공유

ขายสินค้า

last update 최신 업데이트: 2025-12-15 21:05:37

ตระกูลมู่

มู่เหยียนแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนจัดแต่งทรงผมเรียบง่ายมองดูสวยสมวัย ในอดีตนางเป็นสตรีรักสวยรักงามการแต่งหน้าแต่งกายไม่เคยน้อยหน้าผู้อื่น แต่วันนี้นางเข้าใจชีวิตมากขึ้น เครื่องหน้าเครื่องหัวเยอะแยะไม่ช่วยทำให้ดูดีขึ้นมาได้

กล่องเครื่องประดับไม้แกะสลักลายดอกเหมย ของขวัญที่มารดาเคยมอบให้ในวันเกิดก่อนเสียชีวิตที่นางทั้งรักและหวงแหนหายไปจากตู้หลังจากนางเปิดออกจะหยิบมาปักเพื่อระลึกถึง ก่อนไปบ้านตระกูลหวงนางยังเปิดดูลูบไล้อย่างทะนุถนอมด้วยความคิดถึงมารดาอยู่เลย วันนี้กลับพบเพียงกล่องอื่นที่มีไม่มาก ตำแหน่งเดิมก็ถูกกล่องไม้อื่นเลื่อนมาทับจุดเดิมไปแล้ว

"ใครเข้ามาในห้องนี้"

โดยปกติมู่เหยียนไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น นางอยู่ในจวนอย่างเจียมตัวมาตลอดรู้ตัวดีว่าไม่เป็นที่โปรดปรานของบิดาและฮูหยิน ที่ไม่ค่อยชอบหน้านางเพราะความดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง นางไม่สุงสิงแม้แต่กับน้องสาวต่างมารดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงดูห่างเหินราวกับอยู่คนละตระกูล

ถึงมู่เหยียนไม่ชอบสู้รบปรบมือกับผู้ใด แม้กระทั่งบ่าวรับใช้ที่ไม่เคารพนางก็ไม่เคยบังคับให้จงรักภักดี แม้นางจะดื้อรั้นไม่ชอบทำตามคำสั่งของฮูหยินแต่ก็ไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทางให้ท่านพ่อต้องอับอาย เพียงแต่ไม่พูดมากให้ผู้ใดเสียหายเท่านั้น

แต่นางก็พลาดตรงที่ยินยอมแต่งเป็นอนุภรรยาของเหอเจี้ยนฉวนเพียงเพราะต้องการไปให้พ้นจากตระกูลมู่ ในเวลานั้นสมองของนางคิดเพียงว่าเขาเป็นคนที่ฮ่องเต้วางพระทัยมากที่สุดและช่วยคุ้มครองชีวิตของนางให้ดีขึ้นได้ ครานั้นเรื่องราวบานปลายเพราะกล่องใส่ปิ่นปักผมดอกอิงฮวาของท่านแม่หายไปและนางรู้จักกับเหอเจี้ยนฉวนที่เป็นขุนนางแล้ว

ทว่าครั้งนี้เรื่องราวแตกต่างออกไปกล่องไม้หายไปแล้วนางยังไม่รู้จักเขา การสอบจอหงวนยังไม่เริ่มต้นขึ้นที่สำคัญเวลานี้นางอายุได้เพียงสิบหกปี มู่เหยียนขนลุกขนชันเมื่อนึกถึง นางไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์เดิมแต่ต่างเวลากันเกิดขึ้นได้อย่างไร

นางเดินออกจากห้องไปที่ห้องโถงด้านทิศตะวันออก ตัวการของเรื่องนี้เคยทำให้นางระเห็จออกจากจวน ครั้งนี้จะไม่ยอมหลีกหนีปัญหาอย่างเดิมอีกแล้ว

"ฮูหยินอยู่หรือไม่"

นางเห็นบ่าวของจางเหยากำลังยืนหันหลังขัดประตู เสียงของหมู่เหยียนคงไม่ดังพอบ่าวคนนั้นถึงยังไม่สนใจ

"ข้าถามว่าฮูหยินอยู่หรือไม่"

ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดดี ๆ กับคนพวกนี้ที่เคยมีส่วนร่วมทำให้นางต้องระหกระเหิน แต่มู่เหยียนก็อดทน

เมื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ดังขึ้นกว่าเดิมเสี่ยวหงถึงหันหน้ามาดูส่งสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้ากิริยาที่แสดงแข็งกระด้างไร้ความยำเกรง

"ฮูหยินออกไปทำธุระ คุณหนูใหญ่มีอะไรก็สั่งข้าเอาไว้"

นางพูดอย่างไม่พอใจพลางขัดประตูไปด้วย เมื่อก่อนก็เป็นเช่นนี้และมู่เหยียนเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งจางเหยากลับมา นางไม่รอช้าเดินไปที่หน้าจวนสั่งรถม้าให้ออกไปที่ร้านขายเครื่องประดับทันที เสี่ยวหงวิ่งมาห้ามเอาไว้ไม่ทัน เข้าใจว่ามู่เหยียนคงนั่งรอหรือไม่ก็กลับเรือนของตนเอง

"จะตามไปทำไมกัน ฮูหยินสั่งไว้ว่ามีธุระให้รอก็ไม่เชื่อ"

แม้จะบ่นพึมพำแต่ก็อดชะเง้อมองตามไม่ได้ ความกังวลใจเกิดขึ้นตามมาเสี่ยวหงที่ทำตามคำสั่งของฮูหยินไม่ได้เริ่มวิตกกังวล

เส้นทางถนนในเมืองหลวงกว้างขวางประชาชนยังคงจับจ่ายใช้สอยคึกคักไม่ต่างจากชาติที่แล้ว เพียงแต่กิจการบางอย่างเพิ่งเริ่มต้นและบางร้านยังเพิ่งเริ่มคัดสรรสินค้ามาขายดังเช่นร้านขายเครื่องประดับขนาดย่อมตรงใจกลางเมือง

รถม้าจอดลงข้างร้านมู่เหยียนไม่รอช้าเดินเข้าด้านในก่อนที่สิ่งของของนางจะถูกเปลี่ยนมือ

"เถ้าแก่ลองดูปิ่นดอกอิงฮวานี้สิ เป็นของเก่าแก่ตระกูลมู่เจ้าค่ะ นายท่านไม่ขายให้ใครง่าย ๆ นะ มีคนอยากได้ตั้งหลายคนแต่นายท่านวางใจให้ข้านำมาที่ร้านนี้"

จางเหยากำลังนำเสนอสิ่งของล้ำค่าในกล่องไม้ นอกจากความงดงามแวววาวของปิ่นทำจากหยกยังแกะสลักดอกอิงฮวาประดับด้วยไข่มุกสีชมพูที่สวยงามและแปลกตายิ่งนัก เถ้าแก่ตาลุกวาวเมื่อกล่องไม้ถูกเปิดออกรู้ทันทีว่าสิ่งนี้เป็นของสูงค่าหายากยิ่งไม่เพียงแค่ตัวเครื่องประดับด้านใน กล่องไม้เนื้อดีที่เป็นของหายากลงลวดลายไว้ได้งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ดูเหมาะสมกันดุจเป็นของที่ถูกจับคู่กันมาได้พอดี

"ใครบอกว่าจะขาย!"

มู่เหยียนเดินเข้ามาในร้านขัดขวางการค้าของทั้งสองคนขึ้น จางเหยาหันมามองทั้งตกใจระคนไม่พอใจชักสีหน้าเย็นชาใส่นาง

"อ้อ คุณหนูท่านนี้ เหตุใดพูดเช่นนี้"

เถ้าแก่เพิ่งเปิดร้านใหม่ไม่คุ้นเคยกับผู้ใดมากนักในเมืองนี้ ยิ่งสตรีที่ถูกเลี้ยงดูแต่อยู่ในจวนเช่นมู่เหยียนเขายิ่งห่างไกลกับคำว่ารู้จักนาง

"ข้าเป็นเจ้าของปิ่นปักผมชิ้นนี้ข้าไม่ขาย"

นางไม่รอช้าเอื้อมมือปิดกล่องเอากุญแจมาสวมและลงกลอนทันที

"กริ๊ก"

จากนั้นนางก็ถือวิสาสะถือไว้ในมืออย่างรวดเร็ว

"เหยียนเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะทำให้ข้าขายหน้านะ"

จางเหยาบิดแขนนางกระซิบพูดเสียงดุ นางไม่สนใจสะบัดออกแล้วพูดกับเถ้าแก่

"เมื่อครู่มู่เหยียนอารมณ์ร้อนเกินไปต้องขออภัยเถ้าแก่ที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ"

จางเหยาผ่อนคลายลงนางคิดว่าวันนี้จะเสียหน้าแล้ว ต่อเมื่อฟังคำพูดต่อไปของมู่เหยียนถึงกับไปไม่เป็นแทบหงายหลังตกเก้าอี้ตัวงาม

"แม่เลี้ยงของข้าเลอะเลือน นางสติไม่ค่อยสมประกอบคิดว่าของสิ่งนี้เป็นของตัวเองชอบเอาไปเร่ขายตามร้านต่าง ๆ ข้าต้องคอยตามเอากลับจวนทุกครั้งไปเจ้าค่ะ"

เถ้าแก่อ้าปากหวอเบิกตากว้างมองสตรีทั้งคู่อย่างไม่เข้าใจ

"อ้าว นี่เจ้าหลอกลวงข้ารึ"

"เถ้าแก่ข้าไม่..."

มู่เหยียนจึงพูดแทรกขึ้น

"ต้องขออภัยเถ้าแก่เจ้าค่ะได้เวลากินยาของนางแล้วข้าคงต้องขอตัว"

และหันมาพูดกับจางเหยาต่อ

"ท่านน้าข้าตามหาท่านตั้งแต่เช้าเลยนะเจ้าคะ กลับจวนเถิดได้เวลากินยาแล้ว และท่านต้องนอนพักตามหมอสั่งนะเจ้าคะ"

นางทำตัวเป็นลูกเลี้ยงกตัญญูต่อหน้าคนในร้านที่มุงดู เถ้าแก่ไม่อาจเอ่ยอะไรได้ทำเพียงพยักหน้าอย่างผิดหวัง คนในร้านต่างชื่นชมมู่เหยียนที่เอาใจใส่จางเหยาคิดว่าความสัมพันธ์จวนตระกูลมู่คงดีขึ้นแล้ว เพิ่งได้รู้ในคราวเดียวกันว่าจางเหยาไม่สบาย นางหันไปยิ้มให้จับมือแม่เลี้ยงเอาไว้แน่นดึงออกไปอย่างแนบเนียบ

สตรีคนหนึ่งเกิดสงสัยที่อยู่ดี ๆ ฮูหยินจวนตระกูลมู่ก็ป่วยกะทันหันทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวใดเล็ดลอดออกมา

"ฮูหยินไม่สบายเป็นอะไรหรือเจ้าคะ"

"เป็นโรคประสาทเจ้าค่ะท่านป้า ข้าต้องรีบพากลับจวนก่อนหากนางเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเกรงว่าคนอื่นจะเดือดร้อน ขอบคุณท่านป้าแทนท่านน้าเจ้าค่ะ ขอลาก่อน"

"เจ้า!"

จากนั้นหมู่เหยียนก็ดึงมือจางเหยาแรงขึ้นไม่ให้นางมีโอกาสพูดพาขึ้นรถม้าให้พ้นสายตาผู้คนที่เดินมาดู

이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   แย่งชิงอำนาจคืนมา

    ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ทุกฝ่ายเตรียมตัว

    หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ข้อแลกเปลี่ยน

    มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   สะสางงานสำคัญ

    มู่เหยียนออกมาทำธุระส่วนตัวด้านหลังเพียงคนเดียวเพราะลี่หนิงอวี่พบปะผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับลี่เจี๋ย นางไม่อยากรบกวนจึงปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง หยางหมิงเช่อไม่เห็นนางเขาเดินตามหาไปยังจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบถามมู่หลินก็บอกว่าไม่เห็น "พี่ใหญ่คงไปทำธุระส่วนตัวเจ้าค่ะ" อีกด้านที่มู่เหยียนเดินออกมานางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนโดดเด่นมองดูท้องฟ้าก่อนหันมาส่งยิ้มให้นาง "มางานเลี้ยงหรือ" เขาถามขึ้นส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าค่ะ ใต้เท้าคงมางานเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ" เขาพยักหน้ายิ้มอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ" นางเชิญเขากลับเข้าไปในงานเพราะบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทหารองครักษ์หายไปไหนหมด "ยินดีด้วยที่เจ้าจะได้แต่งงานนะ แต่ว่าคิดดีแล้วหรือ" เกออี้หานถามความคิดเห็นของมู่เหยียน "ใต้เท้าถามเช่นนี้เพราะอะไรเจ้าคะ" "หึ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่ามั่นใจในตัวราชเลขาแค่ไหนถึงยินยอมร่วมชีวิตด้วย หากวันหนึ่งเขาต้องจากเจ้าไปเจ้าจะไม่เสียใจหรือ" ตาเฒ่าคนนี้เป็นใครเจอนางครั้งแรกก็ถามไร้มารยาทนางผ่านความเป็นความตายมาแล้วถ้าต้องสูญเสียอะไรในชีวิตไปอีกครั้งนา

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   เลื่อนตำแหน่ง

    "ถ้ารอถึงสองวันกว่าจะถึงบ้านท่านพ่อท่านแม่การเดินทางก็คงค่ำเส้นทางไม่ค่อยราบเรียบไปมาลำบาก" หยางหมิงเช่อไม่อยากสร้างความลำบากให้บิดามารดาการเดินทางข้ามวันข้ามคืนอาจจะเหนื่อยเกินไป "พรุ่งนี้เดินทางไปรับได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" นอกจากเป็นห่วงเรื่องการเดินทางก็มีความปลอดภัยที่วางใจไม่ได้ การเคลื่อนไหวของตระกูลหยางคนทางจงหยวนต้องจับจ้องอยู่แล้ว เขาวางใจไม่ได้เลยว่าเกออี้หานจะปล่อยให้สองคนนั้นหลุดมือไปได้ คนของหยางหมิงเช่อกลับไปเตรียมตัวเขาก็นั่งทำงานต่อก่อนเข้าห้องไปพักผ่อน ถึงวันไปรับสองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่ทัน คนที่หยางหมิงเช่อจัดเอาไว้สี่คนช่วยกันเก็บของและพาออกด้านหลังหมู่บ้านไปเงียบ ๆ บ้านของเขาอยู่ท้าย ๆ ของหมู่บ้านจึงไม่มีคนพบเห็นและเป็นวันทำงานที่คนอื่นออกไปทำไร่ทำนากันหมด สามีภรรยานั่งเงียบตลอดการเดินทางไม่กล้าซักถามออกไป หยางเซินค่อนข้างหวั่นเกรงกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแต่ไม่พูดออกมาให้เซียวถงตื่นตระหนกเพียงจับมือภรรยาเอาไว้แน่นภายในรถม้าเท่านั้น "อะไรนะมันย้ายไปแล้วรึ พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" เกออี้หานได้รับฟังข่าวสำคัญที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาสั่งให้จัด

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status