตระกูลขอย้ายไปอยู่ที่อื่น ทั้งที่มีบิดามารดายืนหัวโด่อยู่ในจวนและเลี้ยงดูนางให้สุขสบายได้

แต่ไม่มีใครเข้าใจส่วนลึกของสาวน้อย บิดาก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ยามนางต้องลำบากหรือหากรับรู้ก็คงไม่ใส่ใจกระมัง

จดหมายจากตระกูลมู่ส่งมาที่ตระกูลหวงในอีกสองวันต่อมา

"ใต้เท้ามู่ไม่ยินยอมให้เหยียนเอ๋อร์มาอยู่ที่นี่ เห็นทีฮูหยินคงต้องทำใจแล้ว"

ใต้เท้าหวงหมิงพูดกับภรรยาหลังจากอ่านจดหมายเสร็จ จ้าวซือหงถอนหายใจใหญ่นี่นางคงหมดหวังเสียแล้ว แววตาหม่นแสงลงเล็กน้อยนึกเป็นห่วงหลานสาวที่อยู่เมืองหลวง

"ข้าเกรงว่านางจะลำบากเจ้าค่ะ"

"อย่าห่วงเลยนางอยู่กับบิดานะ นั่นก็บ้านของนางเอาไว้มีโอกาสเราได้เข้าเมืองหลวงค่อยแวะไปเยี่ยม"

หวงหมิงปลอบใจพร้อมกับยิ้มแย้มนางจึงผ่อนคลายความวิตกลงได้มาก

สำนักศึกษาเซิ่งจู

ดึกมากแล้วหยางหมิงเช่อเพิ่งดับไฟนอน ภายในสำนักศึกษาเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงลมหนาวหวีดหวิวท่ามกลางความเงียบสงบ เพียงหลับตาชายหนุ่มก็หลับลงง่ายดาย หากเป็นที่สำนักศึกษาเขามักผ่อนคลายได้ง่าย อาจเพราะบรรยากาศของที่นี่เหมาะสมกับร่างกายของเขาก็เป็นได้

ในความมืดมิดผู้คนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอลหม่านเสียงกรีดร้องของเด็กและสตรีเสียดแทงเข้าไปในแก้วหู เด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในมุมมืดมองดูภาพอันน่าสะพรึงกลัวด้วยใจที่ปวดร้าว เขาร้องไห้ดิ้นรนในอ้อมกอดแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งและถูกดึงตัวออกไปห่างไกลจากสถานการณ์อันตราย

"ข้าไม่ไป ข้าไม่ไป ท่านพ่อ ท่านแม่!"

เสียงร้องดั่งใจจะขาดดังก้องภายในหัวก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

หยางหมิงเช่อสะดุ้งตื่นขึ้นมากะทันหัน เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าทั้งที่อากาศหนาวเย็น หัวใจของเขาเต้นระรัวเหมือนฝันร้ายเพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นาน จู่ ๆ ก็ปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรงจนแทบระเบิด หยางหมิงเช่อยกมือขึ้นกุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวดทรมานเกินต้านทาน ชั่วครู่ภาพอันเลือนลางก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก

สตรีบอบบางรอยยิ้มสดใสมีใบหน้าสวยหวานกำลังส่งยิ้มมาให้เป็นรอยยิ้มที่ช่วยให้หัวใจชุ่มฉ่ำเหมือนสายน้ำไร้กังวลและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเสน่หา ไม่นานภาพนั้นก็สลัวเลือนรางและจางหายไป หยางหมิงเช่อหายปวดเป็นปลิดทิ้งเมื่อภาพสตรีนางนั้นปรากฏ ทว่าเขานึกไม่ออกว่าคือผู้ใดและคือสิ่งใด รู้สึกเพียงอย่างเดียวว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับมาในอดีตของตัวเองโดยไม่มีความทรงจำใดหลงเหลืออยู่ มีเพียงเหตุการณ์เจ็บปวดที่เคยสูญเสียครอบครัวและภาพสตรีนางหนึ่งที่ไม่เคยชัดเจนและทำให้เขาหายปวดหัวทุกครั้งที่นางปรากฏขึ้น

ช่วงเวลาที่ย้อนกลับมาเป็นวันที่ครอบครัวถูกสังหารและเขาถูกพาตัวมาที่ตระกูลหยางแล้ว ก่อนมาถึงบุรุษคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่าเมื่อถึงเวลาเขาจะได้กลับบ้านหลังเดิมและบอกบางอย่างให้เขาจดจำให้ขึ้นใจ

'สำนึกและตอบแทนบุญคุณ'

หยางหมิงเช่อลุกจากที่นอนออกไปล้างหน้าแล้วกลับเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มเหม่อลอยคิดย้อนไปถึงวัยเด็กแล้วสงสัยตัวเอง ครั้งนั้นเขาตื่นขึ้นมาจากการหมดสติชั่วคราวก็พบว่าตนเองอยู่ในมุมเล็ก ๆ พอที่จะมองเห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า คนในตระกูลถูกสังหารจนหมด หัวใจเด็กน้อยแหลกสลายมันเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกบดขยี้กลายเป็นบาดแผลฝังลึกในใจ ทว่าเขากลับมีเพียงความเจ็บปวด ไม่รู้สึกถึงความเคียดแค้น รู้เพียงว่าต้องไม่ทำให้ตนเองตกต่ำและซ่อนตัวเอาไว้ให้ดี แม้ตอนนั้นอยากจะพุ่งตัวออกไปตามสัณชาตญาณแต่เสียงทุ้มก็เตือนสติอยู่ด้านหลัง

"อย่าออกไป เจ้าจะตายอีกคนไม่ได้ไปจากที่นี่ต้องไปให้ไกลที่สุด"

เขาไม่เห็นหน้าคนชุดดำที่พาตัวออกไปพอเขาเชื่อฟังทุกอย่างก็มืดดำลงไปแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นสถานที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน

สองสามีภรรยาที่รับเขาเป็นลูกบุญธรรมดีต่อเขามาก หยางหมิงเช่อคือชื่อที่บิดาตั้งให้ ทั้งสองคนเลี้ยงดูเขามาอย่างดีมอบความรักช่วยเติมเต็มความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวไม่เคยขาดตกบกพร่อง

ถึงแม้จะมีความสุขดีแต่ในหัวใจลึก ๆ กลับอ้างว้างและเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูกจึงส่งผลให้เด็กชายที่เคยร่าเริงในอดีตกลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้เงียบขรึม เก็บตัว และเย็นชา มีเพียงสองสามีภรรยาตระกูลหยางที่สามารถเยียวยาความรู้สึกของเขาไปได้บางส่วน

หยางหมิงเช่อเติบโตมาท่ามกลางความรักความอบอุ่นในครอบครัวเล็ก ๆ อันที่จริงน่าจะเพียงพอให้เขาได้มีชีวิตที่ดีแล้ว สอบเป็นขุนนางใช้ชีวิตให้ดี เป็นลูกกตัญญูทดแทนพระคุณพ่อแม่บุญธรรม สร้างคุณงามความดีให้กับวงศ์ตระกูลที่ล่วงลับเป็นการตอบแทนบรรพชนล้วนเป็นจิตสำนึกที่ควรปฏิบัติ

ทว่าหลายปีมานี้กลับมีความรู้สึกว่าเขากำลังติดค้างใครบางคนอยู่ ควรกลับไปชดใช้ให้คนผู้นั้นและรู้สึกผิดในใจที่สลัดไม่ออกมันค้างคาอยู่ในใจทั้งที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

มาพร้อมกับคำพูดที่ควรสำนึกบุญคุณและการแก้แค้น

หยางหมิงเช่อจมอยู่กับความคิดวนเวียนไปมาจนกระทั่งยามเหม่า(05.00-06.59) ฟางอวี่ตื่นขึ้นมาสะดุ้งตกใจ เห็นเงามืดตะคุ่มอยู่บนเตียงข้าง ๆ จึงรีบจุดตะเกียงเมื่อเห็นแสงสว่างถึงเห็นว่าเป็นหยางหมิงเช่อ

"ข้าตกใจหมด เจ้าตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้า หรือว่ายังไม่ได้นอน"

หยางหมิงเช่อรู้สึกตัวตอบเสียงราบเรียบ สติยังมั่นคง

"ตื่นนานแล้ว"

"กังวลเรื่องการสอบหรือ ไม่ต้องห่วงหรือคร่ำเคร่งเจ้าสอบได้อยู่แล้ว"

ฟางอวี่ยังคงมั่นใจซึ่งหยางหมิงเช่อไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น

"อืม"

คำตอบสั้น ๆ ชวนน่าเบื่อที่ฟางอวี่คุ้นเคยเขาจึงไม่รู้สึกขัดเคือง

"วันนี้ข้าจะไปหาอาจารย์ใหญ่เจ้าอ่านหนังสือคนเดียวไปก่อน"

"อ้าวข้าอยากไปด้วย"

"แต่ข้ามีเรื่องคุยส่วนตัวไม่เกินสองชั่วยามก็กลับมา"

พูดจบก็เข้าไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ฟางอวี่ย่นจมูกย่างขุ่นเคืองถึงเขาจะเข้าใจสหายแต่ก็อยากไปด้วยดีกว่าอ่านหนังสือสุดแสนน่าเบื่ออยู่เช่นนี้

หยางหมิงเช่อเข้าพบอาจารย์ใหญ่ภายในห้องส่วนตัว

"ดูเหมือนเจ้าจะนอนไม่พอนะ ควรพักผ่อนบ้างหักโหมเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพ"

"ขอบคุณอาจารย์ที่เป็นห่วง ศิษย์..."

เขาไม่พูดต่อผู้อาวุโสเลิกคิ้วขาวมองดูอีกครั้ง

"บทกวีของเจ้ามีความหมายลึกซึ้งหาคนเทียบได้ยาก นานหลายปีแล้วที่ข้าไม่ได้ประสบพบเจอ"

มองนัยน์ตาของหยางหมิงเช่อก็ยิ่งคุ้นเคย อาจารย์ทอดถอนใจกล่าวต่อ

"น่าเสียดายที่เขาจากไปแล้ว"

ดวงตาคู่งามหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขามาพบอาจารย์ด้วยความรู้สึกที่พูดกับใครไม่ได้นึกไม่ถึงว่าพอพบหน้ากันผู้อาวุโสมีเรื่องในอดีตที่ชวนให้คิดถึงใครบางคน

"ศิษย์บังอาจมารบกวนอาจารย์ต้องขออภัยด้วยขอรับ"

"ทำไมพูดเช่นนั้นเล่า เจ้าคิดว่าอาจารย์เป็นคนอื่นไปแล้วหรือ"

"ศิษย์มิกล้าขอรับ"

อาจารย์จึงถามขึ้น

"ห่วงเรื่องการสอบหรือ"

"เรื่องนั้นยังไม่ได้คิดขอรับ"

เขาพูดตามความจริงมิได้หวังตำแหน่งสูงสุด แค่สอบเป็นขุนนางได้แล้วใช้ความสามารถในการทำงานก็เลื่อนตำแหน่งได้ เพียงแค่สอบได้ขั้นต่ำก็ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลแล้ว

อาจารย์หัวเราะอารมณ์ดีขึ้นมา หยางหมิงเช่อชอบพูดตรง ๆ จากใจจริง เป็นคนไม่มักใหญ่ใฝ่สูงที่หายากยิ่ง ได้พบหน้ากันถือว่าเป็นโชคชะตาแล้ว

"ศิษย์เห็นศิษย์พี่สองคนมีวรยุทธ อยากฝึกฝนวรยุทธขอรับ"

"หืม เพราะเหตุใดรึ"

อาจารย์ใหญ่เลิกคิ้วสูง เป็นขุนนางเก่งบุ๋นก็เพียงพอไม่ต้องบู๊ก็ได้ เด็กคนนี้คิดอะไรอยู่กัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   แย่งชิงอำนาจคืนมา

    ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ทุกฝ่ายเตรียมตัว

    หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ข้อแลกเปลี่ยน

    มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   สะสางงานสำคัญ

    มู่เหยียนออกมาทำธุระส่วนตัวด้านหลังเพียงคนเดียวเพราะลี่หนิงอวี่พบปะผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับลี่เจี๋ย นางไม่อยากรบกวนจึงปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง หยางหมิงเช่อไม่เห็นนางเขาเดินตามหาไปยังจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบถามมู่หลินก็บอกว่าไม่เห็น "พี่ใหญ่คงไปทำธุระส่วนตัวเจ้าค่ะ" อีกด้านที่มู่เหยียนเดินออกมานางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนโดดเด่นมองดูท้องฟ้าก่อนหันมาส่งยิ้มให้นาง "มางานเลี้ยงหรือ" เขาถามขึ้นส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าค่ะ ใต้เท้าคงมางานเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ" เขาพยักหน้ายิ้มอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ" นางเชิญเขากลับเข้าไปในงานเพราะบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทหารองครักษ์หายไปไหนหมด "ยินดีด้วยที่เจ้าจะได้แต่งงานนะ แต่ว่าคิดดีแล้วหรือ" เกออี้หานถามความคิดเห็นของมู่เหยียน "ใต้เท้าถามเช่นนี้เพราะอะไรเจ้าคะ" "หึ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่ามั่นใจในตัวราชเลขาแค่ไหนถึงยินยอมร่วมชีวิตด้วย หากวันหนึ่งเขาต้องจากเจ้าไปเจ้าจะไม่เสียใจหรือ" ตาเฒ่าคนนี้เป็นใครเจอนางครั้งแรกก็ถามไร้มารยาทนางผ่านความเป็นความตายมาแล้วถ้าต้องสูญเสียอะไรในชีวิตไปอีกครั้งนา

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   เลื่อนตำแหน่ง

    "ถ้ารอถึงสองวันกว่าจะถึงบ้านท่านพ่อท่านแม่การเดินทางก็คงค่ำเส้นทางไม่ค่อยราบเรียบไปมาลำบาก" หยางหมิงเช่อไม่อยากสร้างความลำบากให้บิดามารดาการเดินทางข้ามวันข้ามคืนอาจจะเหนื่อยเกินไป "พรุ่งนี้เดินทางไปรับได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" นอกจากเป็นห่วงเรื่องการเดินทางก็มีความปลอดภัยที่วางใจไม่ได้ การเคลื่อนไหวของตระกูลหยางคนทางจงหยวนต้องจับจ้องอยู่แล้ว เขาวางใจไม่ได้เลยว่าเกออี้หานจะปล่อยให้สองคนนั้นหลุดมือไปได้ คนของหยางหมิงเช่อกลับไปเตรียมตัวเขาก็นั่งทำงานต่อก่อนเข้าห้องไปพักผ่อน ถึงวันไปรับสองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่ทัน คนที่หยางหมิงเช่อจัดเอาไว้สี่คนช่วยกันเก็บของและพาออกด้านหลังหมู่บ้านไปเงียบ ๆ บ้านของเขาอยู่ท้าย ๆ ของหมู่บ้านจึงไม่มีคนพบเห็นและเป็นวันทำงานที่คนอื่นออกไปทำไร่ทำนากันหมด สามีภรรยานั่งเงียบตลอดการเดินทางไม่กล้าซักถามออกไป หยางเซินค่อนข้างหวั่นเกรงกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแต่ไม่พูดออกมาให้เซียวถงตื่นตระหนกเพียงจับมือภรรยาเอาไว้แน่นภายในรถม้าเท่านั้น "อะไรนะมันย้ายไปแล้วรึ พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" เกออี้หานได้รับฟังข่าวสำคัญที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาสั่งให้จัด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status